ตอนที่ 21 ความรู้สึกของาาปีศาจ
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ณ เช้าวันใหม่ วันนี้ก็ครบรอบสามเดือนหลังกลับมาจากต่างโลก
เสียงเรียกลงไปกินข้าวของแม่ในตอนเช้าก็ดังขึ้น ปลุกให้แม็กม่าลุกจากเตียง
เขาลงมาด้านล่างก็พบแม่กำลังทำอาหารอยู่อีฟ เหมือนทั้งสองจะดูเข้ากันได้จนผิดปกติ
ส่วนพ่อก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะ พ่อเรียกให้แม็กม่ามานั่งข้างๆ
“พ่อว่าเื่นี้ชักแปลกๆ แล้วสิ” พ่อกระซิบกับแม็กม่าเื่ที่แม่ทำตัวแปลกๆ
“แปลกยังไง” แม็กม่าสงสัยว่ามันแปลกยังไง
“พ่อจะเล่าให้ฟัง แม่ของพ่อหรือก็คือคุณยายก็ชอบทำอาหารเหมือนกัน
ตอนแม่เอ็งกำลังคบกับพ่ออยู่ คุณยายก็ให้แม่เอ็งช่วยทำอาหารแบบนี้แหละ
คุณยายเลยจับแม่เอ็งเป็เมียพ่อ ตอนนั้นพ่อยังคบกับแม่เอ็งได้แค่3เดือนอยู่เลย
พ่อว่าแม่เอ็งจะให้หนูอีฟเป็ลูกสะใภ้แล้วละ” พ่อพูดเื่ในอดีตตอนที่พวกเขายังหนุ่มสาว
“โอเค จากเื่แปลกๆ กลายเป็ปัญหาแล้วสิ” แม็กม่าที่ได้ยินก็เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว
แม่กับอีฟยกอาหารมาว่างที่โต๊ะ แม็กม่ารีบกินข้าวและรีบไปโรงเรียน อีฟก็ออกไปพร้อมกัน
เรนกำลังยืนรอแม็กม่าอยู่ที่หน้าบ้าน
“สวัสดีเรน” อีฟทักทายเรนที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน
“อีฟมาอยู่ที่นี่ได้ไง” เรนทำเป็ไม่รู้เื่ทั้งที่รู้อยู่ก่อนแล้ว
“พ่อฉันกำลังหาบ้านให้อีฟอยู่นะ แม่เลยพาอีฟมาอยู่ที่นี่ก่อน จนกว่าจะหาบ้านได้”
แม็กม่าอธิบายเื่ที่เกิดขึ้น ระหว่างทางเดินไปโรงเรียนแม็กม่ารู้สึกผิดปกติบางอย่าง
มีภาพบางอย่างทับซ้อนกับสิ่งที่เขากำลังมองอยู่ เป็ภาพที่เขาเคยเห็นมาก่อน
ภาพของบรรยากาศในต่างโลกทับซ้อนกับโลกนี้ มันเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาและมันก็หายไป
แม็กม่ามีสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
“คงเป็เพราะความทรงจำในอดีตสินะ” แม็กม่าคิดในใจ เขาคิดว่าคงไม่เป็อะไรมาก
ทั้งสามเดินมาจนถึงแยกประจำ จิน่ากำลังยืนรออยู่ก่อนและสงสัยทันทีว่าทำไมอีฟถึงเดินมาด้วย
“ทำไมอีฟถึงเดินมาได้ด้วยล่ะไม่ใช่ว่าบ้านอีฟอยู่อีกฝั่งงั้นเหรอ”
จิน่ายังไม่รู้เื่ที่อีฟย้ายออกจากบ้านหลังเก่าแล้ว
ทำให้อีฟกับแม็กม่าอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” จิน่าดูไม่พอใจอย่างมาก
“แบบนี้แย่ๆ สุด เธอเป็คนเดียวที่อยู่บ้านไกลกว่าคนอื่นๆ เลยนะ”
จิน่าร่างสว่างพูดกับตัวจริงและเริ่มเป็กังวล
“ใจเย็นก่อน ยังไงเราก็เป็คนแรกของเขาอยู่แล้ว” จิน่าร่างมืดพูด
