ฝืนลิขิตฟ้าท้ายุทธจักร

    ตอนที่ 5 หนังสือผู้ฝึกพลังจินตภาพ

     


                 จ้าวเจียนถือพูกันกล่าวเสียงเรียบว่า "เ๽้า.. ข้าจะวาดรูปเ๽้า" มันไม่ได้พูดเท็จแต่ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ 

    จ้าวซูเหลียงสีหน้าโง่งม แม้นางจะฉลาดแต่ยังเป็๞เด็ก เห็นเด็กชายวัยเดียวกันทำอะไรตามใจชอบ แบบนี้ นางได้แต่กัดริมฝีปาก กำมือเพราะความโมโห 


               จ้าวซูเหลียงวางพูกันลง ก้มมองปลายเท้าอย่างหงุดหงิด  นางไม่มีอารมณ์วาดรูปแล้วหนึ่งนั้น เพราะรู้สึกอาย หากให้คนอื่นจ้องมองตลอดแบบนี้ เป็๞ใครไม่อายบ้าง 


               จ้าวเจียนอยากวาดรูปนางตอนที่นางวาดภาพ แต่เห็นนางวางพูกัน สีหน้าหดหู่ ก็คิดว่าแปลกไป จึงถามขึ้น "ทำไมไม่วาดต่อเล่า"


              ซูเหลียงเงียบสักพักค่อยกล่าวว่า "ข้าหมดอารมณ์แล้ว"


              "ไฉนหมดอารมณ์แล้ว?" จ้าวเจียนเลิกคิ้วสูง


              "ข้า๠ี้เ๷ี๶๯แล้ว" นางตอบเสียงเรียบ  ดูแล้วคล้ายกำลังโมโหจนอยากร้องให้


              จ้าวเจียนคุ่นคิด ก่อนจะกล่าว "หรือเ๯้าหิว งั้นหยุดมือก่อนเดี๋ยวข้ามา" ว่าจบจ้าวเจียนก็รีบเดินออกไป  


              จ้าวซูเหลียงงุนงง มองตามหลังจ้าวเจียน รู้สึกว่ามันเป็๞คนประหลาด


              จ้าวเจียนแอบเดินออกนอกสวนท้อไปที่ห้องน้ำแข็งชั้นใต้ดินหยิบกล่องกระดาษขนาดเล็กกล่องนึง เดินเข้าไปในส่วนลึกสุดของห้องน้ำแข็ง หยิบขวดลายครามหนึ่งขวด แล้วเดินออกจากห้องน้ำแข็ง กลับมาที่กระท่อมสวนท้อ หยิบเอาแก้วสองใบ แล้วออกจากกระท่อม กลับมาที่ใต้ต้นท้อ


              จ้าวซูเหลียงนั่งรอบนม้านั่ง ระหว่างที่จ้าวเจียนออกไปนางลงมือวาดรูปต่อ ซึ่งวาดได้กว่าครึ่งส่วนแล้ว  พอจ้าวเจียนกลับมานางวางพูกันอย่างเสียดาย กล่าวถามว่า "ท่านไปไหนมา"


              จ้าวเจียนตอบว่า "เอาขนมมากิน" พลางเดินมาที่ม้านั่ง บอกให้จ้าวซูเหลียงเขยิบไป วางกล่องขนมบนม้านั่ง  มันนั่งลงข้างๆ 


              "ถือ" จ้าวเจียนส่งแก้วให้จ้าวซูเหลียงหนึ่งใบ  แล้วเปิดจุกของขวดลายคราม เทน้ำสีเหลืองนวลคล้ายสีใข่มุกลงในแก้วของจ้าวซูเหลียง กล่าวว่า "ลองชิมดู"


              จ้าวซูเหลียงรับรู้ถึงความเย็นจัดของน้ำในแก้ว ถามว่า "นี่คืออะไร"


              "ลองชิมก่อนแล้วจะบอก" จ้าวเจียนรินใส่แก้วของตนเอง แล้วยกขึ้นดื่ม


              จ้าวซูเหลียงเห็นเช่นนั้นแล้วค่อยดื่มตาม  ความจริงแล้วไม่ควรเรียกดื่ม เรียกจิบจะสมควรกว่า 

    เมื่อจิบหนึ่งคำนางรับรู้ถึงความเย็น ความหวานละมุน และได้กลิ่นของชาจางๆ และความหอมของน้ำผึ้ง นางดื่มต่ออีกอึก สองอึก สามอึกจนหมดแก้ว  ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปาก เสียงดังจ้วบจ้าบ!


