หลังจากที่กินข้าวมื้อเช้าเสร็จด้วยความอิ่มหนำจากโจ๊กแสนอร่อยถ้วยโตและผัดผักแสนอร่อย ทุกคนในบ้านต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ชิงชิงและอิงอิงรับหน้าที่ทำความสะอาดห้องครัวที่เรียบร้อยอยู่แล้วเหลือเพียงทำความสะอาดเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยบริเวณเตาทำอาหารเท่านั้น เพราะหลังจากที่ทำอาหารเช้าเสร็จเสี่ยวหลันก็จัดการทำความสะอาดเก็บสิ่งของที่เธอใช้เสร็จแล้วเข้าไว้ที่เดิมทันทีหลังจากใช้เสร็จด้วยความเคยชิน หลังจากนั้นเด็กสาวทั้งสองคนก็ช่วยกันล้างจานชามรวมถึงหม้อกับกระทะที่พวกเขาใช้ในเช้านี้จนสะอาดเกลี้ยงเกลา
ส่วนทางด้านสองสามีภรรยาเว่ยอี้หานและมู่เสี่ยวหลันก็เดินจูงมือกันกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อดูลูก ๆ ที่ก่อนหน้านี้ถูกปล่อยให้นอนหลับรออยู่ภายในห้องระหว่างที่พ่อแม่ออกไปกินอาหารเช้า โดยที่ได้เปิดประตูห้องทิ้งไว้เพื่อให้สามารถได้ยินเสียงหากพวกเขาตื่นนอน
ส่วนหนุ่มสาวสองคนที่อยู่ในสถานะสามีภรรยา แต่ความสัมพันธ์ยังอยู่ในขั้นของคนรักก็เดินจูงมือกันกระหนุงกระหนิงกลับไปที่ห้องนอน ทั้งที่ห้องของพวกเขาอยู่ห่างจากโต๊ะกินข้าวเพียงไม่ถึงสิบก้าว!
แม่เว่ยที่มองเห็นลูกชายกับลูกสะใภ้เดินจูงมือกันกลับห้องไปก็ถึงกับยิ้มแก้มปริ เพราะนางกำลังคิดว่าอีกไม่นานนางอาจจะมีหลานเพิ่ม!
ส่วนเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนก็ยังคงนอนหลับปุ๋ย เนื่องจากเมื่อคืนพากันนอนลืมตาแป๋วเล่นกันไม่หลับไม่นอน จนพ่อกับแม่ที่นอนตาค้างจ้องตากันอยู่นานยังเผลอหลับไปก่อนลูก ๆ ทั้งสองคน พอเห็นลูกยังนอนหลับดี ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น มู่เสี่ยวหลันจึงหันมาคุยกับสามีเสียงเบา
“ คุณจะออกไปตอนนี้เลยเหรอคะ ”
“ ใช่ครับ ออกไปสายกว่านี้ คนอื่นจะล่าไปหมดเสียก่อน เพราะวันนี้ชาวบ้านหลาย ๆ คนก็หยุดงานเหมือนกัน หลายคนก็คงจะขึ้นเขาเพื่อไปล่าสัตว์หาอาหารเพิ่มให้กับครอบครัวของตัวเอง เดี๋ยวสายกว่านี้หน่อยแม่กับน้องสาวทั้งสองคนก็คงจะออกไปขุดผักป่าเหมือนกัน ”
“ อ้าว จะไปขุดให้เหนื่อยทำไมกันละคะ ผักบ้านเราที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านก็มีเหลือเฟือจนกินไม่ทันอยู่แล้ว ”
“ ไม่ได้เก็บมากินเองหรอก แต่เก็บไปเลี้ยงหมูที่ทางกลุ่มเลี้ยงไว้แล้วก็ใช้แลกเป็นคะแนนสะสมไว้แลกเนื้อกับธัญพืชน่ะครับ ”
“ เฮ้อ ฉันรู้สึกไม่ดีเลยที่ฉันมีอาหารอยู่กับตัวแบบเหลือเฟือ แต่ต้องปล่อยให้ทุกคนออกไปทำงานลำบากตรากตรำภายใต้แสงแดดและอากาศร้อน ๆ แบบนี้ โดยเฉพาะพ่อกับแม่ของคุณ ”