ตามระดับเหตุการณ์แม็กม่าเริ่มชอบจิน่าเป็คนแรก
หลังจากสอบกลางภาคจบไป การเรียนก็เริ่มหนักหนามากขึ้นพวกเขาแทบไม่มีเวลาว่างเลย
ตอนนี้อย่างน้อยแม็กม่าก็ทำคะแนนในห้องได้ดี ที่เหลือก็แค่ทำคะแนนสอบปลายภาพให้ดีที่สุด
เวลาว่างที่มีก็หมดไปกับการติวหนังสือ ซึ่งหลังจากหาวันว่างอยู่นานในที่สุดพวกเขาก็มีเวลาว่าง
ทั้งสี่นัดไปติวหนังสือที่บ้านแม็กม่า พ่อแม่ของแม็กม่าไปเที่ยวกันนอกบ้าน
แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว เื่บ้านของอีฟก็ยังไม่ได้คืบหน้ามากนัก ทั้งสี่นั่งติวอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
“บรรยากาศไม่ได้น่าอ่านหนังสือเลย” แม็กม่าคิดในใจโดยมีสามสาวนั่งอยู่รอบๆ
แม้พวกเธอกำลังสนใจในการติวหนังสือก็ตาม ก็ไม่ได้ทำให้แม็กม่าสงบใจได้สักนิด
และใน่เวลาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ อาการแปลกๆ ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ภาพของต่างโลกโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกันครั้งก่อนๆ มันเกิดขึ้นแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น
แม็กม่าเริ่มสงสัยว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงเปิดสกิลปกป้องกันทั้งหมดเอาไว้ตลอด
“เป็อะไรหรือเปล่า แม็กม่า” อีฟดูอาการผิดปกติที่แม็กม่าแสดงออกได้
“ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกแปลกๆ” แม็กม่าตอบกลับ
“แปลกยังไง” จิน่าสงสัย
“ก็พวกเธอเล่นเอาขามาพาดบนตักฉันนี้ไง” แม็กม่าบอกเื่ที่สามสาวเอาขามาพาดบนหน้าตัก
พวกเธอจึงรีบเอาขาของตัวเองออกมา
“เ้าจะไม่ทำอะไรเลยหรือไง” แมวสาวพูดผ่านพลังจิต
แมวสาวเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่เรนไม่ทำอะไรสักอย่างทั้งที่โอกาสก็อยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ
“นี่ไม่ใช่เวลานะเ้าเหมียว พวกเรากำลังติวหนังสือกันอยู่ แม็กม่าก็กำลังตั้งใจอยู่ด้วย”
เรนรู้ว่าเวลานี่คือโอกาสแต่เื่เรียนก็สำคัญเช่นกัน แต่นั่นทำให้แมวสาวไม่พอใจหนักกว่าเดิม
แมวสาวไม่ได้รู้เื่การเรียนของโลกที่นี่เลย นายท่านไม่เคยสอนเื่นี้ให้เธอ
“ไอ้เื่เรียนนี้มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง” แมวสาวตอบกลับ
“ถ้าไม่ผ่านก็ต้องซ้ำชั้นยังไงละ ถ้าซ้ำชั้นก็จะไม่ได้เจอแม็กม่า เข้าใจหรือยัง”
เรนพยายามอธิบายเพื่อให้แมวสาวเข้าใจ
“เอางั้นก็ได้” ในที่สุดแมวสาวก็ยอมเข้าใจ ทั้งสามนั่งติวกันจนถึงเย็น
เวลาสอบปลายภาคก็มาถึงข้อสอบก็ยากตามที่คาดการเอาไว้ โรงเรียนนี้เป็โรงเรียนชั้นแนวหน้า
