บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็ตัวร้าย
เมืองเมฆาคราม
งานชุมนุมใหญ่ของสำนัก
เฟิ่งชิงหร่านรู้สึกปวดศีรษะจากเสียงจ้อกแจ้กจอแจ กลุ่มผู้ฝึกตนที่จะเป็ผู้ยิ่งใหญ่ของแดนเซียนในภายหน้า ยามยังเยาว์วัยกลับพูดจาไม่หยุดปากเช่นนี้
ทันใดนั้น
เฟิ่งชิงหร่านรู้สึกว่ามีคนกำลังดึงแขนเสื้อของนาง เมื่อก้มมองลงไปก็พบว่าเป็เด็กหญิงตัวน้อย เด็กหญิงกล่าวเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลว่า “พี่หญิง ท่านอยากเข้าร่วมสำนักกระบี่์หรือไม่”
หืม?
เฟิ่งชิงหร่านชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะตระหนักได้อย่างฉับพลันว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นางเอกในนิยาย… ‘ซูเยียนหราน’ อย่างแน่นอน!
สามวันก่อน นางตื่นขึ้นมาและพบว่าตนเองได้เข้าไปอยู่ในนิยาย กลายเป็นางร้ายในเื่ นามว่า ‘เฟิ่งชิงหร่าน’
ตามเนื้อเื่เดิม เมื่ออายุสิบเอ็ดขวบ เฟิ่งชิงหร่านก็เข้าร่วมการทดสอบเข้าสำนัก แต่เนื่องด้วยพร์สามัญจึงถูกคัดออก ซูเยียนหรานผู้มีจิตใจเมตตาได้ใช้สิทธิพิเศษในฐานะผู้ชนะอันดับหนึ่ง พานางเข้าสู่สำนักกระบี่์
หลังจากเข้าสู่สำนักกระบี่์ นางกลับไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ แต่กลับอิจฉาริษยานางเอก ภายนอกแสร้งแสดงออกว่าสนิทสนมกับนางเอกราวกับพี่น้อง แต่ลับหลังกลับคอยวางแผนทำร้ายนางเอกอยู่เสมอ
ถึงขั้นวางยาพิษให้นางเอกอยู่หลายครั้ง จนเกือบทำให้นางเอกเสียชีวิต
หลังจากเื่เหล่านี้ถูกเปิดโปง นางก็ยังไม่สำนึกผิด กลับไปร่วมมือกับเผ่ามาร ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักคนอื่น ในที่สุดนางเอกก็ทนไม่ไหว จึงทำลายพลังวิชาของนาง และขับไล่นางออกจากสำนักกระบี่์
ทันทีที่นางถูกขับออกจากสำนัก นางก็ถูกผู้ที่หลงรักนางเอกจับตัวไปขังไว้ในคุกใต้ดินและทรมานอย่างทารุณ จากนั้นพวกเขาก็ตัดแขนขาทั้งสี่ของนาง พร้อมทั้งควักเอารากิญญาของนางออกมา แล้วโยนร่างของนางไปที่เขาด้านหลังให้สัตว์ป่ากิน
ผลลัพธ์สุดท้ายนั้นถือว่าน่าสยดสยองอย่างยิ่ง ดังนั้นสิ่งแรกที่นางทำเมื่อเข้ามาในนิยายก็คือ การหลีกเลี่ยงนางเอกในการทดสอบเข้าสำนัก
ใครจะคิดว่าเมื่อนางไม่ไปหานางเอก นางเอกกลับมาหานางเสียเอง
นางสงสัยว่านางเอกเป็สุนัขหรือไม่ มิเช่นนั้นจมูกจะไวได้ขนาดนี้ได้อย่างไร
ซูเยียนหรานรออยู่ครู่ใหญ่ เมื่อเห็นเฟิ่งชิงหร่านไม่กล่าวอะไร จึงเอ่ยปากอีกครั้ง “พี่หญิง ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าเป็ที่หนึ่งในการทดสอบครั้งนี้ สามารถพาคนเข้าสำนักได้อีกหนึ่งคน พี่หญิงยินดีจะไปกับข้าหรือไม่?”
