เมื่อไปถึงเรือนพักเสี่ยวหยินที่คอยติดตามอยู่ห่างๆก็รีบขยับเข้ามาจะช่วยพยุงแต่เพราะเซียวหย่งเต๋อไม่ชอบให้ผู้ใดเข้าใกล้เขารีบโบกมือให้นางถอยออกไปแล้วก็เดินไปนั่งลงบนเตียงนอน
“ให้บ่าวปรนนิบัติท่านผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้านะเ้าคะท่านจะได้พักผ่อนได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว”เมื่อเสี่ยวหยินเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ส่ายหน้าด้วยตั้งใจว่าจะทำด้วยตนเองตามปกติแต่เมื่อก้มลงมาแล้วเห็นว่าร่างนี้ไม่ใช่ของตนเองเขาจึงได้แต่ทอดถอนใจออกมาแล้วเอ่ยกับเสี่ยวหยินด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“เช่นนั้นก็ทำเถิด”เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้เสี่ยวหยินจึงได้ออกไปนำอ่างล้างหน้าเข้ามานำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เขา ยามที่เสี่ยวหยินเริ่มปลดสายคาดเอวออกเขาก็พลันหลับตาลงในทันทีแต่ก็ยังขยับร่างกายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เสี่ยวหยินอย่างเต็มที่
‘ทำไมเงียบไปเล่า’เขาเอ่ยถามซ่งจื่อเหยาอยู่ในใจ ซึ่งนางก็เอ่ยตอบเขากลับมาอย่างไม่ค่อยจะสบายใจนัก
‘พวกเราควรจะทำเช่นไรดีข้าควรจะต้องกลับไปสะสางเื่ราวของข้ากับคนบางคน แล้วทางท่านล่ะหากดวงิญญาของท่านอยู่ห่างจากร่างเดิมท่านจะได้รับอันตรายหรือไม่แล้วหลังจากนั้นท่านก็จะยึดครองร่างของข้าอย่างถาวรเลยหรือเปล่า’เมื่อนางส่งเสียงถามออกมาเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมายามที่เขากำลังจะก้มหน้าลงไปสำรวจความเรียบร้อยของตนเองซ่งจื่อเหยาก็รีบส่งเสียงเตือนในทันที
‘ห้ามมองนะ’เสียงของนางที่ดังขึ้นในหัวทำให้เซียวหย่งเต๋อพลันกลอกตาขึ้นไปมอง้าในทันที
‘เื่นี้เ้าจะห้ามข้าตลอดไปไม่ได้หรอกนะตราบใดที่ข้ายังอยู่ในร่างนี้ ทั้งกิน นอนและขับถ่ายข้าล้วนจะต้องทำตามที่เคยทำดังเช่นปกติคงไม่อาจจะระมัดระวังให้เ้าได้ทุกครั้งอีกอย่างข้าไม่ค่อยจะชอบให้ผู้อื่นมาแตะต้องร่างกายของข้าแม้ว่ายามนี้ร่างกายนี้จะเป็ของเ้าแต่ความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นแตะต้องข้าล้วนรับรู้ได้ทั้งสิ้น’เซียวหย่งเต๋อเอ่ยตอบนางอยู่ในใจหลังเขาตอบกลับคำพูดของนางซ่งจื่อเหยาก็พลันสามารถรับรู้ได้ถึงความอึดอัดใจของเขานางจึงได้แต่ทอดถอนใจออกมาเช่นกันแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่พยายามแสดงออกถึงความใจกว้างอย่างเต็มที่
‘เช่นนั้นก็ช่างเถิดมาถึงขั้นนี้แล้วหากข้ามัวคิดเล็กคิดน้อยกับท่านทั้งข้าและท่านก็คงไม่อาจจะสงบใจได้หากจิตใจไม่สงบเื่ที่พวกเราจะกลับไปเป็เช่นเดิมคงจะเป็เื่ยาก’เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ยิ้มออกมาแล้วโบกมือไล่ให้เสี่ยวหยินที่ในยามนี้ช่วยปรนนิบัติผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาเสร็จเรียบร้อยแล้วออกจากห้องไป