เื่การสอบเข้าก็ยากมากอยู่แล้ว ยิ่งการสอบในโรวเรียนยิ่งยากกว่าการสอบเข้าซะอีก
ทั้งสี่ผ่านมันมาได้ทุกคน เทอมแรกได้ผ่านพ้นไปแล้ว เทอมสองก็ตามมาติดๆ
แต่จากที่อาจารย์ได้บอก เทอมสองไม่มีอะไรมากนัก การเรียนจะหนักในเทอมแรก
ส่วนเทอมสองเื่การเรียนก็จะสบายขึ้นมาหน่อย ไม่ได้มีสอบอะไรมากมาย
เทอมสองส่วนมากจะมีแต่กิจกรรมต่างๆ มากมาย ไม่่วันหยุดระหว่างเทอม
นักเรียนต้องมาเรียนต่อในเทอมสองทันที แม้จะไม่พอใจแต่ก็ต้องทำตามอยู่ดี
อาการเห็นภาพแปลกของแม็กม่าก็ยังเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าจะเปิดสกิลป้องกันแล้วก็ตาม
ท่าทางแปลกของแม็กม่าเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย
“เริ่มรู้สึกเหมือนตอนอยู่ต่างโลกขึ้นมานิดหน่อยเลยแฮะ” แม็กม่าคิดในใจ
ความรู้สึกเดิมๆ ตอนอยู่ต่างโลกเริ่มกลับมา ซึ่งเขาก็ไม่ได้รังเกียจมัน
และวันนี้ก็เป็วันเดียวกันที่พ่อของแม็กม่าหาบ้านใกล้โรงเรียนให้อีฟได้
ซึ่งมันก็ไม่ได้ไกลจากบ้านของแม็กม่าเลย อยู่บ้านข้างๆ นี่เอง ซ้ายเป็บ้านของเรน
ส่งนทางขวาก็เป็บ้านที่พ่อของแม็กม่าหาให้อีฟได้ ข้างบ้านพึ่งย้ายออกไปได้ไม่นาน
“แม็กม่าลงมาช่วยขนของหน่อยเร็ว” แม่เรียกแม็กม่าให้ลงมาช่วยย้ายของ
แม่เหมือนจะไม่ชอบให้อีฟย้ายออกไป แม้จะอยู่บ้านข้างๆ ก็ตาม
“อะไรกันแม่ หนูอีฟก็อยู่บ้านข้างๆ เนี่ยแหละ ไม่ได้ไปไหนไกลสักหน่อย” พ่อพูดปลอบใจ
ความจริงแล้วพ่อหาบ้านให้อีฟได้ตั้งนานแล้ว แต่แม่สั่งให้หาบ้านใกล้ๆ กันให้ได้มากที่สุด
และห้ามบอกแม็กม่าด้วย ซึ่งพ่อก็ต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ถ้ามีเื่ให้ช่วยก็เรียกได้เสมอเลยนะคะ” อีหพูดกับทั้งสอง
แม็กม่าพึ่งลงมาถึงและช่วยกันขนของเข้าบ้านของอีฟ
“หมดแล้วเหรอ” แม็กม่าถามอีฟเื่ข้าวของของเธอ
ท่าทางและน้ำเสียงของแม็กม่าดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ผิดสังเกตของคนอื่นๆ
“หมดแล้วละ ขอบใจมากนะ” อีฟตอบกลับ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในบ้านมีแค่พวกเขาสองคน
“นี่แหละโอกาสละ” เธอพูดกับตัวเอง เธอหอมแก้มแม็กม่าเป็การตอบแทน
ปกติแม็กม่าต้อวมีการสะดุ้งเล็กน้อย แต่ครั้งนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่า” แม็กม่าถามที่อีฟหอมแก้มเขา ทำให้เธอหน้าแดงและตอบว่า” ไม่มีอะไร”
สีหน้าของแม็กม่าดูเรียบเฉยไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไป ทำให้อีฟอายที่แม็กม่าไม่แสดงออก