“ พ่อกับแม่ของเราต่างหาก คุณอย่าลืมสิ พ่อกับแม่ของสามีก็เปรียบเสมือนพ่อแม่แท้ ๆ ของภรรยาด้วยเหมือนกันนะครับ ”
“ ค่าาา ฉันขอโทษที่พูดผิดไป คุณอย่ามาตีหน้าซึนใส่ฉันแบบนี้นะ คิดจะแกล้งให้ฉันอายเหรอ ไม่ได้ผลหรอกนะคะ ” มู่เสี่ยวหลันพูดอย่างรู้ทัน แต่ถึงแม้ปากจะปฏิเสธสามีว่าตัวเองไม่อาย แต่สีหน้าเธอมันกลับฟ้องความจริงออกมาหมดแล้ว แก้มเธอนั้นแดงแจ๋เหมือนลูกเชอร์รี่ และการที่เธอเกร็งหน้าตัวเองเอาไว้ไม่ให้เผลอยิ้มออกมาจนริมฝีปากกระตุกนั่นอีก โดยเฉพาะดวงตากลมโตเหมือนเมล็ดซิ่งที่กำลังไหวระริกเต็มไปด้วยความสุขคู่นั้น ยังจะคิดว่าตัวเองสามารถซ่อนอะไรเอาไว้ได้อีกในตอนนี้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ครับไม่อายก็ไม่อาย เดี๋ยวผมออกไปเตรียมอุปกรณ์ด้านนอกก่อนนะครับ อีกสักหน่อยหากทุกคนออกจากบ้านไปกันหมดแล้ว ถ้าอากาศข้างนอกร้อนมาก คุณก็ล็อกประตูห้องนอนแล้วพาลูกเข้าไปอยู่ในมิติรอก็ได้ หากมีคนกลับมาแล้วอยากเข้ามาห้องของเราก็ต้องเคาะประตูก่อน คุณจะได้พาเด็ก ๆ ออกมาได้ทัน ”
“ ค่ะ อ้อ คุณรอเดี๋ยวนะคะ ” มู่เสี่ยวหลันหายแว๊บไปกับตาต่อหน้าเขาอีกครั้ง
เว่ยอี้หาน "…"
“ ผมจะพยายามทำใจให้ชินไวไวว่าภรรยาของผมไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ”
พอเขาพูดจบภรรยาก็โผล่มาตรงหน้าของเขาอีกครั้ง
“ เมื่อกี้คุณพูดอะไรฉันได้ยินนะ นี่ค่ะผิงกั่วสิบลูก คุณลองหั่นแล้วเอาไปวางในกับดักลองดูนะคะเพื่อว่ามันจะได้ผล ที่เหลือก็แบ่งกันกินเผื่อหิวระหว่างทาง แล้วก็นี่ กระติกน้ำขนาดสองลิตรเผื่อว่าคุณกับอาหยางเหนื่อยแล้วก็กระหายน้ำ ฉันใส่น้ำจากสระในมิติไว้ให้แล้ว ”
“ ขอบคุณนะเสี่ยวหลัน แล้วผมจะรีบไปรีบกลับ ”
“ ค่ะ ฉันจะทำอาหารเที่ยงไว้รอคุณกลับมานะคะ ”
“ ครับ แต่ถ้าพวกผมกลับมาช้าคุณก็กินไปก่อนเลย ไม่ต้องรอนะครับ ”
“ ค่ะ คุณดูแลตัวเองกับอาหยางดี ๆ ก็พอ ฉันกับลูกจะรออยู่ที่บ้านนะ ”
สองสามีภรรยากำลังอ้อยอิ่งล่ำลากันอยู่ภายในห้อง ส่วนหนุ่มน้อยอี้หยางที่รอนานแล้วพี่ชายก็ไม่ออกมาสักทีก็เริ่มบ่นกระปอดกระแปดกับเว่ยชิงเทียนผู้เป็นพ่อว่า
“ พี่ใหญ่ทำอะไรอยู่นะ ทำไมชักช้าจัง ไปช้าเดี๋ยวสัตว์ในป่าก็โดนคนอื่นล่าไปหมดเสียก่อนแน่เลย ”
“ เอาน่า ใจเย็น ๆ แล้วมาช่วยพ่อเตรียมเชือกและอุปกรณ์ไปทำกับดักเร็ว ๆ เข้า จะได้ฝึกเรียนรู้เอาไว้ อนาคตจะได้ทำเองเป็น ”
พ่อกับลูกชายคนเล็กเตรียมอุปกรณ์เสร็จก็พอดีกับที่เว่ยอี้หานเดินมาสมทบกับทั้งสองคนพร้อมกับแบกตะกร้าใส่ของขึ้นหลังมาด้วย จากนั้นทั้งสามคนพ่อลูกก็ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ด้วยกัน เนื่องจากพ่อเว่ยเปลี่ยนใจกระทันหันจากที่ตั้งใจว่าจะนอนพักผ่อนอยู่กับบ้านทั้งวัน แต่เมื่อเห็นว่าลูกชายทั้งสองคนนัดกันไปล่าสัตว์เขาจึงนึกสนุกเพราะไม่ได้ออกไปล่าสัตว์นานแล้ว จึงตามลูกชายทั้งสองขึ้นเขาไปล่าสัตว์ด้วยอีกคน