เฟิ่งชิงหร่านกลอกตา ไม่มีทางที่นางจะกังวลหรอก นางไม่ได้คิดจะไปสำนักกระบี่์อยู่แล้ว
นางเป็ตัวร้ายที่ชั่วช้า หากติดตามนางเอกไป นั่นไม่ใช่การไปเป็คนโง่เขลาอย่างชัดเจนหรอกหรือ!?
เฟิ่งชิงหร่านรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งที่ตนเองได้ข้ามมิติมาก่อนที่เื่ราวจะเริ่มต้น ทำให้สามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้อย่างอิสระ
ซูเยียนหรานเห็นเฟิ่งชิงหร่านไม่สนใจนางเลย ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางก็หม่นหมองลงทันที แต่เมื่อเห็นกำไลหยกบนข้อมือของเฟิ่งชิงหร่าน นางก็นึกถึงจุดประสงค์ของตนเอง จึงยิ้มและเอ่ยปากขึ้นว่า “พี่หญิง เหตุใดท่านจึงไม่สนใจข้าเล่า?”
“ข้าแซ่เฟิ่ง ส่วนเ้าแซ่ซู และข้าอายุน้อยกว่าเ้าหนึ่งเดือน”
เฟิ่งชิงหร่านพยายามดึงแขนเสื้อของนางออกจากมือของซูเยียนหราน แต่กลับพบว่าซูเยียนหรานกลับจับแน่นขึ้นไปอีก
ซูเยียนหรานกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยสายตาไร้เดียงสา มองไปที่เฟิ่งชิงหร่าน “พี่หญิง ท่านเกลียดข้าใช่หรือไม่?”
‘แหวะ!’
เฟิ่งชิงหร่านแทบจะอาเจียนออกมา นางคิดในใจว่า ‘เ้าจะไปรังควานผู้อื่นไม่ได้หรือ!’
เฟิ่งชิงหร่านคิดว่าด้วยท่าทีเช่นนี้ของนาง ซูเยียนหรานคงจะจากไปเอง แต่ไม่คาดคิดว่าซูเยียนหรานจะยังคงหน้าด้านพยายามชักชวนนางให้เข้าร่วมสำนักกระบี่์
เมื่อซูเยียนหรานได้ยินเสียงอาเจียนของเฟิ่งชิงหร่าน สีหน้านางก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาที่หลุบต่ำวาบไปด้วยแววอาฆาต
‘เฟิ่งชิงหร่านช่างไม่รู้จักบุญคุณเสียจริง กล้าดูิ่ข้าถึงเพียงนี้ รอให้ได้กำไลหยกมาแล้ว ข้าจะให้คนสกุลซูจัดการเฟิ่งชิงหร่านเสีย’
“เ้าจงเลิกล้มความคิดนั้นเสียเถิด ข้าจะไม่ไปสำนักกระบี่์กับเ้าเด็ดขาด!” เฟิ่งชิงหร่านกระชากแขนเสื้อกลับมาอย่างแรง
‘หากรักชีวิต อย่าเข้าใกล้นางเอกเด็ดขาด!’
เมื่อนึกถึงจุดจบอันน่าสยดสยองของตัวละครนี้ในนิยาย เฟิ่งชิงหร่านก็รู้สึกหนาวสะท้าน
ซูเยียนหรานสามารถฝึกตนจนบรรลุได้ด้วยวิธีใดก็ได้ แต่เพียงอย่างเดียวที่นางไม่สามารถทำได้คือการเหยียบย่ำผู้บริสุทธิ์เพื่อขึ้นสู่์
เมื่อครั้งที่นางอ่านนิยายเื่นี้ นางไม่ชอบมุมมองของนางเอกในเื่เป็อย่างมาก นางก็คิดไม่ออกเช่นกันว่า ทั้ง ๆ ที่ตัวเอกทัศนคติแน่เช่นนี้ แล้วไฉนนางถึงได้อดหลับอดนอนอ่านจนจบอีก?