‘ข้าคงจะต้องพักผ่อนอีกสักหน่อยร่างกายนี้ของเ้าอ่อนแอยิ่งนัก’เขาเอ่ยกับนางอยู่ในใจแล้วจึงได้ขยับตัวขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยท่วงท่าที่คิดว่าสบายที่สุดแล้วหลับตาลงซ่งจื่อเหยาเองก็ไม่ได้ส่งเสียงรบกวนเขาอีกแม้ว่าในใจของนางในยามนี้จะสับสนและว้าวุ่นสักเพียงใดก็ตาม
เช้าวันถัดมาเซียวหย่งเต๋อก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นแม้ว่าความเ็ปความร้าวระบมของร่างและาแจะยังคงอยู่แต่เขาก็รู้สึกว่ายามนี้ตนเองมีพละกำลังมากขึ้นแล้วยามที่เสี่ยวหยินและสาวใช้อีกคนเข้ามาช่วยปรนนิบัติผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและผ้าพันแผลให้เขาเขาก็ให้ความร่วมมือกับพวกนางเป็อย่างดีส่วนซ่งจื่อเหยานั้นนางก็จะส่งเสียงในหัวแนะนำเขาอยู่เป็ระยะว่าเขาควรจะทำกิจวัตรประจำวันของสตรีเช่นไร
‘ทางที่ดีท่านควรจะเขียนจดหมายสักฉบับส่งไปให้น้องชายของข้าเขาเป็คนที่ข้าไว้ใจมากที่สุดหากพวกเราเล่าเื่นี้ให้เขาฟังเขาจะต้องมาช่วยหาหนทางทำให้พวกเราคืนกลับสู่สภาพเดิมอย่างแน่นอน’
‘เขาจะเชื่อพวกเราหรือ’เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยถามเช่นนี้ซ่งจื่อเหยาก็ตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจในทันที
‘ข้ามีวิธีทำให้เขาเชื่อท่านไม่ต้องกังวลหรอกสิ่งที่ต้องกังวลในยามนี้ก็คือพวกเราควรจะหาทางรับมือกับคนที่จะมารับข้าน่าจะดีกว่า’เมื่อนางเตือนเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันพยักหน้า
‘น้ำมาพวกเราก็แค่ต้านรับเ้าไม่ต้องกังวลข้าไม่มีทางปล่อยให้ผู้อื่นมารังแกได้ส่วนเื่ที่ว่าข้าจะกลับเข้าร่างของตนเองได้อย่างไรข้าเชื่อว่าอีกไม่นานพวกเราก็คงจะหาวิธีได้ในเมื่อ์ยังไม่ให้พวกเราตายก็ไม่มีทางที่จะทรมานพวกเราต่อด้วยเื่หนึ่งร่างสองดวงิญญาเช่นนี้แน่’ถ้อยคำภายในใจของเซียวหย่งเต๋อทำให้ซ่งจื่อเหยาพลันค่อยรู้สึกดีขึ้น
‘เช่นนั้นข้าก็ขอฝากร่างของข้าไว้กับท่านแล้วเมื่อคืนข้านอนไม่หลับเกือบทั้งคืนดังนั้นเช้านี้ข้าขอหลับซักตื่นก่อนก็แล้วกัน’เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็แค่เพียงส่งเสียงรับคำออกมาเบาๆความคิดอันสับสนวุ่นวายของนางใช่ว่าเข้าจะไม่รับรู้ เพียงแต่ยามนี้จะทุกข์ใจไปก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นดังนั้นเขาจึงได้พยายามทำจิตใจให้ปลอดโปร่งเข้าไว้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันนี้จะได้มีเรี่ยวแรงที่จะหาทางออกให้แก่ตนเอง
