ใต้เท้าหลูกับอี้ฮูหยินนั่งมองสมุดพับยาวขนาดเท่าฝ่ามือที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความหนักใจใต้เท้าเหยียนได้ฝากความหวังในการทาบทามเอาไว้ที่พวกเขารายการสินสอดนั้นยาวเหยียดมากกว่าทุกตระกูลที่เคยยื่นมา
“เฮ้อ!เรายังไม่เคยเห็นหลานชายของใต้เท้าเหยียนสักครั้งแล้วจะทำอย่างไรดีเ้าคะ?”
“เรายังมีเวลาคิดอีกสิบห้าวันเ้ากับข้าก็คอยดูไปก่อนก็แล้วกัน”
ยังไม่ทันจะได้ถกกันเื่ตระกูลเหยียนให้ดีใต้เท้าจานท่านลุงของหมอเวิงอันก็มาเยือนจวนสกุลหลูพร้อมภรรยา ครั้งนี้คนทั้งสองได้เขามาพูดจาทาบทามอย่างเปิดเผย
“ข้าเองก็หวังให้หลานชายได้อยู่กับคนที่เขาพึงพอใจในเมื่อเสี่ยวอันพึงใจในตัวบุตรสาวของท่านก็หวังว่าท่านจะเมตตา”
สมุดรายการสินสอดของสกุลจานเองก็ไม่น้อยหน้าสองสามีภรรยาเ้าของจวนได้แต่มองหน้ากันแล้วลอบระบายลมหายใจ สาวใช้ที่เฝ้าอี้ฮูหยินได้โอกาสที่นายหญิงสั่งให้นางไปอุ่นน้ำชาให้ร้อนเร่งฝีเท้าไปยังโรงครัวเพื่อบอกเื่นี้กับพ่อครัวเหยียน
“ใต้เท้าจานมาอีกแล้วคราวนี้เห็นว่ามาทาบทามคุณหนูรองให้ท่านหมอเวิงนะเ้าคะ”
สีหน้าของเหยียนถังครึ้มลงไปทันที‘ดีที่ข้าให้ท่านลุงมาทาบทามก่อนไม่เช่นนั้นคงจะเสียหายมากเทียว’
“ดีมาก! รางวัลส่งข่าววันนี้ข้าจะเก็บขนมข้าวเหนียวไว้ให้เ้าสามก้อน”
สาวใช้ผู้นั้นยิ้มกว้างนางติดใจฝีมือทำขนมของพ่อครัวเหยียนจนต้องลอบรับงานแอบฟังให้กับเขา
“ว่าแต่เ้าอย่าลืมดูด้วยว่าสินสอดที่พวกเขาเสนอมานั้นมีมากน้อยเพียงใด?เดี๋ยวข้าจะเพิ่มซาลาเปาไส้หมูให้เ้าด้วยดีหรือไม่?”
สาวใช้พยักหน้าหงึกหงักรีบถือถ้วยน้ำชาร้อนกลับไปบริการผู้มาเยือนโดยเร่งด่วน ในใจก็ทบทวนภารกิจที่รับมาครั้นสบโอกาสที่ใต้เท้าจานกลับไปและนายท่านกับฮูหยินออกไปข้างนอกนางก็รีบเปิดดูและท่องรายการสินสอดที่มีราคาแพงคร่าวๆจากนั้นก็ออกไปที่โรงครัวเพื่อรายงานเื่นี้ให้พอครัวเหยียนได้ทราบ
หลูฉิงซวงมีสีหน้าหนักใจเมื่อได้รู้ว่ามีผู้ใหญ่สองตระกูลเดินทางมาสู่ขอนางวันเดียวกันนางที่หลบอยู่เรือนพักถึงกับเอานิ้วนวดที่ขมับเบาๆ
“ใต้เท้าจานมาแล้วหรือ?ข้ายังไม่รู้จักท่านหมอเวิงดีพอเลย จะให้ตอบ ตกลงก็คงเป็ไปไม่ได้”
“จะว่าไปท่านหมอเวิงทั้งรูปงามมีความรู้ความสามารถ ถึงพร้อมด้วยฐานะ คุณหนูไม่สนใจบ้างหรือเ้าคะ?”
“ข้า....ข้าพูดคุยกับเขาแค่ตอนที่เขามารักษาข้านับเป็แค่คนรู้จักยังไม่ถึงขั้นสนิทสนมเสียหน่อย”
“ที่คุณหนูไม่ตกลงมิใช่ว่ามีผู้อื่นอยู่ในใจหรือเ้าคะ?”
หลูฉิงซวงถอนหายใจเฮือกใหญ่“แล้วขุนนางอีกคนคือผู้ใดหรือ?”
“ใต้เท้าเหยียนขุนนางผู้ใหญ่แห่งกรมโยธาธิการเ้าค่ะ”
“เอ๋?”