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เว่ยอี้หยางมีโอกาสออกมาล่าสัตว์พร้อมกับพ่อและพี่ชาย เพราะปกติเขาจะมากับพ่อบ้างนาน ๆ ครั้ง เนื่องจากเขายังเด็กและต้องไปโรงเรียนเกือบทุกวันจึงไม่มีโอกาสได้ออกมาล่าสัตว์บ่อยนัก
ส่วนเว่ยอี้หานที่มีอายุห่างจากน้องชายคนเล็กเกือบแปดปี และสมัครเข้ากองทัพไปเป็นทหารตั้งแต่อายุเพียงสิบห้าย่างสิบหกปี ในปีหนึ่ง ๆ เขาจะมีเวลากลับมาเยี่ยมครอบครัวได้มากสุดเพียงปีละสองถึงสามครั้ง ครั้งละสามถึงห้าวันก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว เพราะค่ายทหารที่เขาเคยประจำการนั้นอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดมาก ต้องใช้เวลาเดินทางโดยการนั่งรถไฟมากกว่าสามวัน เวลาที่ใช้เดินทางไปกลับก็กินวันลาไปมากกว่าครึ่ง เขาจึงไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยนัก
เมื่อสามพ่อลูกเดินขึ้นเขาไปลึกพอสมควรแล้ว ระหว่างทางเว่ยอี้หานก็สอนวิธีการเลือกตำแหน่งที่จะวางกับดักสัตว์ การหาเส้นทางที่สัตว์เดินผ่าน หรือแม้แต่การค้นหารังของสัตว์ชนิดต่าง ๆ แก่น้องชาย เว่ยอี้หยางก็ได้แต่ทึ่งกับความรู้และทักษะในการล่าสัตว์ของพี่ชายคนโต และคิดว่าแม้แต่พ่อของพวกเขาก็ยังไม่เก่งเท่ากับพี่ใหญ่เลยด้วยซ้ำ
โดยเพราะเมื่อเห็นจำนวนของสัตว์ที่เข้ามาติดในกับดักที่พี่ชายวางไว้ในภายหลัง จากที่ปกติหากโชคดีทั้งวันอาจจะล่าได้สองถึงสามตัว แต่ว่าวันนี้พวกเขาสามคนพ่อลูกใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงเช้ากลับสามารถล่าสัตว์ได้มากถึงสิบตัว! จนชาวบ้านที่มาหาของป่าเช่นกันเดินผ่านมาเห็น ต่างก็ตาแดงด้วยความอิจฉาไปตาม ๆ กัน
“ พี่ใหญ่ นี่พี่เก็บเอาผิงกั่วบนต้นในสวนหลังบ้านมาทำไม หรือเอามาให้พวกเรากินตอนหิว ” เว่ยอี้หยางถามพี่ชายด้วยความสงสัย เว่ยชิงเทียนก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นลูกชายคนโตนำผิงกั่วมาจากที่บ้านด้วยแบบนั้น
“ เปล่าเอามาเป็นเหยื่อล่อ แต่ถ้านายอยากกินก็แบ่งไปกินก็ได้ ”
“ ไม่เอาหรอกพี่เดี๋ยวฉันรอกลับไปกินที่บ้านก็ได้ ฉันกลัวจะไม่ได้กินเนื้อมากกว่า พี่เก็บไว้ทำเหยื่อทั้งหมดเถอะ ”
“ เจ้าเด็กตัวเหม็นคนนี้มันตะกละเหมือนใครกันนะ ” เว่ยชิงเทียนทำหน้าระอาใส่ลูกชายคนเล็ก
“ โธ่พ่อ ผมลูกพ่อก็ต้องเหมือนพ่อสิ ขนาดพี่ใหญ่ยังไม่คล้ายพ่อเท่ากับผมเลย ”
“ นี่แน่ะ " มะเหงกหล่นตุบลงใส่กลางหัวเว่ยอี้หยาง เพราะคนเป็นพ่อหมั่นไส้ในความทะเล้นของลูกชายคนเล็ก
