คำว่า “โครงงานภาษาไทย” ถูกเขียนไว้เด่นเป็สง่ากลางกระดานดำ อาจารย์สมฤทัยอาจารย์ผู้สอนวิชาภาษาไทยยืนยิ้มอยู่กลางห้อง เสียงนักเรียนเริ่มอื้ออึงหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายจุดประสงค์การเรียนรู้จากผู้สอนจบ
“นั่นหมายความว่าเราจะต้องทำโครงงานภาษาไทยเป็งานห้องเพื่อนำเสนอในวันวิชาการใช่ไหมคะ” หมิวเด็กสาวนักวิชาการประจำห้องยกมือถามขึ้นมา
“ใช่จ้ะ เราจะต้องคิดกิจกรรมว่าเราจะทำอะไรในวันนั้น ”อาจารย์สมฤทัยยิ้มและตอบอย่างอารมณ์ดี จะว่าไปครูภาษาไทยที่นี่ใจดีกว่าครูสอนดนตรีเสียอีก
ทำไมมันถึงกลับตาลปัตรได้ขนาดนี้
“นักเรียนจะต้องปรึกษากันว่าจะทำอะไร ครูให้เวลาพวกเราปรึกษากัน” พอครูพูดจบพีทก็ลุกออกมายืนกลางห้องเพื่อทำหน้าที่เป็หัวหน้าห้องที่ดี เพื่อน ๆเริ่มออกความเห็นกัน
“ภาษาไทย เอาเื่อะไรล่ะ มีแต่เื่ยาก ๆ ทั้งนั้น”
“ใช่ ๆ เสนอเื่ประโยคความเดียว ความรวม ความซ้อน เอาไหม”
“เอาเื่ภาษาบาลีสันสกฤตเถอะ หยอดภาษาเขมรกับชวาไปหน่อยนึง”
“ยากไปไหม ขนาดคำไทยแท้ยังไม่รู้เื่ นี่จะเอาบาลีสันสกฤตเนี่ยนะมึนแน่ ๆ ”
ทุกคนต่างถกเถียงเื่กิจกรรมที่จะนำเสนอในวันนั้นจนเสียงดังลั่นสรุปความไม่ได้เพราะต่างฝ่ายต่างแย่งกันพูดแม้ว่าวิชาคณิตศาสตร์จะทำให้แป้งร่ำเข้าขั้นคำว่าโง่ แต่ถ้าภาษาไทยแล้วเธออดที่จะหลงตัวเองไม่ได้ว่าเธอก็เป็หนึ่งในตองอูสำหรับวิชาภาษาแม่ของตัวเอง เธอจะต้องยุติความวุ่นวายทั้งปวงนี้เสียแล้ว
“ เราขอเสนอความคิดได้ไหมหัวหน้า!!!”หญิงสาวะโขึ้นมา ทุกคนเหลียวมองเธอเป็ตาเดียวรวมถึงนายพีทด้วย เขาพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตให้หญิงสาวเสนอความเห็นได้
“เราคิดว่า ภาษาไทยมีทั้งหมด 5 สาระการเรียนรู้เราควรดึงสาระที่ทุก ๆ คนสนใจมา นั่นคือสาระที่ 5 เกี่ยวกับวรรณกรรมวรรณคดี”
“เออใช่” คราวนี้เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มยิ้มออก แป้งร่ำเป่าปากโล่งใจก่อนจะพูดเสนอต่อ
“การวิเคราะห์วรรณกรรมเป็ส่วนหนึ่งของจุดประสงค์การเรียนรู้ในวิชา เราจะเอาจุดนี้นั่นแหละมานำเสนอซึ่งเราควรจะทำให้น่าสนใจนั่นคือเราจะเลือกวรรณกรรมเื่หนึ่งของไทยมาจัดทำเป็ละครเวที”
เพื่อน ๆปรบมือเห็นด้วยดีใจที่เจอทางออกและคาดว่าน่าจะได้รับกระแสตอบรับดี พีทแอบยิ้มมุมปากที่คนตัวเล็กเริ่มมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองถนัด
“ แล้วพวกเราจะแสดงเื่อะไรดีล่ะ” เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นมาแป้งร่ำตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เราขอเสนอเื่ ตราบหัวใจเบื้องภพบรรพ์”
“ ดี ๆ เราเคยอ่าน สนุกมากเลยเื่นี้”
“แล้วจะให้ใครเล่นเป็พระเอก นางเอกล่ะ”
เพื่อน ๆ เริ่มให้ความสนใจ แสดงความคิดเห็นกันต่าง ๆ นานาจนเสียงเซ็งแซ่ไปทั่วห้อง
“งั้นให้ทุกคนโหวตนักแสดงแล้วกัน” พีทเอ่ยขึ้น และทุกคนต่างเห็นด้วย
การโหวตเริ่มขึ้นอย่างเข้มข้น ตำแหน่งพระเอกจะเป็ใครไม่ได้นอกจากนายพิทยะหัวหน้าห้องสุดหล่อนั่นเอง ซึ่งเ้าตัวได้แต่ถอนหายใจแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็งานห้องที่เพื่อนต่างลงความเห็นแล้วว่าเขาเหมาะสมที่สุดส่วนตำแหน่งนางเอก แป้งร่ำก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มีชื่อเธอปรากฏอย่างแน่นอน ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอไม่น่าจะผ่านเกณฑ์การเป็นางเอกได้เพราะฉะนั้นตำแหน่งนี้จึงตกเป็ของใบเฟิร์นไปอย่างขาดลอย
“ฉันไม่โอเคเลยที่ยัยนั่นจะมาคู่กับพีทของฉัน” กิ่งทิ้งตัวลงนั่งกับม้าหินอ่อนหน้าอาคารอย่างเซ็งๆ
“เอาน่า เป็งานของห้องนะ พระเอกหล่อ นางเอกสวย ใคร ๆ ก็อยากดูจริงมั้ยแป้งร่ำ!” หมิวตบบ่าเพื่อนเป็การปลอบใจในขณะที่แป้งร่ำก็ถอนหายใจแอบหวั่นใจนิด ๆ อยู่เหมือนกัน
“ แต่งานนี้แป้งร่ำได้เป็คนเขียนบทช่วยเขียนบทให้พระเอกกับนางเอกไม่รักกันได้ไหม”
“ จะบ้าเหรอยัยกิ่ง พระเอกกับนางเอกต้องรักกันสิ บทประพันธ์เขาเป็แบบนั้น”แป้งร่ำแอบขำเพื่อน
“ไม่รู้ล่ะ ฉันไม่โอเคกับใบเฟิร์นพีทจะคู่กับใครในโลกหล้านี้ฉันโอเคหมด แต่ยกเว้นคนนี้เท่านั้น”
“พอ ๆ ๆ เลิกคุยยิ่งคุยรังสีความเป็นางอิจฉาในละครมันแผ่จนแสบตาหมดแล้ว ”กุ๊กกิ๊กที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นมาบ้าง แป้งร่ำคิ้วขมวดเมื่อจินตนาการถึงฉากหวานๆ ระหว่างพระเอกนางเอกทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองในใจไม่น้อย
“ฉันจะไปซื้อไอติมกิน ดับความร้อนรุ่มในใจแป๊บนึง” พูดจบ แป้งร่ำก็ลุกพรวดเดินออกไปจนเพื่อน ๆ งง
“มันร้อนรุ่มอะไร”
“ดับความร้อนรุ่มเหรอ ..ไอ้แป้ง!!!รอด้วย ไปด้วย!!” กิ่งวิ่งตามไป
แป้งร่ำและกิ่งยืนต่อแถวที่ยาวเป็หางว่าว
นี่ทุกคนมากินไอติมกันโดยไม่ได้นัดหมายใช่ไหม!!!!
ไม่มีขนมอะไรจะกินกันแล้วใช่ไหม!!!
ใกล้จะถึงแล้วอีกไม่กี่คิว
อีกหนึ่งคิวจะถึงแล้ว
ทว่า......
