ตอนที่ 3
“ลูกเป็อย่างไรบ้าง หลันเออร์”หานตงเดินเข้าไปที่เตียงอย่างเร่งรีบพร้อมกับเอ่ยถามผู้เป็ภรรยา ที่กำลังเช็ดตัวให้บุตรสาว ที่ยังนอนแน่นิ่ง
“ทานหมอบอกว่า ศีรษะได้รับาเ็ต้องรอดูอาการเ้าค่ะท่านพี่ ข้าเ็ปใจเหลือเกินที่ช่วยลูกไม่ได้”หลันฮวาปล่อยน้ำตาไหลอาบแก้มมองดูบุตรสาวที่นอนนิ่งด้วยความเ็ป
“เป็ข้าที่ดูแลพวกเ้าไม่ดี เป็ความผิดของพี่เองพี่มันอ่อนแอ”หานตงดวงตาแดงก่ำมองไปยังบุตรชายหญิงด้วยความปวดใจ
“ท่านแม่ ท่านพ่อ”ร่างเล็กสามร่างโถมเข้ามาบิดามารดากอดกันร้องไห้ อย่างหนัก
ร่างเล็กที่นอนนิ่งบนเตียงขมวดคิ้ว เด็กน้อยนอนฟังเื่ราวต่างๆมากมายแล้วไหนจะอาการปวดหัวเพราะแผลที่ศีรษะ ไหนจะต้องปวดหัวเพราะจู่ ๆ ความทรงจำเดิม ๆของร่างนี้ก็หลั่งไหล เข้ามาในศีรษะราวกับสายน้ำ ทำเอาเด็กน้อยถึงกับสลบไปพักใหญ่ ก่อนจะฟื้นขึ้นมาจากเสียงร้องไห้รุนแรงของครอบครัวที่น่าสงสารนี้
อะไรคือย้อนเวลา อะไรคือจู่ ๆมาโผล่ในร่างแสนอ่อนแอนี่เธอคิดหัวแทบแตกก็คิดไม่ออก แถมยังโผล่มายังครอบครัวที่น่าสงสาร แถมยากจนแบบนี้อีกเฮ้อ จากสาวยุค2000 ที่ยังสาวสวยรวยโสด โผล่มายุคจีนโบราณนี่นะแล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไป แค่คิดก็กลุ้มแล้ว
“น้องเล็ก ฟื้นแล้ว ท่านพ่อ”เสียงเด็กชายที่แหบพร่าเพราะเพิ่งจะแตกวัยหนุ่ม เอ่ยเรียก มือเห็นใบหน้าเล็กๆของน้องสาวขมวดยุ่งและดวงตาเริ่มกระพรือไหว
“จิวเออร์ จิวเออร์ลูกแม่ เป็ยังไงบ้าง”หลันฮวาประครองมือเล็กไว้ด้วยความห่วงใย
จิวจิว ลืมตาขึ้นมอง พร้อมกับกวดตามองไปรอบๆสบเข้ากับสายตาห้าคู่ที่กำลังจ้องเธอด้วยความเป็ห่วง ทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบภายในใจนานแค่ไหนแล้วนะ ที่ไม่เคยได้รับสายตาเป็ห่วงเป็ใยจากคนในครอบครัวทำเอาดวงตาร้อนผ่าว ไม่รู้สึกสึกนิดว่ามีน้ำใสๆกำลังไหลเอ่อล้นดวงตาหงส์คู่งาม
“อย่างร้องเลยจิวเออร์ของพ่อ ไม่เป็ไรแล้วคนเก่งของพ่อ”หานตง ไล้นิ้วหัวแม่มือไปยังแก้มของบุตรสาวคนเล็ก พร้อมเอ่ยปลอบอีกฝ่าย
“น้องเล็ก”เสียงเรียกเล็กๆนั้นทำให้เธอละสายตาจากผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็บิดาหันไปมองเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ผอมแห้ง แต่ดวงตากลมโตนั้น ทำให้เ้าตัวดูน่ารักไม่ใช่เล่น ที่กำลังส่งยิ้มยินดีมาให้เธอน่าจะเป็พี่สาวของร่างนี้ ที่ชื่อ เสี่ยวหลิน และเกิดก่อนเ้าของร่างเพียงสองปี และร่างนี้ยังมี พี่ชายอีกสอง พี่ใหญ่อายุ 14 พี่รอง อายุ 12 พี่สามอายุ 11 และเ้าของร่างที่อายุเพียง 9 ขวบ
“ต้าหลง ไปเอายามาให้น้องเร็วเข้า”หานตงบอกลูกชายคนโต
“ดื่มยานี่ก่อนนะจิวเออร์ของแม่ จะได้หายเร็วๆ”ยาดำปี๋ถูกจ่อมาตรงหน้าเธอทำเอาร่างเล็กถึงกับผงะ สมุนไพรดำปี๋ขนาดนี้ รับรองว่าขมสุดๆ ทำเอาเธอนึกขยาดั้แ่ยังไม่ดื่ม