" พูดมากจริง แกดีใจมากเหรอที่หน้าเหมือนฉันเลยไม่หล่อเท่ากับพี่ใหญ่ของแกที่ได้เค้าหน้าของแม่แกมาด้วยน่ะเจ้าเล็ก ”
“ พ่ออ่ะ ผมหน้าเหมือนพ่อมากกว่าพี่ใหญ่นะแล้วผมก็เป็นลูกคนเล็กด้วย พ่อต้องเอ็นดูแล้วก็เข้าข้างผมมากกว่าพี่ใหญ่สิ ” เว่ยอี้หยางแกล้งโวยวายที่พ่อไม่ยอมอยู่ข้างตัวเอง
หลังจากที่เว่ยอี้หานสร้างกับดักและวางเหยื่อล่อเสร็จทั้งห้าจุดสามพ่อลูกก็ไปหาผักป่าและเห็ดป่าระหว่างที่รอให้สัตว์มาติดกับดัก และในเวลาไม่นานเหยื่อล่อของมู่เสี่ยวหลันก็เห็นผลทันที กับดักที่วางไว้อยู่ทั้งหมดห้าจุดมีสัตว์เล็กเข้ามาติดกับดักอยู่ทุกจุด เป็นไก่ป่าสามตัวและกระต่ายป่าอีกสองตัว
ผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ ทั้งสามคนกลับมาดูที่กับดักก็เห็นว่ามีสัตว์อยู่ทุกที่ ๆ พวกเขาวางกับดักเอาไว้ก่อนหน้านี้
“ โอ้โห พี่ใหญ่สุดยอดไปเลยพี่ วันนี้ผมจะกินให้พุงกาง ” พอคิดว่าวันนี้จะมีลาภปากเว่ยอี้หยางก็น้ำลายไหลย้อยจนต้องรีบเช็ดปากตัวเอง ส่วนพี่ชายและพ่อที่เห็นท่าทางเจ้าตัวแสบก็ถึงกับส่ายหัวด้วยความระอา
และเมื่อเห็นว่ายังพอเหลือเวลาอยู่เกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึงตอนเที่ยง เว่ยอี้หานจึงตัดสินใจเสี่ยงดวง ลองวางกับดักในจุดเดิมดูอีกหนึ่งรอบ “ ผมว่าเราวางเหยื่อเพิ่มอีกสักรอบก็แล้วกันนะพ่อ ยังพอมีเวลาอยู่ ”
“ อื้มก็ได้ จัดการเลยเถอะ ”
“ ครับ ”
เมื่อวางเหยื่อล่อไว้ครบทุกจุดแล้ว สามคนพ่อลูกก็เดินออกไปหาของป่ารออีกรอบ เดินวนอยู่แถวนั้นจนได้เห็ดหอมและเห็ดหูหนูเพิ่มและหน่อไม้อีกสามหัวและผักป่าและสมุนไพรอีกจำนวนหนึ่งจึงเดินวกกลับมาดูที่กับดักอีกครั้ง
ซึ่งไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงก็มีสัตว์อีกห้าตัวติดอยู่ในกับดักอีกเช่นเคย ทั้งที่ปกติแล้วใช้เวลาทั้งวันยังดักสัตว์ไม่ได้จำนวนเยอะมากถึงขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ
“ เกิดมาพ่อยังไม่เคยล่าสัตว์ได้ง่ายและเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย ” เว่ยชิงเทียนพูดด้วยความแปลกใจ
“ สงสัยผิงกั่วบ้านเราจะอร่อยมาเป็นพิเศษแน่เลยพ่อ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าแค่ใช้ผิงกั่วชิ้นเล็ก ๆ วางไว้เป็นเหยื่อล่อ พวกสัตว์จะชอบกินมันจนยอมโง่วิ่งเข้ามาติดกับดักของเราแบบนี้ ทำไมเมื่อก่อนพ่อไม่ลองเอาผิงกั่วมาทำเป็นเหยื่อล่อนะ บ้านเราจะได้มีเนื้อกินบ่อย ๆ ผมก็จะได้ตัวสูง ๆ มีหุ่นล่ำกำยำเหมือนกับพี่ใหญ่ ไม่ดูผอมแห้งแรงน้อยอยู่แบบนี้
