“เจียวเจียว นี่เธอรวยแล้วเหรอ!” จ้าวอวี้เฟินอุทานด้วยความตกใจ
ไม่อย่างนั้นจะเอาเกี๊ยวมาให้ตั้งสี่ชามได้อย่างไร!
แล้วกลิ่นหอมช่าง…
เย้ายวนใจนัก!
เกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้กินเนื้อทำเอาเธอแทบจะหิวตายอยู่แล้ว!
ครั้งสุดท้ายที่ได้กินเนื้อก็ตอนที่เว่ยหงปิงผัดพริกใส่เนื้อหมูแล้วแบ่งให้เธอนิดหน่อย
หลังจากนั้นเธอก็เอาไข่ไก่ไปคืนเขาเป็นการตอบแทนบุญคุณ
เนื้อนี่มันหายากจริงๆนะ!
แถมไม่มีบัตรแลกเนื้อด้วย!
จ้าวอวี้เฟินรู้สึกว่าน้ำลายตัวเองแทบจะไหลไม่หยุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากทำงานมาทั้งเช้า ตอนนี้เธอหิวจนท้องร้องโครกคราก
แล้วจู่ๆก็เห็นเกี๊ยวเนื้อชามใหญ่ขนาดนี้ เธอแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว!
ใครจะทนไหวกัน!
ยิ่งเห็นก็ยิ่งหิว!
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“ฉันรับเงินเดือนได้เดือนละสามสิบเก้าหยวนแล้วยังมีเงินอีกยี่สิบหยวนที่พ่อแม่ส่งมาจากตัวเมืองมณฑลด้วยค่ะก็เลยพอจะเรียกว่ามีเงินเหลืออยู่บ้าง”
คำพูดของซูเจียวเจียวเรียกสายตาอิจฉาจากหลายคู่ทันที
นี่มันรวยแล้วจริงๆ!
รวมแล้วเดือนละห้าสิบเก้าหยวนเลยนะ!
ปีหนึ่งก็เจ็ดร้อยกว่าหยวน!
สิบปีก็เจ็ดพันกว่าหยวน!
จะกลายเป็นคนมีเงินเป็นหมื่นหยวนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย!
ยุวชนที่บ้านพักยุวชนและชาวบ้านที่เดินผ่านมา ต่างก็อิจฉาจนตาแดงก่ำ
ซูเจียวเจียวไม่เพียงแต่สวยที่สุดเท่านั้นแต่ยังหาเงินเก่งอีกด้วย นี่มันต้นไม้เงินต้นไม้ทองชัดๆ!
ใครได้ซูเจียวเจียวเป็นภรรยาละก็คนคนนั้นก็ไม่ต้องลงไปทำงานในไร่นาตลอดชีวิตแล้ว!
โชคของเซียวหยวนหมิงนี่มันดีเกินไปแล้วจริงๆ!
จากนั้นทุกคนก็มองเซียวหยวนหมิงด้วยสายตาอิจฉาริษยา
ไม่แปลกใจเลยที่บ้านของเซียวหยวนหมิงมีกลิ่นเนื้อหอมฟุ้งออกมาทุกสองสามวันนี่มันกำลังกินบุญเก่าของภรรยาอย่างผ่าเผยเลยนี่นา!
จ้าวอวี้เฟินเองก็มีแววตาอิจฉาแต่ไม่มีความริษยา “เธอพูดแบบนี้อาจจะทำให้คนอื่นหมั่นไส้ได้นะ”
ซูเจียวเจียวตั้งใจพูดแบบนี้อยู่แล้วเพราะเดี๋ยวอาหมิงจะต้องไปซื้ออิฐและปูนซีเมนต์ คนอื่นก็จะรู้เรื่องนี้และจะได้อธิบายเรื่องบัตรอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น
โจวเม่ยยืนอยู่หน้าประตูบ้านพักจ้องมองซูเจียวเจียวด้วยความไม่พอใจสุดขีดน่าเสียดายที่ปีที่แล้วตอนที่เธอไปส่งจดหมายที่เมือง ซูเจียวเจียวจับได้ไม่อย่างนั้นเงินยี่สิบหยวนของซูเจียวเจียวก็คงจะหายไปแล้วป่านนี้จะมีหน้ามาโอ้อวดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
ซูเจียวเจียวหยิบเกี๊ยวชามหนึ่งยื่นให้จ้าวอวี้เฟิน
จ้าวอวี้เฟินตกใจ“นี่ให้ฉันเหรอคะ?”
