ตอนที่ 69 คำสั่ง
"แล้วไง นั้นมันก็คือ อดีตไปแล้ว ตอนนี้เจ้าตกต่ำลงแล้วอ่อนแอ่อย่างมาก คิดว่าจะทำแบบอดีตที่เจ้าเคยก่อไว้ได้งั้นรึ" เจ้าสำนัก ที่ไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย เพราะตอนนี้ตนเองมีปราณฟ้าขั้นกลาง ซึ่งเหนือกว่าปราณฟ้าขั้นต้นของคางหมิงแล้ว
"หึ คืดรึว่านี้คือ ปราณของจริงข้าน่ะ หากข้าฟื้นฟูพลังปราณกลับมาเป็นดังเดิม เจ้าเทียบข้าไม่ติดหรอก แล้วถึงแม้เจ้าจะมีปราณเหนือกว่าข้าตอนนี้ แต่เจ้าก็น่าจะรู้นะว่าตอนนี้เจ้าตกอยู่ในกำมือข้าเรียบร้อยแล้ว ความแข็งแกร่งที่แท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่ระดับปราณเพียงอย่างเดียวหรอก ไม่งั้นเจ้าจะตกอยู่ในกำมือข้าง่ายเช่นนี้รึ" คางหมิง เยาะเย้ยออกมา
"ฮึ่ม ถ้าเจ้าไม่วางแผนล่อข้ามา แล้วลอบโจมตีข้า เจ้าก็ไม่สามารถทำไรข้าได้หรอก" เจ้าสำนัก ที่ไม่คิดจะยอมก้มหัวให้ใคร จึงสวนออกมา
"งั้นรึ แต่ตอนนี้ไม่ว่าเจ้าจะพูดไร แต่ความจริงเจ้าอยู่ในกำมือข้า เพราะงั้นควรทำตัวให้สมกับเป็นลูกไก่ในกำมือหน่อย ไปจัดการอาวุโสสองคนที่เจ้าพามาด้วยซะ" คางหมิง สั่งขึ้นมา
"ว่าไงนะ คิดข้าจะยอมฟังคำสั่งเจ้างั้นรึ" เจ้าสำนัก ที่ได้ยินคำสั่งเช่นนี้ จึงโกรธมากขึ้นไปอีก แต่แม้จะไม่ต้องการแต่ร่างกายกับเคลื่อนไหวไปเอง
"นี้มันอะไรกัน" เจ้าสำนัก ที่ไม่อยากเชื่อว่า ปราณจิตขั้น 6 อำนาจแห่งกฏ ของคางหมิง จะทรงพลังเช่นนี้ จนยากที่จะต่อต้านได้เลย" เจ้าสำนัก ที่หันไปเผชิญหน้ากับอาวุโสทั้งสองที่มาด้วยกัน จากนั้นก็ใช้ปราณจิตสร้างพลองออกมาอีกครั้ง
"ท่านเจ้าสำนัก ท่านจะทำไรน่ะ อย่าบอกนะว่าท่านจะทำตามตาแก่นั้น" อาวุโสทั้งสอง เริ่มระวังตัวมากขึ้น เมื่อได้ยินคำสั่งของคางหมิงที่สั่งเจ้าสำนักของตนออกมา แล้วตอนนี้เจ้าสำนักของตน ยังสร้างศาสตราวุธขึ้นมาตรงดิ่งมาที่พวกตนเอง
อาวุโสทั้งสองที่มาจากสำนักเอราวัณด้วยกัน ต้องใช้ปราณจิตสร้างศาสตราวุธ เป็นพลองออกมารับมือทันที
เปรี้ยงงง ตูมมมม บึ้มมมมม ตูมมมมม เปรี้ยงงงง
"ข้าขอโทษด้วย โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ข้าจะเชื่อฟังท่าน" เจ้าสำนัก ที่เห็นการต่อสู้ของตนกับอาวุโสที่ไว้ใจทั้งสอง ยืดเยื้อขึ้นมานานจนสุดท้าย ตนเองทนไม่ได้จึงต้องกล่าวขอโทษออกมา