แม้แต่ตัวแม็กม่าเองก็ไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไร
ณ ห้องเรียน เทอมสองได้เปิดการเรียนต่อจากเทอมแรก กิจกรรมแรกที่มีก็คืองานโรงเรียน
ห้องของแม็กม่าได้เื่การแสดงละครเวทีแถมยังได้ใช้ภาษาอังกฤษอีกด้วย
แต่ก็ไม่ใช้ปัญหามากนัก ในห้องมีลูกครึ่งอย่างอีฟและคนที่เก่งภาษาอยู่
ปัญหาจริงๆ คือเื่บทการแสดงและบทการแสดงที่คนในห้องเลือกก็คือ “romeo and juliet”
ในบนที่ต้องแสดงต้องมีการจูบกันของตัวละครหลัก ทำให้ต้องหาคนที่เป็คู่รักกันจริงๆ
ใน่บทจูบได้จะแสดงออกได้จริงๆ ไม่เขินอายกันบนเวที แม้คนในห้องจะมีแฟนกันหลายคน
แต่ส่วนใหญ่แฟนของคนในห้องก็อยู่ต่างห้องกัน ซึ่งมีเพื่อนในห้องเสนอให้
แม็กม่ากับจิน่าแสดงเป็ตัวละครหลัก
“เดียวนะ ทำไมเป็ฉันละ ฉันพูดอังกฤษไม่เก่งหรอก” จิน่าใที่ถูกเสนอชื่อให้เป็ Juliet
เธอรีบหาเื่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่เป็ผล
“เธอไม่ต้องพูดหรอก คนแสดงแค่เล่นไปตามบท อีฟจะเป็คนพูดให้เอง
เธอแค่ขยับปากตามก็พอ” คนวางแผนการแสดงบอกกันจิน่า
อีฟจะพากย์เป็ตัวละคร juliet ส่วนจิน่าเป็คนแสดงเป็ juliet
“อีกอย่าง ฉันเห็นเธอคบกับแม็กม่าอยู่ไม่ใช่เหรอ คืนนั้นบนดาดฟ้าฉันเห็นเธออยู่กับแม็กม่า”
เพื่อนอีกคนพูดถึงเื่ที่พวกเขาไปเที่ยวเกาะ คนแรกที่ขึ้นไปเห็นแม็กม่าอยู่กับจิน่าไม่ใช่เรน
มีคนขึ้นไปเห็นก่อนหน้านั้น
“คนเป็แฟนกัน เล่นเื่นี้ได้อยู่แล้ว แม็กม่านายว่าไงเอาด้วยไหม” เพื่อนในห้องถามแม็กม่า
“ก็ได้” แม็กม่าตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย สามสาวก็เห็นบางอย่างผิดปกติ
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน แม็กม่าไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ปกตินิสัยแม็กม่าคงไม่เห็นด้วยไปแล้ว
แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสจะถามเพื่อนในห้องเริ่มแบ่งงานกัน
“ใครจะเป็คนทำชุด ใครเก่งเื่เย็บปักถักร้อยบาง” เพื่อนให้หาคนทำเสื้อผ้าให้นักแสดง
ซึ่งเรนก็เสนอตัวจะทำให้ เรนมีความสามารถด้านการทำเสื้อผ้าและออกแบบ
เธอได้รับให้ทำชุดของ juliet ที่จิน่าต้องใส่ แม็กม่าและจิน่าต้องไปรับบทที่เพื่อนเขียนเอาไว้
การแสดงไม่ได้ยากมาก พวกเขาไม่ต้องจำบทพูดเพราะจมีคนพากย์เป็ภาษาอังกฤษให้
แค่แสดงได้ตามบทที่ได้รับมาก็พอ จิน่ายังดูอายอยู่ที่ได้รับบทคู่กับแม็กม่า
ส่วนแม็กม่าก็เล่นไปตามบทได้อย่างดี เพื่อนๆ ให้ทั้งสองเอาบทไปซ้อมที่บ้านได้
อีฟชวนให้จิน่าไปอยู่ด้วย่ที่ต้องซ้อมบทละคร เธอต้องพากย์เสียงให้จิน่า
