ตอนที่ 4
โลหิตแห่งฟินิกซ์
แสงอาทิตย์ยามรุ่งส่องรำไรอยู่ที่ปากถ้ำสะท้อนไอขาวที่แผ่พุ่งออกมาจากภายใน ดูลึกลับน่าค้นหา และไม่นานผู้ฝึกตนพเนจรคนหนึ่งก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าปากถ้ำเมื่อสังเกตเห็นไอเย็นที่แผ่พุ่งออกมามันก็กระชับดาบในมือแน่น ก่อนจะค่อย ๆก้าวเข้าไปด้านในอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน"ผู้ฝึกตนพเนจรมองดูก้อนน้ำแข็งสูงชิดเพดานถ้ำ ที่ด้านในมีเด็กหนุ่มเปลือยร่างท่อนบนบริเวณใบหน้าถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ จนมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดตานักก่อนจะละสายตาไปสำรวจมองยังก้อนน้ำแข็งั์ซึ่งเป็ต้นเหตุของไอเย็นที่แผ่ออกไปยังเบื้องนอก
แม้ผู้ฝึกตนพเนจรจะสงสัยเป็อย่างยิ่ง แต่สัญชาตญาณเตือนว่ามันไม่ควรไปััถูกน้ำแข็งใหญ่ก้อนนั้นผู้ฝึกตนพเนจรจึงละสายตาเปลี่ยนเป็มองสำรวจไปยังรอบ ๆที่ผนังถ้ำด้านที่ไกลออกไปปรากฏโสมต้นใหญ่สูงราวหนึ่งฟุตจมอยู่ในผนังหินเนื้อโสมเป็สีแดงสดราวโลหิต แม้จะมีร่องรอยความเสียหายอยู่บ้างแต่รูปร่างของโสมยังคงสมบูรณ์กว่าเก้าในสิบส่วน
"โสมเพลิงโลกันตร์" ผู้ฝึกตนพึมพำกับตัวเองรอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของมันอย่างไม่อาจระงับเพราะโสมเพลิงโลกันตร์เป็โอสถอันแสนล้ำค่า แม้แต่ตลาดประมูลในเมืองใหญ่เช่นเมืองหยกม่วงยังมิเคยปรากฏให้เห็นมาก่อนแม้มันจะก้าวเข้าสู่ขอบขั้นของผู้ฝึกตนแรกธรรมชาติขั้นต้นมาแล้วหลายสิบปีแต่หากนับรวมมูลค่าสมบัติที่เคยผ่านมือมาทั้งหมด เอามากองรวมกันตรงหน้ายังมีมูลค่าไม่เท่าหนึ่งในสิบของโสมเพลิงโลกันตร์ที่สมบูรณ์เพียงต้นเดียวด้วยสรรพคุณธาตุเพลิงหยางอันร้อนแรง และบริสุทธิ์ซึ่งเหมาะกับผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญการใช้ไฟคุณค่าที่อัดแน่นของมันยังช่วยผู้ฝึกตนขั้นขอบปลายของลมปราณแรกธรรมชาติทะลวงผ่านไปสู่ขั้นเชื่อมฟ้าดินได้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนเข่นฆ่ากันเพียงเพื่อแย่งชิงเ้าสิ่งนี้อย่างมิต้องสงสัยดังนั้นแม้มันจะมีวาสนาได้แต่คงไม่มีโอกาสได้ใช้ ผู้ฝึกตนพเนจรจึงมีความคิดว่าจะเก็บซ่อนเ้าโสมเพลิงโลกันตร์ต้นนี้ก่อนจะเดินทางไปยังเมืองใหญ่ทางภาคกลาง และแลกเปลี่ยนเป็ยาบำรุงปราณขั้นสูงและของวิเศษต่าง ๆ แทนซึ่งน่าจะเป็วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ฝึกตนลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นเช่นตัวเอง
แต่เมื่อผู้ฝึกตนพเนจรเคลื่อนเข้าไปใกล้โสมเพลิงโลกันตร์สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างขาวผ่องในชุดสีดำแม้ครึ่งซีกด้านข้างจะถูกผ้าคลุมผมตกห้อยลงมาปิดบังเอาไว้แต่ครึ่งซีกด้านล่างก็เพียงพอจะสั่นสะท้านจิตใจของชายหนุ่มทั่วทั้งปฐีความงามของเด็กสาวทำเอาผู้ฝึกตนพเนจรมองตาไม่กะพริบ ลมหายใจติดขัดชะงักค้างไปวูบหนึ่งสายตาสำรวจจ้องไปยังร่างกายของเด็กสาวจนทั่วก่อนที่มันจะกระเดือกน้ำลายเหนียวลงไปในลำคอ แม้ในชีวิตจะผ่านสตรีมามากมายแต่ความงามของเด็กสาวที่นอนนิ่งอยู่เบื้องหน้านั้นเกินกว่าที่มันจะจินตนาการได้