“ดื่มยาแล้ว เดี๋ยวจะได้กินข้าว แล้วเ้าค่อยนอนนะจิวเออร์”เสียงปลอบประโลมพร้อมกับแววตาเอาใจช่วยจากคนในครอบครัว ทำเอาเธอทำใจลำบาก จำต้องยอม กลืนยาขมปี้ในลงไปทันทีดีที่ท่านพ่อของร่างนี้ รีบส่งน้ำตามให้ทันทีถึงชะล้างสิ่งที่ขมปี๋นั้นไปได้บ้าง ใบหน้าทุกคนพลันดีขึ้นทันที ที่ร่างเล็กตรงหน้า กินยา ลงไปได้ง่ายกว่าทุกครั้ง
“ท่านพี่ เมื่อครู่ท่านพ่อเรียกท่านไปทำไมรึเ้าคะ”หลันฮวาเอ่ยถามสามีหลังจากประคองลูกสาวให้นอนลงตามเดิม
“ท่านพ่อยอมให้เราแยกบ้านแล้วหลันเออร์”หานตงบอกผู้เป็ภรรยาและลูกๆ
“จริงรึคะท่านพี่”เสียงถามด้วยน้ำเสียงยินดีปนไม่แน่ใจจากภรรยาหานตงเพียงพยักหน้ารับ
“ดีจังเลยค่ะท่านพ่อ เสี่ยวหลินอยากแยกบ้าน”เสียวหลินตบมือด้วยความดีใจใบหน้าผอมเรียวยกยิ้มอย่างยินดี
“แล้วพวกเ้าล่ะ ต้าหลง หยางหลง”หานตงยิ้มพร้อมยกมือขึ้นลูบผมบุตรสาวอย่างเอ็นดู ก่อนหันไปถามบุตรชายทั้งสอง
“พวกเรา ก็อยากแยกบ้านขอรับ ข้าสงสารท่านแม่และน้องสาวที่ต้องทำงานหนัก แต่กับไม่ได้กินอิ่ม”บุตรชายคนโต เอ่ยตอบบิดาด้วยน้ำเสียงเศร้าใจเมื่อนึกถึงความลำบากที่พวกเขาได้รับตลอดมา
“ข้าก็อยากแยกบ้านเช่นเดียวกับพี่ใหญ่ขอรับ”หยางหลงพยักหน้าสนับสนุนคำพูดของพี่ชาย
“งั้นเราจะได้แยกบ้าน ปู่ของเ้ายกที่ดินเชิงเขาสิบหมู่พร้อมบ้านเก่าให้เรา เพียงแต่มันทรุดโทรมไปมาก ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้รึเปล่า และเราไม่ได้อะไรนอกจากของในห้องนี่เท่านั้นคงต้องลำบากพวกเ้าแล้ว”บิดาเอ่ยตอบบุตรชาย ดวงตาเศร้าหมอง ที่ไม่อาจมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ครอบครัวได้เพราะความเห็นแก่ตัวของแม่เลี้ยง
“พวกเราไม่กลัวลำบาก ท่านพี่ ขอเพียงครอบครัวเราได้อยู่ร่วมกันไม่แยกจากก็พอแล้ว”หลันฮวายังหวาดกลัวไม่หาย ที่นางเกือบสูญเสียลูกสาวทั้งสองคนไป
“ใช่เ้าค่ะท่านพ่อ ทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่ข้าจะช่วยท่านพ่อกับท่านแม่ทำงานเองเ้าค่ะ”เสี่ยวหลินพยักหน้าปลอบบิดามารดาน้ำเสียงหนักแน่นเรียกรอยยิ้มจากทุกคนขึ้นมาได้บ้าง
“ได้ งั้นพรุ่งนี้เราไปดูบ้านใหม่เรากัน ส่วนเ้าดูแลจิวเออร์ที่นี่พี่จะไปดูกับลูกๆเอง”หานตง หันมาบอกภรรยาด้วยความเป็ห่วง
“ได้เ้าค่ะ”หลันฮวาพยักหน้าตอบสามี
โฮ้ย เธอเพิ่งมาถึงก็เจอความลำบากแล้วรึ ต้องแยกบ้านไปอยู่บ้านเก่า ที่ยังไม่รู้เลยว่าจะอยู่ได้รึเปล่า แถมไม่ให้อะไรติดตัวไปอีกต่างหากเราจะเอาอะไรกิน เงินล่ะ ข้าวล่ะ ตายแน่ ๆ จิวจิวในร่างเด็กน้อย ได้แต่กรอกตาไปมา ครวญครางอยู่ในใจกับชะตาชีวิตที่ผิดเพี้ยนของตัวเอง
เมื่อได้เวลาทานอาหาร ครอบครัวห้าคนต่างล้อมวงกันมีเพียงโจ๊กใสๆจางๆเท่านั้น เม็ดข้าวแทบจะนับได้ ในถ้วยอาหารของแต่ละคน กับผัดผักป่าจานเดียวแต่มื้อนี้กับเป็มื้อที่ทั้งครอบครัวมีความสุขที่สุด เมื่อทุกคนต่างมีความหวังกับชีวิตใหม่แม้ไม่รู้ว่าจะลำบากแค่ไหน แต่ทุกคนต่างยินดีที่จะก้าวออกไปเผชิญมัน