ในส่วนครอบครัวจ้าวรอบนี่หยุดประมูล ผู้นำหม่า-จ้าว ได้ตกลงก่อนเข้ามาร่วมประมูลกันแล้ว ครอบครัวใหนสนใจจริงอีกฝั่ง เลิกติดตามประมูลทันที
ซู่ซินยิ้มและมาจบการประมูลรอบนี้ซึ่งเห็นว่าคนในโรงเริ่มมีเสียงดังขึ้น
“10,000 ครั้งที่1….ครั้งที่สาม” ปัง!!เสียงเคาะไม้แท่นประมูลดังขึ้น
“ขอแสดงความยินดีด้วย สำหรับครอบครัวหม่าชนะการประมูลรอบนี้”
จากนั้นซู่ซินส่งเทคนิคมาให้หม่าเซียนแล้วรับหินวิญาณ 10,000 ก้อน จากนั้นก็กลับไปแท่นและเริ่มประมูลรอบต่อไป
“รอบต่อไป นี่คือดาบลมหวน:[เหลืองขั้นสูง] ยาวครึ่งเมตร กว้าง 4 นิ้ว แสงจากตัวดาบเปล่งปลั่งมันแวววาว สะท้อนทั่วห้องโถง ซึ่งมีส่วนผสมของเขี้ยวหมาป่าลมทมิฬ มีคนมาฝากประมูล ราคาเริ่มต้น 10,000 หินิญญาเและเพิ่มครั้งละ 1000 เริ่มต้นประมูลได้”
หลายครอบครัว ตาลุกวาว แววตามีความละโมบโลภมาก ทันใดนั้นสุ้มเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น
“ข้ารองหัวหน้าแก๊ง หมาป่าทมิฬเฟิ่งมู่ จากหุบเขาหมาป่า หวังว่าหลายท่านให้ทางสะดวกแก่ข้าด้วย” เฟิงมู่พูดเสียงเ็าและหยิ่งยะโส
จากนั้นปล่อยพลังิญญา[นักรบิญญาระดับ 8]แผ่กดดันไปทั่วบริเวณห้องโถงประมูล บางคนอาณาจักร ที่ด้อยกว่าใบหน้าเริ่มแดงก่ำบางคนใบหน้าบิดเบี้ยว
เด็กชายหญิงสาว ที่มาพร้อมกับครอบครัว เริ่มอึดอัด หน้าแดงซีดเริ่มทนไม่ไหวเหล่าผู้าุโครอบครัวเริ่มปล่อยพลังิญญา ครอบคลุมร่างเด็กในครอบครัวของตนเองเอาไว้
หม่าเซียน เห็นเหตุการณ์เช่นนี้เขารู้สึกว่า เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว ยิ่งเขากำลังจะออกจากครอบครัวไป ขาดคนปกป้องคอยดูแลจากครอบครัวแล้วข้างนอกมันอันตรายทุกย่างก้าว
หม่าเซียน เข้าใจความโหดร้ายในโลกฝึกฝนบ่มเพาะพลังะน้อยเกินไป แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเขา เขามาจากโลกที่มีกฎหมาย ไม่สามารถเปลี่ยนไปได้ในชั่วค่ำคืน แม้เขาจะเกิดใหม่ก็ตาม
แม้เคยอ่านผ่าน ชีวิตที่แล้วมาแต่ถ้าไม่เจอกับตัวเองจริงๆมันก็แค่นั้น คำว่าประสบการณ์นั้น ต้องเจอกับตัวถึงเรียกว่ามีประสบการณ์
แน่นอนว่า เขาก็ถูกพ่อของเขา ช่วยต้านทาน พลังกดดันด้วยเช่นกัน
แม้ว่าพลังกดดัน บีบบังคับ จากชายกลางคนนี้ ไม่สามารถ ทำอันตรายตัวเองได้ หม่าเซียนครุ่นคิดและวิเคราะห์
เสียงตวาด!!!ดังขึ้นห้องโถงประมูล เต็มไปด้วยความโกรธ
เห็นผู้าุโ ชายอายุราว 50 เศษ ออกมาจากห้องรับรองของโรงประมูล มีดวงตาคมกล้าดุจเหยี่ยวพร้อมโฉบเหยื่อและผลักพลังิญญา พุ่งปราดเข้าหาเฟิ่งมู่ รองหัวหน้าแก๊งหมาป่าทมิฬ ทันที
พลังิญญาทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เสียงดัง
ปัง!