“เสี่ยวหยินนำชุดเครื่องเขียนมาให้ข้าหน่อยข้าอยากจะเขียนจดหมายสักฉบับ”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้เสี่ยวหยินก็รีบไปนำเครื่องเขียนมาให้เขาในทันทีเขาจึงได้ลงมือเขียนจดหมายไปถึงน้องชายของซ่งจื่อเหยาเพียงแต่ตอนที่เขาลงมือเขียนแล้วเห็นว่าลายมือที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษเป็ลายมือของเขาเองไม่ใช่ลายมือของซ่งจื่อเหยาอย่างแน่นอนเขาจึงได้วางพู่กันลงแล้วทอดถอนใจออกมาเบาๆ
“ท่านแม่ทัพซ่งคนของท่านมารับท่านกลับแล้วเ้าค่ะ”เสี่ยวหยินเดินเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงขลาดกลัวด้วยแม่ทัพจากต่างแคว้นผู้นี้มีลักษณะท่าทางคล้ายฉู่อ๋องผู้เป็เ้านายของนางเป็อย่างมากทั้งน่าเกรงขามและน่าหวั่นเกรงทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะสบตาด้วย
“พวกเขารอข้าอยู่ที่ใด”เซียวหย่งเต๋อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ในความรู้สึกของเสี่ยวหยินแล้ว น้ำเสียงของเขาทำให้นางรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูกบรรยากาศรอบกายบีบอัดจนเนื้อตัวแทบจะหดจนเหลือแค่เพียงนิดเดียวแล้ว
“พวกเขารอท่านอยู่ที่หน้าเรือนแล้วเ้าค่ะ”เมื่อเสี่ยวหยินเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ขยับตัวลุกขึ้นมาในทันทีเขาเดินไปหยิบกระบี่ของซ่งจื่อเหยาขึ้นมาถือเอาไว้พลางเหวี่ยงไปมาเพื่อทำความคุ้นเคยพอเห็นว่าร่างกายพอจะเคลื่อนไหวได้แล้วจึงได้เดินตามเสี่ยวหยินออกไปด้วยสีหน้าเ็ายามที่เขาเดินไปจวนถึงหน้าเรือนและได้เห็นใบหน้าของคนที่มารับแล้วก็มีเสียงของซ่งจื่อเหยาเอ่ยเตือนเขาขึ้นมาในหัวทันที
‘ไม่ใช่คนของข้า’
“นายของพวกเ้าเล่าเหตุใดจึงไม่มารับข้าด้วยตนเอง”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยถามเช่นนี้คนที่แต่งกายเหมือนนายกองของกองทัพแดนใต้ก็เอ่ยตอบกลับมาในทันที
“แค่มารับท่านแม่ทัพกลับไม่จำเป็ต้องให้คุณหนูของพวกเรามารับด้วยตนเองหรอก”เมื่อเอ่ยจบคนผู้นั้นก็ชักกระบี่ออกมาแล้วจู่โจมเข้าใส่เซียวหย่งเต๋อทำให้เซียวหย่งเต๋อที่รอรับการโจมตีอยู่แล้วรีบพลิกกายหลบการโจมตีในทันทีการโจมตีนี้ทำให้เสี่ยวหยินรีบหันไปส่งสัญญาณให้สาวใช้อีกคนรีบไปตามนายกองมาส่วนนางก็ะโสั่งให้ทหารที่อยู่บริเวณนั้นมาช่วยกันจับกุมคนร้ายที่แฝงตัวเข้ามาในทันที
“คุ้มกันท่านแม่ทัพ”เมื่อเอ่ยจบเสี่ยวหยินก็รีบหลบคมกระบี่ที่โจมตีมาทางนางในทันทีเจิ้งหลวนซานที่พึ่งจะมาถึงจึงได้เข้าไปช่วยเหลือนางส่วนเจิ้งหลวนเค่อรีบเข้าไปช่วยซ่งจื่อเหยาที่ในยามนี้ต้านรับการโจมตีไปหลายกระบวนท่าแล้ว
“ท่านแม่ทัพ!คนเหล่านี้ไม่ใช่คนของท่านหรือ” เจิ้งหลวนเค่อเอ่ยถามพลางช่วยปัดป้องการโจมตีให้เซียวหย่งเต๋อที่ในยามนี้อยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาจึงได้ะโตอบออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