              จ้าวซูเหลียงยิ้มเห็นฟันขาว กล่าวว่า "ข้าชอบ หวานดี "


              จ้าวเจียนตอบว่า "มันคือชานมน้ำผึ้ง" 


              "ชาเหรอ ชาไม่มีรสชาติเช่นนี้... ท่านเรียกมันว่าชาได้อย่างไร" นางถามอย่างสงสัย 


              จ้าวเจียนยิ้ม กล่าวว่า " เพราะข้าใส่นมวัวเป็๲ส่วนประสมทำให้รสชาดต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง"  จ้าวเจียนโตขึ้นด้วยนมวัว ท่านอาจารย์หาวัวนมจากดินแดนทุ่งหญ้ามาเลี้ยงเพื่อให้มันมีน้ำนมดื่มตอนยังเป็๲ทารก 


              จ้าวเจียนหยิบกล่องกระดาษขึ้นมาเมื่อเปิดฝากล่องก็ร้องเพ่ยคำนึง "ทำไมเหลือแค่ชิ้นเดียว"  มันหมายถึงขนม,เซาปิ่ง ที่ฝากจิ่งฟูซื่อมาในราคาห้าตำลึง ตอนนี้เหลือเพียงแค่ชิ้นเดียว  มันอยากจะร้องให้ ต้องเป็๲ท่านอาจารย์แน่ที่ขโมยของมันกิน 


              "ท่านเป็๲อะไร" จ้าวซูเหลียนงุนงงเมื่อเห็นท่าทางของจ้าวเจียน


             จ้าวเจียนถอนหายใจ กล่าวว่า "ขนมที่ข้าซื้อมาเหลือแค่ชินเดียว ไม่เป็๲ไร เราแบ่งกันคนละครึ่ง " 


             จ้าวซูเหลียงตอบว่า "ท่านกินเถอะ ข้าไม่หิ้ว"


             จ้าวเจียนหักครึ่ง พลางกล่าวว่า "ไม่ได้ ๆ " แล้วยื้นครึ่งซีกให้จ้าวซูเหลียง


              นางลังเลเล็กน้อย กล่าวว่า "ขอบคุณ" แล้วรับมา นางมองขนมเซาปิ่งครึ่งซีก ในใจรู้สึกอบอุ่น นางเคยมีพี่ชาย ซึ่งพี่ชายของนางป่วยตายเมื่อสองปีก่อน เมื่อมองจ้าวเจียนก็รู้สึกเหมือนได้อยู่กับพี่ชายอีกครั้ง 


             จ้าวเจียนเทชานมน้ำผึ้งให้จ้าวซูเหลียง กล่าวว่า "รีบกินถ้าหายเย็นแล้วจะไม่อร่อย"


             จ้าวซูเหลียงยิ้มเขิน กล่าวว่า "ข้าชมชอบชานมน้ำผึ้งของท่าน"


             จ้าวเจียนหัวเราะฮ่าๆ กล่าวว่า "ดีๆ ทีนี้เ๽้าต้องให้ข้าวาดรูปเ๽้า แลกกับสิ่งที่เ๽้ากินเข้าไป"


              จ้าวซูเหลียงแทบพ่นชานมออกมา รีบกล่าวว่า "ท่านไฉนเป็๲คนเช่นนี้" 


              จ้าวเจียนยักไหล่กล่าวว่า "โลกนี้ไม่มีแอปเปิลหล่นลงจากฟ้าหรอกนะ"


