บทที่15
ความหวังใหม่
หลังจากที่หยางป๋อจากไปแล้วเว่ยเถียนเถียนรู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจแต่ก็ไม่ยอมให้ความเหงานั้นมาขวางกั้นความตั้งใจของเธอทุกๆเช้าเธอยังคงลุกขึ้นมาแต่เช้าตรู่เตรียมทำปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ด้วยความมุ่งมั่นจางเสวียอี้เองก็คอยช่วยเหลือแม่ของเขาอย่างเต็มที่
เว่ยเถียนเถียนตระหนักว่าจะต้องพยายามมากกว่านี้หาก้าพิสูจน์ให้คนรอบข้างเห็นว่าหญิงหม้ายหย่าสามีก็สามารถประสบความสำเร็จได้เพื่อให้หยางป๋อภูมิใจในตัวเธอและให้สังคมยอมรับในคุณค่าของเธอเอง
วันเวลาผ่านไปเว่ยเถียนเถียนเริ่มคำนึงถึงอนาคตของตัวเองกับลูกชายมากขึ้นเข้าใจดีว่าการขายน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างฐานะให้มั่นคงและร่ำรวยได้จึงคิดถึงวิธีที่จะขยายกิจการหรืออาจจะทำสิ่งอื่นๆเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น
เธอนั่งคิดและวางแผนใน่เวลาว่างหลังจากปิดร้านมองดูรอบๆ ร้านเพื่อหาว่ามีอะไรที่สามารถทำได้บ้างอุปกรณ์ที่ตอนนี้ยังมีอยู่ไม่มากบวกกับหน้าร้านที่มีขนาดเล็กคงจะยังไม่เพียงพอที่จะทำกิจการอะไรที่ใหญ่โตได้
หลายคืนที่ไม่สามารถนอนหลับได้สนิทคิดไปคิดมาเกี่ยวกับสิ่งที่จะสามารถทำได้เธอได้พูดคุยกับลูกชายเื่ความคิดที่จะขยายกิจการเด้กชายรับฟังด้วยความตื่นเต้นถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไรแต่ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือแม่ของเขา
เว่ยเถียนเถียนพาลูกชายออกไปเดินสำรวจตลาดรอบๆดูว่ามีความ้าอะไรบ้าง มีอะไรบ้างที่ตลาดนี้ไม่ยังไม่มีหรือไม่ก็มีแต่ว่าน้อยมาก บางอย่างสามารถใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในมิติออกมาทำขายได้เธอจดรายละเอียดเอาไว้เพื่อที่ว่าจะได้นำมาเลือกอีกทีว่าจะทำอะไร
กลับมาถึงร้านแล้วก็พยายามนึกถึงสิ่งที่เคยเรียนรู้จากประสบการณ์ในชาติที่แล้วความทรงจำจากชาติที่แล้วก็ผุดขึ้นมาในหัวก่อนหน้านี้เธอเคยไปดูงานที่โรงงานแปรรูปถั่วเหลืองที่เป็คู่ค้าของบริษัทที่นั่นมีการแปรรูปถั่วเหลืองอย่างครบวงจรทั้งผลิตน้ำเต้าหู้แบบกล่อง เต้าหู้และฟองเต้าหู้ในรูปแบบต่าง ๆ
การแปรรูปถั่วเหลืองในโรงงานนั้นมีทั้งขั้นตอนที่ซับซ้อนและเทคโนโลยีที่ทันสมัยแต่สิ่งที่ทำให้ประทับใจมากที่สุดคือวิธีการทำเต้าหู้ที่หลากหลายเว่ยเถียนเถียนจดจำรายละเอียดทั้งหมดได้อย่างแม่นยำและสามารถเห็นภาพกระบวนการทั้งหมดในหัวั้แ่การเลือกถั่วเหลืองที่ดีการแช่น้ำ การบด และการทำให้เป็ก้อน
ในที่สุดก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำเต้าหู้ก้อนในสองแบบคือเต้าหู้ชนิดแข็งและชนิดอ่อนเต้าหู้แข็งจะเหมาะสำหรับการทำอาหารที่้าเนื้อััแน่นส่วนเต้าหู้ชนิดอ่อนจะมีความเนียนนุ่มเหมาะสำหรับการทำขนมหวานหรืออาหารที่้ารสชาติอ่อนโยนและที่สำคัญที่ตลาดนี้ก็มีร้านขายเต้าหู้เพียงแค่เ้าเดียวแถมยังเป็ร้านเล็ก ๆอีกต่างหาก หากทำออกมาคงต้องขายได้แน่ ๆ
เมื่อคิดได้แล้วก็เริ่มลงมือเตรียมตัวอย่างจริงจังโดยเริ่มต้นจากการพาลูกชายไปที่ตลาดเพื่อซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็สำหรับการทำเต้าหู้ในวันนี้ตลาดเต็มไปด้วยผู้คนที่มาซื้อของและดูสินค้าแต่สองแม่ลูกไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใดกลับรู้สึกตื่นเต้นและสนุกสนานไปกับการเลือกซื้อสิ่งของ
พวกเขาเดินผ่านแผงขายของต่างๆ ในตลาดแล้วหยุดที่ร้านค้าแห่งหนึ่งที่ขายอุปกรณ์ทำอาหารโดยที่เว่ยเถียนเถียน้าซื้อเครื่องโม่ขนาดใหญ่เครื่องโม่ที่ร้านเดิมมีขนาดเล็กไม่สามารถรองรับการทำเต้าหู้จำนวนมากได้ทันนอกจากนี้พวกเขายัง้าซื้อถาดสำหรับวางเต้าหู้พิมพ์เต้าหู้และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อีกด้วย