ซูเจียวเจียวกล่าว“คราวที่แล้วตอนเกิดเหตุดินถล่ม คุณก็ช่วยไว้เยอะมากฉันก็เลยเอาเกี๊ยวมาให้เป็นการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ อย่ารังเกียจว่าน้อยเลยนะคะ”
“จะรังเกียจได้ยังไง! ฉันมีแต่จะรู้สึกว่ามันเยอะต่างหาก! ชามใหญ่ขนาดนี้!”จ้าวอวี้เฟินรับชามไปอย่างมีความสุข “งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ!”
ซูเจียวเจียวให้เซียวหยวนหมิงนำเกี๊ยวที่เหลืออีกสามชามไปให้ฮั่วเจี้ยนจงและเว่ยหงปิงส่วนชามสุดท้ายให้เยว่เผิงไห่
เซียวหยวนหมิงหยิบเกี๊ยวชามหนึ่งยื่นให้ฮั่วเจี้ยนจง“สำหรับยุวชนฮั่วครับ”
“ขอบคุณครับ” ฮั่วเจี้ยนจงมองเกี๊ยวที่อัดแน่นเต็มที่ก็กลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะยื่นมือไปรับอย่างไม่เกรงใจ แล้วเขาก็แปลกใจเมื่อพบว่ามันหยิบไม่ขึ้น
นั่นก็เพราะว่าเซียวหยวนหมิงยังไม่ปล่อยมือ!
“สหายเซียวหยวนหมิง”
เขาเอ่ยเรียกเสียงเบา
เซียวหยวนหมิงจ้องมองเขาตรงๆ“บุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ ผมจำได้ครับ และผมจะตอบแทนคุณในภายหลังแต่ตอนนี้เจียวเจียวเป็นภรรยาของผม”
ฮั่วเจี้ยนจงเผยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะยิ้มหรือไม่ยิ้ม“เซียวหยวนหมิง ผู้ชายที่ฉลาดไม่ได้คิดจะผูกมัดผู้หญิงของตัวเองแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองเก่งขึ้น แล้วยืนเคียงข้างเธอ ปกป้องเธอเป็นที่พึ่งให้เธอ การที่คุณมาคุยกับผมแบบนี้ แสดงว่าคุณรู้สึกไม่มั่นใจเพราะคุณไม่แน่ใจว่าคุณจะสามารถให้ความสุขแก่เธอได้ในอนาคต”
แววตาของเซียวหยวนหมิงพลันกลายเป็นมืดครึ้ม
ฮั่วเจี้ยนจงพูดต่อ“ซูเจียวเจียวทั้งสวยและฉลาด แถมยังมีฐานะทางบ้านที่ดีคุณคิดว่าเธอจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน? ถ้าหากวันหนึ่งเธอจะกลับเมืองคุณจะทำอย่างไร? ถ้าคุณยังอยู่ที่นี่ต่อไปทั้งสองคนก็ยากที่จะอยู่ด้วยกันได้ ในที่สุดก็ต้องแยกทางกัน”
“แต่ถ้าคุณตามเธอไปในเมือง คุณจะใช้ชีวิตในเมืองได้หรือไม่? คุณจะให้บ้านที่มั่นคงและมีความสุขแก่เธอได้ไหม? คุณจะเลี้ยงดูเธอได้ไหม?คำพูดของเธอ คุณจะเข้าใจไหม? เรื่องเหล่านี้คุณเคยคิดบ้างไหม?”
คำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆทำให้สมองของเซียวหยวนหมิงรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดสะบั้นลง
คำพูดของฮั่วเจี้ยนจงก้องกังวานในสมองของเขาอย่างชัดเจนทุกคำ
ใช่แล้ว!
เขาจะรั้งเจียวเจียวไว้ได้แค่ชั่วคราวแล้วจะรั้งเธอไว้ได้ตลอดไปได้อย่างไร?
แม้จะรั้งเจียวเจียวไว้ได้แล้วจะให้ชีวิตที่มีความสุขแก่เธอได้อย่างไร?
จะให้เธออยู่กับเขาที่นี่ไปตลอดชีวิตหรือ?
ตัวเมืองมณฑลคือบ้านของเธอ!
จู่ๆเขาก็นึกถึงปัญหาสำคัญ
ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงตอนนี้เจียวเจียวมักจะจ้องมองเขาอ่านหนังสือ ให้เขาทำแบบฝึกหัดและเขียนเรียงความอยู่เสมอหรือว่าเธอเตรียมตัวที่จะกลับไป?
เจียวเจียวรู้มานานแล้วว่าสักวันหนึ่งเธอต้องกลับเมือง เพื่อให้เขาสามารถก้าวตามเธอได้เธอจึงให้เขาอ่านหนังสือมาตลอด…
ดังนั้นเจียวเจียวตั้งใจจะพาเขากลับเมืองด้วย!
เจียวเจียวไม่เคยคิดจะทิ้งเขาเลยสักนิด!
เมื่อคิดได้เช่นนี้เซียวหยวนหมิงก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย หลายครั้งที่ตื่นขึ้นกลางดึกเขามักจะกลัวว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝันที่สวยงามเขามักจะกลัวว่าเจียวเจียวจะจากไป จะกลับไปที่ตัวเมืองมณฑล…
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถทำให้เจียวเจียวผิดหวังได้!
ในขณะที่เซียวหยวนหมิงกำลังครุ่นคิดฮั่วเจี้ยนจงก็จ้องมองเขาโดยไม่พูดอะไร หวังว่าเขาจะเข้าใจ
แล้วฮั่วเจี้ยนจงก็หยิบเกี๊ยวจากมือเซียวหยวนหมิงไปกินทันที
อืมรสชาติอร่อยจริงๆ!
มีทั้งไส้กะหล่ำปลีหมูและไส้กุยช่ายไข่
อร่อยไม่แพ้ร้านอาหารรัฐสวัสดิการเลย!
วันนี้มีบุญปากจริงๆ!
อืมแต่เกี๊ยวนี่ห่อได้หน้าขี้เหร่พิลึก!
เมื่อเซียวหยวนหมิงคิดออกเขาก็พบว่าฮั่วเจี้ยนจงกินเกี๊ยวไปครึ่งชามแล้ว
แววตาของเซียวหยวนหมิงมืดลงเล็กน้อยเขายกศีรษะขึ้นจ้องมองฮั่วเจี้ยนจงแล้วกล่าวว่า “คำเตือนของคุณผมจำไว้แล้วครับ”
หลังจากซูเจียวเจียวส่งเกี๊ยวให้เว่ยหงปิงเสร็จเธอก็เห็นเซียวหยวนหมิงกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับฮั่วเจี้ยนจง เธอเดินเข้าไปหา“อาหมิง พวกคุณคุยอะไรกันหรือคะ?”
เซียวหยวนหมิงได้สติกลับคืนมามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน “เขาบอกว่าเกี๊ยวที่คุณห่ออร่อยมาก”
ฮั่วเจี้ยนจงทานไปก็พร่ำชมไม่หยุดปาก“อร่อยมาก! รสชาติสุดยอดจริงๆ! เปิดร้านได้เลย!แต่เกี๊ยวห่อได้ขี้เหร่ไปหน่อย ถ้าอยากเปิดร้านละก็คงต้องฝึกห่อเกี๊ยวให้เก่งกว่านี้”
ซูเจียวเจียวอดหัวเราะออกมาไม่ได้“เกี๊ยวชามนี้เป็นของอาหมิงที่ห่อเองค่ะจะเห็นได้ว่าอาหมิงใส่ใจคุณมากเลยนะคะ”
ฮั่วเจี้ยนจง"…"
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเซียวหยวนหมิงจงใจหรือเปล่า
ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกำลังมองหาเยว่เผิงไห่
แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ
“เจียวเจียว เธอคงลืมไปแล้วมั้ง? เยว่เผิงไห่กับจางหงอวี้แต่งงานกันแล้วตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่บ้านพักยุวชนแล้วนะ” จ้าวอวี้เฟินเตือน