จ้าวเจียนถือพูกันกล่าวเสียงเรียบว่า "เ้า.. ข้าจะวาดรูปเ้า" มันไม่ได้พูดเท็จแต่ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ
จ้าวซูเหลียงสีหน้าโง่งม แม้นางจะฉลาดแต่ยังเป็เด็ก เห็นเด็กชายวัยเดียวกันทำอะไรตามใจชอบ แบบนี้ นางได้แต่กัดริมฝีปาก กำมือเพราะความโมโห
จ้าวซูเหลียงวางพูกันลง ก้มมองปลายเท้าอย่างหงุดหงิด นางไม่มีอารมณ์วาดรูปแล้วหนึ่งนั้น เพราะรู้สึกอาย หากให้คนอื่นจ้องมองตลอดแบบนี้ เป็ใครไม่อายบ้าง
จ้าวเจียนอยากวาดรูปนางตอนที่นางวาดภาพ แต่เห็นนางวางพูกัน สีหน้าหดหู่ ก็คิดว่าแปลกไป จึงถามขึ้น "ทำไมไม่วาดต่อเล่า"
ซูเหลียงเงียบสักพักค่อยกล่าวว่า "ข้าหมดอารมณ์แล้ว"
"ไฉนหมดอารมณ์แล้ว?" จ้าวเจียนเลิกคิ้วสูง
"ข้าี้เีแล้ว" นางตอบเสียงเรียบ ดูแล้วคล้ายกำลังโมโหจนอยากร้องให้
จ้าวเจียนคุ่นคิด ก่อนจะกล่าว "หรือเ้าหิว งั้นหยุดมือก่อนเดี๋ยวข้ามา" ว่าจบจ้าวเจียนก็รีบเดินออกไป
จ้าวซูเหลียงงุนงง มองตามหลังจ้าวเจียน รู้สึกว่ามันเป็คนประหลาด
จ้าวเจียนแอบเดินออกนอกสวนท้อไปที่ห้องน้ำแข็งชั้นใต้ดินหยิบกล่องกระดาษขนาดเล็กกล่องนึง เดินเข้าไปในส่วนลึกสุดของห้องน้ำแข็ง หยิบขวดลายครามหนึ่งขวด แล้วเดินออกจากห้องน้ำแข็ง กลับมาที่กระท่อมสวนท้อ หยิบเอาแก้วสองใบ แล้วออกจากกระท่อม กลับมาที่ใต้ต้นท้อ
จ้าวซูเหลียงนั่งรอบนม้านั่ง ระหว่างที่จ้าวเจียนออกไปนางลงมือวาดรูปต่อ ซึ่งวาดได้กว่าครึ่งส่วนแล้ว พอจ้าวเจียนกลับมานางวางพูกันอย่างเสียดาย กล่าวถามว่า "ท่านไปไหนมา"
จ้าวเจียนตอบว่า "เอาขนมมากิน" พลางเดินมาที่ม้านั่ง บอกให้จ้าวซูเหลียงเขยิบไป วางกล่องขนมบนม้านั่ง มันนั่งลงข้างๆ
"ถือ" จ้าวเจียนส่งแก้วให้จ้าวซูเหลียงหนึ่งใบ แล้วเปิดจุกของขวดลายคราม เทน้ำสีเหลืองนวลคล้ายสีใข่มุกลงในแก้วของจ้าวซูเหลียง กล่าวว่า "ลองชิมดู"
จ้าวซูเหลียงรับรู้ถึงความเย็นจัดของน้ำในแก้ว ถามว่า "นี่คืออะไร"
"ลองชิมก่อนแล้วจะบอก" จ้าวเจียนรินใส่แก้วของตนเอง แล้วยกขึ้นดื่ม
จ้าวซูเหลียงเห็นเช่นนั้นแล้วค่อยดื่มตาม ความจริงแล้วไม่ควรเรียกดื่ม เรียกจิบจะสมควรกว่า
เมื่อจิบหนึ่งคำนางรับรู้ถึงความเย็น ความหวานละมุน และได้กลิ่นของชาจางๆ และความหอมของน้ำผึ้ง นางดื่มต่ออีกอึก สองอึก สามอึกจนหมดแก้ว ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปาก เสียงดังจ้วบจ้าบ!