“วันนี้เราเป็อะไรไปน่า ปกติต้องปฏิเสธไปแล้วสิ” แม็กม่านอนคิดเื่ที่ตัวเองตอบตกลง
เื่การแสดงละครเวทีของโรงเรียน
“ตอนนี้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็าาปีศาจเลยแฮะ ตอนซ้อมบทก็ไม่ได้อายหรือรู้สึกอะไร
เหมือนกับความรู้สึกของคนธรรมดามันค่อยๆ หายไปเลย”
แม็กม่านึกถึงตอนเป็าาปีศาจในตอนที่อยู่ต่างโลก ตอนนั้นเขาเป็คนเ็า
ไม่ได้รู้สึกรู้ส่าอะไรมาก แต่ก็ยังไม่ข้อดีก็คือการเป็ผู้นำ เพราะต้องนำทัพปีศาจจำนวนมหาศาล
และความรอบคอบ ข้อเสียก็คือความเ็า ความไร้อารมณ์
“มันเกี่ยวกับที่เราเห็นภาพหลอนของต่างโลกหรือเปล่านะ” แม็กม่าคิด
ตอนนี้ภาพจากต่างโลกก็ยังทับซ้อนอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็แค่ชั่วพริบตาเท่านั้น
เสียงเรียกของจิน่าดังขึ้น เธอเรียกให้ไปซ้อมบทด้วยกันที่บ้านอีฟ
ในบ้านมีเรนกับอีฟนั่งคุยกันอยู่ เรนอยู่ที่นี่เพราะต้องออกแบบชุดให้จิน่าใส่
การซ้อมก็เป็ไปได้ด้วยดี จนมาถึงบทสุดท้าย บทที่ romeo ต้องจูบลา juliet
และกินยาฆ่าตัวตายตาม julietไป แม็กม่าดันเล่นจริงจูบจริง จิน่าที่ถูกจูบต่อหน้าสองสาว
ก็สะดุ้งทันที เพื่อนๆ บอกว่าถ้าไม่อยากจูบก็ใช้มุมของคนดูปิดสายตาก็ได้
“เป็อะไรไป แค่จูบเองน่า ไม่เห็นต้องอายขนาดนั้นเลย” แม็กม่าพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
จิน่าตบใส่หน้าแม็กม่าทันที ซึ่งเขาก็ไม่ได้หลบหรือตอบโต้และจิน่าเดินกลับบ้านไป
เรนเองก็ไม่พอใจและเดินออกไป อีฟมาพูดเตือนสติแม็กม่า
“สำหรับผู้หญิงจูบมันสำคัญนะ วันนี้พอแค่นี้แหละ ออกไปได้แล้ว” อีฟไล่แม็กม่าให้กลับไป
ซึ่งแม็กม่าก็เดินกลับบ้านไป
“เ้าเหมียว แม็กม่าเป็อะไรไป” เรนถามแมวสาวที่แม็กม่ามีอาการแปลกๆ
“ไม่รู้สิ แค่รู้สึกว่า นายท่านของเรากลับมาเป็นายท่านคนเดิมแล้ว”
แมวสาวััได้ว่านายท่านของเธอกลับมาเป็เหมือนเดิม
“เหมือนเดิมงั้นเหรอ เหมือนเดิมยังไง” เรนถามแมวสาว
ซึ่งแมวสาวก็เคยพูดเื่ต่างโลกให้เรนหัวไปแล้ว เธอเล่าเื่นายท่านตอนอยู่ต่างโลกให้ฟัง
เรนก็เข้าใจได้ทันที ความรู้สึกของแม็กม่าอาจจะกลับไปเป็าาปีศาจก็ได้
เธอจึงต้องรีบหาทางทำให้แม็กม่ากลับเป็เหมือนเดิม แมวสาวก็ไม่ช่วยอะไร
แมวสาวคิดว่านายท่านกลับเป็เหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้ว
“นายท่านเป็เหมือนก็ดีอยู่แล้ว นายท่านไม่้าให้ใครมาช่วยหรอก”
แมวสาวพูดและไม่ยอมช่วย แต่เรนก็บังคับแมวสาวให้ช่วย
โดยที่แมวสาวติดพันธสัญญากับเรนอยู่ เธอจึงสามารถสั่งให้แมวสาวช่วยเธอได้
“เอางั้นก็ได้ เดียวเราหาทางให้เอง” แมวสาวไม่มีทางเลือกจึงตามยอมช่วย
