น่านฟ้าเด็กหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีทำงานเป็สัตวแพทย์อยู่ที่ปางช้างแห่งหนึ่งน่านฟ้าทำงานดูแลช้างอยู่ที่ปางช้างแห่งนี้มาได้หนึ่งปีกว่าแล้ว ในทุกๆ วัน น่านฟ้าจะคอยตรวจสุขภาพของช้างยี่สิบกว่าเชือกในปางช้าง
“หมอน่านเกิดเื่แล้วพลายแก้วเผลอไปเหยียบเศษไม้จนปักเข้าไปในเท้า”ต้นหมอผู้ช่วยได้รับข่าวสารมาจากควาญช้างวิ่งเข้ามารายงานน่านฟ้าที่กำลังนั่งทานข้าวกลางวันอยู่
“ไปเตรียมเครื่องมือในห้องยาเดี๋ยวผมจะรีบไปดูพลายแก้วก่อน” น่านฟ้าที่ได้ยินก็เด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้ทันทีไม่สนข้าวที่เหลือเต็มถ้วยบอกให้ต้นหมอผู้ช่วยไปเตรียมเครื่องมือส่วนเขานั้นก็ล่วงหน้าไปดูอาการของพลายแก้วก่อน
“ครับ”ต้นรีบวิ่งไปห้องยาเตรียมของตามที่น่านฟ้าได้สั่งไว้
น่านฟ้ามาถึงโรงเลี้ยงที่อยู่อาศัยของพลายแก้วก็เห็นความผิดปกติของขาหน้าข้างขวาได้อย่างชัดเจน
“หมอน่านพอดีผมพาพลายแก้วไปกินกล้วยในสวนไม่คิดว่าตรงนั้นจะมีเศษไม้จนทำให้พลายแก้วไปเหยียบ”ควาญช้างที่เป็คนดูแลพลายแก้วก็เข้ามาบอกเหตุการณ์ที่ทำให้พลายแก้วต้องไปเหยียบเศษไม้
“พี่ไม่ต้องเป็ห่วงผมจะรีบเอาออกให้”น่านฟ้าเดินเข้าไปใกล้พลายแก้วโดยมีควาญช้างเดินตามเข้าไปด้วยเพราะช้างตัวนี้เป็ช้างที่กลัวหมอเป็อย่างมากยิ่งเห็นน่านฟ้าเดินเข้ามาตัวของพลายแก้วก็แทบจะแตกตื่นทันที
“ไม่ต้องกลัวแค่จะมาเอาไม้ออกจากเท้าให้” น่านฟ้ายืนอยู่ไม่ไกลรอให้ควาญช้างทำให้พลายแก้วสงบลงจึงเข้าไปดูจุดที่ไม้ปักคาไว้ใกล้ๆ
“หมอน่าน ของมาแล้ว”ต้นเอากระเป๋าเครื่องมือที่เตรียมมาเอาวางไว้ใกล้ๆ น่านฟ้าเพื่อที่จะให้หมอหนุ่มหยิบจับได้สะดวก
ยามน่านฟ้าััที่าแพลายแก้วก็ส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปเนื่องจากเศษไม้มันเสียบเข้าไปลึกอย่างมาก
“ไม่เป็ไร”ควาญช้างปลอบประโลมให้พลายแก้วใจเย็น
น่านฟ้าเห็นว่าพลายแก้วสงบแล้วจึงเริ่มลงมือต่อหยิบคีมขึ้นมาหมายจะใช้ดึงเศษไม้ออกจากเท้าพลายแก้ว
แต่แล้วเื่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นขณะที่น่านฟ้ากำลังดึงเศษไม้ออกจากเท้าของพลายแก้วช้างหนุ่มก็เกิดอาการตกมันสะบัดควาญช้างที่นั่งอยู่ข้างบนร่วงหล่นลงพื้น
“หมอน่านรีบออกมาเร็ว”ควาญช้างรีบส่งเสียงเรียกให้หมอน่านกับต้นให้รีบออกมาจากตรงนั้นเพราะพลายแก้วดูเหมือนกำลังจะตกมันซึ่งมันอันตรายเป็อย่างมาก
“หมอน่านรีบออกมาเร็ว”ต้นออกมาั้แ่พลายแก้วสะบัดควาญช้างจนตกลงมาแล้วหันไปยังเห็นน่านฟ้ายังอยู่ที่เดิมก็รีบเร่งให้ชายหนุ่มรีบออกมาจากตรงนั้นโดยเร็ว
