ชายชรารีบหันไปมองที่ทะเลสาบตามคำแนะนำของเด็กสาว แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมา มู่อันหรานก็แอบยัดพุทราลูกหนึ่งใส่มือเขา
“ยังไม่ต้องถามเ้าค่ะ รีบกินเสียก่อนจะได้มีแรง”
อาฝูชะงักค้าง แต่เมื่อเห็นคุณหนูของตนมีพุทราอีกลูกหนึ่งในมือ เขาก็รีบกัดกินพุทราผลนั้นอย่างรวดเร็ว
หากมีเรี่ยวแรงเพิ่มอีกสักนิด บางที..เขาอาจจะรอดก็เป็ได้ ชายชรากลืนพุทราลงท้องไปพร้อมกับความหวังอันน้อยนิด
ในที่สุดจากคนแปดคนในกลุ่มแรก ก็มีชายหนุ่มที่แข็งแรงที่สุดในกลุ่มเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต เขาชูป้ายหยกชิ้นหนึ่งที่งมขึ้นมาได้ แล้วพาร่างอันสั่นเทาของตนกลับขึ้นฝั่งมาอย่างยากลำบาก
“โอ๊ะ! นั่นหยกของข้าเอง” หลี่เหวินเซินหัวเราะร่าอย่างสำราญใจ
“ยินดีด้วย จากนี้ไปเ้าคือหนูตัวใหม่ในจวนสกุลหลี่ของข้า!”
เด็กสาวมองสภาพกึ่งตายของบุรุษผู้โชคดีคนนั้นด้วยหัวใจที่บีบคั้น แล้วหันกลับไปมองกลุ่มคุณชายทั้งแปดที่กำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
พวกเขาเหล่านี้อายุราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดปีเท่านั้น ทว่าความรื่นเริงบนความตายของผู้คนกลับฉายชัดอยู่ในดวงตาอย่างโเี้ผิดมนุษย์ โดยเฉพาะเหวินอ๋องที่ยังคงจิบสุราด้วยท่าทีเฉยชา ราวกับเสียงกรีดร้องและศพที่จมดิ่งลงไปนั้นเป็เพียงการแสดงประกอบมื้ออาหารที่น่าเบื่อฉากหนึ่ง
หากจะรอด นางจะหวังพึ่งเพียงดวงชะตาไม่ได้!!
นางเริ่มขยับปลายนิ้วมือนิ้วเท้าที่แข็งทื่อ และใช้อุ้งมือที่หยาบกร้านถูเข้าด้วยกันจนเกิดความร้อน ก่อนจะนำมาประคบที่ลำคอและรักแร้เพื่อรักษาอุณหภูมิของจุดชีพจรสำคัญ หากหัวใจและเืในอกยังอุ่นอยู่ นางอาจจะยังมีโอกาสรอด
โจวเหยียนปรายตามองไปยังร่างผอมบางที่ขยับเขยื้อนร่างกายผิดจากทาสคนอื่น
ขณะที่คนรอบข้างเอาแต่ร่ำไห้จนเสียสติ เด็กสาวคนนี้กลับเตรียมพร้อมร่างกายอย่างใจเย็น
มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเป็รอยยิ้มหยัน แววตาที่เคยว่างเปล่ากลับวาววับขึ้นมาอย่างร้ายกาจ เขารู้สึกสนุกขึ้นมาทันที ราวกับกำลังมองดูมดตัวเล็กๆ ที่พยายามดิ้นรนหนีออกจากกองไฟที่เขาก่อขึ้น!
…
ความล้มเหลวของกลุ่มแรกไม่ได้ทำให้เหล่าคุณชายเสเพลรู้สึกสลดใจ แต่กลับยิ่งกระตุ้นความกระหายเืและความสนุกสนานให้เพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ
“โยนหยกของข้ากลับลงไปด้วย บางทีวันนี้ข้าอาจจะโชคดีได้หนูกลับไปเลี้ยงดูเล่นสักตัวสองตัว” หลี่เหวินเซินส่งป้ายหยกของตนให้ผู้ติดตามก่อนจะชี้นิ้วสั่งต่อ
“กลุ่มที่สองออกมา! ข้าให้ทางรอดพวกเ้าทุกคนอย่างเท่าเทียม หยกแปดชิ้นต่อคนแปดคน พวกเ้าไม่อยากมีชีวิตรอดกันหรืออย่างไร ไปเก็บมันมาให้ได้!”