หลูฉิงซวงรู้สึกสงสัยว่าชื่อสกุลของใต้เท้าเหยียนเหมือนกันกับเหยียนถังพ่อครัวสายลับที่ทำอาหารอยู่โรงครัวนางจึงไปดักรอท่านพ่อท่านแม่อยู่ที่ห้องโถงด้วยความร้อนใจเพื่อรอให้คนทั้งสองได้พูดเื่นี้ให้ฟัง
“ใต้เท้าเหยียนมีบุตรสามคนพวกเขาล้วนออกเรือนไปหมดแล้ว เห็นว่ายังมีหลานชายอีกสองคนที่ยังไม่แต่งงานจึงมาทาบทามเ้า ยามนี้หลานชายไปทำงานอยู่ที่อื่นหากพร้อมแล้วก็จะพาหลานชายมาทำความรู้จักกับเ้าที่มาวันนี้เพียงแค่มายื่นบันทึกเสนอสินสอดให้พวกเราได้พิจารณา”
อี้ฮูหยินหันมามองหน้าบุตรสาวคนรองด้วยความหนักใจ“จะว่าไปใต้เท้าเหยียนนับว่าเป็ขุนนางผู้ใหญ่ท่านพ่อกับแม่ก็รู้สึกเกรงใจท่านมากอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่ได้รับปากส่วนใต้เท้าจานก็อย่างที่แม่คาดเอาไว้ เขาก็มาทาบทามเ้าให้กับหมอเวิงเช่นกันเ้าลองพิจารณาดูเถิดว่าสนใจผู้ใดมากกว่ากัน ครั้งนี้เ้าอายุจะครบยี่สิบแล้วแม่เห็นว่าควรตัดสินใจเสียที”
“ไม่ได้สิ!ให้ข้าสืบภูมิหลังบุรุษทั้งคู่ดูก่อน”ใต้เท้าหลูสีหน้าไม่ค่อยดีเมื่อเห็นว่าภรรยาของตนดูจะรีบผลักดันให้บุตรสาวตัดสินใจ
ไม่นานนักหัวหน้ามือปราบโหยวก็ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อตาให้ส่งสายสืบไปตรวจสอบประวัติของหลานชายใต้เท้าเหยียนและหมอเวิงอันเพิ่มเติม เหยียนถังที่ได้รับคำสั่งยิ้มน้อยๆ ในขณะที่จั๋วเหรินหาวนั่งขมวดคิ้ว
“หมอเวิงก็สืบไปแล้วรอบหนึ่งมิใช่หรือ?”
“นั่นแค่รู้ว่าเขามาจากตระกูลใดเป็หลานชายของใต้เท้าจานจริงหรือไม่?แต่คราวนี้ต้องสืบให้ชัดว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง? หากจะปล่อยให้แต่งงานกับซวงเอ๋อร์ก็ต้องสืบอย่างรัดกุม”
จั๋วเหรินหาวส่ายศีรษะ“คุณหนูรองนี่ดวงดอกท้อของนางช่างเบ่งบานเสียจริง ครั้งก่อนก็บุรุษสามตระกูลคราวนี้ก็สองตระกูลใหญ่อีก”
โหยวอีที่รู้สึกสงสัยในพฤติกรรมของสายลับหน่วยของตนจนได้แอบสืบเื่ของเหยียนถังมาก่อนแล้วหันไปทางมือปราบสายลับพลางหัวเราะหึๆ
“หลานชายใต้เท้าเหยียนเราคงสืบไม่ยากหรอกเพราะแท้จริงเขาก็นั่งอยู่ต่อหน้าพวกเราแล้ว! เหยียนถังข้ารู้แล้วว่าแท้จริงเ้าเป็หลานชายใต้เท้าเหยียน”
“อะหา! หัวหน้าโหยว ท่านรู้ั้แ่เมื่อใด?”
“ข้าสืบั้แ่เ้าอยากไปเป็พ่อครัวจวนหลูแล้วท่าทางเ้าจริงจังกับ ซวงเอ๋อร์เช่นนี้ข้าจึงไม่ไว้วางใจ”
“แล้วท่านว่า...ข้าพอจะเป็เขยคนรองในตระกูลหลูได้หรือไม่?”
“หึ!ให้เ้าพิชิตใจซวงเอ๋อร์ให้ได้ก่อนเถอะ ไปอยู่นานแล้วก็ยังไม่คืบหน้าหากนางตกลงปลงใจกับเ้า ข้าก็ยินดีด้วย!”
“ท่านไม่ต้องห่วงหัวหน้าโหยวข้าจะต้องมาร่วมวงศ์สกุลของท่านให้ได้”
“เออ! ข้าจะคอยดู!”
***********************