จางเสวียอี้เดินอยู่ข้างๆแม่ของเขาและมองไปที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยความตื่นเต้นเมื่อเขาเห็นเครื่องโม่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในร้านก็วิ่งไปยังเครื่องนั้นและมองมันอย่างตื่นเต้น"แม่ นี่คือเครื่องโม่ใหญ่ที่เรา้าใช่ไหม"
"ใช่แล้วลองดูสิว่าเสวียอี้จะโม่ไหวไหม" เว่ยเถียนเถียนยิ้มและตอบกลับลูกชาย
“ไหวอยู่แล้วครับต่อให้ใหญ่กว่านี้ก็โม่ไหว” เด็กน้อยตอบ
พวกเขาช่วยกันเลือกและขนย้ายอุปกรณ์ที่ซื้อมาด้วยความระมัดระวังจางเสวียอี้ดูเหมือนจะมีความสุขอย่างมากที่จะได้ทำสิ่งใหม่ ๆ
"แม่ถ้าพวกเรากลับถึงบ้านจะเริ่มทำเต้าหู้กับเลยไหมครับ" เขาพูดด้วยความตื่นเต้น
เว่ยเถียนเถียนมองไปที่ลูกชายอย่างเอ็นดู"แน่นอน พวกเราต้องลองทำดูก่อน จะได้ดูว่าใช้ได้ไหมก่อนเอาออกมาขาย"
ได้ยินคำตอบของแม่แล้วเด็กน้อยก็ดีใจเป็อย่างมากเพราะตอนนี้เขาอยากเล่นเครื่องโม่อันใหม่จนแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว“เย้ ๆ ผมจะตั้งใจทำอย่างเต็มที่เลย”
เมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนจึงเดินกลับร้านด้วยความพอใจและบรรยากาศของตลาดที่ยังคงคึกคักพวกเขาพูดคุยและหัวเราะกันตลอดทางกลับบ้าน
เมื่อกลับมาถึงร้านแล้วเว่ยเถียนเถียนและจางเสวียอี้ก็เริ่มลงมือจัดการกับพวกอุปกรณ์ที่ซื้อมาหลังจากวางเครื่องโม่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ลงในที่ที่เตรียมไว้แล้วก็เข้าไปขนวัตถุดิบออกมาจากมิติอย่างรวดเร็วครั้งนี้ขนออกมามากหน่อยเล่นเอาเหนื่อยจนเหงื่อท่วม
จางเสวียอี้มองดูเครื่องโม่ขนาดใหญ่ด้วยความตื่นเต้นเขาเริ่มลูบมันอย่างรักใคร่ "แม่ เครื่องโม่นี้มันใหญ่และเจ๋งมากเลย"
เว่ยเถียนเถียนยิ้มและพยักหน้า"แต่ว่าลูกต้องรอก่อนนะ ยังใช้ตอนนี้ไม่ได้”
“ทำไมล่ะครับ”เด็กชายถามอย่างงุนงง
“ก็เพราะว่าแม่ต้องแช่ถั่วเหลืองก่อนน่ะสิถ้าไม่แช่แล้วจะโม่ได้ยังไง” เว่ยเถียนเถียนตอบ
“จริงด้วยผมลืมไปเสียสนิทเลย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปช่วยเตรียมของอย่างอื่นรอ”เด็กน้อยกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
“ดีมาก”เว่ยเถียนเถียนยกนิ้วโป้งให้เขาทีหนึ่งเด็กชายก็วิ่งเข้าไปในครัวเพื่อช่วยแม่เตรียมของอย่างอื่น
กระบวนการเริ่มต้นด้วยการแช่ถั่วเหลืองในน้ำจากนั้นจึงนำถั่วเหลืองที่แช่แล้วมาบดในเครื่องโม่ขนาดใหญ่ความรู้สึกของจางเสวียอี้ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนานเขาหยิบถั่วเหลืองและใส่ลงในเครื่องโม่เริ่มหมุนเครื่องโม่ไปมาอย่างคล่องแคล่ว
การทำเต้าหู้เป็กระบวนการที่ใช้เวลาค่อนข้างนานแต่สองแม่ลูกก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็งพวกเขาทำทุกขั้นตอนอย่างระมัดระวังั้แ่การบดถั่วเหลืองจนถึงการแยกน้ำและเนื้อเต้าหู้และสุดท้ายก็นำไปใส่พิมพ์เพื่อให้ได้รูปทรงที่้า
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นก็รอให้เต้าหู้เซตตัวอย่างใจจดใจจ่อเมื่อเต้าหู้ได้ที่แล้ว พวกเขาก็ทำการลองชิมผลผลิตที่ทำขึ้นเองผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดีกว่าที่คาดหวังไว้มาก
จางเสวียอี้ตักเต้าหู้ใส่จานแล้วลองชิมอย่างตื่นเต้นเขามองไปที่แม่ด้วยความดีใจ พร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น "แม่ครับเต้าหู้ที่เราทำมันอร่อยมากเลย"
"ไหนแม่ลองชิมหน่อย"เว่ยเถียนเถียนพูดพร้อมใช้ช้อนตักเต้าหู้ขึ้นมาชิมบ้าง “อืม...อร่อยจริง ๆรสชาติแบบนี้แหละขายได้แล้ว”
ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกภูมิใจและมีความสุขอย่างมากเต้าหู้ที่พวกเขาทำออกมาครั้งนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดเว่ยเถียนเถียนมั่นใจว่ายังไงก็ต้องได้ขายแน่ ๆและนี้คือความหวังใหม่ที่จะทำให้พวกเขาสองแม่ลูกสามารถสร้างฐานะขึ้นมาได้ในอนาคตจะขยายกิจการต่อไปยังไงนั้นก็ค่อยมาว่ากันทีหลังแต่นี่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปอีกเื่หนึ่งแล้ว