หลังจากคืนนั้น อี้เฟยก็ไม่เจอหยางชงอวี้อีกเลย แต่.....กลับส่งองครักษ์หน้าตายมาเฝ้าแทน คนอะไรสูงใหญ่ หล่อบาดใจ แต่หน้าบูดหน้าบึ้งตลอดเวลา ยืนเป็ั์บักหลักอยู่หน้าห้องไม่พูดไม่จา บรรยายรอบตัวหน้าขนลุก นางเดินออกจากเรือนไปไหน ก็เดินตาม ถ้าหากยิ้มซักนิดคงมีแม่ยกตรึม "นี้ๆจางเลี่ยง เ้าเดินห่างๆข้าหน่อยได้ไหม ใกล้มากไปข้าขนลุกขนพองหมดแล้วเนี้ย" อี้เฟย อดแหย่องครักษ์หน้าตายไม่ได้ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากองครักษ์หน้าตายชื่อก็แปลว่า แสงสว่าง แต่ทำไมอึมครึมได้ขนาดนี้ อี้เฟยเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงบริเวณ หน้าจวน มองเห็น จางหลง กำลังตรวจแถวเวรยามอยู่
เมื่อจางหลง หันมาเห็นพระชายา ทำท่าเหมือนจะวิ่งหนี "จางหลง" อี้เฟยะโเรียกเสียงดัง
บัดซบวันซวยอะไรของข้า! "ขอรับพระชายา " จางหลงค้อมศีรษะคำนับพระชายาที่กำลังเดินมาหาตน
"หลังของเ้าหายดีหรือยัง" อี้เฟยยังรู้สึกผิดที่จางหลงถูกทำโทษเพราะนาง
"หายดีแล้วขอรับ ขอบพระทัยพระชายา ที่ประทานยามาให้"
"ข้าไม่กวนเวลาทำงานของเ้าล่ะ ขอตัว" อี้เฟยหมุนตัวกลับไปทางที่เดินมา สายตาแอบมองไปที่ประตูจวน เดินมาใกล้ขนาดนี้ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะออกไป ถ้าหากข้าไปขออนุญาตหยางชงอวี้ออกไปข้างนอก จะได้รับอนุญาตมั้ยน่ะ เดินกลับมาที่สวนเหมือนเดิม มีซิงซิง เดินตามข้างกาย ส่วนองครักษ์หน้าตาย เดินห่างออกไป 3เมตร
"ซิงซิง เ้าว่าถ้าข้าไปขออนุญาตออกจากจวน ท่านอ๋องจะอนุญาตหรือไม่" หลิวอี้เฟยพูดลอยๆไปกับสายลมที่พัดมา
"ไม่ลองก็ไม่รู้ จริงมั้ยเพคะ"
" ใช่แล้ว ไม่ลองก็ไม่รู้ ดีมากซิงซิง" หลิวอี้เฟยกล่าวชมสาวใช้ ส่วนซิงซิงนั้นพอได้ยินคำชมแค่สั้นๆกลับยิ้มหน้าบานเท่ากระด้ง การทำให้นายสาวพอใจมันมีความสุขขนาดนี้เลยหรือไงเน้อ
"จางเลี่ยง เ้าว่าท่านอ๋องอยู่ที่ใด" นางหันไปถามองครักษ์หน้าตาย
"ข้าน้อยอยู่กับพระชายาตลอดจะรู้ได้อย่างไร" จางเลี่ยง ตอบออกมาอย่างเฉยเมย จางเลี่ยงแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบพระชายาคนนี้เท่าไรนัก แน่นอนเพราะจางหลงกับจางเลี่ยงเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน เหตุที่จางหลงถูกคาดโทษให้ไปประจำด้านหน้าจวนก็เพราะพระชายา
หลิวอี้เฟย ไม่สนใจสีหน้าและแววตาไร้อารมนั้นเท่าไร นางไม่เอามาใส่ใจให้เหนื่อยหรอก ลากแขนซิงซิง กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางเรือนหนังสือ
"ท่านอ๋องพระชายากำลังเดินมาทางนี้" มู่หลงที่ยืนอยู่ด้านนอก เห็นพระชายาลากแขนสาวใช้มุ่งมาทางเรือน
"ถ้ามาถึง ให้เข้ามาเลย" หยางชงอวี้ กำลังนั่งคุยอยู่กับองค์ชายสิบ หยางซื่อเล่อ
"มู่หลง ข้าอยากพบท่านอ๋อง" อี้เฟยยืนหอบแฮกๆ เมื่อมาถึงตัวเรือน
"เชิญด้านใน พะยะค่ะ พระชายา ท่านอ๋องรออยู่" มู่หลง ผายมือเชิญให้เข้าไปด้านใน
"ถวายพระพรท่านอ๋อง องค์ชายสิบ" อี้เฟยย่อตัวลงอย่างงดงาม แต่ลมหายใจยังสั่นไหวอยู่ เนื่องจากเมื่อซักครู่แทบจะวิ่งมาเลยที่เดียว
"ไม่ต้องมากพิธีพี่สะใภ้ ต่อไปนี้ไม่ต้องพิธีรีตองแบบนี้แล้วนะ คนกันเองทั้งนั้น" หยางซื่อเล่อยิ้มแฉ่ง
"ลมอะไร หอบน้องหญิงมาหาเปิ่นหวางในวันนี้" หยางชงอวี้เดินไปจูงมืออี้เฟยมานั่งข้างๆ โดยไม่สนใจ น้องชายที่สำลักน้ำชาน้ำหน้าดำหน้าแดง
"หม่อมชั้นอยากออกไปข้างนอกเพคะ " อี้เฟยรีบบอกสิ่งที่นาง้าทันที โดยไม่ได้สนใจว่าข้อมือของนางนั้นถูกอ๋องบ้ากามลูบไปมาอยู่
"ได้สิ น้องหญิง้าสิ่งใด เปิ่นหวางตามใจทุกอย่าง" หยางชงอวี้ไม่พูดป่าว ยกมืออี้เฟยมาจุมพิต"แต่ต้องพา จางเลี่ยง จางหลงไปด้วย"
"ได้สิ งั้นหม่อมชั้นขอตัว " เมื่อได้สิ่ง้า อี้เฟย รีบลุกขี้น ย่อคำนับแล้ววิ่งออกจากเรือนหนังสือไป ดีใจมากไปหน่อย จนลืมกริยาเรียบร้อย ของกุลสตรีขั้นสูง แน่สิจะได้ไปเที่ยว ไม่ดีใจไงไหว
"พี่สาม ทำไมท่านอนุญาตพี่สะใภ้ง่ายๆแบบนั้น ด้านหน้าจวนมีคนราชครูวนเวียนอยู่ไม่ใช่เหรอ" หยางซื่อเล่อ งงกับกระกระทำของพี่ชาย
"อันธรรมดาเสือเมื่ออยู่ในถ้ำย่อมอันตราย จะจับเสือได้ก็ต่อเมื่อล่อให้มาตกในหลุมพรางที่ดักไว้" หยางชงอวี้กล่าวออกมา พร้อมรอยยิ้มเย็นะเื
อี้เฟย ดีใจยังกับถูกหวย เดินยิ้มหน้าบานกลับไปหยิบถุงเงินที่เรือนเหมยฮัว แล้วมุ่งไปที่ประตูจวนทันที พอไปถึงก็เจอจางหลง ยืนคอยอยู่ เมื่อเดินออกมาจากจวน อี้เฟยให้ซิงซิง พาไปร้านขายสัตว์เลี้ยงทันที ตอนอยู่โลกก่อนนางเคยเลี้ยงน้องหมาตัวหนึ่ง วันนี้หยิบถุงเงินติดมาด้วยหวังจะซื้อลูกหมากลับไปซักตัว คงคลายเหงาได้ไม่น้อย ระหว่างเดินดูลูกหมาน่ารักอย่างเพลิดเพลิน มีสาวใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาหา "คุณหนูค่ะ ท่านราชครูเชิญคุณหนูไปที่จวนเ้าค่ะ"
อี้เฟย ทำหน้างุนงงหันไปตามเสียง ซิงซิงรีบเดินมากระซิบข้างหู" สาวใช้ที่จวนท่านราชครูเพคะ นางเป็อยู่โรงครัวพระชายาคงไม่เคยเห็นนาง"อี้เฟยพยักหน้าน้อยๆ เป็อันว่าเข้าใจ
