อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 109 เหตุฉุกเฉิน

    บทที่ 109 เหตุฉุกเฉิน

     

    ห้องทำงานของนักวิจัยที่องค์กรอิสระดีกว่าที่กองทัพจริงๆ อย่างน้อยๆ เทคโนโลยีมากมายในการทดลองก็ล้ำหน้ากว่าของกองทัพมาก เอกสารทั้งหมดจะมีเจ้าหน้าที่เก็บเอกสารคอยดูแลให้ อย่างไรก็ตาม...เอกสารทั้งหมดจะแยกกันแต่ละส่วน เพราะผลงานของพวกเขาหมายถึงเงินเดือนและค่าตอบแทน ไม่เหมือนกับของกองทัพที่ใช้เอกสารข้อมูลร่วมกัน ของทางองค์กรอิสระนี้ ต่อให้เป็นข้อมูลเรื่องเดียวกัน ก็ต้องไปพยายามหาคัดลอกมาจากที่อื่น

                

    เพราะเอกสารที่พวกเขามีค่อนข้างจำกัด ทำให้การทำงานไม่ฟุ้งไปเรื่อยเหมือนในกองทัพ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นพวกเขาที่ศึกษาเรื่องหุ่นรบอินทรีย์ นักวิจัยเหล่านี้จะไม่สนใจว่าข้างทางคืออะไร พวกเขาจะเดินหน้าตรงไปหาเรื่องหุ่นรบอินทรีย์ให้เร็วที่สุด เพราะนั่นคือตัวชี้วัดการทำงานของพวกเขา

                

    หลังจากวิจัยจนจบเรื่องแล้ว ค่อยมาหาเรื่องระหว่างทางเพื่อคิดการวิจัยต่อไป...

                

    แน่นอนว่ามันไม่ได้ดีไม่ได้แย่ แต่ปัญหาก็คือ....เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดี พวกเขาจะตั้งเป้าหมายที่ไม่สูง หรือก็คือ...ถ้าพวกเขากำลังศึกษาเรื่องอาหารสังเคราะห์อยู่ แทนที่จะตั้งเป้าหมายให้ดูดซับพลังงานได้ 100 เต็มส่วน พวกเขาจะสนใจตั้งเป้าหมายแค่ 1% หลังจบครั้งนี้ ปีหน้าก็เพิ่มเป็น 2% เป็นต้น

                

    ค่าเป้าหมายของพวกเขาจะไม่ก้าวกระโดดและไม่ท้าทาย เพื่อให้ตอนประเมินผลการทำงาน มันออกมาสำเร็จดี ส่วนนี้ต่างกับของกองทัพที่มองภาพใหญ่ที่สุด พวกเขาสามารถใช้เวลาเป็นสิบปีเพื่อให้สำเร็จก็ได้ ทว่า...การชี้ให้เห็นถึงความหวังนั้นสำคัญยิ่งกว่า

                

    ซูหยวนได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าดูเอกสารการวิจัยเบื้องต้นของพวกเขา แม้สายตาของนักวิจัยทั้งหลายจะไม่ได้แสดงออกว่าชอบเธอมากนัก ถึงอย่างนั้น...พวกเขาก็ไม่ได้ไล่เธอออกไป

                

    เพื่อให้โครงการวิจัยได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติม บางที...การทำงานส่วนองค์กรอิสระก็ไม่เหมือนกับฝ่ายกองทัพ นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่มีเวลาส่วนตัวนัก

                

    ตราบเท่าที่หัวหน้าอนุญาต ผู้เยี่ยมชมมากมายก็เข้าห้องทดลองของพวกเขาได้ทั้งนั้น บางคนมีความรู้ก็มาอวดภูมิให้เห็น บางคนไม่มีความรู้เลยอยากจะตำหนิก็พูดออกมา พวกเขาทำได้แค่ยิ้มรับแล้วปล่อยเรื่องนี้ไปเท่านั้น

     

    “อ้อ ประธานฝากมาบอกเธอด้วยนะ ว่าถ้ามีงานวิจัยไหนสนใจเป็นพิเศษก็ให้บอกเขาได้ ท่านประธานจะส่งเธอมาทำงานที่นี่ หรือถ้าแค่มองเห็นโอกาสดีๆจากงานวิจัยพวกนี้ เขาก็จะลงทุนให้”

     

    “อ้อ เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนเข้าใจ ประธานเชื่อมั่นในสายตาของเธอ เพราะเห็นว่าเธอมีความรู้

                

    เทียบกับคนอื่นแล้ว เขาอาจจะคิดว่าเธอมองเห็นโอกาสในการทำเงินมากกว่า เธอจำได้ว่าครั้งก่อน ประธานจางทดสอบภูมิของเธอไปไม่น้อยแล้ว ยิ่งเรื่องหุ่นรบอินทรีย์ที่ทั้งเธอและเขามีความคิดตรงกัน แถมเธอยังทำให้เขามีโอกาสทำรายได้เพิ่มเติมอีกด้วย 