ผู้ชายข้างหน้าเลือกไอศกรีมนานมาก ทำให้เด็กสาวจ้องมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงนั้น
ยัง...ยังอีก...ยังไม่ซื้ออีก
“ถ้าจะเลือกนานขนาดนี้ก็ซื้อหมดทั้งตู้ไปเลย เดี๋ยวเราช่วยกินเอง” แป้งร่ำชะโงกหน้าไปมอง พูดลอย ๆ เบา ๆ ไม่คิดว่าเขาจะได้ยิน เด็กหนุ่มผงะหันไปมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังพลางยิ้มมุมปาก กลุ่มเพื่อนของเขาเดินเข้ามาหาพอดี
“เฮ้ย!!ไอ้กาย มึงซื้อเสร็จยังวะ พวกกูจะไปแล้ว”
“เสร็จแล้ว” เขายื่นเงินให้พ่อค้าและหอบไอศกรีมขึ้นมาร่วมเป็สิบ ๆ แท่งจนเกือบล้นมือหันไปหาเด็กสาวคนที่พูดลอย ๆ เข้าหูเมื่อครู่นี้ก่อนจะเอาไอศกรีมทั้งหมดนั้นยัดใส่มือแป้งร่ำเธอใและมองเขาอย่างงง ๆ
“อะ...อะ...อะไรเนี่ย”
“ช่วยเรากินด้วยละกัน” พูดจบ เด็กหนุ่มก็เดินยิ้มจากไป เธอมองตามเขาและมองไอศกรีมในมือทั้งสองข้างของเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นึกต่อว่าตัวเองในใจที่ไม่น่าพูดพล่อยๆ ออกไปเลย
เยอะขนาดนี้ใครจะกินหมดวะ!!!!
“ เฮ้ย!! ไอ้แป้ง คนเมื่อกี้คือนักกีฬาของโรงเรียนเลยนะ ชื่อกายอยู่ห้องเจ็ด” กิ่งะโพรวดเข้าไปหาแป้งร่ำที่หอบไอศกรีมอยู่เต็มมือ
“ไม่รู้อะไรทั้งนั้น รู้อย่างเดียวว่าจะกินหมดนี่ได้ยังไงเพราะอีกห้านาทีจะหมดเวลาพักแล้ว”
“จริงด้วย!!!งั้นก็รีบกินสิ”
แป้งร่ำวิ่งเอาไอศกรีมแจกจ่ายให้เพื่อน ๆและรีบกินจนความเย็นแทบจะบาดคอ พลางนึกถึงนายคนนั้นแล้วยิ่งทำให้เธอรู้สึกเจ็บแค้นนิดๆ
ฝากไว้ก่อนเถอะ นายตู้ไอติม
หลังจากอาจารย์ประจำวิชาสุขศึกษาให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดเสร็จก็อนุญาตให้เด็กๆ สะสางงานต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย จู่ ๆ เสียงสะอื้นไห้ของใครบางคนดังเล็ดลอดออกมาพีทลดหนังสือการ์ตูนที่กำลังอ่านและปรายตามองที่มาของเสียงสะอื้นที่นั่งอยู่ด้านข้างของเขาแป้งร่ำปาดน้ำตาไปขณะที่อ่านนิยายเื่ตราบหัวใจเบื้องภพบรรพ์อย่างเอาเป็เอาตายเขาขมวดคิ้วมุ่น ความสงสัยบังเกิดขึ้น ว่าเพื่อนสาวผู้นี้จะอินอะไรกับนิยายนักหนา
“พระพายพัด เย็นระรื่น ค่ำคืนนี้ ยามราตรีใต้ปีกไพร พรมพฤกษา
ในหทัย เต้นระรัว พะพร่ำมา ดั่งใครพา จิตเคลิ้ม ครั่นคร้ามทรวง”
เธออ่านบทกลอนในเื่ออกมาอย่างเพ้อ ๆ
“เป็อะไรของเธอ” เสียงทุ้มต่ำนิ่ง ๆ ของเขา บ่งบอกให้คนฟังรู้สึกได้ว่าเขาไม่มีความสุนทรียะในบทประพันธ์ใด ๆ จากตัวอักษรเอาเสียเลย
“ สนุกมากจนวางไม่ได้แบบนี้ฉันรู้สึกอยากจะเขียนบทให้จบภายในคืนนี้เลยทีเดียวรับรองนายจะกลายเป็พระเอกที่สมบูรณ์แบบมากถ้านายเล่นได้สมบทบาทตามท้องเื่”
เขาวางหนังสือการ์ตูนลงบนโต๊ะหันมามองหญิงสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามเคย
“แต่ถ้าเขียนอะไรเพ้อเจ้อมาให้ฉันแสดง ฉันเอาเธอตายแน่ !”