"ข้าไม่ว่าง เ้าเห็นหรือไม่" อี้เฟยหันไปอุ้มลูกหมาเล่นต่อ สาวใช้นางนั้นยืนทำหน้าเลิกลักอยู่นานสองนาน แล้วจึงยัดเศษกระดาษเข้าไปในแขนเสื้อหลิวอี้เฟยแล้วรีบเดินจากไป
อี้เฟยรู้สึกถึงของที่ยัดเข้ามาในแขนเสื้อ แต่ไม่ได้ใสใจมากนัก เพราะกำลัง เพลิดกับการอุ้มลูกหมาตัวแล้วตัวเล่า ที่เ้าของร้านอุ้มมาให้นางเลือก โดยไม่ได้สนใจว่า จางหลงตอนนี้ไม่ได้อยู่แถวนั้นแล้ว
ผ่านไปพักใหญ่หลังจากเล่นกับลูกหมาจนพอใจแล้ว" เอาล่ะ ข้าเลือกเ้า ไอ้ลูกหมาหน้าโง่ ตั้งชื่อว่าอะไรดี เจินเป่าหมายความว่าสมบัติล้ำค่า ต่อไปนี้เ้าเป็ของข้าเท่านั้นรู้มั้ยเ้าหมาโง่" กอดรัดฟัดลูกหมาตัวอ้วนกลมด้วยความรักลูกหมาตัวนี้คือลูกหมาพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ นางเลือกตัวสีน้ำตาลแดง จ่ายเงินเรียบร้อยก็เดินออกมาจากร้าน " เจินเป่า สมชื่อจริงๆ เล่นเอาเงินที่ข้าสะสมมาไม่เหลือเลยนะแก" พลางเอามือจิ้มจมูกลูกหมา
เงินหมดแล้วกลับจวนสิ รออะไร หลิวอี้เฟยเดินนำซิงซิงกลับจวน
เมื่อเดินถึงประตูจวนอ๋องสาม อี้เฟยหยิบกระดาษออกมาจากแขนเสื้อ ยื่นให้จางเลี่ยง แล้วเดินเข้าจวนไป กอดลูบคลำลูกหมาตัวน้อย ที่คงอุ้มได้อีกไม่นานเท่าไรนักโดยไม่หันกับมามองสีหน้า องครักษ์หน้าตายที่กำลังยืนทำหน้าตาตื่นตระหนกอยู่
ด้านจางหลง หลังจากเห็นสาวใช้จากจวนราชครูเข้ามาคุยกับพระชายา รีบกลับจวนเพื่อรายงานเื่ที่ตลาดให้ท่านอ๋องทราบทันที หยางชงอวี้ นั่งฟังเงียบๆ ไม่กล่าวอันใด
"ท่านอ๋องพระชายากลับมาแล้ว ขอรับ" มู่หลง เมื่อเห็น จางเลี่ยงกำลังเดินมา
จางเลี่ยงมอบกระดาษที่พระชายายื่นมาให้ แก่อ๋องหยางชงอวี้ บนกระดาษนั้นเขียนข้อความสั้นๆ" ทำทุกวิถีทางให้อ๋องหยางชงอวี้โปรดปราน พาตัวมาที่จวนให้ได้" "พระชายาให้เอามามอบให้เปิ่นหวาง?"
หลิวอี้เฟยหลังจากมาถึงเรือนเหมยฮัวก็จัดแจงอาบน้ำ ให้เจินเป่า จนซิงซิงเอ่ยถามทำลาย ห้วงความสุขของนาง"ทำไมพระชายามอบกระดาษแผ่นนั้นให้จางเลี่ยง ไม่รู้ว่าในนั้นท่านราชครูเขียนว่าอันใด "
"ข้าให้จางเลี่ยง แน่นอนมันต้องถูกส่งต่อไปถึงท่านอ๋องสามแน่นอน" หลิวอี้เฟยทำหน้าเหนื่อยหน่าย
"รู้แบบนั้นพระยาชาก็ยังทำ" ซิงซิงจะเป็ลม รู้สึกเหมือนมัจจุราชมายืนหายใจข้างๆต้นคอ
อี้เฟย หยักไหล่ไม่ไยดี ใครจะตีกัน ใครจะฝักใฝ่อำนาจ ใครจะทำอะไรเป็ตายร้ายดีก็ไม่ใช่เื่ของข้า ตอนนี้รีบตักตวงความสุขเอาไว้ก่อน คิดดูถ้าหาก เมื่อ 5 ปีก่อน ถ้าตื่นมาอยู่ในร่างสาวใช้ หรือแย่สุด เด็กน้อยข้างถนน ไม่ใช่คุณหนูสี่แห่งจวนราชครูป่านนี้จะเป็เช่นไร