ตอนที่ 57 ฮ่าๆ กำลังดูถูกใครอยู่?
“หยุด!”
หลินจิ่วเหนียงพลันหมดความอดทน เอ่ยขัดจังหวะพวกเขา “ไม่ต้องประจบข้าเลย เราทำธุรกิจกันแบบพี่น้องที่เรื่องเงินทองต้องชัดเจน เช่นเดียวกับแม่และลูก ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าก็จะไม่เอาเปรียบพวกเจ้า! “
หลินจิ่วเหนียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ในเรื่องการแบ่งผลกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ข้าจะยึดไว้หกส่วน ส่วนอีกสี่ส่วนที่เหลือ พวกเจ้าสองคนก็นำไปแบ่งกัน แต่พวกเจ้าต้องรับผิดชอบเรื่องทำความสะอาดและขาย คิดว่าอย่างไร?”
หลิวซานนีและหลิวซื่อหลางเบิกตากว้าง ท่านแม่จะให้เงินพวกเขาจริงหรือ?
“อะไรกัน คิดว่าน้อยเกินไปหรือ?” หลินจิ่วเหนียงมีสีหน้าไม่พอใจ “อย่าโลภให้มากนัก ให้คนละสองส่วนก็ถือว่าเยอะแล้ว หากพวกเจ้าคิดจะเอามากกว่านั้น ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าสักอีแปะ และพวกเจ้ายังต้องทำงานตามปกติ”
“ท่านแม่ พวกเราไม่ได้คิดเช่นนั้นขอรับ!”
สองพี่น้องตกใจมาก จนรีบส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องให้เงินเราหรอก ท่านเก็บไว้เถิดขอรับ” หลิวซื่อหลางมองนางด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “ท่านแม่ดูแลเรื่องอาหารและที่พักของเรา หากให้เงินอีกก็ดูจะมากเกินไป อีกทั้งมันยังเป็นความคิดของท่านแม่เองด้วย ดังนั้นเมื่อได้เงินมา แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นของท่านแม่ ข้าไม่ต้องการหรอกขอรับ”
หลิวซานนีพยักหน้าเห็นด้วย การขายเครื่องในรวมมิตรนี้จะทำเงินได้สักเท่าใดกันเชียว? ไม่รู้ว่าเงินที่ได้รับจะเพียงพอสำหรับค่าอาหารในวันนั้นหรือไม่ด้วยซ้ำ
ไม่กี่วันที่ผ่านมา นางกินข้าวที่ไม่ผสมอย่างอื่นเลยทุกวัน จึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อต้องกินข้าว ข้าวในถังเหลืออีกไม่มากแล้ว นางควรเตือนแม่ดีหรือไม่?
หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ นับว่ายังมีจิตสำนึกกันอยู่บ้าง
นางยื่นมือออกไปพูดว่า “ข้าบอกว่าข้าจะจ้างพวกเจ้า จึงต้องจ่ายค่าจ้างให้ พวกเจ้าจะเก็บเงินไว้เองเพื่อใช้เป็นสินสอดทองหมั้นในอนาคต หรือใช้ทำอันใดก็ตามแต่ ข้าไม่สนหรอก”
สองพี่น้องยังคงปฏิเสธ โดยบอกว่าหากหาเงินมาได้ไม่มากนัก ก็ไม่จำเป็นต้องแบ่งปัน ให้ท่านแม่เก็บไว้เลยดีกว่า
หลินจิ่วเหนียงจะให้พวกเขาออกไปทำงาน คิดว่าจะหาเงินได้ไม่มากงั้นหรือ?
ฮ่า ๆ กำลังดูถูกใครอยู่?
เอาเถิด ถึงเวลาพวกเจ้าต้องตกใจแน่
วันรุ่งขึ้นหลินจิ่วเหนียงออกไปแต่เช้า หากนางต้องการเครื่องในหมูสดก็ต้องรีบไปแต่เช้าตรู่ หากนางไปถึงที่นั่นตอนเที่ยง แดดจะแรงมาก ซึ่งจะทำให้กลิ่นเหม็นเน่ากว่าเดิม
เมื่อมาถึงเมือง หลินจิ่วเหนียงก็ตรงไปที่ร้านขายหมูของพ่อค้าเนื้อจาง เมื่อนางเห็นว่าเครื่องในหมูยังอยู่ใต้โต๊ะ นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วถามเพื่อขอซื้อ
“จิ่วเหนียง เจ้าอยากได้อาหารหมาเหล่านี้อีกแล้วหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าพ่อค้าเนื้อจางรู้จักกับหลินจิ่วเหนียง “ที่บ้านเจ้ามีหมาหลายตัวหรือ? หากไม่รีบให้หมากินให้หมดภายในวันเดียวและทิ้งไว้จนถึงวันพรุ่งนี้ เครื่องในหมูเหล่านี้จะมีกลิ่นเหม็นมาก เจ้าเอาของเมื่อวานให้หมากินหมดแล้วหรือ? หากเจ้ายังต้องการเพิ่มอีก เนื่องจากเห็นว่าเจ้าเป็นลูกค้าประจำ เจ้าก็เอาไปบางส่วนเถิด ครั้งนี้ข้าจะไม่เก็บเงินเจ้า”
หลินจิ่วเหนียงส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอของอีกฝ่าย “พ่อค้าเนื้อจาง ข้าอยากได้เครื่องในหมูทั้งหมดนี้ เจ้าคิดว่าราคาเท่าใดจึงจะเหมาะสม?”
ตอนนี้ยังสามารถซื้อได้ในราคาถูก แต่เมื่อนางเริ่มต้นธุรกิจแล้ว วัตถุดิบก็อาจขึ้นราคา
พ่อค้าเนื้อจางเหลือบมองแล้วส่ายหัว “ทั้งหมดเลยหรือ? หากเจ้าต้องการทั้งหมด ให้ข้าสิบอีแปะก็พอแล้ว”
ของพวกนี้ไม่มีใครอยากได้ เดิมทีใช้แค่เลี้ยงหมาเท่านั้น ได้มาสิบอีแปะก็ไม่เลว
หลินจิ่วเหนียงไม่ได้ต่อรองเขา และจ่ายเงินให้ทันที หลังจากให้เงินแล้ว นางก็ขอให้พ่อค้าเนื้อจางช่วยใส่มันลงในตะกร้าของนาง แล้วบอกเขาว่าพรุ่งนี้ให้เก็บเครื่องในหมูไว้ให้นางอีก เพราะนางจะมาซื้ออีกครั้ง
พ่อค้าเนื้อจางมองนางแล้วส่ายหน้า เสียเงินสิบอีแปะเพื่อซื้อเครื่องในหมูไปเลี้ยงหมาเนี่ยนะ
นำสิบอีแปะมาซื้อเนื้อหมูแสนอร่อยของเขาจะไม่ดีกว่าหรือ?
หลังจากออกจากร้านของพ่อค้าเนื้อจางแล้ว หลินจิ่วเหนียงก็ไปที่ร้านขายเนื้ออีกสองร้าน เมื่อนางออกมา ตะกร้าสะพายหลังของนางก็เต็มจนจะล้น กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ฟุ้งไปทั่วตัวนาง
หลินจิ่วเหนียงเอื้อมมือไปปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ เพิ่งเป็นต้นเดือนห้า แต่อากาศกลับร้อนมาก อากาศเช่นนี้ไม่ผิดปกติไปหน่อยหรือ?
นางส่ายหน้าและรีบเดินกลับบ้าน อากาศร้อนและกลิ่นเครื่องในหมูบนหลัง ทำให้หลินจิ่วเหนียงรู้สึกเวียนหัว
ในที่สุดก็กลับถึงบ้าน ก่อนที่นางจะวางตะกร้าลง หลิวซานนีและหลิวซื่อหลางก็เข้ามาล้อมนางทันที จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันยกตะกร้าที่เต็มไปด้วยเครื่องในหมูหนัก ๆ ออกจากหลังนาง
นางไม่จำเป็นต้องสั่ง สองพี่น้องก็ยกมันไปที่บ่อน้ำ
หลินจิ่วเหนียงไม่สนใจพวกเขา และปล่อยให้พวกเขาทำความสะอาด ส่วนนางเดินเข้าบ้านไปทันที สิ่งที่นางต้องการทำตอนนี้คือล้างตัวให้สะอาด นางตัวเหม็นมาก
เมื่อออกมาอีกครั้ง ก็พบว่าสองพี่น้องได้แยกเครื่องในหมูเสร็จแล้ว
หลิวซื่อหลางกำลังทำความสะอาดหัวใจและปอดหมู ในขณะที่หลิวซานนีกำลังเรียนรู้ที่จะพลิกไส้หมูเหมือนเมื่อวาน แต่ท่าทางอันงุ่มง่ามนั้นทำให้คนเห็นแล้วอยากหัวเราะ
หลินจิ่วเหนียงเลิกคิ้วขึ้น การแบ่งงานและความร่วมมือเป็นไปด้วยดี
หลิวซื่อหลางมองหลินจิ่วเหนียงด้วยรอยยิ้มสดใส “ท่านแม่ ท่านแค่นั่งพักผ่อนตรงนั้นเถิดขอรับ ข้ากับพี่หญิงสามกำลังทำความสะอาด กลิ่นมันแรงเกินไป ท่านโปรดไปนั่งให้ห่างเถิดขอรับ”
ในขณะที่เขาพูด ผ้าที่ปิดจมูกเขาอยู่ก็หล่นลงมา ท่าทางน่าขบขันนั้น ทำให้หลินจิ่วเหนียงอยากหัวเราะ
หากมีใครทำให้นางได้ หลินจิ่วเหนียงก็จะไม่ลงมือทำอยู่แล้ว และจากที่บอกเมื่อวาน งานทำความสะอาดเป็นหน้าที่ของพวกเขา
หลินจิ่วเหนียงขยับเก้าอี้ แล้วเอนกายลงบนนั้น คอยดูพวกเขาทำงานอย่างสบายอารมณ์ และให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไรบ้างเป็นครั้งคราว เพราะเครื่องในหมูที่อร่อย ต้องทำความสะอาดให้ดีจึงจะไม่มีกลิ่น
“ซานนีแรงไม่ถึง เจ้าเอาปอดหมูไปให้ซื่อหลางขัดแทน”
……
“หลิวซานนี เวลาหั่นหัวใจหมูให้หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ส่วนเจ้า หลิวซื่อหลาง หากมีกลิ่นเหม็นก็จะกินไม่ได้ ดังนั้นอย่างก ใส่แป้งลงไปทำความสะอาดให้เยอะขึ้น”
……
“พอกันที กระเพาะหมูเป็นของดี ทำเช่นนี้จะเสียของหมด ไปให้พ้น ข้าจะทำเอง”
……
ในที่สุดหลินจิ่วเหนียงก็ทนดูท่าทางงุ่มง่ามของพวกเขาไม่ไหว และลุกขึ้นมาช่วยจัดการ
การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไวของนาง ดึงดูดสายตาชื่นชมของสองพี่น้อง
“หากไม่เข้าใจอันใดก็ถามได้เลย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง ข้าบอกเลยว่าหากจัดการได้ไม่ดีจะถูกหักเงิน” หลินจิ่วเหนียงล้างกระเพาะหมูอย่างคล่องแคล่ว
กระเพาะหมูเป็นของดี หากมีแม่ไก่แก่กับพริกไทยหนึ่งกำมือด้วย เมื่อนำไปเคี่ยวในน้ำแกงก็จะอร่อยมาก
เมื่อนึกถึงความอร่อยของน้ำแกงกระเพาะหมูและไก่ หลินจิ่วเหนียงก็รู้สึกหิว ประเดี๋ยวนางจะซื้อแม่ไก่แก่ตัวเล็ก ๆ สักตัวมาทำน้ำแกงกระเพาะหมูและไก่กิน
ไม่ ทนไม่ไหวแล้ว นึกถึงน้ำแกงกระเพาะหมูและไก่ ไม่มีทางที่ท้องจะไม่ร้อง
กระเพาะหมูที่นางกำลังล้างอยู่ ถูกส่งกลับไปให้หลิวซื่อหลาง “เจ้าล้างมันต่อ”
หลังจากที่หลินจิ่วเหนียงพูดจบ นางก็รีบเดินออกประตูไป
หลิวซื่อหลางมองหลินจิ่วเหนียงที่จากไปด้วยสีหน้าว่างเปล่า “พี่หญิงสาม เหตุใดท่านแม่ถึงจากไป? ไม่ได้บอกว่าหากเราไม่เข้าใจตรงไหน ก็ให้ถามนางหรอกหรือ?”
ไม่เป็นไปตามแผนเลย
“ไม่รู้สิ” หลิวซานนีหั่นหัวใจหมูอย่างประณีต “ไม่ต้องมองแล้ว แดดแรงมาก รีบทำให้เสร็จเร็ว ๆ เถิด”
หลิวซื่อหลางพยักหน้า แล้วก้มหน้าล้างกระเพาะหมูต่อ
ทันใดนั้นก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากนอกบ้าน
“ซานนี ซื่อหลาง พวกเจ้ากำลังทำอันใดอยู่ กลิ่นเหม็นมาแต่ไกล เหม็นอย่างกับนรกเลย”
หลังจากนั้นหลิวเอ้อร์หลางและหลิวอู่นีที่แต่งตัวด้วยชุดใหม่ก็ปรากฏตัวที่หน้าประตู เมื่อทั้งสองเห็นสิ่งที่หลิวซานนีกับหลิวซื่อหลางกำลังทำอยู่ สายตาก็เต็มไปด้วยความรังเกียจและไม่อยากจะเชื่อ
“พี่หญิงสาม พี่สี่ ท่านแม่ยากจนมากจนปล่อยให้พวกท่านกินเครื่องในหมู ที่แม้แต่หมายังรังเกียจเลยหรือ?”
.............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
อย่าดูถูกเครื่องในพวกนี้เชียว ทำดีๆ แล้วอร่อยกว่าอาหารหรูที่พวกเจ้ากินอีกเอ้อร์หลางอู่นี
ไหหม่า(海馬)