เพราะหากต่อสู้นานกว่านี้ แม้ตนเองจะมีปราณสูงกว่าอาวุโสทั้งสอง แต่การที่ถูกคางหมิงควบคุมอยู่ จึงทำให้ไม่สามารถใช้พลังต่อสู้ได้เต็มที่ แล้วอาจจะเป็นตนเอวที่พ่ายแพ้แก่เหล่าอาวุโสทั้งสองแทนก็ได้ ซึ่งยิ่งอับอายอย่างมากในการเป็นเจ้าสำนัก แล้วอาจจะถูกสังหารจากอาวุโสทั้งสองคนนี้แทน แม้จะไว้ใจได้มากแค่ไหน แต่หากตนเองเสียท่าขึ้นมา แล้วไม่มีทีท่าว่าจะฝืนขัดคำสั่งได้เลย อาวุโสทั้งสองจึงจำเป็นต้องจัดการตนเองแน่
เจ้าสำนักเอราวัณที่ไม่มีทางเลือกอื่น จึงต้องทนกับการเชื่อฟังชายแก่คนนี้ดีกว่าเอาชีวิตตนเองมาทิ้งง่ายๆแบบนี้
"555++ ดีมาก ในที่สุดก็ยอมเชื่อฟังข้าแต่โดยดี" คางหมิง หัวเราะอย่างสะใจ เมื่อสยบฝ่ายตรงข้ามลงได้
แม้คางหมิง จะมีปราณจิตขั้น 6 อำนาจแห่งกฏ คำสั่ง ซึ่งฝ่าฝืนการสั่งการร่างกายคนอื่น สั่งให้้ร่างกายคนอื่นทำตามที่ตนสั่ง แต่การทำตามที่สั่งราวกับทาสผู้ซื่อสัตย์มากเกินไป ก็จะไม่ทำให้คนนั้นแสดงฝีมือ ความสามารถตนเองออกมาได้เต็มที่ แล้วการที่สั่งอย่างละเอียดซับซ้อนเกินไป ก็ยิ่งต้องใช้ปราณมากยิ่งขึ้น แล้วต้องเสียสละบางอย่าง กับอำนาจแห่งกฏที่ใช้มากขึ้นอีกด้วย
"แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปเรื่องที่ช่วยแล้วจะไม่ได้เลย ข้าจะไม่ให้เจ้าช่วยฟรีๆแน่นอน เจ้าสามารถที่จะเอาคัมภีร์ที่ข้า มอบให้หลิวหวา ไปศึกษาดูด้วยกันได้เลย แล้วหากข้าครองทวีปนี้เมื่อไร สำนักของเจ้าจะมาอยู่ใต้อาณัติพรรคมารฟ้า ที่ข้าจะก่อตั้งขึ้นมาในทวีปนี้ด้วย" คางหมิง รับปากออกมาอย่างชัดเจน
เจ้าสำนักเอราวัณ ที่ยังเชื่อคำพูดครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง จึงไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของฝ่ายตรงข้ามนัก
เฟี้ยววววว
แต่ในขณะที่คางหมิงที่กำลังสนใจเจ้าสำนักเอราวัณอยู่นั้น ก็มีดาบเล่มนึงโผล่ออกมา หวังจะทำร้ายตนด้านหลังทันที
เปรี้ยงงงงงง
คางหมิงที่แม้จะสนใจเจ้าสำนักเอราวัณอยู่ ก็สามารถใช้เคียวรับการจู่โจมจากด้านหลังทันที
"เจ้าจะทำไร หลิวหวาคิดจะลอบโจมตีข้างั้นรึ อย่างเจ้าไม่สามารถทำไรข้าได้หรอก" คางหมิง ที่กล่าวออกมาอย่างเยือกเย็น