พี่ใหญ่วันนี้พอกลับไปถึงบ้านพี่ใหญ่ก็อ้อนให้พี่สะใภ้ทำอาหารให้พวกเรากินอีกนะพี่นะ แล้วผมสัญญาว่าจะเป็นน้องชายที่กตัญญูต่อพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ตลอดไป อนาคตถึงจะแต่งภรรยาเข้าบ้านแล้วก็จะไม่แยกไปไหนจะอยู่กับพวกพี่ไปตลอดเลย ผมสัญญา ”
เว่ยอี้หยางรู้สึกตื่นเต้นที่วันนี้พวกเขาล่าสัตว์ได้ถึงสิบตัวจึงพูดไม่ยอมหยุด และวันนี้เขาจะให้พี่สะใภ้ทำอาหารอร่อย ๆ จากสัตว์ที่ล่ามาได้พวกนี้แล้วกินให้พุงกาง เอาให้สะใจเขาเลยเชียว คิดแล้วก็ทำหน้าเคลิ้มเริ่มนึกถึงเมนูอาหารที่ตัวเองอยากกิน ไก่ย่าง ตุ๋นกระต่ายเนื้อนุ่ม ๆ หรือจะผัดเผ็ดดีนะ คิดไปก็น้ำลายไหลไป จนมีเสียงกลืนน้ำลายดังอึ๊กอึ๊ก
ส่วนพ่อและพี่ชายก็ทนไม่ไหวกับความตะกละของลูกชายและน้องชายคนเล็กจนมีสีหน้า
เว่ยชิงเทียน “…” (ฉันน่าจะเอาขี้เถ้าอุดปากตอนที่มันเกิด ไม่คิดว่าโตมามันจะพูดมากขนาดนี้)
เว่ยอี้หาน “…” (ใครเขาจะอยากจะอยู่กับเจ้าตัวตะกละแถมยังพูดมากแบบนี้กัน)
หากเว่ยอี้หยางรู้ว่าพ่อกับพี่ชายคิดอะไรอยู่ในใจเขาคงปลื้มจนน้ำตาแทบอยากร้องไห้เลยทีเดียวเหอเหอ
สามพ่อลูกหอบหิ้วทั้งไก่และกระต่ายป่ากลับมาบ้านด้วยความสุข แต่ละคนหอบหิ้วสัตว์ที่ล่าได้ลงเขามาเต็มสองมือกันทุกคน เวลาที่เดินผ่านกับชาวบ้านทั้งที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันและหมู่บ้านใกล้เคียงที่ขึ้นเขาไปหาของป่าบนเขา สามพ่อลูกบ้านเว่ยก็ตกเป็นที่อิจฉาตาร้อนของคนเหล่านั้น ที่ต่างก็ตาวาววับจ้องมองกระต่ายและไก่ป่าจำนวนมากถึงสิบตัวที่สามพ่อลูกล่ามาได้ในวันนี้
“ อาเทียนวันนี้สัตว์บนเขามันชุกชุมมากเลยเหรอ ทำไมพวกนายสามพ่อลูกถึงล่ากระต่ายกับไก่ป่าได้เยอะขนาดนี้ ” เพื่อนบ้านคนหนึ่งตะโกนถามเว่ยชิงเทียนเมื่อเขาและลูกชายเดินผ่านบ้านของผู้ชายคนนั้นด้วยตาร้อนผ่าว ๆ ด้วยความอิจฉาว่าทำไมตอนที่ตนเองไปวางกับดักไม่เห็นจะโชคดีจับได้เยอะขนาดนี้บ้าง
“ โอ้ นิดหน่อยน่ะ วันนี้พวกเราสามพ่อลูกเพียงแค่โชคดีเท่านั้น ” เว่ยชิงเทียนตอบกลับสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินกลับบ้านไป
“ นิดหน่อยผายลมน่ะสิ วันนี้สัตว์ต้องชุมมากแน่ โธ่เว้ยลืมถามไปเลยว่าสามพ่อลูกไปตรงไหนมาจะได้ไปบ้าง ” ตาลุงเพื่อนบ้านยังบ่นตามหลังสามพ่อลูกด้วยความเสียดายไม่หาย
ส่วนเว่ยชิงเทียนก็โดนหาว่าเป็นคนโกหกโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยเช่นกันทั้ง ๆ ที่เขาก็ตอบไปตามความจริง เนื่องจากคิดว่าโชคดีที่ลูกชายเอาผิงกั่วจากที่บ้านไปทำเป็นเหยื่อล่อก็เลยจับสัตว์ได้มากกว่าปกติเท่านั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจตอบแบบถ่อมตัวหรือโกหกแต่อย่างใดเลยสักนิด