ท่ามกลางเสียงร่ำไห้อันน่ารำคาญใจของเหล่านักโทษกลุ่มที่สอง สตรีแซ่เสิ่นกลับมีท่าทีผิดแผกไปจากผู้อื่น
นางก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ต้องมีใครมาบีบบังคับ บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยปรากฏรอยยิ้มหยัน นางก้าวเท้าลงสู่ทะเลสาบทีละก้าวโดยไม่หยุด เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของนางก็จมดิ่งหายไปใต้ผิวน้ำที่เยียบเย็นโดยไม่แม้แต่จะดิ้นรนตะเกียกตะกาย
การเลือกที่จะตายอย่างสงบของนาง กลับทำให้นักโทษที่เหลือเสียสติจนถึงขีดสุด พวกเขาพากันส่งเสียงอ้อนวอนขอชีวิต ลืมเลือนเื่การงมหาป้ายหยกไปจนสิ้น สองมือพยายามตะกุยผิวน้ำเพื่อพาตัวกลับเข้าหาฝั่งตามสัญชาตญาณดิบ
"ไสหัวกลับไป! ใครสั่งให้พวกเ้าขึ้นมา!" เสียงตวาดกร้าวของเหล่าผู้ติดตามดังก้อง พร้อมกับท่อนไม้หนาที่กระทุ้งเข้าใส่ศีรษะและหน้าอกของคนเ่าั้อย่างป่าเถื่อน
บนบกเสียงหัวเราะเยาะของเหล่าคุณชายยังคงดังกังวานไปทั่วผืนป่า
"ขยะพวกนี้ช่างน่าขันนัก สู้ไม่ได้แม้แต่สุนัขล่าเนื้อของข้าด้วยซ้ำ!"
“เ้าพวกขี้ขลาด! สมควรตายแล้ว!” ชายหนุ่มชุดเขียวคำรามอย่างคึกคะนองพลางน้าวสายธนู เล็งไปยังร่างที่ลอยคออยู่ในน้ำ ลูกศรแหวกอากาศพุ่งเจาะกะโหลกนักโทษผู้นั้นจนเืสาดกระจาย ยิ่งเห็นดังนั้น คุณชายอีกสองคนก็นึกสนุก หยิบธนูขึ้นมาทำตามอย่างบ้าคลั่ง
สำหรับพวกเขา ความตายตรงหน้าหาใช่โศกนาฏกรรมไม่ แต่มันคือการละเล่นที่คุ้มค่ากับการเดินทางมาไกลถึงลู่โจว พวกเขาคอยส่งเสียงบริภาษเย้ยหยันและโห่ร้องให้กับจังหวะการตายของนักโทษแต่ละคนอย่างเริงร่า
โจวเหยียนนั่งนิ่งอยู่กลางความบ้าคลั่งนั้น สายตาที่ปรายมองกลุ่มคนในน้ำเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย จนกระทั่งร่างทั้งแปดในกลุ่มที่สองจมหายไปจนหมดสิ้น เขาจึงเริ่มขยับกายอีกครั้ง คล้ายกับกำลังรอคอยความตื่นเต้นที่น่าดูกว่านี้
หลี่เหวินเซินที่ได้ทาสไปแล้วคนหนึ่งหัวเราะขึ้นมาอย่างลำพอง
"ดูท่าพวกเ้าที่เหลือจะมือเปล่าเสียแล้ว เกมในวันนี้ข้าคือผู้ชนะ กลับไปทุกคนต้องเลี้ยงสุราข้าเป็รางวัลด้วยเล่า!"
“แพ้ชนะยังไม่ได้ตัดสินเสียหน่อย! ยังเหลือหนูอยู่อีกตั้งสิบตัว คอยดูเถิดข้าต้องได้มาสักคนแน่ๆ” จ้าวเฟยหรงโต้กลับอย่างขุ่นเคือง
“สิบหรือ? แต่พวกเรามีป้ายหยกแค่แปดชิ้นนี่นา..หรือว่าจะ..”
นักโทษสิบคนที่เหลือตั้งใจฟังประโยคต่อไปจากหลี่เหวินเซินอย่างใจจดใจจ่อ สองคนที่เกินมาเป็ได้ว่าจะไม่ต้องร่วมเล่นเกม แต่ใครจะกล้าเสนอตัวเล่า เพราะส่วนเกินที่พวกเขาว่า อาจจะต้องจบชีวิตลงั้แ่ยังไม่ได้ลงน้ำด้วยซ้ำ!