              "ท่าน!" จ้าวซูเหลียงกัดริมฝีปาก กำหมัดแน่น ก่อนจะกล่าวอย่างอารมณ์เสียว่า "จะวาดก็วาดเถอะใครสนใจท่าน"



              หลังจากกินเสร็จ  จ้าวซูเหลียงกลับมาวาดรูปต่อโดยไม่สนใจจ้าวเจียน ครั้งนี้นางวาดโดยไม่หยุดพักเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น

    จ้าวเจียนเองก็พยายามวาดภาพของนางต่อ โดยในภาพมีเด็กผู้หญิงที่กำลังวาดรูปอย่างมุ่งมัน  แววตาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ 


              ทั้งสองใช้เวลาวาดภาพสองชั่วยามเป็๲อันเสร็จสิ้น 


              สำหรับจ้าวซูเหลียงไม่มีครั้งไหนเลยที่จะวาดรูปได้.. ห่วย..ถึงเพียงนี้  นางแทบจะร้องให้ ทำไมฝีมือถึงได้ห่วยลงถึงเพียงนี้  ทั้งหมดนี้เป็๲เพราะ..เพราะมันคนเดียว ทำให้นางวาดรูปไม่ได้ 


               นางมองศิษย์คนที่สี่ของท่านผู้เฒ่า ไม่อาจโกรธชายคนนี้ได้ นางรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจขัดคำพูดของมันได้  เพราะอะไรกัน  ทั้งที่มันก็เป็๲เด็กเหมือนกับนาง มันไม่ใช่บิดา ไม่ใช่ท่านผู้เฒ่าเสียหน่อย


              จ้าวเจียนยกภาพวาดของตนขึ้นตรวจดู พบว่า ครั้งนี้ตนเองวาดได้ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนจะเอาไปให้จ้าวซูเหลียงชมดู 


              จ้างซูเหลียงรับมา ยกดูแล้วก็ตาโตเป็๲ไข่ห่าน ๻ั้๹แ๻่เกิดมาไม่เคยเห็นภาพวาดที่วาดได้งดงามถึงขนาดนี้ มันไม่เหมือนกับฝีมือของมนุษย์ แต่ควรจะเป็๲ฝีมือของเทพเสียมากกว่า นางไม่อยากเชื่อ  ทั้นหมดนี้เป็๲เด็กที่อายุพอๆกับนางวาดขึ้น  เทียบกับภาพวาดของนางแล้วราวกับอยู่คนละโลก  นี่สินะโลกของผู้เชี่ยวชาน โลกของนางเป็๲เพียงโลกอนุบาลเท่านั้น


              จ้าวเจียนเห็นจ้าวซูเหลียงกำลังเคลิบเคลิ้ม นั่นเป็๲อาการปกติเมื่อมีคนมองภาพที่ม้นวาด มันจึงไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย  และไม่อยากขัดจังหวะนางจึงไม่กล่าวอะไร


              จ้าวเจียนเห็นรูปภาพต้นท้อที่จ้าวซูเหลียงวาด มันธรรมดามากจนจ้าวเจียนไม่อาจทนดูได้ ในตอนนั้นเองที่สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือสามเล่มในห่อผ้าของจ้าวซูเหลียง  วางซ้อนกันอยู่ จ้าวเจียนหยิบขึ้นมาดูทีละเล่ม เมื่อเปิดดูพบว่าเป็๲หนังสือรวมภาพวาดของจาวซูเหลียง  แต่ละภาพนั้นธรรมดาจนไม่อาจชมดูได้ หยิบเล่นที่สองขึ้นมาก็ไม่ต่างกัน จึงวางเล่มที่สอง แล้วหยิบเล่มที่สามขึ้นมา แต่พอเห็นหน้าปกทำให้จ้าวเจียนตะลึง นี่มันไม่ใช้หนังสือรวมภาพวาด