                

    แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้คิดว่าโอกาสดีๆเช่นนั้นจะมีมาบ่อยนัก เธอตั้งใจอ่านเอกสารพวกนี้เบื้องต้น รู้สึกว่าเส้นทางการศึกษาของพวกเขาไม่น่าสนใจเลย ก็เหมือนกับที่พูดไปก่อนหน้านี้....โอกาสที่จะคว้าข้อได้เปรียบน้อยมาก ส่วนเป้าหมายที่พวกเขาตั้งไว้ พวกมันถูกนำเสนอก่อนเริ่มโครงการอยู่แล้ว แสดงว่าผู้ลงทุนคนอื่นๆก็มองเห็นมันแล้วเช่นกัน หากให้ตระกูลจางร่วมลงทุนไปด้วย คงจะกลายเป็นแบ่งชิ้นเนื้อหลายชิ้นจนได้กินแค่เนื้อสับเท่านั้น

                

    นอกจากห้องวิจัยนี้แล้ว ซูหยวนมีโอกาสได้ดูห้องวิจัยอื่นๆอีก แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรให้เธอดูมากขนาดนั้น เรื่องการที่จะผ่านกระบวนการศึกษาจนไปถึงการทดลองก็ไม่ได้มีบ่อยๆ ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่เธอมีโอกาสเห็นการทดลอง 1 ครั้ง ทว่า....ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันควรจะเรียกว่า “โชคดี” หรือ “โชคร้าย” กันแน่ 

                

    ในขณะที่ทุกคนคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร งานวันนี้ก็เหมือนกับวันอื่นๆ กระทั่งซูหยวนที่สนใจเรื่องการศึกษาอาหารสังเคราะห์ เวลานี้กลับคิดว่าไม่มีอะไรที่เธอต้องดูอีก เรื่องการศึกษาเรื่องสารอาหารสังเคราะห์ยังไม่ใช่เวลาอันใกล้นี้แน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ควรจะเป็นการเร่งฝึกฝนทักษะธนูระดับสูงมากกว่า

                

    ทว่า ช่วงเวลาที่เรียบง่ายเหล่านั้นเอง จู่ๆก็เกิดเสียงแจ้งเตือนดังลั่นทั้งอาคาร

                

    กริ๊ง!!!

     

    “นี่คือสัญญาณเตือนภัย นี่คือสัญญาณเตือนภัย!! เกิดเหตุร้ายที่อาคาร 2 ห้องทดลองหมายเลข 7 ขอให้ผู้ที่อยู่บริเวณนั้นหาที่ซ่อนให้มิดชิด ขณะนี้ ร่างวิจัยได้ทำลายห้องทดลองหมายเลข 7 แล้วออกไปข้างนอกแล้ว”

                

    เสียงประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการดังทั่วทั้งอาคาร เหล่านักวิจัยตื่นตระหนกมาก พวกเขาไม่คิดมาก่อนว่าจู่ๆก็จะเกิดเหตุเช่นนี้

                

    จริงอยู่ที่การวิจัยมีความเสี่ยง นอกจากพวกพืชกลายพันธุ์ข้างนอกที่อาจจะหลุดเข้ามาก่อปัญหาแล้ว การระเบิดจากการวิจัยที่ผิดพลาดก็เคยฆ่านักวิจัยไปมากมายแล้ว ทว่า...เหตุที่ว่าร่างทดลองหนีออกมาจากห้องนั้น นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยิน!

     

    “ห้องทดลองหมายเลข 7 ก็คือห้องทดลองที่พวกเราเพิ่งเข้าไปเมื่อเช้า!” นักล่าสกุลจางขมวดคิ้ว พวกเขาขยับเข้ามาใกล้ซูหยวนเพื่อดูแลความปลอดภัยให้เธอ

                

    ทั้งสองคนที่จางอู่หยางส่งมาเป็นผู้มากฝีมือ การทำงานของพวกเขาราบรื่นมาก ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร พวกเขาก็รู้ว่าจะต้องทำงานกันอย่างไร

                

    ซูหยวนถูกปกป้องทั้งซ้ายและขวา นักวิจัยคนอื่นๆรีบไปปิดประตูห้องวิจัยของตนเองเพื่อไม่ให้ร่างทดลองเข้ามาได้ตามคำเตือน แต่....ซูหยวนไม่ได้คิดในแง่ดีขนาดนั้น

                

    ก่อนหน้านี้ที่ห้องทดลอง เธอได้เห็นความไม่เข้ากันของสารอาหารสังเคราะห์ที่ให้พลังงานสูงมาก กับร่างกายของร่างทดลองซึ่งกำลังจะแตกละเอียด ชิ้นส่วนร่างกายบางตำแหน่งยังหลุดออกไปแล้วด้วยซ้ำ หากมันยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะใช่คนแล้ว...