ผลแพ้ชนะปรากฏขึ้นในพริบตาความกดดัน ในห้องโถงก็คลายลง
เห็นรองหัวหน้าแก๊ง เฟิงมู่เซถลาถอย 5 ก้าวกันติดๆ ก่อนที่จะยืนยัดยึดมั่น
ใบหน้าที่ยามปกติ มักเ็าก็ซีดเซียว มุมปากมีรอยคราบเื ที่เพิ่งเช็ดออก พร้อมโค้งคำนับไปทางผู้โจมตีตัวเอง
“ผู้าุโได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ข้าโลภมันมากเกินไป จึงขาดความยั้งคิดและทำมันโดยพลการ”
แม้ในใจโกรธแค้นสุดขีดอกแทบะเิ แต่บนใบหน้าบีบรอยยิ้มบิดเบี้ยวราวกับรอยยิ้มปีศาจ กล่าวออกมาด้วยเสียงนอบน้อม
“เอาล่ะ! ครั้งนี้ถือว่าข้า..มู่ไป๋ ได้ตักเตือนทุกคนแล้วอย่าก่อให้เกิดปัญหาขึ้นอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่เกรงใจแม้จะมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม”
ชายฉกรรจ์นาม มู่ไป๋กล่าวเสร็จ แล้วหันหน้าไปทางคู่กรณี
“เ้าได้ทำผิด กฏระเบียบของห้องโถงประมูลของเรา ความจริงข้าควรฆ่าเ้าเสีย แต่กฏทางเรานั้นเข้มงวดผิดครั้งแรก แค่ตักเตือน เ้ากลับออกไปเถอะ!”
พูดจบไม่ได้มอง รองหัวหน้าแก๊งค์อีกผู้าุโมู่ไป๋ก็เดินจากไป
พวกแก๊งหมาป่าทมิฬ ก็ไม่กล้าพูดมากพากันเดินออกจากโรงประมูลไปเช่นเดียวกัน
แม้แต่รองหัวหน้าพวกเขายังแพ้ ส่วนพวกเขาก็เปรียบดั่งมดที่บีบก็ตายคลายก็รอด ยังกล้าต่อต้านอยู่หรือไม่?
“เรียนแขกทุกท่าน เชิญกลับไปนั่งได้ ทางเราจะประมูลต่อรับรองว่า ปัญหาเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกครั้งและขออภัยสิ่งที่เกิดขึ้น”
ซู่ซินโค้งคำนับไปรอบๆ รีบดึงผู้เข้าประมูลมาสู่เกมทันที
เห็นว่าแม่นางซู่ซินพูดรับรองถึงเพียงนี้ พวกเขาก็เริ่มหายโกรธ ต่างพากันไปที่หมายเลขตัวเอง
แน่นอนว่า ความสวยรวยเสน่ห์ของซู่ซินมีผลไม่มากก็น้อย หม่าเซียนคิดเธอคนนี้ไม่ธรรมดา เขาคิดในใจจากนั้นเขาพูดกับพ่อเบาๆว่า
“พ่อข้าคิดว่า ดาบลมหวน เล่มนี้เราไม่สามารถกลืนกินมันได้[รับมัน]แล้วพ่อคิดว่าไง”หม่าเซียนขมวดคิ้วและพูดกระซิบ
“เ้านับว่าฉลาด!พ่อก็คิดเช่นเดียวกับเ้า”
อายุเพียงเท่านี้ สามารถมองการณ์ไกลได้ ถือว่าฉลาดเกินตัวหม่าหลงคิดในใจ
แต่น้องทั้งสอง งุนงง ไม่รู้ว่าทำไมพี่และพ่อถึงคิดแบบนั้นแต่พวกเขาไม่ได้ถาม คงต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน แม้หม่าเซียนเป็ลูกแต่หม่าหลงก็ไม่ได้มองว่าลูกเขายังเด็กเขามักจะพูดคุยกับหม่าเซียนเื่ต่างๆอยู่เสมอ
เมื่อเห็นลูกทั้งคู่ทำหน้างงๆพ่อหม่าหลงจึงตอบและอธิบายไปว่า
“หยานเอ๋อร์,หลิงเอ๋อร์ ถ้าครอบครัวเราประมูลได้รับมัน เกรงว่าจะนำปัญหา มาสู่ครอบครัวเราไม่สิ้นสุด ถ้ามาสู้กันตรงๆ ตระกูลหม่าของเราไม่ได้กลัว แต่หอกลับยากหลีกเลี่ยง ไหนเด็กรุ่นไหม่ ที่ออกฝึกฝนอีก มองระยะยาวมันไม่คุ้มเสียแน่นอน….