“หากเป็คนของข้าจะโจมตีใส่ข้าอย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้หรือ”เขาเอ่ยพลางฟาดฟันกระบี่ในมือโจมตีคู่ต่อสู้โดยไม่สนใจอาการาเ็ของตนเองเลยสักนิดกระบี่ของซ่งจื่อเหยาทั้งบางเบาและคมกริบแม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่คุ้นชินแต่เมื่ออยู่ในมือของนางกลับทำให้เขาสามารถออกกระบวนท่าได้อย่างลื่นไหล
“.. ท่านไม่คิดจะเก็บคนเหล่านี้เอาไว้ไต่สวนสักหน่อยหรือ”เจิ้งหลวนเค่อเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นว่าในยามนี้ศีรษะของบรรดาคนร้ายที่กำลังจู่โจมนางล้วนตกลงไปกลิ้งอยู่บนพื้นจนเกือบหมดทุกคนแล้ว
“ไม่จำเป็ข้ารู้ดีว่าผู้บงการเป็ผู้ใด”เมื่อเอ่ยจบเซียวหย่งเต๋อที่อยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาก็ออกกระบวนท่าสุดท้ายปลิดชีพคนร้ายตรงหน้าอย่างโเี้
“เหตุใดกระบวนท่าการต่อสู้ของแม่ทัพซ่งจึงได้คล้ายคลึงกับท่านอ๋องของพวกเรานัก”เมื่อเจิ้งหลวนเค่อเอ่ยถามออกมาเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดีที่คนของเขาสามารถจดจำท่วงท่าการโจมตีของเขาได้เขาหันไปหาเจิ้งหลวนเค่อด้วยความยินดีแล้วเอ่ยกับคนของเขาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ความจริงแล้วข้า...”เขากำลังจะบอกกับเจิ้งหลวนเค่อว่าเขาคือฉู่อ๋องเซียวหย่งเต๋อที่โชคชะตาเล่นตลกทำให้เขามาอยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาแต่คนของเขากลับยกมือขึ้นมาห้ามแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงเข้าอกเข้าใจ
“ท่านไม่ต้องเอ่ยออกมาหรอกข้าเข้าใจพวกท่านดี เื่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงเป็เื่ละเอียดอ่อนอีกทั้งยามนี้ท่านอ๋องของข้ายังนอนไม่ได้สติอยู่เช่นนี้หากท่านเอ่ยออกมาก็จะเป็การทำลายชื่อเสียงของท่านเปล่าๆ”เมื่อเจิ้งหลวนเค่อเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันนิ่งงันไปในทันที
“...”
“ข้าไม่รู้ว่าท่านกับท่านอ๋องของข้าไปสานสัมพันธ์ต่อกันในยามไหนแต่ท่านวางใจได้ในเมื่อท่านเป็สตรีของท่านอ๋องพวกข้าก็ยินดีจะปกป้องท่านด้วยชีวิตเฉกเช่นเดียวกับที่พวกข้าปกป้องท่านอ๋อง”คำพูดของเจิ้งหลวนเค่อทำให้เซียวหย่งเต๋อได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ‘เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว’
‘ปล่อยให้พวกเขาเข้าใจเช่นนั้นเถิดยามนี้คงจะมีแค่เพียงข้ออ้างนี้ที่จะทำให้ท่านใช้ร่างของข้าวนเวียนอยู่ข้างกายท่าน’เสียงที่ดังก้องเข้ามาของซ่งจื่อเหยาทำให้เซียวหย่งเต๋อคัดค้านนางในทันที
‘แล้วชื่อเสียงของเ้าเล่าหากวันหน้าข้ากลับคืนร่างของตนเองได้แล้วเ้าจะเป็เช่นไรยังจะสามารถแต่งกับผู้อื่นได้อีกหรือ’
‘ชื่อเสียงเป็สิ่งจอมปลอมหากวันหน้าว่าที่สามีของข้าถือสาเื่นี้เขาก็ไม่เหมาะที่จะเป็สามีของข้า’ในเมื่อซ่งจื่อเหยาไม่ได้ถือสาเื่นี้เขาก็ไม่ได้คัดค้านความคิดของเจิ้งหลวนเค่อแถมยังรู้สึกดีอีกด้วยที่คนเขาบอกว่าจะปกป้องสตรีของเขาเป็อย่างดี