1(4)
“ชื่ออะไร” เ้าหัวขโมยถาม
พราวขวัญนิ่ง เธอกำลังคิดว่าจะตอบอะไรดีจะตอบชื่อจริงหรือว่าจะโกหกไป แล้วถ้ามันรู้ทีหลังว่าเธอโกหกมันจะโมโหแล้วทำร้ายเธอมากกว่าเดิมหรือเปล่า หรือควรจะบอกชื่อจริงไปดีนะ เธอไม่ควรจะเข้ามาเลยเธอควรจะไปแจ้งตำรวจ เธอไม่ควรคิดอะไรตื้นๆ เลยว่าจะจับโจรเองได้ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ น้ำตาเริ่มเอ่อเต็มขอบตา เธอพยายามกลั้นสะอื้น
เ้าโจรนั่นถอนหายใจออกมาเหมือนหมดความอดทนที่จะรอคำตอบว่าเธอชื่ออะไร มันเอ่ยถามต่อเสียงเรียบ
“ไม่รู้เหรอว่าบุกรุกบ้านคนอื่นมันผิดกฎหมายมือเท้าก็มีครบทำไมไม่ไปหางานทำ มาเป็โจรเที่ยวขโมยของคนอื่นแบบนี้ชีวิตไม่มีทางเจริญหรอก มีแต่จะยิ่งตกต่ำ”
เ้าหัวขโมย อืม...คนที่พราวขวัญคิดว่าน่าจะเป็หัวขโมย เอ่ยปากมาก็ก่นด่า หาว่าเธอจะเข้ามาขโมยของหืม โจรนี่มีความคิดด้วยเหรอ ตัวเองก็เป็โจรยังกล้ามาว่าคนอื่นอีกนะยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจที่พาตัวเองมาเจออันตรายแบบนี้หลากอารมณ์ปนเปกัน ในที่สุดเธอก็กลั้นต่อไปไม่ไหวปล่อยโฮออกมา น้ำตาไหลนองหน้าสะอื้นเหมือนเด็กตัวเล็กๆ
เ้าโจรตรงหน้าถอนหายใจอีกครั้งเขาแพ้น้ำตาผู้หญิง ทำผิดเองแท้ๆ ยังมาร้องไห้ขอความเห็นใจอีก เหลือเกินจริงๆทีเมื่อกี้ยังฟาดเขาด้วยด้ามพลั่วอยู่เลยถ้าหลบช้าไปอีกหน่อยเดียวเขาคงโดนฟาดจนสลบหัวฟาดฟื้นแล้วตอนนี้ทำเป็มาบีบน้ำตาร้องไห้
“อายุเท่าไร มีวุฒิอะไร จะช่วยหางานให้ระหว่างนี้ถ้าไม่มีเงินจะให้ยืมก่อน แต่ต้องไปทำงานนะ หาได้แล้วค่อยเอามาคืน”เขาพูดร่ายยาว พร้อมเสนอความช่วยเหลือให้
พราวขวัญนั่งนิ่ง กะพริบตาปริบๆ นี่มันอะไรกันโจรที่มาขโมยของ จับเธอมัดมือมัดเท้า แล้วบอกว่าจะช่วยหางานสุจริตให้เธอทำไม่ใช่ว่ามันประหลาดไปหน่อยเหรอ
“นายพูดเื่อะไร ฉันมีงานทำอยู่แล้วแล้วก็ได้เงินดีด้วย”
“อ้อ ได้เงินดีเลยไม่อยากเลิกเป็ขโมย”เขามองเธอด้วยสายตาเหยียดหยัน
“ไม่ใช่ย่ะ ฉันเป็ดีไซเนอร์นักออกแบบน่ะรู้จักไหม ใครจะคิดสั้นจนเป็ขโมยกัน”
“แล้วคุณเข้ามาในบ้านคนอื่นทำไม แถมทำร้ายเ้าของบ้านอีกหลักฐานก็เห็นอยู่ชัดๆ ยังจะปากแข็งอีก” เขามองด้วยสายตาพินิจพิจารณาเธออีกครั้งพราวขวัญไม่ชอบใจเอาซะเลย สายตาแบบนี้มันไร้มารยาทมากนะ
“เลิกมองได้แล้ว นายต่างหากที่เป็ขโมยฉันเป็น้องสาวเ้าของบ้านหลังนี้ต่างหาก”
“อืม ฮึ ฮึ ฮึ คนโกหกมักจะลืมว่าตัวเองเคยพูดอะไรไว้บ้างเมื่อกี้เธอบอกว่าเป็เธอแฟนเ้าของบ้าน ลืมบทไปแล้วเหรอ”
เขาเห็นพราวขวัญอ้าปากค้างมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองจึงมองประเมินเธอใหม่อีกครั้ง ผู้หญิงตรงหน้าอายุประมาณยี่สิบต้นๆ แต่งตัวตามสบายมือเล็บได้รับการบำรุงดูแลอย่างดี ผิวพรรณหน้าตาดูดีไม่หยาบกร้านและสิ่งที่สะดุดใจเขาคือ เธอไม่ได้ใส่รองเท้าขโมยเวลาจะปีนเข้าบ้านคนอื่นคงไม่มัวมาห่วงเื่ความสะอาดหรือเื่ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยถามต่อ