"พวกเ้าคิดว่าแก๊งหมาป่าทมิฬ จะยอมเสียหน้าหรือไม่? บางครั้งใบหน้าหรือศักดิ์ศรี ก็สำคัญยิ่งกว่าความตายเสียอีก ถ้าแก๊งหม่าป่าทมิฬ ไม่ได้รับดาบเล่มนี้ คงจะอยู่ในวงการยากมากขึ้นอย่างแน่นอน”
หม่าหลง พูดจบก็หันไปสนใจการประมูลต่อ
เมื่อเริ่มต้นเดินบนถนนฝึกฝนบ่มเพาะ บางครั้งย่อมไม่เป็ตัวของตัวเอง..หม่าเซียนคิดและถอนหายใจยาว
“เอาล่ะ!เพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่า เริ่มต้นประมูลดาบลมหวนทันที”ซู่ซินยิ้มกล่าว
“11,000…หินิญญา”เนี่ยเทียนะโออกมา
“12,000…”ชายกลางคนชั้น 2 ประมูล..ติดตามแน่นอนว่าคนที่อยู่ชั้นสองได้นั้นไม่ธรรมดา
“13,000…”หวังเชี่ยนเชี่ยนประมูลติดตามไปด้วย “ เชี่ยนเชี่ยนเ้าจะสู้กับข้าเพื่อดาบเล่มนี้หรือไม่?”
เนี่ยเทียน ถามและยิ้มกรุ้มกริ่ม จ้องมองหวังเชี่ยนเชี่ยนเหมือนหิวอะไรบางอย่าง คนมีประสบการณ์จะรู้ได้ทันที แต่เสียงขัดจังหวะขึ้น
“เนี่ยเทียน ถ้าเ้ามีหินิญญามากพอ อย่าสอพลอเหมือนผู้หญิง”
จ้าวหลง ตะคอกจากนั้นเข้าประมูลติดตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง
“14,000… หินิญญา”จ้าวหลงออกโรงติดตามประมูลวินาทีต่อวินาที
“15,000…เนี่ยเทียน
....
“19,000…”เนี่ยเทียน กัดฟันะโประมูลติดตามไปน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ
จากนั้นไม่มีใคร ประมูลอีกต่อไปมันไม่คุ้มเสียไหนต้องเตรียมรับมือแก๊งหมาป่าทมิฬ ดาบเล่มนี้ ไม่ง่ายที่จะใช้มันหลายคนคิดไปในทิศทางเดียวกัน
“ดาบลมหวน ครั้งที่ 1….2….3….ปัง! ขอแสดงความยินดีด้วยนายน้อยเนี่ยเป็ผู้ชนะ " ซู่ซินยิ้มกล่าวแจ่มใสราวกับฤดูใบไม้ผลิ
ดาบลมหวน..ครอบครัวเนี่ยก็ได้รับมันไป..แม้หม่าหลงรู้สึกเสียใจแต่ก็ได้แต่ยอมรับมัน..เพื่อปกป้องลูกและครอบครัวหม่าของเขา