เหมือนเป็คำขู่จากเขา หญิงสาวสะดุ้งเฮือก กลืนน้ำลายลงคอ พลางยิ้มแหยๆ ให้เขา เพราะสิ่งที่เธอเขียนเสร็จก่อนหน้านี้คือฉากรักหวานซึ้งตามบทประพันธ์ซึ่งปรากฏอยู่หลายฉากเลยทีเดียว
กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5 ใช้เวลาว่างในการซักซ้อมบทละครเวทีอย่างขะมักเขม้นทุกคนดูตั้งใจกับการทำงานชิ้นนี้โดยเฉพาะใบเฟิร์นที่ดูถูกอกถูกใจกับบทบาทที่ได้รับจนกิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนี่คืองานห้อง
“พี่พันสัญญาแล้ว ห้ามผิดสัญญาเด็ดขาด” ใบเฟิร์นกำลังพูดต่อบทกับพีท
“จงรู้ไว้เถิดหนาเ้าคือแม่หญิงเพียงผู้เดียวที่ได้หัวใจของไอ้พันคนนี้ไปหากแม้จะกี่ภพชาติ พี่ก็จักรักเพียงแต่เ้า มะนันดา ยอดรักของพี่” ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกซู่ ทันทีที่อ่านจบ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะถือบทของตัวเองเดินไปหาแป้งร่ำอย่างเอาเื่
“ทำไมต้องให้ฉันพูดอะไรแบบนี้ด้วย รู้ไหมว่ามันเลี่ยน”
“เดี๋ยว ๆ ๆ นายใจเย็น ๆ ก่อนในบทประพันธ์เขาเขียนไว้แบบนั้นจริง ๆ”
“เปลี่ยนบทพูดให้ฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่เปลี่ยน ! นายเป็นักแสดงก็ต้องแสดงตามที่คนเขียนบทเขียนสิ”นาน ๆ แป้งร่ำจะเป็ฝ่ายเถียงเขากลับไปบ้าง
“ใช่ ! พีท บทที่แป้งร่ำเขียนขึ้นมาก็เอามาจากในบทประพันธ์ทั้งนั้นเราเปลี่ยนอะไรมากไม่ได้หรอก” หมิวที่ทำหน้าที่เป็ผู้กำกับเอ่ยขึ้น
“ เธอไม่อยากพูดคำหวาน ๆ พวกนี้ออกมา เพราะเราไม่ใช่คนที่เธออยากจะพูดคำเหล่านี้ด้วยใช่ไหมล่ะ”ใบเฟิร์นเดินเข้ามาหน้างอ เพราะซ้อมั้แ่เช้ายันเย็นเขาก็เอาแต่อ่านบทโดยไร้อารมณ์อินเนอร์แทบไม่มีเลย
“ก็แล้วแต่เธอจะคิด” ชายหนุ่มถอนหายใจ เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินออกไป ทุกคนมองตามพีท บางทีก็เดาใจเขาไม่ถูกบทจะเื่มากก็เื่มากจนจะเข้าใจยาก
“ทำไงล่ะทีนี้ เจอพระเอกเื่มากแล้วไง” หมิวเท้าสะเอวขึ้นมาแป้งร่ำถอนหายใจพลางกัดปากตัวเองเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหัวหน้าห้องที่ดูมีความรับผิดชอบดีเด่นแต่มาตายน้ำตื้นเพราะไม่อยากเข้าฉากหวานๆ กับนางเอก