จ้าวซูเหลียงยิ้มเห็นฟันขาว กล่าวว่า "ข้าชอบ หวานดี "
จ้าวเจียนตอบว่า "มันคือชานมน้ำผึ้ง"
"ชาเหรอ ชาไม่มีรสชาติเช่นนี้... ท่านเรียกมันว่าชาได้อย่างไร" นางถามอย่างสงสัย
จ้าวเจียนยิ้ม กล่าวว่า " เพราะข้าใส่นมวัวเป็ส่วนประสมทำให้รสชาดต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง" จ้าวเจียนโตขึ้นด้วยนมวัว ท่านอาจารย์หาวัวนมจากดินแดนทุ่งหญ้ามาเลี้ยงเพื่อให้มันมีน้ำนมดื่มตอนยังเป็ทารก
จ้าวเจียนหยิบกล่องกระดาษขึ้นมาเมื่อเปิดฝากล่องก็ร้องเพ่ยคำนึง "ทำไมเหลือแค่ชิ้นเดียว" มันหมายถึงขนม,เซาปิ่ง ที่ฝากจิ่งฟูซื่อมาในราคาห้าตำลึง ตอนนี้เหลือเพียงแค่ชิ้นเดียว มันอยากจะร้องให้ ต้องเป็ท่านอาจารย์แน่ที่ขโมยของมันกิน
"ท่านเป็อะไร" จ้าวซูเหลียนงุนงงเมื่อเห็นท่าทางของจ้าวเจียน
จ้าวเจียนถอนหายใจ กล่าวว่า "ขนมที่ข้าซื้อมาเหลือแค่ชินเดียว ไม่เป็ไร เราแบ่งกันคนละครึ่ง "
จ้าวซูเหลียงตอบว่า "ท่านกินเถอะ ข้าไม่หิ้ว"
จ้าวเจียนหักครึ่ง พลางกล่าวว่า "ไม่ได้ ๆ " แล้วยื้นครึ่งซีกให้จ้าวซูเหลียง
นางลังเลเล็กน้อย กล่าวว่า "ขอบคุณ" แล้วรับมา นางมองขนมเซาปิ่งครึ่งซีก ในใจรู้สึกอบอุ่น นางเคยมีพี่ชาย ซึ่งพี่ชายของนางป่วยตายเมื่อสองปีก่อน เมื่อมองจ้าวเจียนก็รู้สึกเหมือนได้อยู่กับพี่ชายอีกครั้ง
จ้าวเจียนเทชานมน้ำผึ้งให้จ้าวซูเหลียง กล่าวว่า "รีบกินถ้าหายเย็นแล้วจะไม่อร่อย"
จ้าวซูเหลียงยิ้มเขิน กล่าวว่า "ข้าชมชอบชานมน้ำผึ้งของท่าน"
จ้าวเจียนหัวเราะฮ่าๆ กล่าวว่า "ดีๆ ทีนี้เ้าต้องให้ข้าวาดรูปเ้า แลกกับสิ่งที่เ้ากินเข้าไป"
จ้าวซูเหลียงแทบพ่นชานมออกมา รีบกล่าวว่า "ท่านไฉนเป็คนเช่นนี้"
จ้าวเจียนยักไหล่กล่าวว่า "โลกนี้ไม่มีแอปเปิลหล่นลงจากฟ้าหรอกนะ"
"ท่าน!" จ้าวซูเหลียงกัดริมฝีปาก กำหมัดแน่น ก่อนจะกล่าวอย่างอารมณ์เสียว่า "จะวาดก็วาดเถอะใครสนใจท่าน"
หลังจากกินเสร็จ จ้าวซูเหลียงกลับมาวาดรูปต่อโดยไม่สนใจจ้าวเจียน ครั้งนี้นางวาดโดยไม่หยุดพักเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น
จ้าวเจียนเองก็พยายามวาดภาพของนางต่อ โดยในภาพมีเด็กผู้หญิงที่กำลังวาดรูปอย่างมุ่งมัน แววตาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ทั้งสองใช้เวลาวาดภาพสองชั่วยามเป็อันเสร็จสิ้น
สำหรับจ้าวซูเหลียงไม่มีครั้งไหนเลยที่จะวาดรูปได้.. ห่วย..ถึงเพียงนี้ นางแทบจะร้องให้ ทำไมฝีมือถึงได้ห่วยลงถึงเพียงนี้ ทั้งหมดนี้เป็เพราะ..เพราะมันคนเดียว ทำให้นางวาดรูปไม่ได้
นางมองศิษย์คนที่สี่ของท่านผู้เฒ่า ไม่อาจโกรธชายคนนี้ได้ นางรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจขัดคำพูดของมันได้ เพราะอะไรกัน ทั้งที่มันก็เป็เด็กเหมือนกับนาง มันไม่ใช่บิดา ไม่ใช่ท่านผู้เฒ่าเสียหน่อย
จ้าวเจียนยกภาพวาดของตนขึ้นตรวจดู พบว่า ครั้งนี้ตนเองวาดได้ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนจะเอาไปให้จ้าวซูเหลียงชมดู