“รองเท้าคุณอยู่ไหน”
“อยู่หน้าบ้านสิ เข้ามาในบ้านก็ต้องถอดรองเท้าสิ ไม่ถอดบ้านก็เปื้อนหมด”
พอได้ยินเธอตอบแบบนั้น เขาก็เดินไปดูที่ประตูบ้านเห็นรองเท้าสลิปออนสีขาวคู่หนึ่งถูกถอดทิ้งไว้หน้าประตูบ้าน เขาขมวดคิ้วใช้ความคิดอีกรอบ หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่ขโมยถ้าเป็ขโมยคงไม่คิดถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านให้เสียเวลาหรอก ถ้าอย่างนั้นผู้หญิงคนนี้คือใครกัน
เขาเดินกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมตรงหน้าพราวขวัญ“สรุปว่าคุณเป็ใคร คุณเกี่ยวข้องกับเ้าของบ้านหลังนี้เหรอ”
เมื่อพราวขวัญได้ยินคนที่เธอคิดว่าเป็โจรถามทำให้เธอรู้สึกว่าคนคนนี้อาจจะพอคุยกันรู้เื่ หรือกระทั่งจริงๆ แล้วเขาอาจจะไม่ใช่โจร
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าเป็น้องสาวของเ้าของบ้านคุณนั่นแหละเป็ใคร แล้วเข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง”
เขาได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเ้าภพมันมีน้องสาวด้วย “ผมเป็เพื่อนเ้าของบ้านแล้วตอนนี้ผมก็เช่าบ้านหลังนี้แล้ว”
“โกหก เพื่อนพี่ภพที่เช่าบ้านชื่อตะวันฉายเมื่อวานฉันก็เจอเขา ทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้ว”แน่นอนว่าเื่ที่ทำความรู้จักกันแบบไหนนั้น เธอไม่มีทางเอ่ยถึงแน่นอน
“หลักฐานล่ะ คุณมีหลักฐานหรือเปล่าลองโทรหาเขาให้เขาคุยกับผมหน่อย”
“ฉันไม่ได้เอาโทรศัพท์มา โทรศัพท์อยู่ที่บ้านบ้านฉันอยู่ถัดไปนี่เอง” พราวขวัญพูดพร้อมบุ้ยปากไปทางทิศบ้านของเธอ
“เมื่อวานฉันเจอพี่ตะวันฉายแล้วแล้ววันนี้เลยซื้อของกินมาเผื่อพี่เขาด้วย ถือมาให้ก็มาเจอคุณเนี่ยแหละ”
ชายหนุ่มตรงหน้ายังมีท่าทางไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนัก“โอเค งั้นเดี๋ยวผมโทรหาเพื่อนผมเอง”
เขายกโทรศัพท์มาโทรออก แต่ปลายสายไม่มีคนรับเ้าภพมัวทำอะไรอยู่นะทำไมไม่รับสาย งั้นโทรหาเ้าฉายแล้วกันจากนั้นเขาก็กดโทรออกอีก และก็เหมือนเดิม ไร้การตอบรับจากตะวันฉายเพื่อนรัก
“ไม่มีใครรับสาย” เขาพูดพร้อมคิดหาทางออก
“งั้นคุณพาฉันไปที่บ้านฉันก็ได้ฉันมีหลักฐานเยอะแยะเลย เอาสิ แก้เชือกให้ฉันได้แล้ว”
ชายหนุ่มลุกขึ้นและเดินเข้ามาแก้เชือกที่ข้อเท้าให้และพยุงให้พราวขวัญเดิน
“คุณแก้เชือกที่มือด้วยสิ ฉันตัวเล็กแรงน้อยจะทำอะไรคุณได้”
“เมื่อกี้คุณฟาดผมไปทีนึง” เขาตอบด้วยเสียงเรียบ
พราวขวัญเหลือบมองเขา แอบค้อนใส่ไปทีนึง ผู้ชายอะไรเ้าคิดเ้าแค้นโดนฟาดทีเดียวจะจำไม่ลืมเลยรึไง ใจแคบ