               

    ซึ่งความคิดของซูหยวนถูกต้องจริงๆ !

                

    เวลานี้ ที่ทางเดินมีรอยเลือดไหลนองไปตามพื้น หน่วยรักษาความปลอดภัยรวดเร็วมาก เมื่อมีแจ้งเตือน พวกเขาก็รีบมาระงับเหตุทันที เพียงแต่....เหตุที่ว่านี้ไม่ใช่เหตุที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทั่วไปอย่างพวกเขาจะทำอะไรได้

                

    ภาพตรงหน้าที่พวกเขาได้เห็นก็คือ ร่างผู้ทดลองที่ไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์อีก ดวงตาของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงจากเลือดท่วมตาก่อนหน้านี้ แขนขาที่บิดเบี้ยวแต่กลับมีขนาดใหญ่โตยิ่งกว่านักเล่นกล้ามเสียอีก ขาทั้งสองบวมเป่ง หากเป็นคนปกติมันจะต้องแตกออกจนทำให้เห็นเพียงกระดูกแล้ว แต่ร่างทดลองนี้กลับปรับสภาพร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อขาของมันดูดเอาพลังงานมหาศาลนี้ไปได้

                

    ปัง!!

                

    เป้ง!!

                

    ลูกกระสุนถูกยิงออกไป แต่มันกลับกระเด็นออกมาทันที ในขณะที่กล้ามเนื้อขาของร่างทดลองยุบลงไปเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ทันไร...เจ้าร่างทดลองก็คว้าเอาศพของเจ้าหน้าที่กินเข้า ตำแหน่งที่กล้ามเนื้อยุบลงไปเหมือนได้รับการเติมเต็มใหม่ จากที่ยุบลงไปก็บวมเป่งขึ้นมาเหมือนเดิม

     

    “นะ นั่นมันอะไร!! ปีศาจรึไงวะ มันเป็นปีศาจไปแล้วใช่ไหม!!”

     

    “ฮ่าๆ ฮ่าๆ” เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคล้ายว่าจะเสียสติไปแล้ว ร่างทดลองที่เหมือนปีศาจขึ้นไปทุกทีก็เปล่งเสียงที่ดังราวฟ้าผ่าออกมา

                

    ปัง!!!

                

    ร่างที่เหลือของเจ้าหน้าที่ถูกโยนออกไป เจ้าร่างทดลองที่กลายเป็นปีศาจย่อขาสีแดงเลือดของตนเองก่อนจะพุ่งตัวออกมา

     

    “ไอ้พวกโง่! คิดว่าผู้ทรงพลังอย่างฉันจะตายง่ายๆหรอวะ!! ตอนนี้ถึงตาของฉันบ้างแล้วที่จะเล่นสนุกกับพวกแก!! อ้าก!!!” มันร้องคำรามออกมาพร้อมกับพลังงานไหลเอ่อท่วมไปทั้งร่าง

     

    “นะ หนี หนีก่อน เร็วเข้า! ทุกคนไปหาที่ซ่อน!”

     

    “สายไปแล้วไอ้พวกโง่!” มันกระโดดออกไปทีเดียว แรงส่งที่กล้ามเนื้อซึ่งถูกปรับปรุงโดยพลังงานทำให้พามันไปถึงตำแหน่งก่อนหน้าที่พวกเจ้าหน้าที่ยืนอยู่แล้ว

                

    ตู้ม!!!

                

    มันยื่นมือออกไปก็คว้าคอของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้ จับกระแทกเข้ากำแพงจนหัวของเจ้าหน้าที่ยุบลงไป อีกฝ่ายตายในการโจมตีเดียว ทั้งๆที่เขาก็เป็นผู้ใช้พลังงานคนหนึ่ง!

     

    “ปะ ปี ปีศาจ!!”

     

    “ปีศาจหรอ? เยี่ยม! ฉันนี่แหละจะเป็นปีศาจให้เอง เห็นกับที่ตั้งชื่อให้อย่างดี ฉันจะกินแกด้วยอีกคนก็แล้วกัน!” มันจ้องไปยังเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งพูดออกมา ในขณะเดียวกัน...มือที่ยุบจากการทุบกำแพงก่อนหน้านี้ก็ถูกฟื้นฟูโดยแกนพลังงานของเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งตายไป

     

    “ยะ อย่านะ หนี ต้องหนี!!”

