ตอนที่ 13เขาไม่กลับมา เกลียดเขา
เซิ่งอั้นหรานไม่มีทางเลือกนอกจากวางจานอาหารไว้ข้างๆ ชั่วคราว จากนั้นก็หันไปลูบหัวเสี่ยวเจิ้งไถ และถาม
“เธออยากให้ป้าอยู่ที่นี่กับเธองั้นเหรอ?”
เสี่ยวเจิ้งไถพยักหน้า
“ได้ ป้าจะอยู่”
เสี่ยวเจิ้งไถผงะราวกับไม่คิดว่าเธอจะตอบตกลงง่ายขนาดนี้
“แต่เราไม่ควรนั่งบนพื้นกันนะ พื้นมันเย็นจะตายไป ถ้าเธอเกิดป่วยขึ้นมาคงแย่ไปนั่งบนโซฟากันดีไหม?”
เสี่ยวเจิ้งไถพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
เซิ่งอั้นหรานยิ้มพอใจและโน้มตัวไปกอดเขา อุ้มขึ้นนั่งบนโซฟา
โดยไม่สนใจว่าห้องจะเละเทะแค่ไหนเธอทำเป็หลับตา เล่าเื่ตลกให้เสี่ยวเจิ้งไถฟังทำให้ใบหน้ามัวหมองของเขาสดใสขึ้น และในที่สุดก็หัวเราะออกมา
แต่เด็กก็ไม่เคยพูด
พอเขารู้สึกดีขึ้นเซิ่งอั้นหรานจึงถาม
“บอกป้าได้ไหมว่าทำไมถึงหงุดหงิด?มันเพราะไม่มีใครเล่นกับเธองั้นเหรอ?”
พอพูดแบบนี้มันดูเหมือนเธอกำลังจี้ใจเขา เสี่ยวเจิ้งไถอ้าปากอวดเขี้ยว ทำท่าทางอยู่นานและสุดท้ายเซิ่งอั้นหรานก็เข้าใจว่าเขา้ากระดาษกับปากกา เมื่อเธอหันไปเธอก็เห็นกองกระดาษกับปากกาบนโต๊ะข้างเตียง ราวกับพวกมันถูกเตรียมไว้นานแล้ว และมีหลายแผ่นที่โดนขีดเขียน
เธอหยิบมันมาส่งให้เสี่ยวเจิ้งไถ
เสี่ยวเจิ้งไถวาดตัวอักษรลวกๆ บนกระดาษ” พ่อ นิสัยไม่ดี บอกว่าจะเล่น แต่ไม่”
เซิ่งอั้นหรานแปลกใจที่เด็กตัวเล็กแค่นี้กลับเขียนได้หลายคำและเธอก็ต้องใช้เวลานานถึงได้สติ คิดว่ามันควรเป็เพราะพ่อแม่ของเขาตั้งใจสอนเด็กคนนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถพูดได้จริง ๆ
“เธอจะบอกว่าพ่ออยากพาเธอไปเล่น แต่สุดท้ายก็ไม่พาไป เธอจึงโมโหใช่ไหม?”
เสี่ยวเจิ้งไถพยักหน้าอย่างแรงคิ้วของเขาขมวดแน่น
เซิ่งอั้นหรานถอนหายใจและลูบหัวเขาอย่างอ่อนโยน
“บางทีพ่อคงยุ่งมากพ่อเองก็คงอยากมอบชีวิตที่ดีให้เธอ เขาจึงไม่มีเวลาพักผ่อนเลย”
เสี่ยวเจิ้งไถไม่ฟังเขาส่งเสียงฮึดฮัดและเขียนบนกระดาษ” ไม่เจอพ่อ หลายวันแล้ว เขาไม่กลับมาเลย...เกลียดเขา”
พ่อของเด็กคนนี้ทิ้งเขาไว้ในโรงแรมหลายวันแล้ว?
เซิ่งอั้นหรานเริ่มขมวดคิ้วเช่นกันพ่อแม่ของเขาต้องใหญ่โตขนาดไหน?
“พอพ่อเธอกลับมาป้าจะช่วยคุยกับเขา” เซิ่งอั้นหรานเขย่ามือน้อย ๆ ของเสี่ยวเจิ้งไถ”จะปล่อยให้เด็กอยู่ที่บ้านคนเดียวได้ไง? แถม นี่ไม่ใช่บ้าน มันเป็โรงแรม ถ้าเกิดอุบัติเหตุจะทำไง?”
เสี่ยวเจิ้งไถพยักหน้ารัว
“หลายวันมานี้เธออยู่คนเดียวตลอดเลยเหรอ?”
เสี่ยวเจิ้งไถพยักหน้าอีกครั้ง
พอเห็นแบบนี้เซิ่งอั้นหรานก็ลังเล” เธออยากให้ป้าพาเธอออกไปเดินเล่นไหม? ไปสูดอากาศกันนะ”
เสี่ยวเจิ้งไถรีบพยักหน้า
เด็กก็ยังเป็เด็กอยู่วันยังค่ำเขายังชอบเล่น แม้ห้องสูทโรงแรมจะใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถทนอยู่ได้ทั้งวันนับประสาอะไรกับเด็ก เซิ่งอั้นหรานตัดสินใจพาเขาออกไป
“แล้ว เธอชื่ออะไร?”
เซิ่งอั้นหรานถามก่อนออกห้องจากนั้นก็จำได้ว่าเขาพูดไม่ได้ เธอจึงหยุดในห้องนั่งเล่น” รอก่อนป้าจะไปเอากระดาษกับปากกามา เธอจะได้คุยได้ง่ายตอนออกไปข้างนอก”
จากนั้นเธอก็ทิ้งเสี่ยวเจิ้งไถไว้ในห้องนั่งเล่นและกลับไปห้องนอน
คนมากมายหน้าห้องได้กระจัดกระจายแล้วตอนนี้ มันเหลือแค่บริกรสองคนกับผู้ช่วยของเซิ่งอั้นหรานที่ยังเกาะขอบประตู คนด้านหลังเตรียมพร้อมกลับไปทำงานกันแล้ว
‘กริ้ก’บางคนในฝูงชนกรีดร้อง” โคมระย้า!”
เซิ่งอั้นหรานเพิ่งหยิบกระดาษกับปากกาออกจากห้องนอนหลังได้ยินเสียงะโเธอก็เห็นโคมระย้าคริสตัลเหนือหัวเสี่ยวเจิ้งไถที่ส่ายไปมาอย่างน่าหวาดเสียวการเสียดสีกับการชนกันของโซ่ทำให้ทั้งโคมระย้าสั่นอย่างรุนแรง
“อ้า!”
คนตรงประตูหน้าซีดด้วยความกลัวจ้องมองโคมระย้าที่ตกลงมา