สองคนกึ่งลากกึ่งพยุงจนไปถึงบ้านของพราวขวัญพราวขวัญชี้ให้ดูรูปบนโต๊ะเป็รูปที่เธอกับพี่ชายถ่ายด้วยกันตอนไปเที่ยวทะเลเมื่อปีกลาย “นี่ไง พี่ภพพี่ชายฉัน เ้าของบ้านหลังนั้น ทีนี้คุณแก้มัดฉันได้หรือยัง”พูดพลางยื่นมือให้เขาช่วยแก้มัดให้
เขาเห็นรูปก็เชื่อว่าคนตรงหน้าเป็น้องสาวของเพื่อนจริงๆจึงแก้มัดให้
พราวขวัญเดินไปหยิบอัลบั้มรูปมาให้เขาดูเพิ่มเติมโดยไม่ได้คิดอะไร เอาสิ ดูซะให้พอหลักฐานขนาดนี้ยังจะสงสัยเธออีกไหม เขารับมาเปิดดู เห็นรูปเพื่อนกับผู้หญิงตรงหน้าั้แ่วัยเด็กวัยรุ่น จนถึงปัจจุบันในอิริยาบถและเหตุการณ์ต่างๆดูเสร็จจนแน่ใจแล้วจึงยื่นอัลบั้มรูปคืนให้
“ขอโทษที่เข้าใจผิด ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อน” พูดแล้วก็ทำท่าจะเดินกลับ
“เอ่อ คุณของกินที่ฉันซื้อมาให้มันหล่นอยู่ที่บ้านคุณ ยังไงก็กินสักหน่อยเถอะหล่นนิดหน่อยคงไม่เป็ไร”
“อืม ขอบคุณ” เขาหันกลับมามองแว่บนึงและกำลังจะหันหลังกลับ
“เออ จริงด้วย คุณ ประตูบ้านอย่าเปิดทิ้งไว้สิคุณเปิดประตูบ้าน ประตูรั้วทิ้งไว้แบบนั้นมันอันตรายนะ”
“ผมเปิดรอเ้าฉายกลับ ผมเอากุญแจมาเ้าฉายมันไม่มีกุญแจเข้าบ้าน ยังไม่ได้ไปปั๊มเพิ่ม” เขาอธิบายเสียงเรียบราวกับไม่คิดว่าการเปิดประตูทิ้งไว้เป็ความผิดแต่อย่างใด
“ขอโทษด้วยที่เข้าใจผิดคุณเองคราวหน้าไม่ควรเข้าบ้านคนอื่นโดยพลการ มันไม่ปลอดภัย ขอตัวก่อน”แววตาโกรธเคืองของเขาหายไปแล้ว เหลือแต่สีหน้าเรียบเฉย พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป
มาถึงบ้าน เขาเก็บพลั่วและเดินสำรวจรอบบ้านเจอถุงใส่ของตกอยู่ที่พื้น เขาหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะกลางหน้าโซฟาและหยิบของข้างในออกมาดู “ข้าวขาหมูเหรอ ก็พอได้”
ข้าวขาหมูไม่ได้รับความเสียหายอะไรมากนักเพราะอยู่ในกล่อง และใส่ในถุงอีกที ยังมีม้วนกระดาษที่ข้างในเป็โรตีพอหยิบขึ้นมาก็เห็นโน้ตเขียนด้วยลายมือว่า ‘เมื่อวานขอโทษด้วยค่ะข้าวขาหมูร้านนี้อร่อยมาก โรตีก็ด้วย หวังว่าพี่จะชอบ’
เื่เมื่อวานงั้นเหรอ เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะจะวุ่นวายเหมือนวันนี้หรือเปล่า แล้วของกินพวกนี้จะเอายังไงดีผู้หญิงคนนั้นซื้อมาให้เ้าฉายนี่นา แล้วยังจะมาบอกให้เขากินอีก เฮอะ เอาเถอะ ไหนๆเขาก็เหนื่อยเพราะผู้หญิงคนนั้นเข้ามาป่วน ของพวกนี้ก็ถือเป็ของแทนคำขอโทษแล้วกัน
ด้านพราวขวัญเธอปลอบประโลมจิตใจตัวเองหลังจากเจอเื่เมื่อหัวค่ำด้วยการอาบน้ำ สระผม ขัดผิวอาบเสร็จเหมือนจิตใจจะรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อยจากนั้นจึงจุดเทียนหอมอโรมาช่วยผ่อนคลายอารมณ์ ให้ตายสิ สถานการณ์่หัวค่ำเกือบจะทำให้เธอใตายอยู่แล้ว ดีที่เธอใจแข็งเลยคุมอารมณ์ไว้ได้เธออุ่นข้าวขาหมูที่ซื้อมาและเริ่มนั่งกิน หยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความส่งหาพี่ชาย
“พี่ภพทำไมพี่ไม่บอกว่าเพื่อนที่เช่าบ้านมีสองคน” ส่งเสร็จก็รอปลายทางตอบกลับมา
แต่จนเธอกินข้าวหมดและกินกาแฟกับโรตีเข้าไปจนเกลี้ยงพันภพก็ไม่ได้ตอบกลับมา ไม่แม้แต่จะอ่านข้อความด้วยซ้ำ “เป็อะไรนะงานยุ่งหรือไม่สบาย เอาเถอะ นี่ก็ดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอค่อยโทรหาแล้วกัน”
จากนั้นเธอก็พิมพ์ข้อความส่งไปให้เกวลิน “แกวันนี้ฉันเจอแจ็คพ๊อตอีกแล้ว”
“หืม แกถูกหวยเหรอ ได้มาเท่าไร”
“หัวแกนี่มีเื่อะไรให้คิดบ้างนะฉันหมายถึงเจอเื่เซอร์ไพรส์ เื่ตื่นเต้นใ”
“เอ้า ก็นึกว่าถูกหวย เผื่อจะมีลาภปาก แป๊บนึงเดี๋ยวโทรหา” พิมพ์เสร็จ เกวลินก็โทรเข้ามา
“เป็ไง อยากเม้าท์อ่ะดิ”
“ใช่สิ ไม่เม้าท์ให้แกฟัง ฉันต้องอกแตกตายแน่ๆ”
“ไหนมันเป็ยังไง ว่ามาสิ”จากนั้นพราวขวัญก็เล่าเื่ทุกอย่าง แน่นอนว่าเธอเล่าไปในทางว่าเธอนั้นเป็ฝ่ายที่ถูกกระทำ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกตลกอ่ะ”เกวลินฟังเื่ราวของเพื่อนรักจบก็หัวเราะไม่หยุด
“ตอนนั้นมันไม่ตลกนะแก ฉันกลัวแทบตาย”
“พล๊อตดีอ่ะ ขอซื้อไปเขียนนิยายนะ มีอย่างที่ไหนเพื่อนพี่ภพย้ายมาแค่สองวัน แกก็มีเื่กับเขาทั้งสองวันเลยนี่อาจจะเป็พรหมลิขิตก็ได้นะ เห็นแกชอบบอกว่าชีวิตขาดสีสัน” เกวลินพูดพลางหัวเราะเื่ของเพื่อนเธอนี่น่าเอาไปเขียนนิยายจริงๆ จังหวะโบ๊ะบ๊ะมาก
“ตกลงแกเป็เพื่อนฉันหรือเปล่าเนี่ยไม่เป็ห่วงเพื่อนเลยนะ”
“เอาน่า แกก็ไม่ได้เป็อะไรซะหน่อยถือว่าเป็ประสบการณ์ชีวิต แล้วอยู่คนเดียวก็อย่างที่พี่เขาบอกแหละแกอย่าเข้าไปในที่อันตรายคนเดียวอีก อย่าหาเื่ใส่ตัว รีบนอนได้แล้วฉันก็จะนอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องเข้าสำนักพิมพ์”
“โอเค ฝันดี ว่างๆ มาหาบ้างนะ”
“โอเคจ้า ฝันดีๆ จุ๊ฟๆ”
เฮ้อ พี่ภพไม่ตอบ ยัยเกดก็นอนแล้วแล้วเธอจะคุยกับใครได้อีก จะว่าไปชีวิตเธอก็เงียบเหงาจริงๆ นั่นแหละทำงานอยู่ที่บ้าน ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านซะส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้เจอคนอื่นเลยพลันเสียงพูดของเพื่อนก็ดังก้องในหัว ‘แค่สองวัน แกก็มีเื่กับเขาทั้งสองวันเลยนี่อาจจะเป็พรหมลิขิตก็ได้นะ’
พรหมลิขิตกับผีอะไร มาแค่สองวันเธอก็แทบจะช็อคตายทั้งสองวัน แล้วนี่ถ้ามาครบทั้งสองคนพร้อมกันจะเกิดเื่ยุ่งอะไรมากกว่านี้ไหมนะถ้ามากกว่านี้ผู้หญิงจิตใจบอบบางแบบเธอคงจะรับไม่ไหวต้องโทษพี่ชายเธอที่ไม่ยอมบอกว่าให้เพื่อนเช่าบ้านไปแล้ว แถมยังให้เช่าตั้งสองคนถ้าบอกมาแต่แรกคงไม่มีเื่แบบนี้หรอกเดี๋ยวเธอต้องเรียกค่าทำขวัญจากพี่ชายให้หนักเลยคอยดูเถอะ ว่าแต่...เพื่อนพี่ชายที่เจอวันนี้เขาชื่ออะไรนะ ลืมถามไปเลยเฮะ
และไม่ต้องสงสัยเลยว่าคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่พราวขวัญคิดฟุ้งซ่านจนผล็อยหลับไป...