หร่วนซื่อกลับทำเพียงก้มหน้า สีหน้าแฝงแววเย้ยหยัน
ท่าทางของนางยั่วโมโหสวี่จิ้นเข้าแล้ว
ทำร้ายคนอื่นแล้วยังมาทำท่าทางราวกับคนทั้งโลกติดค้างนางอยู่อีก!
"หร่วนซื่อ ต่อให้ไม่พูดถึงการที่จวนเจิ้นกั๋วกงให้ความคุ้มครองครอบครัวของเ้าในปีนั้น เพียงแค่หลายปีมานี้ จวนเจิ้นกั๋วกงก็ดีต่อเ้าไม่น้อย เจาเจายิ่งไม่เคยมีความแค้นเคืองใดกับเ้าเลยสักนิด!"
เขาย่อมรู้ดีว่าการมานั่งพูดด้วยเหตุผลในเวลาเช่นนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เพียงแต่ตอนนี้ยังจำเป็ต้องง้างปากหร่วนซื่อเสียก่อน จึงจะสามารถแยกแยะจุดประสงค์ที่แท้จริงเื้ัการกระทำของนางได้
"ไม่เคยมีความแค้นเคืองอย่างนั้นหรือ"
หร่วนซื่อได้ยินคำพูดนี้ จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมา จ้องมองสวี่จิ้นเขม็ง ดวงตาแดงก่ำพลางกล่าวว่า "นายท่านลืมเื่เื่หนึ่งไปแล้วหรือเ้าคะ... หากไม่ใช่เพราะนาง ลูกของเราปีนี้ก็คงอายุได้สี่ขวบแล้ว!"
สวี่ิอี้ฟังแล้วถึงกับขมวดคิ้ว
หร่วนซื่อเคยมีลูกั้แ่เมื่อไหร่กัน?
อีกทั้งฟังดูแล้วยังคล้ายกับว่า 'ลูก' คนนั้นตายเพราะเงื้อมมือนางอย่างนั้นแหละ แต่นางกลับจำไม่ได้เลยสักนิดว่าตัวเองเคยทำเื่ไร้ศีลธรรมเช่นนี้...
ขณะที่นางกำลังรู้สึกว่าเื่นี้ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าใดนัก ก็เห็นว่าชุยซื่อกับคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าไม่ค่อยเข้าใจเช่นเดียวกัน
"ตอนนั้นเด็กคนนั้นอยู่ในท้องของอนุครบสี่เดือนแล้ว! ข้าทะนุถนอมบำรุงร่างกายอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าบอกใครทั้งนั้น เดิมทีคิดว่ารอให้อายุครรภ์มากขึ้นหน่อย แล้วค่อยบอกนายท่าน นายท่านย่อมต้องตัดใจทิ้งเขาไม่ลงแน่..." หร่วนซื่อทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ "แต่นายท่านกลับใช้เวลาคิดแค่คืนเดียว พอไปที่เรือนซีหยวนมาหนึ่งรอบ เช้าวันรุ่งขึ้นก็สั่งให้คนส่งยามาให้ข้าแล้ว!"
อีกทั้งนับั้แ่นั้นมา เขาก็ไม่เคยมาดูดำดูดีนางอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ชุยซื่อขมวดคิ้วแน่น หันไปมองสามี
หร่วนซื่อเคยตั้งครรภ์ด้วยหรือนี่
หึงหวงน่ะไม่มีทางหึงหวงอยู่แล้ว เพียงแต่เื่พรรค์นี้สามีไม่ควรปิดบังนางเด็ดขาด... หากนางรู้เื่นี้แต่เนิ่น ๆ ย่อมต้องคอยจับตาดูหร่วนซื่อให้มากขึ้นอย่างแน่นอน
บุรุษยังคงเป็บุรุษอยู่วันยังค่ำ ไม่เคยเข้ามาคลุกคลีกับเื่ภายในบ้าน มักจะมองเื่ราวในเรือนหลังง่ายดายเกินไปเสมอ
มิน่าเล่าหร่วนซื่อถึงได้เริ่มป่วยเป็โรคนอนไม่หลับั้แ่เมื่อราว ๆ สี่ปีที่แล้ว
เพียงแต่ หร่วนซื่อถึงกับบอกว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับเจาเจาหรือ
ชุยซื่อมองไปยังเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงนั้น ในใจไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย
เจาเจาดูเหมือนจะถูกตามใจจนเสียคนไปบ้าง แต่แท้จริงแล้วเป็คนปากแข็งใจอ่อนมาตลอด หลายปีมานี้แม้ภายนอกจะดูไม่ค่อยถูกกับิสือ แต่ลับหลังก็ไม่เคยไปสร้างความลำบากใจอย่างไร้เหตุผลให้น้องชายคนนี้เลยสักนิด... และเพราะนางมองเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยตาตัวเอง นอกจากจะเกลียดเด็กสาวจอมดื้อรั้นคนนี้ไม่ลงแล้ว ในทางกลับกันยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจและเวทนาสงสารนางด้วยซ้ำ
"เหลวไหลสิ้นดี!"
