สาวใช้ทะลุมิติ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 51 ลูกสาวฉันยังมีชีวิตอยู่

            “คุณทำอะไรสามีฉัน” แม่หลินจ่ายค่ายาเสร็จก็รีบเดินกลับมาหาสามี เธอเห็นสามีนั่งร้องไห้และมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ข้างสามีเธอ

            “นี่คือพ่อที่แท้จริงของถิงถิง เขาคือผู้ชายคนนั้น” พ่อหลินรีบพูดเพราะกลัวภรรยาจะเข้าใจผู้ชายคนนี้ผิด

            “คนที่มาฝากถิงถิงไว้กับคุณน่ะหรือ” แม่หลินถามอย่างตกใจ

            “ผมขอโทษคุณด้วยนะครับที่มัวแต่ร้องไห้ ผมแค่ดีใจมากไป” พ่อหลินรีบขอโทษลู่ตงหยาง

            “ไม่เป็นไรครับ ผม...เอ่อ...ผมอยากทราบว่าตอนนี้ลูกสาวของผม...” หลังจากที่เห็นพ่อหลินร้องไห้ ลู่ตงหยางไม่กล้าถามต่อ

            “พวกเราตั้งชื่อเธอว่าถิงถิงครับ เธอใช้สกุลหลินของผม และตอนนี้เธอแต่งงานแล้ว” 

            “เธอแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือครับ” ลู่ตงหยางถามด้วยความดีใจ อย่างน้อยลูกสาวของเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ “ถ้าผมอยากพบเธอสักครั้ง ไม่ทราบว่าคุณพอจะช่วยผมได้ไหม”

            พ่อหลินตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีตให้ลู่ตงหยางฟังอย่างไม่ปิดบัง เขาไม่กลัวว่าลู่ตงหยางจะโกรธเขา แต่ที่เขายอมเล่าเรื่องเหล่านี้เพราะเขาอยากให้ลู่ตงหยางเกิดความสงสารและเห็นใจหลินถิงถิง พ่อหลินคิดว่าเมื่อพ่อกับลูกได้พบหน้ากัน ความเห็นใจจะทำให้ลู่ตงหยางยอมรับหลินถิงถิงได้ง่ายขึ้น

            “ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ ที่ดูแลลูกสาวคุณได้ไม่ดี และทำไม่ดีกับเธอตั้งมากมาย” พ่อหลินพูดอย่างรู้สึกผิด

            “แค่รู้ว่าลูกสาวของผมยังมีชีวิตอยู่ ผมก็ดีใจมากแล้วล่ะครับ พวกคุณอย่าโทษตัวเองเลย และหากเป็นอย่างที่พวกคุณเล่ามา มีสิ่งดีๆ เรื่องหนึ่งที่พวกคุณได้ทำให้เธอแล้วนะครับ”

            “เรื่องอะไรหรือคะ” แม่หลินถามอย่างไม่เข้าใจ

            “พวกคุณได้หาสามีที่ดีให้เธอยังไงล่ะครับ ฟังดูแล้วผู้ชายคนนั้นดูเหมือนจะรักลูกสาวของผมมาก” 

            “ผมขอบคุณที่คุณไม่โกรธพวกเรานะครับ เดี๋ยวผมจะให้เสี่ยวหงพาคุณไปหาเธอที่ร้าน ตอนนี้เธอเปิดร้านขายอาหารอยู่ในเมืองนี่ล่ะครับ” พ่อหลินบอกไปอย่างนั้นเพราะเขาไม่รู้ว่าเวลานี้หลินถิงถิงได้ย้ายไปอยู่ที่ปักกิ่งแล้ว

     

            “คุณป้าคะ ทำไมวันนี้ร้านขายอาหารร้านนี้ถึงยังไม่เปิดล่ะคะ” หลินเสี่ยวหงเดินไปถามร้านค้าที่อยู่ติดกัน

            “อ๋อ...ร้านนี้ปิดไปนานแล้วล่ะจ้ะ ดูเหมือนว่าผู้เฒ่าสกุลจ้าวจะพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ปักกิ่งแล้ว”

            “ย้ายไปแล้ว!” หลินเสี่ยวหงรีบหันมามองลู่ตงหยางอย่างรู้สึกผิด และกลัวว่าเขาจะคิดว่าครอบครัวของเธอโกหก

             ลู่ตงหยางรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจ เขาเกือบจะได้เจอกับลูกสาวของเขาแล้ว แต่เขามาช้าไป

            “คุณลู่คะ ฉันไม่รู้จริงๆ นะคะว่าพี่ถิงถิงจะย้ายไปแล้ว หลังจากที่เกิดเรื่องคราวนั้น ครอบครัวของเราก็ไม่ได้ติดต่อกับพี่ถิงถิงอีกเลย แต่ว่าฉันบอกที่อยู่ของบ้านพี่เขยให้คุณได้นะคะ”

            “หมายถึงสามีของลูกสาวผมน่ะหรือครับ” ลู่ตงหยางถามอย่างมีความหวัง

            “ใช่ค่ะ ฉันจะจดที่อยู่ให้คุณ หรือถ้าไม่อย่างนั้น คุณจะให้ฉันพาไปก็ได้นะคะ” หลินเสี่ยวหงรีบเสนอ

            “คุณจดแค่ที่อยู่มาก็พอครับ ที่เหลือผมจะจัดการเอง ขอบคุณคุณเสี่ยวหงมากนะครับ”

            

            ลู่ตงหยางรับที่อยู่ที่หลินเสี่ยวหงเขียนให้ เขากำมันไว้ในมือแน่น ก่อนที่จะรีบกลับที่พักเพื่อไปหาเจียงป๋อเหวิน

            “ตงหยาง นายเป็นอะไร ทำไมดูท่าทางรีบร้อนอย่างนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” เจียงป๋อเหวินรีบเดินเข้าไปหาเพื่อน

            “ลูกสาวของฉันยังมีขีวิตอยู่” ลู่ตงหยางพูดด้วยความตื่นเต้น

            “จริงหรือ! แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน นายได้เจอเธอหรือยัง” เจียงป๋อเหวินก็ตื่นเต้นแทนเพื่อนไม่แพ้กัน

            “เดิมเธอก็พักอยู่ในเมืองนี้ แต่ตอนนี้เธอย้ายไปอยู่ที่ปักกิ่งแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเธอย้ายไปอยู่ที่ไหน”

            “แล้วเราจะหาเธอเจอได้ยังไง” เจียงป๋อเหวินพูดแทรกขึ้นอย่างเสียดาย

            ลู่ตงหยางส่งกระดาษในมือให้เพื่อนดู “เราลองไปที่หมู่บ้านนี้ดูสักครั้ง นี่คือความหวังเดียวของเรา”

            “นี่คือที่อยู่ของใครหรือ” เจียงป๋อเหวินถามอย่างสงสัย

            “ลูกสาวฉันแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว นี่คือบ้านเดิมของสามีเธอ” ลู่ตงหยางตอบ

            “งั้นเราจะรออะไรล่ะ รีบไปเลย ยังมีเวลากว่าจะค่ำ” 

            

            ลู่ตงหยางกับเจียงป๋อเหวินว่าจ้างรถรับจ้างให้พาไปที่หมู่บ้าน พวกเขาสอบถามคนในหมู่บ้านไปเรื่อยๆ จนไปถึงบ้านของ  ‘หวังหู่’ พ่อของหวังอี้ฉือในที่สุด

            “มีใครอยู่บ้างไหมครับ” เจียงป๋อเหวินตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้าน สักพักก็มีคนเดินออกมา

            “พวกคุณมาหาใคร” หวังหู่ถามเมื่อเห็นคนแปลกหน้ายืนอยู่หน้าบ้าน

            “เรามาตามหาคนน่ะครับ คุณพอจะรู้จักคุณหวังอี้ฉือไหมครับ” เจียงป๋อเหวินเป็นคนตอบคำถาม

            “พวกคุณมาหาเขาทำไม เขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ครอบครัวของเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผมอีกแล้ว” หวังหู่ตอบออกไป ในน้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยความเสียใจ

            “แล้วตอนนี้พวกเขาไปอยู่ที่ไหนหรือครับ” ลู่ตงหยางถามอย่างผิดหวังอีกครั้ง

            “ผมไม่รู้หรอก เราไม่ติดต่อกันนานแล้ว” หวังหู่ตอบ เขาเดินกลับเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจชายแปลกหน้าทั้งสองคนอีก

            เจียงป๋อเหวินหันมามองเพื่อนอย่างเห็นใจ “นายใจเย็นๆ ก่อนนะ แค่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่มันก็ดีมากแล้วไม่ใช่หรือ”

            ลู่ตงหยางถอนหายใจ “ทำไมฉันถึงมาช้าไปตลอด บางครั้งฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธออยู่ใกล้ๆ ฉัน แม้แต่ชื่อของเธอฉันก็ยังรู้สึกคุ้นเคย”


            ขณะที่ลู่ตงหยางกับเจียงป๋อเหวินกำลังจะขึ้นรถรับจ้างกลับเข้าไปในเมือง มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเขา

            “คุณมาตามหาหวังอี้ฉืออย่างนั้นหรือ” หัวหน้าหมู่บ้านถาม

            “คุณรู้จักคุณหวังอี้ฉือด้วยหรือครับ” ลู่ตงหยางถามอย่างดีใจ

            “พวกคุณมาตามหาเขาทำไม” หัวหน้าหมู่บ้านถามออกไปอย่างระวัง

            “ผมเยี่ยมหลานสาวของผมน่ะครับ เธอเป็นภรรยาของคุณหวังอี้ฉือ พ่อกับแม่ของเธอจดที่อยู่นี้ให้พวกเรา เพราะพวกเขาไม่สะดวกที่จะมาที่นี่ด้วยน่ะครับ” ลู่ตงหยางไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด

            หัวหน้าหมู่บ้านพิจารณาผู้ชายทั้งสองคนและเห็นว่าเรื่องที่ลู่ตงหยางพูดมาเป็นเรื่องจริง เป็นเพราะเงื่อนไขการแต่งงานของหวังอี้ฉือกับหลินถิงถิง ทำให้พ่อหลินกับแม่หลินมาที่หมู่บ้านนี้อีกไม่ได้

            “พวกเขาย้ายไปอยู่ที่ปักกิ่งกันแล้วล่ะ แต่ผมมีที่อยู่ของพวกเขานะ คุณตามผมไปเอาที่บ้านก็แล้วกัน ผมเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ผมไม่หลอกพวกคุณไปที่ไหนหรอก” หัวหน้าหมู่บ้านรีบบอกหลังจากที่เห็นพวกเขาทำท่าทางลังเล

            ลู่ตงหยางกับเจียงป๋อเหวินเดินตามหัวหน้าหมู่บ้านไป เมื่อพวกเขาเห็นที่อยู่ที่จดไว้ในกระดาษก็ต้องตกใจพร้อมๆ กัน ‘นี่มันคือไร่ของตระกูลหวัง’

    คล้ายกับเรื่องสาวใช้ทะลุมิติ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน