เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 14 : ความจริงเมื่ออายุ 6 ขวบ
วันที่ซินเยว่มีอายุครบหกขวบมาถึงในที่สุดเธอตัดสินใจแน่วแน่ตามที่วางแผนไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาว่าจะไม่รอช้าอีกต่อไป
ค่ำคืนนั้นหลังอาหารเย็นขณะที่พี่ชายทั้งสองออกไปเล่นกับลูกพี่ลูกน้องที่ปีกอาคารอื่นซินเยว่เดินเข้าไปหาพ่อกับแม่ที่นั่งอยู่ในห้องโถงหัวใจเต้นแรงกว่าทุกครั้งที่เคยเป็มา
"พ่อคะ แม่คะ หนูมีเื่สำคัญมากอยากบอก"น้ำเสียงของเธอจริงจังผิดปกติจนหวังซูเจินวางงานเย็บผ้าในมือลงทันที
"ว่ายังไงจ๊ะลูก" แม่ถามด้วยความห่วงใย
ซินเยว่สูดหายใจลึกๆครั้งหนึ่ง แล้วเริ่มเล่า "หนูมีที่ลับแห่งหนึ่งที่ติดตัวมาั้แ่เกิดค่ะเป็สวนวิเศษที่ไม่มีใครในโลกนี้รู้จักมาก่อน หนูเรียกมันว่าสวนแห่งชีวิตและั้แ่ได้เจอมันหนูก็เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแวบเข้ามาในหัวเป็ครั้งๆค่ะ"
หลินเจี้ยนหมินกับหวังซูเจินนั่งนิ่งฟังอย่างไม่กระพริบตาใบหน้าเปลี่ยนจากความสงสัยเป็ความใทีละน้อย
"ลูกกำลังพูดเื่อะไร..." หวังซูเจินพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือมือกุมอกแน่น
"หนูรู้ว่าฟังดูเหลือเชื่อค่ะแม่ แต่หนูมีหลักฐานให้ดู"ซินเยว่ยื่นมือทั้งสองข้างออกมา "ขอให้พ่อกับแม่จับมือหนูไว้ให้แน่นๆ นะคะแล้วก็อย่าใเกินไปนะคะ"
พ่อกับแม่มองหน้ากันครู่หนึ่งด้วยความลังเลแต่สุดท้ายก็ยื่นมือมาจับมือลูกสาวไว้ตามคำขอ
แสงสีทองจางๆปรากฏขึ้นกลางห้องทันที เผยตัวชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาราวกับรู้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่แค่ซินเยว่คนเดียวที่จะก้าวผ่านไป
"นี่มัน..." หลินเจี้ยนหมินอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงก่อนที่โลกทั้งใบจะวูบวาบแล้วเปลี่ยนไปในพริบตา
ทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตาปรากฏขึ้นตรงหน้าท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนสดใส บ้านไม้หลังเล็กและบ่อน้ำใสสะอาดตั้งอยู่ไม่ไกล
หวังซูเจินยืนนิ่งอึ้งไปทั้งตัวมือที่จับมือลูกสาวไว้สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัดส่วนหลินเจี้ยนหมินซึ่งผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนกลับต้องยืนนิ่งด้วยความใไม่ต่างกัน
"นี่คือสวนแห่งชีวิตค่ะ" ซินเยว่อธิบายเบาๆ"มิติส่วนตัวที่ติดตัวหนูมาั้แ่เกิด มันช่วยฟื้นฟูร่างกายเก็บของได้โดยเวลาไม่เดิน แม้แต่คัดลอกของบางอย่างก็ทำได้ถ้ามีต้นแบบค่ะแต่มันไม่ใช่ของวิเศษที่ทำได้ทุกอย่างนะคะ มันมีกฎและข้อจำกัดของมันเองค่ะ"
เธอเล่าต่อไปอย่างละเอียดทั้งเื่กฎที่มิติเติบโตได้ด้วยความรักไม่ใช่ความโลภ เื่ขีดจำกัดต่างๆและท้ายที่สุดเธอเล่าถึงความรู้สึกที่แวบเข้ามาในหัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
"ในหัวหนูมีภาพแวบเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะเหมือนภาพที่จะเกิดขึ้นในปีหน้ากับอีกหลายปีข้างหน้า"เธอเล่าต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น "จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ระดับประเทศมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่าเรดการ์ดออกไปกวาดล้างสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าของเก่าสี่อย่าง ทั้งความคิดเก่า วัฒนธรรมเก่าธรรมเนียมเก่า และนิสัยเก่า"
พ่อกับแม่ฟังอย่างตั้งใจคิ้วขมวดเข้าหากันทีละน้อย
"พวกเขาจะบุกเข้าไปค้นบ้านของคนที่ถูกมองว่าเป็ชนชั้นนายทุนหรือฝ่ายตรงข้ามการปฏิวัติค่ะยึดของเก่าแก่ไปทำลาย เผาหนังสือ จัดประชุมกล่าวโทษต่อหน้าคนจำนวนมาก"ซินเยว่กล่าวต่อ "ปู่เคยเป็เ้าของโรงงานทอผ้ามาก่อนจะถูกยึดเป็ของรัฐพ่อเป็นายทหารระดับสูง ลุงใหญ่ทำงานในกระทรวงทั้งหมดนี้อาจกลายเป็เป้าที่ถูกกล่าวหาได้ง่ายมากแม้ทุกคนจะไม่เคยทำอะไรผิดเลยก็ตาม"
"โรงเรียนกับมหาวิทยาลัยจะได้รับผลกระทบด้วยไหม" พ่อถามเบาๆนึกถึงพี่ชายทั้งสองที่กำลังจะโตขึ้นเรื่อยๆ
"หนูรู้สึกว่าจะปิดไปพักใหญ่ค่ะ อาจจะนานหลายปี"ซินเยว่ตอบตามภาพที่แวบเข้ามาในหัว"หนูถึงคิดว่าถ้าครอบครัวเราใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่โดดเด่นไม่มีใครรู้จักตำแหน่งเดิมของทุกคน โอกาสที่จะถูกจับตามองก็จะน้อยลงมาก"
"หนูไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหนูถึงรู้เื่พวกนี้ได้ค่ะ"เธอพูดในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดทั้งกับตัวเธอเองและความรู้สึกของคนในครอบครัวโดยเฉพาะพ่อและแม่ของเธอเพราะกลัวท่านจะใและอาจรับไม่ได้ว่าเธอเคยเป็ใครก่อนมาเป็ลูกสาวของพวกท่าน"แต่ั้แ่มีสวนแห่งชีวิตนี้ ความรู้สึกพวกนั้นก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆหนูเลยคิดว่าคงเกี่ยวข้องกับมิตินี้แน่ๆ"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทุ่งหญ้าอยู่ครู่หนึ่งมีเพียงเสียงลมพัดใบหญ้าไหวเบาๆ
หวังซูเจินค่อยๆคุกเข่าลงจนสายตาเสมอกับลูกสาว น้ำตาคลอเบ้า"ไม่ว่าลูกจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ลูกก็ยังเป็ลูกสาวของแม่เสมอแม่รักลูกไม่เปลี่ยนแปลง"
หลินเจี้ยนหมินย่อตัวลงข้างภรรยามือใหญ่วางลงบนศีรษะลูกสาวอย่างอ่อนโยน"พ่อไม่รู้ว่าฟ้าดินจัดสรรเื่นี้ยังไงแต่พ่อรู้อย่างเดียวว่า...ลูกคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่พ่อเคยได้รับ"
ซินเยว่กลั้นน้ำตาไม่อยู่ปล่อยให้มันไหลออกมาอย่างอิสระเป็ครั้งแรกนับั้แ่ตัดสินใจเื่นี้ความกังวลที่แบกไว้คนเดียวมาตลอดหลายปี ค่อยๆ ผ่อนคลายลงจนหมด
"หนูอยากให้ครอบครัวเราเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าค่ะ"เธอพูดต่อเมื่อสงบลงบ้างแล้ว"จะได้ปลอดภัยและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานๆ"
หลินเจี้ยนหมินลุกขึ้นยืนสีหน้าเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็ความจริงจังของนายทหารที่คุ้นเคยกับการตัดสินใจสำคัญเขามองไปรอบทุ่งหญ้ากว้างอีกครั้ง ก่อนหันมาสบตาภรรยาและลูกสาว
"เื่นี้ใหญ่เกินกว่าจะให้แค่เราสองคนตัดสินใจ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พ่อจะพาปู่กับย่าเข้ามาด้วยและคิดว่าลุงใหญ่กับลุงรองก็ควรรู้เื่นี้เช่นกัน เพราะเราเป็ครอบครัวเดียวกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องเผชิญไปด้วยกันทั้งหมด"
ซินเยว่พยักหน้าเห็นด้วยทันทีนั่นคือสิ่งที่เธอหวังไว้อยู่แล้วั้แ่ต้นไม่ใช่แค่พ่อแม่ปู่ย่าที่ควรรู้ความจริงนี้แต่คือทุกคนในตระกูลหลินที่รักกันและอยู่ด้วยกันมาตลอด
ก่อนจะก้าวออกจากมิติกลับสู่ห้องโถงหวังซูเจินเอื้อมมือมากอดลูกสาวไว้แน่นอีกครั้ง"ขอบคุณนะที่กล้าบอกความจริงกับพ่อแม่แม่รู้ว่าลูกต้องแบกความลับนี้ไว้คนเดียวมานานแค่ไหน"
"หนูขอโทษที่ไม่ได้บอกเร็วกว่านี้ค่ะ" ซินเยว่พูดเสียงเบา"หนูกลัวว่าพ่อกับแม่จะกลัวหนู หรือคิดว่าหนูเป็เด็กแปลกๆ"
"มันจะไม่มีวันนั้นหรอกลูก" หลินเจี้ยนหมินตอบทันทีอย่างไม่ลังเล"ไม่ว่าลูกจะมีอะไรซ่อนอยู่ในตัวมากแค่ไหนลูกก็ยังเป็ลูกสาวคนเดียวของพ่อที่พ่อรักที่สุดเสมอ"
คำพูดนั้นทำให้ความกังวลสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจซินเยว่มลายหายไปจนหมดเธอยิ้มให้พ่อแม่อย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายเดือนก่อนที่ทั้งสามคนจะก้าวผ่านแสงสีทองกลับสู่ห้องโถงในบ้านสี่ประสานตามเดิม