สวี่จิ้นกล่าวเสียงขรึม "เจาเจาไม่รู้เื่นี้เลยสักนิด! ข้าไม่เคยบอกใครทั้งนั้น! ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนั้นก่อนที่เ้าจะเข้ามาอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกง ข้าเคยอธิบายกับเ้าชัดเจนแล้วว่าไม่อนุญาตให้มีทายาท เื่นี้เ้าเป็คนรับปากด้วยปากของตัวเองแท้ ๆ! ทว่าเ้ากลับเป็ฝ่ายผิดสัญญาเสียก่อน ลักลอบตั้งครรภ์ขึ้นมา แล้วยังกล้าผลักไสความผิดนี้ไปให้ผู้อื่นอีก!"
เื่ส่วนตัวในเรือนหลังเช่นนี้ เดิมทีไม่ควรให้เจาเจาได้ยิน
ในฐานะที่เป็บิดาคนหนึ่ง การต้องมาเปิดอกอธิบายเื่พรรค์นี้ให้กระจ่าง ย่อมทำให้เขารู้สึกอับอายเป็อย่างยิ่ง
แต่ในเมื่อเื่นี้พัวพันไปถึงเจาเจา เขาก็จำเป็ต้องให้คำอธิบายที่สมบูรณ์แก่ลูก ไม่ใช่เอาแต่ปิดบังซ่อนเร้น
ส่วนเื่การขายหน้าต่อหน้าบุตรสาว... ถึงอย่างไรในบ้านหลังนี้เขาก็ไม่เคยมีบารมีอะไรให้พูดถึงอยู่แล้ว ก็ช่างมันเถอะ!
สวี่ิอี้ฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจจนถึงที่สุด
ไม่อนุญาตให้มีทายาท?
เมื่อหันหน้าไปมองชุยซื่อ ก็เห็นว่าอีกฝ่ายก็กำลังตกตะลึงเช่นกัน
ทว่าพอหันกลับไปมองท่านปู่ที่มีสีหน้ามืดครึ้มจนแทบจะหยดเป็น้ำ และอารองที่เอนพิงเก้าอี้ด้วยท่านั่งไม่เป็สับปะรด หนวดเครายุ่งเหยิง แผ่กลิ่นอายความเสื่อมโทรมตกต่ำออกมาเหมือนเคย กลับพบว่าพวกเขาสองคนไม่มีสีหน้าประหลาดใจหรืองุนงงเลยสักนิด
ทรัพย์สินตระกูลใหญ่โตของจวนเจิ้นกั๋วกง หากมองในมุมของผู้หลักผู้ใหญ่ ตามหลักแล้วสมควรต้องแตกกิ่งก้านสาขามีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
ทว่าอารองจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่แต่งงาน ส่วนท่านพ่อก็มีแค่ิสือที่เป็บุตรชายสายตรงเพียงคนเดียว แถมลับหลังถึงขั้นตกลงกับอนุเพียงคนเดียวไว้ล่วงหน้าว่าไม่อนุญาตให้มีทายาท
...ในเื่นี้มีเบื้องลึกเื้ัอะไรที่ไม่ยอมให้สตรีอย่างพวกนางได้รับรู้บ้างหรือไม่
ขณะที่สวี่ิอี้กำลังงุนงงสงสัยอยู่นั้น ก็ได้ยินหร่วนซื่อรับคำพูดของสวี่จิ้นมาพลางแค่นเสียงหัวเราะหยันกล่าวว่า "ท่านเอาแต่ปกป้องบุตรสาวผู้สูงศักดิ์คนนี้มาตลอด! ไม่ยอมให้นางต้องขัดใจเลยแม้แต่น้อย! ต่อให้ตรงนี้ไม่มีคนนอกอยู่ด้วย ท่านก็ยังคอยแก้ตัวแทนนาง!... นางความโปรดปรานทั้งหมดในจวนแห่งนี้ แต่กลับยิ่งขี้อิจฉาและเอาแต่ใจ!