              "ฝึกพลังจินตภาพขั้นพื้นฐาน" หน้าปกของหนังสือเขียนไว้เช่นนั้น  จ้าวเจียนเกิดการอยากรู้ ขนะกำลังจะเปิดดู จ้าวซูเหลียงพลันห้ามไว้ "ท่านหยุดมือเดี๋ยวนี้" จ้าวเจียนหันมองคนที่พูดเป็๲เชิงถามว่าทำไม 


              จ้าวซูเหลียงกล่าวอย่างอับอายว่า "ท่านไม่ควรเปิดดูภาพวาดของข้า" นางกัดลิมฝีปาก หน้าแดงด้วยความเขินอาย  ๻ั้๹แ๻่เห็นภาพที่จ้าวเจียนวาด นางจึงชื่นชมจ้าวเจียนหมดใจ แต่อับอายเพราะภาพวาดของนางไม่สมควรให้มันชมดู


              จ้าวเจียนกล่าวว่า "นี่ไม่ใช้สมุดรวมภาพของเ๽้า" พลางหันหน้าปกให้จ้าวซูเหลียงชมดู กล่าวต่อว่า "นี่หนังสือฝึกพลังจินตภาพขั้นพื้นฐาน"  จ้าวซูเหลียงอ่านหน้าปก คิดในใจว่า ตนหยิบผิดมาเหรอ แต่แล้วยามนั้นนางต้องหน้าซีดเมื่อเห็นจ้าวเจียนกำลังเปิดหนังสือเล่มนั้นอ่าน นางรีบกระชากหนังสือเล่มนั้นออกจากมือมัน


              "ท่านบ้าไปแล้ว!" นางด่าจ้าวเจียน 


              ฝ่ายชายงุนงง ถามว่า "เกิดอะไรขึ้น"


              จ้าวซูเหลียงขมวดคิ้ว กล่าวว่า "ท่านอยากตายหรือไง"


              จ้าวเจียนงงไปใหญ่ แค่เปิดหนังสือก็ตายหรือ!


              จ้าวซูเหลียงกล่าวต่อว่า "ผู้ที่มีพลังจิตไม่สามารถอ่าน   หนังสือของผู้ฝึกพลังจินตภาพได้ ท่านลืมแล้วหรือไง"


              จ้าวเจียนตาโต เป็๲เช่นนี้เอง มันถามว่า " อ่านแล้วจะตายหรือ"


              "ถูกต้อง ผู้มีพลังจิตทุกคนรู้เ๱ื่๵๹นี้ ทำไมท่านไม่รู้" 


               จ้าวเจียนตอบว่า "ท่านอาจารย์ไม่เคยบอกข้า แถมข้ายังฝึกวิชาเวทไม่ได้ด้วย "


                จ้าวซูเหลียงถามขึ้น "เช่นนั้นท่านไม่มีพลังจิตหรือ"


               จ้าวเจียนคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าช้าๆ


               จ้าวซูเหลียงยื่นสมุดให้ กล่าวว่า "ถ้าท่านอยากอ่านข้าไม่ว่าแล้ว"


               จ้าวเจียนรับมาแต่ไม่เปิดอ่าน กล่าวว่า "ขอแลกหนังสือเล่มนี้กับภาพวาดของข้าได้รึเปล่า"


              ได้ยินเช่นนั้นจ้าวซูเหลียงยินดียิ่ง ๻ั้๹แ๻่เห็นภาพนั้นของจ้าวเจียน จ้าวซูเหลียงก็นับถือจ้าวเจียนอย่างจริงจังหากได้ภาพที่จ้าวเจียนวาด และเป็๲ภาพนางด้วย   นางจึงกล่าวตกลง


              ทั้งสองช่วยกันเก็บอุปกรณ์วาดภาพ เมื่อเห็นพระอาทิตย์กำลังตกดิน จ้าวซูเหลียงจึงต้องไปหาบิดา 

              นางย่อกายคาระก่อนจะกล่าวลาจ้าวเจียน