“อ๊ะ...”น่านฟ้าที่พึ่งรู้ตัว จะรีบออกไปก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อพลายแก้วใช้งวงฟาดเข้าที่แผ่นหลังของน่านฟ้าด้วยแรงจำนวนมหาศาลทำให้น่านฟ้าหมดสติอยู่ตรงนั้นทันที
“หมอน่าน”
“หมอน่าน”ทั้งต้นและควาญช้างเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยความใรีบหาทางช่วยก่อนที่พลายแก้วจะทำอะไรน่านฟ้าไปมากกว่านี้
ควาญช้างคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็เข้ามาช่วยอารมณ์ที่รุนแรงของพลายแก้วแทบจะไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ตัวน่านฟ้าได้เลย
“อย่า...”เสียงร้องของผู้คนดังไปทั่วเมื่อพลายแก้วถอยหลังเข้ามาเหยียบที่หน้าอกของน่านฟ้าเต็มแรงทำให้บริเวณหน้าอกยุบลงไปเสียชีวิตตรงนั้น
ดวงิญญาของน่านฟ้ายืนมองงานศพของตัวเองที่ถูกจัดขึ้นมองผู้คนมากมายที่เข้ามาร่วมไว้อาลัยน่านฟ้ารู้สึกเสียดายเวลาชีวิตที่เหลือของเขามากเขาใช้ชีวิตมาเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น ทำไมโชคชะตาถึงได้ใจร้ายกับเขาขนาดนี้
ิญญาของน่านฟ้ายังคงสิงสถิตอยู่ที่ปางช้างแห่งนี้ในทุกๆ วันน่านฟ้าก็จะคอยดูแลช้างทุกตัวอย่างที่เคยทำเหมือนตอนมีชีวิตอยู่รวมถึงพลายแก้วน่านฟ้าก็ไม่เคยโกรธที่เป็เหตุให้เขาเสียชีวิต
“หมอน่านผมทำได้แล้วนะ”ต้นมองใบปริญญาที่เขาใช้เวลาทั้งหมดหกปี เขาทุ่มเทกับมันอย่างมากเหมือนกับหกปีที่แล้วที่น่านฟ้าอุตส่าห์ติวหนังสือให้เขาทุกวัน
“พี่ดีใจด้วย” น่านฟ้าเองก็ได้เห็นแล้วว่าต้นสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ
จู่ ๆน่านฟ้าก็รู้สึกร่างกายของเขาเบาขึ้นเป็อย่างมากความเข้มข้นของดวงิญญาก็เริ่มเบาบาง
“เกิดอะไรขึ้น”ยังไม่ทันที่น่านฟ้าจะหาคำตอบดวงจิตของเขาก็ดับวูบรู้สึกเหมือนถูกดูดไปที่ไหนสักที่
เปลือกตาขาวค่อยลืมตาขึ้นอย่างช้าๆภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้น่านฟ้าต้องหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปรอบๆยิ่งทำให้เขาแปลกใจว่าสถานที่แบบนี้ที่ปางช้างเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ต้นไม้ขนาดใหญ่อายุน่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยปี
“เกิดอะไรขึ้นทำไมแขนเหลือเท่านี้” น่านฟ้ามองแขนทั้งสองข้างของตัวเขาด้วยความใเหตุใดมันจึงลดขนาดเหลือเท่านี้ ทั้งยังมีขนปกคลุมอีก มองลงไปที่ขายิ่งทำให้น่านฟ้าแทบเป็ลมนี่เขามาเกิดเป็ตัวอะไรกัน