ไม่ใช่แค่ลูกของข้าที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก ต่อให้เป็ถึงฮูหยินซื่อจื่อแห่งจวนนี้ หลายปีมานี้ก็ยังมีลูกแค่คนเดียว! พูดให้ถึงที่สุดแล้ว ก็ล้วนเป็เพราะเกรงใจอารมณ์ของนางทั้งนั้น! ไม่ช้าก็เร็วนางก็ต้องออกเรือนไปอยู่ดี อาศัยสิทธิ์อะไรถึงต้องคอยตามใจข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลเหลวไหลปานนี้ของนางด้วย!"
"..." เมื่อได้ฟังคำพูดอันเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและยิ่งพูดยิ่งควบคุมอารมณ์ไม่ได้ของหร่วนซื่อ สวี่ิอี้ก็ประหลาดใจ หลังจากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ ไร้ความรู้สึกไป
จวนเจิ้นกั๋วกงอันใหญ่โต เพื่อสวี่ิอี้อย่างนางเพียงคนเดียว ถึงกับไม่อนุญาตให้อนุตั้งครรภ์ ส่วนฮูหยินซื่อจื่อก็ทำได้เพียงให้กำเนิดบุตรชายแค่คนเดียวเพื่อสืบสกุลอย่างฝืนทนอย่างนั้นหรือ?
นางมีความสามารถถึงเพียงนี้ด้วยหรือ?
หากพูดเช่นนี้ การที่อารองจนป่านนี้ก็ยังไม่แต่งงาน หรือว่าจะเป็เพราะติดขัดที่ตัวนางด้วย
เมื่อมองดูแววตาที่เคียดแค้นเกลียดชังอย่างหาที่สุดไม่ได้ของหร่วนซื่อ ราวกับกำลังมองดูต้นตอแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง สวี่ิอี้ถึงกับรู้สึกว่าภัยแล้งในแคว้นต้าชิ่งเมื่อปีก่อน และความไม่สงบตามแนวชายแดนใน่หลายปีมานี้ เกรงว่านางคงหนีไม่พ้นมีส่วนเกี่ยวข้องไปด้วยกระมัง...
ชุยซื่อเองก็ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะได้สติกลับมาเช่นกัน
ทำไมถึงได้พูดจาส่งเดชลากมาถึงตัวนางได้ล่ะ!
ทำไมนางถึงไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองใช้ชีวิตได้อึดอัดขัดข้องใจถึงเพียงนี้?
...คิดเองเออเองฝ่ายเดียวจนถึงขั้นนี้ได้ คิดว่าหร่วนซื่อผู้นี้คงไม่ใช่แค่โง่เง่าผิดปกติ แต่คงจะบ้าไปแล้วกระมัง
"การที่ข้ามีิสือแค่คนเดียว นั่นเป็เพราะข้าไม่อยากมีคนที่สองเอง ทำไมพอมาอยู่ในสายตาเ้า ถึงได้ลากเอาเบื้องลึกเื้ัที่เหลวไหลน่าขันปานนี้ออกมาได้เล่า ชอบมารับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแทนคนอื่นเสียจริง หรือว่าเ้าคิดว่าตัวเองเป็ปีศาจพยาธิในไส้มาเกิดใหม่หรืออย่างไร!"
เื่การคลอดลูกก็เหมือนกับการเดินผ่านประตูผี เคยผ่านประสบการณ์มาครั้งหนึ่งยังทรมานไม่พออีกหรือ
อีกทั้งการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมา ต้องหวาดผวาอกสั่นขวัญแขวนไปไม่รู้กี่วันกี่คืน นี่มันจะเป็เื่ดีอะไรอีก
หากไม่ใช่เพราะแต่งเข้ามาในจวนเจิ้นกั๋วกง แล้วบนบ่ามีภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในการสืบทอดทายาท นางแทบจะี้เีคลอดเลยแม้แต่คนเดียว!
นางคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าบนโลกนี้จะมีคนอย่างหร่วนซื่อที่ทั้งคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ พยายามฝ่าฟันอุปสรรคสารพัดเพื่อจะแย่งกันคลอดลูกไปทำไมกัน! ...อยู่คนเดียวเงียบ ๆ สบาย ๆ มีเสื้อผ้าดี ๆ อาหารอร่อย ๆ ให้กิน แถมยังไม่ต้องมานั่งปวดหัวจัดการเื่ในเรือน อยากจะนอนตอนไหนก็นอน อยากจะเล่นไพ่หม่าเตี้ยวตอนไหนก็เล่น นายหญิงของจวนก็เข้าอกเข้าใจ กฎระเบียบก็ไม่เข้มงวด... ์เถอะ นี่มันชีวิตที่นางเฝ้าใฝ่ฝันหาชัด ๆ!