แล้วเื่น่าเศร้าก็คือ หลังจากนางหลับไปแล้วตื่นขึ้นมา ตัวนางเองกลับกลายเป็ตัวละครหญิงที่น่าสงสารในนิยายเสียเอง
ดวงตาของเฟิ่งชิงหร่านเริ่มเ็าลง นางจะไม่มีวันยอมเป็เครื่องมือบนเส้นทางการบำเพ็ญเซียนของซูเยียนหราน ชีวิตของนางต้องเป็นางที่กำหนดเอง คนอื่นอย่าคิดจะมายุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย!
“เช่นนั้นพี่หญิง ท่านขายกำไลหยกบนมือให้ข้าได้หรือไม่? ข้าชอบมันมาก หากท่านขายให้ข้า ข้าจะให้ศิลาิญญาชั้นต่ำหนึ่งร้อยก้อน เป็อย่างไร?” ซูเยียนหรานเห็นเฟิ่งชิงหรานไม่ยอมอ่อนข้อ จึงเสนอซื้อกำไลหยกโดยตรง
อย่างไรเสีย เฟิ่งชิงหร่านดูยากจนข้นแค้น คง้าศิลาิญญามาก นางให้ศิลาิญญามากขนาดนี้ เฟิ่งชิงหร่านต้องยอมขายให้นางอย่างแน่นอน
และนางต้องรีบเอาของให้ได้ก่อนที่ผู้าุโจะมาถึง ไม่เช่นนั้นหากเฟิ่งชิงหร่านพากำไลหยกชิ้นนี้จากไป นางแทบจะไม่มีโอกาสได้กำไลหยกอีก
“ไสหัวไป!” โทสะที่มิอาจบรรยายได้พลุ่งขึ้นมาในใจของเฟิ่งชิงหร่าน นางคิดว่าคนผู้นี้ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน!
นางมิอาจเข้าใจได้เลยว่าคนเช่นนี้ เหตุใดจึงเป็นางเอกได้?
และอีกประการหนึ่ง นางมีคุณสมบัติอันใดกันเชียวที่จะได้เป็ธิดาแห่งโชคลาภ!?
ในนิยายได้เขียนไว้ว่า กำไลหยกที่อยู่บนข้อมือของเฟิ่งชิงหร่านนั้นเป็สมบัติชิ้นเดียวที่มารดาของนางทิ้งไว้ให้ เฟิ่งชิงหร่านไม่เคยยอมถอดมันออกเลย และยิ่งไม่รู้ด้วยว่ากำไลหยกนี้คือมิติที่มีสมบัติล้ำค่ามากมายอยู่ภายใน
แต่ซูเยียนหรานกลับมองออกถึงความพิเศษของกำไลหยกในทันที นางจึงจงใจพาเฟิ่งชิงหร่านเข้าสู่สำนักกระบี่์ หลังจากนั้นก็อาศัยบุญคุณเพื่อเรียกร้องให้เฟิ่งชิงหร่านมอบกำไลหยกให้แก่นาง
หลังจากที่เฟิ่งชิงหร่านปฏิเสธ ซูเยียนหรานจึงวางยาเฟิ่งชิงหร่าน และฉวยโอกาสในตอนที่เฟิ่งชิงหร่านหมดสติ สับเปลี่ยนกำไลหยก แล้วทำพันธสัญญา
ส่วนเฟิ่งชิงหร่าน นางไม่เคยรู้ความลับเกี่ยวกับกำไลหยกเลย จนกระทั่งตัวตาย
นึกถึงตรงนี้ ร่างกายของเฟิ่งชิงหร่านก็แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ นางจ้องมองซูเยียนหรานเขม็ง แล้วเอ่ยเสียงเย็นว่า “คำถามก่อนหน้านี้ของเ้า ข้ายังไม่ได้ตอบ ยามนี้ข้าจะบอกให้!”
“ข้าเกลียดเ้ามาก เกลียดจนเข้ากระดูก เห็นท่าทางใสซื่อของเ้าแล้วข้ารู้สึก สะอิดสะเอียนยิ่งนัก! ซูเยียนหราน… อยู่ให้ห่างจากข้า ไม่เช่นนั้น ข้าเกรงว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้วฆ่าเ้า!”