“เ้าดูสภาพพวกที่เหลือนั้นเสียก่อนดีกว่ากระมังคุณชายหลี่ มีแต่คนแก่กับสตรีทั้งนั้น หากมีใครรอดมาได้ข้าจะยอมให้เ้าเรียกข้าว่าไอ้ลูกเต่าเลยเป็ไง!” จ้าวเฟยหรงแผดเสียงหัวเราะอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าให้ผู้ติดตามทำหน้าที่ของพวกเขาต่อไป
“สิบคนที่เหลือ ลงไปให้หมด!”
มู่อันหรานไม่ปล่อยให้เสียงรอบข้างบั่นทอนสมาธิ นางรีบเดินเข้าไปหาอาฝูแล้วกระซิบเสียงเบา
"อาฝู ลงไปแล้วต้องว่ายให้ห่างจากผู้อื่น หากถูกพวกเขาคว้าตัวได้เ้าจะถูกกดให้จมไปใต้น้ำทันที"
อาฝูยิ้มอย่างปลงตก เขาก้มมองร่างกายที่ซูบผอมร่วงโรยของตนเอง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“บ่าวจะพยายามขอรับคุณหนู บ่าวชราถึงเพียงนี้ ไม่รู้จะต้านทานความเย็นได้นานแค่ไหน หากบ่าวเก็บหยกมาได้ บ่าวจะมอบมันให้คุณหนูเอง คุณหนูเข้มแข็งไว้นะขอรับ”
มู่อันหรานกลั้นน้ำตาพลางมองตามแผ่นหลังที่สั่นเทาของอาฝูที่เดินแยกไปอีกทาง ก่อนจะรีบกระโจนลงน้ำไปเองแล้วว่ายออกไปจากกลุ่มคนไปยังตำแหน่งที่คำนวณไว้ในใจ
นางตัดสินใจไว้แล้วว่าจะไม่โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ เพราะทุกครั้งที่ปอดรับอากาศเย็นจัด ร่างกายจะยิ่งสูญเสียความร้อน นางต้องกลั้นลมหายใจให้ถึงที่สุดเพื่อจบเกมนี้ในคราวเดียว
เด็กสาวทิ้งตัวดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กระแสน้ำเย็นจัดบาดลึกจนผิวเนื้อเริ่มชาหนึบ มู่อันหรานพยายามลืมตาในน้ำที่พร่ามัว ควานมือไปตามก้นทะเลสาบที่เต็มไปด้วยกรวดทรายจนเล็บฉีกขาด แต่กลับพบเพียงก้อนหินและซากเน่าเปื่อยของพืชใต้น้ำ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนปอดของนางเริ่มประท้วง แม้จะเสียดายเวลา แต่นางก็จำต้องรีบถีบตัวขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อสูดอากาศเบื้องบน ท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยันของเหล่าคุณชายบนบก
เมื่อเห็นศีรษะเล็กๆ ของเด็กสาวโผล่พ้นน้ำขึ้นมา โจวเหยียนก็เผลอระบายลมหายใจออกมาแ่เบาโดยไม่รู้ตัว
“เก่งนี่ จมหายไปตั้งนาน ข้าคิดว่านางจะตายเป็คนแรกเสียอีก อยากรู้นักว่านางจนทนได้อีกนานเท่าใด”
กู้ซานองครักษ์คนสนิท หรี่ตามองเด็กสาวที่มุดกลับลงไปใต้น้ำด้วยแววตาแปลกใจ เหวินอ๋องเป็คนประเภทประหยัดถ้อยคำ นี่เขาถึงกับกล่าวถึงทาสเด็กคนหนึ่งหลายประโยคในคราวเดียว
“ท่านอ๋องอยากให้กระหม่อมช่วยนางหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
แววตาของชายหนุ่มส่องประกายออกมาเพียงวูบเดียว ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ
“รอดูไปก่อน”
เมื่อกลับลงสู่ใต้น้ำอีกครั้ง คราวนี้โชคร้ายกลับซ้ำเติมมู่อันหรานอย่างหนัก ขาของนางถูกพืชใต้น้ำพันเข้าที่ข้อเท้าจนดิ้นไม่หลุด เด็กสาวพยายามแกะกอพืชที่เหนียวนั้นอย่างร้อนรน แต่ยิ่งดิ้นมันกลับยิ่งพันกันแน่นกว่าเดิม
‘ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้!’ นางกรีดร้องอยู่ในใจ พยายามตั้งสติแกะกอพืชเ่าั้ทั้งที่ดวงตาแทบจะมองอะไรไม่เห็นอยู่แล้ว