“โอ๊ย...เจ็บจริงด้วย”น่านฟ้านั่งคิดอยู่สักพักก็ยังทำใจไม่ได้ที่ตอนนี้เขาเป็สัตว์มีขนคิดว่าตัวเขานั้นกำลังฝันอยู่จึงกัดลงไปที่แขนเผื่อว่าจะได้ตื่นจากฝันนี้แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อเขารู้สึกเจ็บจริงๆ
“จ้าวเหวิน” จู่ ๆชื่อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของน่านฟ้าทำให้เขายิ่งงงเข้าไปกันใหญ่จ้าวเหวินคือชื่อของเขาอย่างนั้นหรือหากเป็อย่างนี้ไม่ใช่ว่าเขาทะลุมิติมาเป็สัตว์มีขนอย่างที่เขาเคยดูในหนังหรือ
สิ่งที่น่านฟ้าไม่เข้าใจก็คือหนังที่น่านฟ้าเคยดูล้วนแล้วเกิดมาเป็คนกันหมดแล้วเหตุใดเขาถึงเกิดมาเป็สัตว์มีขนกันแล้วตัวเล็กขนาดนี้จะไม่โดนสัตว์ใหญ่เขมือบหรืออย่างไร
จ้าวเหวินใช้เวลายอมรับชะตากรรมกับสิ่งที่เขาต้องเป็ในตอนนี้เกือบหนึ่งชั่วยามในที่สุดเขาก็ยอมรับได้หากกลับไปในโลกที่แล้วก็ยังคงเป็ิญญา สู้ใช้ชีวิตเป็สัตว์มีขนตัวนี้ให้สนุกไปไม่ดีกว่าหรือให้ได้รู้ว่ายามที่ตัวเขาเป็สัตว์นั้นรู้สึกอย่างไร
เมื่อยอมรับชะตากรรมได้แล้วจ้าวเหวินก็ออกสำรวจพื้นที่โดยรอบ ร่างปุกปุยวิ่งสำรวจไปทั่วบริเวณ
“ไม่มีสัตว์ใหญ่ค่อยสบายใจหน่อยว่าแต่มีอะไรกินบ้างเริ่มหิวแล้ว”จ้าวเหวินวิ่งเกือบทั่วป่าอยู่สองชั่วยามท้องน้อยๆ ก็เริ่มหิวสายตากวาดมองไปทั่วเพื่อหาว่าพอจะมีอะไรยัดลงท้องน้อยๆ นี้ได้บ้าง
“นั้นมันลูกท้อป่า”สายตาของจ้าวเหวินเหลือบไปเห็นลูกท้อที่อยู่บนต้นไม้จำได้ว่าภพก่อนจ้าวเหวินคนนี้ชอบกินมันอย่างมาก ไม่รอช้ารีบวิ่งขึ้นต้นท้อไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจอลูกที่เหมาะแล้วจ้าวเหวินกัดเข้าไปเต็มคำคิดว่าจะต้องอร่อยอย่างแน่นอนก็ต้องผิดหวัง
“ไม่อร่อยเลยทำไมรสชาติไม่เหมือนที่ข้าเคยกิน เหม็นด้วย” จ้าวเหวินมองลูกท้อป่าตรงหน้าด้วยความฉงนทำไมลูกท้อที่นี่รสชาติไม่เหมือนที่เคยกินเลย
จ้าวเหวินที่ไม่สามารถทนกินต่อไปได้ต้องลงมาจากต้นไม้ใหญ่เพื่อหาอาหารต่อไป
“นั้นเสียงน้ำ อาจจะมีน้ำตกอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้”หูของจ้าวเหวินบังเอิญได้ยินเสียงน้ำ คาดว่าน่าจะมีน้ำตกอยู่แถวนี้ร่างปุกปุยสีขาวจึงวิ่งตามเสียงน้ำไปอย่างรวดเร็ว
“สวยมาก”มาถึงจ้าวเหวินก็ต้องตกตะลึงกับความสวยงามของน้ำตกเขาไม่เคยเห็นน้ำตกที่สวยขนาดนี้มาก่อนอีกทั้งน้ำยังใสอีกด้วย
“มีปลาด้วยตัวใหญ่น่ากินมาก” สายตามองไปเห็นปลาตัวใหญ่ที่ว่ายไปมาอยู่ในน้ำจ้าวเหวินก็น้ำลายไหลรู้สึกอยากกินแค่ยังไม่ได้ลิ้มลองก็รับรู้ได้ถึงความอร่อย
ไม่รอช้าจ้าวเหวินะโลงไปในน้ำเพื่อจับปลาตัวใหญ่
“รอก่อนน้องปลาที่แสนอร่อยพี่มาแล้ว” จ้าวเหวินว่ายน้ำจับปลาด้วยความแน่วแน่วันนี้เขาคงมีอะไรอร่อยตกถึงท้องแล้ว