จ้างซูเหลียงรับมา ยกดูแล้วก็ตาโตเป็ไข่ห่าน ั้แ่เกิดมาไม่เคยเห็นภาพวาดที่วาดได้งดงามถึงขนาดนี้ มันไม่เหมือนกับฝีมือของมนุษย์ แต่ควรจะเป็ฝีมือของเทพเสียมากกว่า นางไม่อยากเชื่อ ทั้นหมดนี้เป็เด็กที่อายุพอๆกับนางวาดขึ้น เทียบกับภาพวาดของนางแล้วราวกับอยู่คนละโลก นี่สินะโลกของผู้เชี่ยวชาน โลกของนางเป็เพียงโลกอนุบาลเท่านั้น
จ้าวเจียนเห็นจ้าวซูเหลียงกำลังเคลิบเคลิ้ม นั่นเป็อาการปกติเมื่อมีคนมองภาพที่ม้นวาด มันจึงไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย และไม่อยากขัดจังหวะนางจึงไม่กล่าวอะไร
จ้าวเจียนเห็นรูปภาพต้นท้อที่จ้าวซูเหลียงวาด มันธรรมดามากจนจ้าวเจียนไม่อาจทนดูได้ ในตอนนั้นเองที่สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือสามเล่มในห่อผ้าของจ้าวซูเหลียง วางซ้อนกันอยู่ จ้าวเจียนหยิบขึ้นมาดูทีละเล่ม เมื่อเปิดดูพบว่าเป็หนังสือรวมภาพวาดของจาวซูเหลียง แต่ละภาพนั้นธรรมดาจนไม่อาจชมดูได้ หยิบเล่นที่สองขึ้นมาก็ไม่ต่างกัน จึงวางเล่มที่สอง แล้วหยิบเล่มที่สามขึ้นมา แต่พอเห็นหน้าปกทำให้จ้าวเจียนตะลึง นี่มันไม่ใช้หนังสือรวมภาพวาด
"ฝึกพลังจินตภาพขั้นพื้นฐาน" หน้าปกของหนังสือเขียนไว้เช่นนั้น จ้าวเจียนเกิดการอยากรู้ ขนะกำลังจะเปิดดู จ้าวซูเหลียงพลันห้ามไว้ "ท่านหยุดมือเดี๋ยวนี้" จ้าวเจียนหันมองคนที่พูดเป็เชิงถามว่าทำไม
จ้าวซูเหลียงกล่าวอย่างอับอายว่า "ท่านไม่ควรเปิดดูภาพวาดของข้า" นางกัดลิมฝีปาก หน้าแดงด้วยความเขินอาย ั้แ่เห็นภาพที่จ้าวเจียนวาด นางจึงชื่นชมจ้าวเจียนหมดใจ แต่อับอายเพราะภาพวาดของนางไม่สมควรให้มันชมดู
จ้าวเจียนกล่าวว่า "นี่ไม่ใช้สมุดรวมภาพของเ้า" พลางหันหน้าปกให้จ้าวซูเหลียงชมดู กล่าวต่อว่า "นี่หนังสือฝึกพลังจินตภาพขั้นพื้นฐาน" จ้าวซูเหลียงอ่านหน้าปก คิดในใจว่า ตนหยิบผิดมาเหรอ แต่แล้วยามนั้นนางต้องหน้าซีดเมื่อเห็นจ้าวเจียนกำลังเปิดหนังสือเล่มนั้นอ่าน นางรีบกระชากหนังสือเล่มนั้นออกจากมือมัน
"ท่านบ้าไปแล้ว!" นางด่าจ้าวเจียน
ฝ่ายชายงุนงง ถามว่า "เกิดอะไรขึ้น"
จ้าวซูเหลียงขมวดคิ้ว กล่าวว่า "ท่านอยากตายหรือไง"
จ้าวเจียนงงไปใหญ่ แค่เปิดหนังสือก็ตายหรือ!
จ้าวซูเหลียงกล่าวต่อว่า "ผู้ที่มีพลังจิตไม่สามารถอ่าน หนังสือของผู้ฝึกพลังจินตภาพได้ ท่านลืมแล้วหรือไง"
จ้าวเจียนตาโต เป็เช่นนี้เอง มันถามว่า " อ่านแล้วจะตายหรือ"
"ถูกต้อง ผู้มีพลังจิตทุกคนรู้เื่นี้ ทำไมท่านไม่รู้"
จ้าวเจียนตอบว่า "ท่านอาจารย์ไม่เคยบอกข้า แถมข้ายังฝึกวิชาเวทไม่ได้ด้วย "
จ้าวซูเหลียงถามขึ้น "เช่นนั้นท่านไม่มีพลังจิตหรือ"
จ้าวเจียนคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
จ้าวซูเหลียงยื่นสมุดให้ กล่าวว่า "ถ้าท่านอยากอ่านข้าไม่ว่าแล้ว"
จ้าวเจียนรับมาแต่ไม่เปิดอ่าน กล่าวว่า "ขอแลกหนังสือเล่มนี้กับภาพวาดของข้าได้รึเปล่า"
ได้ยินเช่นนั้นจ้าวซูเหลียงยินดียิ่ง ั้แ่เห็นภาพนั้นของจ้าวเจียน จ้าวซูเหลียงก็นับถือจ้าวเจียนอย่างจริงจังหากได้ภาพที่จ้าวเจียนวาด และเป็ภาพนางด้วย นางจึงกล่าวตกลง
ทั้งสองช่วยกันเก็บอุปกรณ์วาดภาพ เมื่อเห็นพระอาทิตย์กำลังตกดิน จ้าวซูเหลียงจึงต้องไปหาบิดา
นางย่อกายคาระก่อนจะกล่าวลาจ้าวเจียน