“ฉันจะลองไปพูดกับนายนั่นเอง”แป้งร่ำพูดอย่างหนักใจแต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เพราะอีกไม่กี่อาทิตย์จะต้องแสดงแล้วเธอเดินไปหาเขาที่หนีมาเล่นบาสอยู่กับเพื่อน ๆ ของเขา
“นายพีท!!!มาคุยกันก่อนได้ไหม” แป้งร่ำะโพูดแข่งกับเสียงกระทบของลูกบาสที่ดังก้องไปทั่วโรงยิมพีทปรายตามองเล็กน้อย รู้ดีว่าที่คนตัวเล็กมาหาเพราะเื่อะไร เขาหันไปชู้ตบาสต่อโดยไม่สนใจเธอเลยสักนิด
“มาคุยกันก่อน คุยด้วยเหตุผล มันเป็งานห้องนะ แล้วอีกอย่างนายเป็หัวหน้าด้วย”
ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะไม่ได้ฟังในสิ่งที่เธอพยายามพูดเลยแป้งร่ำเริ่มหัวเสียที่เขาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ที่เธออุตส่าห์เดินตามเขามาถึงที่นี่ จึงเดินเข้าไปในสนามบาสเสียเลย
“ นายพีท! เพื่อห้องของเราทำไมนายถึงทำไม่ได้ล่ะ”
แป้งร่ำวิ่งตามเขาที่กำลังเลี้ยงลูกบาสอย่างชำนาญและคล่องแคล่ว
“หยุดเล่นแล้วคุยกันก่อนได้ไหม”
เธอพยายามเข้าไป จังหวะนั้นเองฝ่ายตรงข้ามปัดลูกบาสลอยละลิ่วพุ่งตรงไปที่เด็กสาวทุกคนในสนามร้องเสียงหลง พีทตาโตใรีบพุ่งไปหาเธอ แต่ไม่ทันแล้วลูกบาสนั่นลอยมากระทบกับหัวของแป้งร่ำอย่างจังจนร่างบางกระเด็นล้มลงไปกับพื้น
“โอ๊ย!!!”
เหมือนโลกนี้มืดมนไปชั่วขณะ ความมึนเมื่อครู่ค่อย ๆเปลี่ยนเป็ความระบมแทน เด็กสาวไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นรอบข้าง รู้เพียงแต่ว่าร่างของเธอกำลังถูกใครบางคนอุ้มและวิ่งไปอย่างรวดเร็วตลอดเส้นทางเธอได้ยินคนผู้นั้นร้องเรียกเธอตลอดเวลา
“แป้งร่ำ ฟื้นสิ!! แป้งร่ำอย่าเป็อะไรนะ! ฟื้นสิ ยัยเกรมลินส์!!!!”
ร่างบางนอนเหยียดยาวอยู่ในห้องพยาบาล ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนที่พีทนั่งอยู่ข้างๆ เธอแบบนั้น เขามองแผลฟกช้ำบนหน้าผากของเธออย่างรู้สึกผิด ไม่มีใครสังเกตเห็นความห่วงใยที่ฉายอยู่ในแววตาคู่คมของเขา
ไม่รู้ว่าความจริงหรือความฝัน เสียงใครบางคนลอยมาจากที่ไกล ๆ แป้งร่ำพยายามที่จะลืมตาขึ้นมาให้ได้แต่ความง่วงของฤทธิ์ยามีอานุภาพมากเหลือเกินเธอเงี่ยหูฟังเหมือนทุกอย่างอยู่ในภวังค์
“ขอโทษ! เื่บทนั่น ฉันไม่สามารถพูดอะไรแบบนั้นกับคนที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยได้ ถ้าเปลี่ยนนางเอกเป็...จะได้ไหม”
อะไรนะ...
เปลี่ยนเป็ใครนะ
พูดใหม่สิ... ฉันฟังไม่ถนัด