...ผู้ฝึกตนพเนจรได้แต่คิดในใจว่านางงดงามราวกับเทพธิดาจำแลงลงมายังพื้นพิภพ
"เก็บโสมเพลิงโลกันตร์ก่อนดีกว่า" แม้จะหลงติดอยู่กับความงามครู่หนึ่งแต่มันยังรู้จักชั่งเื่ราวหนักเบาเพราะหากปล่อยวัตถุวิเศษล้ำค่าให้ล่อตาล่อใจเช่นนี้ หากมีผู้ผ่านเข้ามาพบคงเกิดการต่อสู้แย่งชิงอย่างแน่นอน แต่หญิงสาวที่นอนหมดสติอยู่นั้นแตกต่างหากมันไม่ได้ และเกิดเหตุไม่คาดฝันยังคงมีช่องทางหลบหนีไปได้
โสมเพลิงโลกันตร์ที่สิ้นพลังชีวิตแล้ว ถูกดึงออกจากผนังหินอย่างง่ายดายไม่ต่างกับการถอนรากไม้ออกจากพื้นดินผู้ฝึกตนพเนจรไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของรากฝอยของมันในตอนที่ถอนดึงมากนักเพราะเขารู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตวิเศษ แม้จะเป็เพียงแค่รากฝอยที่เล็กจิ๋วก็เหนียวแน่นคงทนไม่ต่างกับด้ายทอง ดังนั้นแม้จะใช้แรงในการถอนดึงมากแค่ไหนมันก็จะไม่หลุดขาดออกไปโดยง่าย
เมื่อโสมเพลิงโลกันตร์ถูกยัดลงไปในกระเป๋ามิติเรียบร้อยแล้ว ผู้ฝึกตนพเนจรก็เปลี่ยนเป้าหมายไปยังร่างไร้สติของหนิงเซียนในทันทีแต่ไม่ทันที่มันจะได้ััถูกร่างของเด็กสาวที่ด้านหน้าถ้ำก็ปรากฏชายวัยกลางคนอีกผู้หนึ่ง รูปร่างสูงสง่าใบหน้าคมคายคล้ายบัณฑิตคงแก่เรียน แม้รอบกายจะไม่มีรัศมีลมปราณแผ่พุ่งออกมาแต่หากจ้องมองดูให้ชัดตา ชายคนนี้กลับดูลึกล้ำจนสุดหยั่งคาด
"เฮ้อ" ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาวชุดขาวปลอดพลิ้วไหวสะบัดไปมาแม้จะไร้ซึ่งลมพัดโบกทำให้ผู้ฝึกตนพเนจรจ้องด้วยดวงตาไม่เป็มิตรนัก
"เ้าเข้ามาทำอะไรในนี้" ชายวัยกลางคนชุดขาวเอ่ยถามเสียงห้วน ราวกับไม่เห็นผู้ฝึกตนลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นในสายตา
"หึ" ผู้ฝึกตนพเนจรลอบใช้พลังสำรวจดูก็พบว่าผู้มามีพลังเพียงแค่ขั้นพื้นฐานลมปราณระดับห้าหรืออย่างเก่งก็อยู่ในขอบขั้นของการผสานชีพจร(ครึ่งก้าวก่อนทะลวงสู่ลมปราณแรกธรรมชาติ) เท่านั้น แต่กลับทำยโสต่อหน้ามันซึ่งมีระดับฝึกฝนที่สูงล้ำกว่า"ข้าว่าทางที่ดีเ้ารีบหลบไปดีกว่า ตอนนี้ข้ายังอารมณ์ดีอยู่ หาไม่แล้ว"ผู้ฝึกตนพเนจรทำท่าเชือดคอส่งไป
"หาไม่แล้ว"คำพูดทวนซ้ำของชายชุดขาวหลุดจากปากร่างของบุรุษในชุดขาวก็เคลื่อนผ่านผู้ฝึกตนพเนจรไปในคราเดียว พร้อมด้วยศีรษะที่ล่วงตกลงบนพื้นของมันไม่มีเืแม้สักหยดกระเซ็นออกมา เพราะปากแผลล้วนถูกเผาไหม้จนเกรียมและปิดสนิทในทันทีที่ถูกสังหาร
ชายชุดขาวหาได้สนใจร่างไร้ิญญาที่ล้มลงเื้ัเขารีบตรงไปดูอาการของหนิงเซียน แต่เมื่อใช้ลมปราณสำรวจดูก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะเด็กสาวหาได้มีอาการาเ็แต่ตรงกันข้ามพิษเพลิงไฟที่คั่งค้างจากการใช้โอสถเสริมธาตุเปลวเพลิงมากเกินไปกลับมลายหายไปสิ้น ชีพจรที่ยากทะลวงก่อนหน้า กลับถูกกรุยทางจนสะดวกโล่งแม้ไม่ต้องอาศัยโอสถที่ปรุงกลั่นจากโสมเพลิงโลกันตร์เด็กสาวก็ยังคงไม่มีการตีบตันจากขีดขั้นของคอขวดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแต่เหตุผลที่เด็กสาวหมดสติไปล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพลังภายในที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทำให้ร่างกายของเด็กสาวที่อ่อนเพลียจากการพลัดหลงกันอยู่ก่อน ไม่อาจทานทนได้
ทันทีที่ชายในชุดขาวรับรู้สาเหตุก็ยัดยาฟื้นปราณระดับสูง...โอสถทองคำใส่ปากงามของเด็กสาวเพียงครู่เดียวขนตางอนก็ค่อย ๆ สั่นระริก และดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง
"อาจารย์! " หนิงเซียนะโเรียกทันทีที่ฟื้นสติและมองเห็นหน้าผู้เป็อาจารย์ถนัดตาหล่อนเหม่อมองไปรอบ ๆ ถ้ำก่อนจะพบร่างไร้ิญญาของชายคนหนึ่ง ในใจก็สวดภาวนาว่าอย่าเป็เด็กหนุ่มคนเมื่อคืนและเมื่อสำรวจมองไปที่ศีรษะซึ่งกลิ้งตกไปอีกทาง แม้จะรูสึกกลัวอยู่เล็กน้อยแต่หล่อนก็เบาใจขึ้นว่าผู้ตายไม่ใช่เด็กหนุ่มที่รู้สึกถูกชะตาแต่แล้วหล่อนก็รู้สึกถึงความเย็นทีแผ่ออกมาและแน่นอนว่าหนิงเซียนย่อมตกตะลึงกับก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาซึ่งแช่แข็งเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าไหม้เกรียมซีกหนึ่งแม้เมื่อคืนหล่อนจะเห็นหน้าของเสวี่ยิได้ไม่ชัดนัก แต่หนิงเซียนก็มั่นใจว่าเขาคือเด็กหนุ่มคนเดียวกับที่สนทนากับหล่อนเมื่อคืน"อาจารย์...ท่านช่วยเขาได้ไหม"
ชายในชุดขาวไม่เอ่ยถามแม้สักครึ่งคำ ใช้มือแตะัักับก้อนน้ำแข็งหนาควันสีขาวพวยพุ่งออกมา ก่อนจะลอยหายออกไปยังเบื้องนอกร่างที่เปียกปอนของเสวี่ยิร่วงหล่นลงสู่พื้นชีพจรเต้นอ่อนจนแทบจะหยุดนิ่งลงได้ทุกเมื่อ "เด็กหนุ่มคนนี้ถูกโจมตีที่ชีพจรหัวใจโดยตรง แต่เพราะน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างเอาไว้ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่ได้"ผู้เป็อาจารย์เอ่ยด้วยเสียงดัง เพื่อให้หนิงเซียนได้เรียนรู้ไปในด้วย"หากดูจากร่องรอยไหม้บนใบหน้า บวกกับแผลที่แขนและหน้าอกเ้าหนุ่มนี่คงต่อสู้กับโสมเพลิงโลกันตร์อย่างไม่ต้องสงสัย"อาจารย์ของหนิงเซียนหันไปมองที่เด็กสาวแวบหนึ่ง "เ้าหมดสติก่อนที่จะเห็นโสมเพลิงโลกันตร์"หนิงเซียนพยักหน้ารับ ก่อนที่อาจารย์ของหล่อนจะเดินไปยังร่างไร้ศีรษะและหยิบกระเป๋ามิติของผู้ฝึกตนพเนจรออกมาเทกระจาดลงบนพื้น
ของมากมายร่วงหล่นลงมา แต่เขาหาได้สนใจ จนกระทั่งโสมเพลิงโลกันตร์หล่นลงมาอาจารย์ของหนิงเซียนจึงเก็บมันขึ้นมาชมดู
"เ้าหนุ่มผู้นี้ ช่างแปลกประหลาดนักดูจากร่องรอยบนตัวโสมเหมือนกับว่าเ้าหนุ่มคนนี้กำลังกัดกันกับโสมเพลิงโลกันตร์และสุดท้ายกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดพ่ายแพ้ทั้งคู่แต่เพราะเหตุใดถึงเป็เช่นนั้น ผู้เป็อาจารย์ก็ไม่อาจให้คำตอบได้" เมื่อเอ่ยจบอาจารย์ของหนิงเซียนก็เดินไปลูบหัวเด็กสาวคราหนึ่งก่อนจะชี้ไปที่ร่างของเด็กหนุ่ม"เ้าหนุ่มนี่ลงทุนเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเ้าแต่มันก็เป็เพียงผู้ฝึกตนระดับต่ำ หามีสิ่งใดน่าสนใจและเ้าอาจจะไม่ได้พบเจอกับมันอีกเลยชั่วชีวิตนี้ เ้ายังยืนยันอยากจะช่วยมันอยู่อีกไหม"อาจารย์ของหนิงเซียนเน้นย้ำประโยคท้ายพร้อมส่งสายตาอ่อนโยนให้กับลูกศิษย์เพียงคนเดียวของมัน
"แม้จะไม่รู้ว่าเขาเป็ใครแต่ในเมื่อเขาเป็ผู้มีคุณข้าก็อยากจะช่วย..."
"ดี...ข้าผู้เป็อาจารย์แม้ไม่เห็นด้วยที่จะให้เ้าสละโลหิตแห่งฟินิกซ์ของตนเองให้กับเขาแต่นั่นเป็เพียงความคิดของอาจารย์แต่ผู้เดียวหากเ้ายินดีจะสูญเสียพลังฝึกตนส่วนหนึ่งไปกับโลหิตแท้ของตัวเองการรักษาชีวิตของเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เมื่อได้รู้เช่นนี้แล้วเ้ายังอยากช่วยมันอยู่อีกไหม"
"โลหิตแท้" หนิงเซียนรู้สึกลังเลเล็กน้อยเพราะโลหิตแท้นั้นสำคัญยิ่งสำหรับสายเืศักดิ์สิทธิ์"ข้าตกลง"
ผู้เป็อาจารย์พยักหน้าสามครา ก่อนจะอมยิ้มส่งให้หนิงเซียน"หนึ่งแย้มยิ้มงดงามบริสุทธิ์ แม้แลกด้วยหมื่นตำลึงทองยังคุ้มค่าเปรียบหนทางยากฟันฝ่า แม้สละชีพหาได้เสียใจ หนิงเซียนเ้าจงจำไว้ ทุกการกระทำแม้ไม่สมเหตุสมผลแต่มีบางสิ่งไม่กระทำแล้วจะติดตรึงขัดข้องไปชั่วชีวิต สู้ทุ่มเทกระทำแม้ไม่คุ้มค่าแต่ก็ไม่มีสิ่งใดให้ติดค้าง นั่นจึงจะเป็วิถีทางแห่งอิสระที่แท้จริง"
"ขอบคุณอาจารย์ที่สั่งสอน" สิ้นคำเอ่ยก็ปรากฏรอยยิ้มงามบนใบหน้าของเด็กสาว เมื่อตัดสินใจได้หล่อนก็ใช้มีดสั้นเฉือนเข้าที่ปลายนิ้วก่อนจะเร่งเร้าลมปราณขับดันโลหิตแท้ออกมาหนึ่งหยด ก่อนยัดเข้าใส่ปากของเสวี่ยิ
ทันทีที่เืของหนิงเซียนเข้าสู่ร่างใบหน้าครึ่งซีกที่ไหม้เกรียมก็หลุดลอกออกในทันทีเผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลายามหลับใหลของเด็กหนุ่ม แม้ไม่เข้าใจว่าเป็เพราะอะไรแต่ใบหน้านั้นกลับตราตรึงประทับอยู่ในจิตใจของนางอย่างไม่รู้ตัว
อาจารย์ของหนิงเซียนมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตาไม่กะพริบ"เ้าหนุ่มนี่ช่างโชคดียิ่งนักโลหิตแท้ของหนิงเซียนหาใช่โลหิตศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป เมื่อมันมีวาสนาได้รับไป เชื่อว่าอนาคตในการฝึกตนของมันย่อมต้องสูงส่งกว่าที่เคยเป็อย่างมิอาจเทียบ"
เมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มดีขึ้นแล้ว ผู้เป็อาจารย์ก็เอ่ยขึ้นอีกครา"ไปกันได้แล้ว"อาจารย์ของหนิงเซียนยัดโสมเพลิงโลกันตร์เก็บเข้าไปในแหวนมิติก่อนจะเดินลิ่วออกไปยังเบื้องนอก ปล่อยให้หนิงเซียนได้ใช้เวลาอีกครู่หนึ่งมองดูร่างที่ค่อยๆ ฟื้นตัวของเสวี่ยิ
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว"หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ" หล่อนปลดผ้าคลุมศีรษะออกก่อนจะเอามันไปวางไว้ที่ข้าง ๆ ตัวของเสวี่ยิ