และเสนอว่าเธอจะหาทางให้เอง คืนนั้นเองแมวสาวย่องเข้ามาห้องแม็กม่า
แมวสาวใช้พลังเข้าไปในความคิดของแม็กม่า
แมวสาวพบว่าความทรงจำเก่าเื่ต่างโลกเริ่มโผล่ออกมา
นี้อาจเป็สาเหตุให้นายท่านของเธอกลับมาเป็เหมือนเดิม แต่ก็ยังไม่มีทางจะช่วยได้
แมวสาวกลับไปหาเรนอีกครั้ง แมวสาวมีของสะสมเก่าๆ จากต่างโลกอยู่
ในนั้นมีหนังสือมากมาย แมวสาวให้เรนค้นหาคำตอบจากหนังสือ
แมวสาวไม่ได้อ่านหนังสือเลย แต่เธอถูกสามฝาแฝดซัคคิวบัสยัดเยียดหนังสือเล่านี้ให้
“หนังสือพวกนี้จะช่วยได้หรือไง” เรนเปิดดูหนังสือต่างโลกที่แมวสาวหยิบออกมา
“พวกซัคคิวบัส มีความสามารถเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ และความทรงจำ
พวกเธอให้หนังสือเรามาเพียบ แต่เราไม่เคยอ่านมันสักเล่ม เ้าอ่านมันแทนเราก็แล้วกัน
เราไปนอนดีกว่า” แมวสาวพูดจบก็เข้าไปนอนในเงาของเรน ทิ้งให้เธอหาคำตอบคนเดียว
“เ้าเหมียว ฉันคิดว่าฉันอ่านมันไม่ออกหรอกนะ” เรนพูดกับแมวสาวแต่แมวสาวไม่ตอบกลับ
เรนหยิบมันขึ้นมาดู ตัวหนังสือประหลาดเธอไม่ควรจะอ่านมันออก แต่สามารถอ่านมันได้
เรนจึงเปิดหาสิ่งที่แมวสาวบอก เรนนั่งอ่านหนังสือหลายสิบเล่มที่แมวสาวเอาออกมา
่เช้าได้มาถึงพร้อมกับคำตอบที่เรน้า เธอหาทางทำให้แม็กม่ากลับมาเป็ปกติ
แต่เรนควรจะดีใจที่หาทางช่วยแม็กม่าให้เป็เหมือนเดิมได้ เธอกลับดูกังวลใจมากกว่าเดิม
“ต้องใช้พลังของซัคคิวบัสกับพิธีกรรมของพวกซัคคิวบัส
จะสามารถดึงตัวตนของผู้ที่้ากลับมาได้” นี่เป็คำตอบที่เรนหาได้จากหนังสือของแมวสาว
แต่เธอไม่มีพลังของซัคคิวบัส แม้จะรู้ว่าพิธีกรรมทำยังไงจากในหนังสือและแมวสาวก็มีอุปกรณ์
ก็ยังขาดพลังของซัคคิวบัส “เ้าเหมียวฉันได้คำตอบแล้ว แต่้าคนช่วย”
เรนปลุกแมวสาวที่นอนอยู่ ซึ่งแมวสาวก็ออกมาแต่โดยดี
“พลังของซัคคิวบัสงั้นเหรอ ง่ายมากอารมณ์ทางเพศไง พลังของพวกซัคคิวบัสหาจากไหนก็ได้”
แมวสาวตอบกลับ
“จะไปหามาจากไหนละ” เรนยังไม่รู้ว่าจะไปหามาได้ยังไง
“เ้าก็ทำมันสิ ทำพิธีกรรมและกระตุ้นพิธีกรรมด้วยอารมณ์ทางเพศ ง่ายจะตาย
พานายท่านไปอยู่ตรงกลางพิธีกรรมและเธอก็ไปกระตุ้นอารมณ์ เห็นไหมไม่ยากเลย”
แมวสาวตอบกลับพร้อมเสนอแผนให้เรน
“ว่าไงนะ ให้ฉันเนี่ยนะทำเื่อย่างว่า” เรนตอบกลับเธอไม่เห็นด้วยสุดๆ
“ก็พวกซัคคิวบัสเป็ปีศาจในเื่อย่างว่าอยู่แล้ว พิธีกรรมส่วนใหญ่ก็เป็เื่แบบนั้น
และพิธีกรรมก็สามารถทำได้ง่ายๆ และได้ผลดีซะด้วย ไม่ว่าใครก็ทำได้ เ้าก็ทำได้เหมือนกัน”
แมวสาวพูดราวกับวางแผนไว้อยู่แล้ว
*******************************จบตอนที่21***********************