                

    ความโกลาหลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครรู้ว่าการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ที่แจ้งให้ทุกคนซ่อนตัวในห้องนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะตอนนี้...ไล่จากห้องทดลองหมายเลข 7 มีเจ้าหน้าที่และนักวิจัยมากกว่า 10 คนแล้วที่กลายเป็นอาหารเติมพลังงานให้มัน

     

    “เสียงข้างนอกยังดังอย่างต่อเนื่องแบบนี้ แปลว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควบคุมไม่ได้แล้ว” ภายในห้องวิจัยหนึ่งที่ซูหยวนอยู่กับนักล่าระดับสูงของสกุลจาง อีกฝ่ายมีประสบการณ์มาก จึงวิเคราะห์เหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

                

    สีหน้าของพวกเขาแสดงออกว่านี่เป็นเรื่องใหญ่แล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานจัดการไม่ได้ ก็แปลว่าร่างทดลองกลายเป็นตัวปัญหาใหญ่ ดีที่เขาไม่ได้มีหน้าที่ดูแลนักวิจัยไร้พลังเหล่านี้ แต่กับเด็กนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งคนเดียว...พวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะดูแลเธอได้หรือเปล่า

                

    ในความคิดของพวกเขา นักเรียนอันก็ไม่ต่างอะไรกับหีบสมบัติ มีค่าสำหรับประธานจาง แต่ไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้นี้!

     

    “ฉันจะแยกไปตรวจสอบสถานการณ์เพื่อประเมินอีกที หน้าที่ระวังภัยให้เป็นของ....”

                

    นักล่าทั้งสองเตรียมแบ่งงานกันไป ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ถ้าพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังต่อสู้อยู่กับอะไร มันจะทำให้เรื่องยากขึ้นไปอีก แต่น่าเสียดายที่พวกเขายังช้าเกินไป อีกทั้งร่างทดลองก็มีความแค้นฝังหุ่นกับนักวิจัยที่อยู่ห้องข้างๆนี้ ดังนั้น...ก่อนจะเล่นสนุกกับทุกคนจนทำให้เสียเวลา มันวางแผนที่จะลากเอาเป้าหมายไปทรมานก่อน ส่วนนักวิจัยคนอื่นๆ อยากจะเล่นสนุกเมื่อไรก็ได้ทั้งนั้น

                

    ตู้ม!!!

                

    ผนังห้องข้างๆถูกต่อยจนเกิดรอยหมัด หัวที่แตกละเอียดของนักวิจัยคนหนึ่งทะลุออกมา ซึ่งหลังจากที่ร่างนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น แสดงให้เห็นใบหน้าโหดเหี้ยมของร่างทดลองจนนักวิจัยที่อยู่ในห้องเดียวกับซูหยวนกรีดร้องออกมาแล้วหมดสติไปเพราะความกลัว

     

    “ฮี่ๆ ไม่ต้องกลัว...พวกแกก็จะเป็นของเล่นชิ้นต่อไปเหมือนกัน” มันข่มขู่ก่อนจะหันไปจัดการนักวิจัยห้องข้างๆต่อ

                

    ซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย มองการเคลื่อนไหวที่แข็งทื่อแต่ทรงพลังนั้น เข้าใจได้ทันทีว่าร่างทดลองปรับเข้ากับสารอาหารสังเคราะห์และพลังงานแปลกๆนั้นได้แล้ว โดยการยกระดับกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรงมากกว่าปกติ ดังนั้นมันจึงไม่กลัวว่าจะถูกโจมตียังไง

                

    ไม่สิ! ไม่ใช่ว่าไม่กลัวถูกโจมตียังไง แต่ต้องบอกว่าการโจมตีส่วนใหญ่ยังสร้างบาดแผลให้มันไม่ได้มากกว่า

     

    “กล้ามเนื้อกลายเป็นเกราะให้มันสินะ แถมยังมีพลังกายสูงมากจนทำลายกำแพงได้ด้วย เจ้าร่างทดลองในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับกระทิงหินเลย”

     

    “ชิ! ถ้ามันเหมือนกระทิงหินล่ะก็...พวกเราคงลำบากแล้ว” เพราะต่อให้พวกเขาเป็นนักล่าระดับสูงขององค์กร แต่ตอนที่ล่านั้นไม่ได้ล่าเพียงลำพังเสียหน่อย 

                

    ถ้าเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งน้อยกว่านี้ พวกเขาอาจจะพอจัดการด้วยตัวคนเดียวได้ ทว่ากระทิงหินล่ะ?

     

    “นักเรียนอัน ฉันจะพาเธอหนี!” สองคนพยักหน้าให้กันก่อนที่คนหนึ่งจะพูดขึ้น

                

    นักล่าคนนี้มีความเร็วในการเคลื่อนไหวสูงกว่าอีกคน ดังนั้นจึงเป็นเขาที่รับผิดชอบพาซูหยวนหนี ในขณะที่อีกคนจะต้องคอยระวังหลังให้ ไม่ปล่อยให้เจ้าร่างทดลองตามมาง่ายดายเกินไป

     

    ……………………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน