แก้วนพคุณ

    ออกค่าย

    ปิดเทอมแรกของ ม.5 ทางโรงเรียนจัดออกค่ายอาสาให้เด็ก      นักเรียนเข้าร่วมทำกิจกรรมซ่อมโรงเรียนบนดอยทางภาคเหนือนักเรียนที่เข้าร่วมมีทั้งศิษย์เก่าศิษย์ใหม่ งานนี้เหมือนการรวมรุ่นกลายๆ ความจริงไอ้งานออกค่ายแบบนี้พริมาไม่เคยสนใจมาก่อน...หล่อนไม่คิดว่าตัวเองจะช่วยอะไรได้และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงเรียนมีกิจกรรมแบบนี้ แต่เพราะคเชนทร์คะยั้นคะยอ

                “น่านะลูกแก้วไปเถอะ แค่สามวันเอง จะได้มีเพื่อนใหม่ๆ และอีกอย่างพี่เป็นศิษย์เก่าเรียนจบไปแล้วจะไปคนเดียวก็เขินๆแต่พี่อยากไปอ่ะ          พี่เป็นคนดี อยากช่วยเหลือสังคม”พริมายิ้มกับคำอวยตัวเองของคเชนทร์

            “ไม่รู้แม่จะให้ไปรึเปล่า แล้วเพื่อนๆก็ไม่รู้จะมีใครไปมั่ง” พริมาแบ่งรับแบ่งสู้

            “เดี๋ยวขอให้ พี่พิมพ์น่ะพูดง่ายจะตายอีกอย่างไปงานนี้เดี๋ยวพี่ดูแลเอง นะๆไปเหอะ” พริมาแปลกใจที่คเชนทร์โทรหาหล่อนตั้งแต่เช้าหล่อนไม่เห็นหน้าเขามากี่เดือนแล้วนะ...สองสามเดือนคเชนทร์เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว...เขาเลือกเรียนสัตวแพทย์

            “มันก็เท่ห์ดีนะ ใครก็เรียกหมอๆที่ไหนได้หมอควายไม่ใช่หมอคน” คเชนทร์บอกขำๆ ตอนที่เขาสอบติดมหาวิทยาลัยในคณะนั้นหลายคนยังงงที่อยู่ๆ คเชนทร์ก็เลือกเรียนคณะนี้พริมาเห็นเขาบ้ากล้องแต่กลับไม่เลือกเรียนในสายที่ตนสนใจ

            “กล้องไปเรียนข้างนอกก็ได้แต่หมอควายน่ะเรียนแล้วก็ได้ใช้ประโยชน์ เอามารักษาไก่พ่อ...รักษาพวกไอ้เมษ์”เขาเล่าให้ภารดีฟังในวันที่มาเที่ยวที่บ้าน ถึงจะจบไปแล้ว แต่คเชนทร์ก็แวะมาหาพริมาบ้างถ้าเขาว่างหรือผ่านมาเวลากลับบ้านคเชนทร์เลือกอยู่หอแถวมหาวิทยาลัยและช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้กลับบ้าน พริมาไม่เจอเขามาเกือบสามเดือนแล้วแต่จู่ๆ วันนี้เขาก็โทรมาตั้งแต่เช้า ขนาดออกตัวว่าเป็นศิษย์เก่า แต่เขาดูจะรู้ข่าวมากกว่าหล่อนเสียอีก

            “ชวนน้องปลาดุกฟูไปด้วยนะ” คเชนทร์ทิ้งท้าย...เข้าเรื่องเสียที      ถึงพริมาจะคิดช้า แต่หล่อนรู้ว่าพี่ชายนั้นมีแผน

            “ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง”คเชนทร์กับยามาทะเลาะกันตั้งแต่เขาเรียนจบ และหลังจากนั้นพวกนั้นก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลยเวลาคเชนทร์มาที่บ้าน ถ้ายามาอยู่ด้วยหล่อนจะหลบขึ้นไปอยู่บนห้องพริมาและไม่ลงมาจนกว่า     ไอ้หน้าหมีจะกลับบ้าน คเชนทร์เองก็จนปัญญาเขาบอกว่าโทรไปง้อแล้ว     ยามาก็ไม่รับสาย

            “แหม...รู้ทันแฮะ ก็พี่อยากจะปรับความเข้าใจกับน้องปลาทู...ไม่มีโอกาสเลยลูกแก้วช่วยพี่หน่อยนะ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ” คเชนทร์ขอร้องแกมบังคับ เขาตัดพ้อว่าพริมาไม่รักเขาหรือถึงจะไม่ช่วยและเรื่องที่เกิดเขาก็ไม่ได้ตั้งใจ

            “ก็ได้ค่ะ นี่เห็นแก่ความพยายามนะคะ ลูกแก้วจะช่วยก็ได้แต่ลูกแก้วช่วยได้แค่นี้นะ ที่เหลือพี่ตุลย์ต้องจัดการเอาเองไม่งั้นปลาทูจะพาลมาโกรธลูกแก้วอีกคน”หล่อนเข้าใจว่าคเชนทร์ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้ และเพื่อนสุดที่รักของหล่อนก็แสนจะเจ้าคิดเจ้าแค้นเสียเหลือเกิน

            “ได้ๆ ชวนมาให้ได้ก็พอ อย่าบอกเสียก่อนล่ะว่าพี่ไปด้วย”คเชนทร์บอกเสียงแจ่มใสพริมาเผลอพยักหน้าเห็นด้วยทั้งที่หล่อนกำลังคุยโทรศัพท์คนปลายสายไม่ได้มาเห็นท่าทางเสียหน่อยวางสายได้สักพักภารดีก็ส่งสติ๊กเกอร์ไลน์รูป “โอเค” หาลูกสาวตอนแรกพริมาก็สงสัยว่าแม่ส่งอะไรมา แต่พอเห็นข้อความถัดไปถึงได้เข้าใจ...คเชนทร์ทำงานเร็ว

            “เอาขนมอะไรไม๊ไปออกค่ายเดี๋ยวตอนเย็นแม่หิ้วไปให้” พริมายิ้ม แม่ไม่เคยขัดเลย ถ้าหล่อนอยากทำอะไรภารดีนั้นสนับสนุนทุกอย่าง      หล่อนโชคดีแค่ไหนแล้วที่มีแม่แบบนี้

            “แล้วแต่แม่เลยค่ะถ้าเดาไม่ผิดพี่ตุลย์น่าจะสั่งขนมไปเยอะแล้วมั้งคะ”

            “ฮ่าๆ จริง...เรื่องปลาทูให้แม่ชวนให้ไหม?”ภารดีน่าจะรู้แผนจากคเชนทร์แล้ว และหล่อนน่าจะอาสาช่วยเต็มที่ หรือไม่ก็กลัวลูกสาวพลาด       ก็ดีเหมือนกัน โกหกยามานั้นยากให้ภารดีช่วยน่าจะดีกว่า

            “ดีเลยค่ะ งั้นลูกแก้วให้แม่ชวนนะคะ เสียวๆกลัวถูกจับได้” พริมาคุยอยู่กับภารดีอีกสักพักก็ลุกไปเดินเล่นหลังบ้านวันนี้หล่อนอยู่บ้านคนเดียว   แม่ไปทำงาน...ช่วงนี้แม้แต่วันหยุดบางทีแม่หล่อนก็ไม่กลับบ้านแต่หล่อนก็เบาใจ เพราะพ่อเลี้ยงไปเป็นเพื่อนแม่เสมอสองคนนั่นตัวติดกันตลอดเวลา พ่อเลี้ยงหล่อนไปส่งแม่ที่ตลาด และตอนเย็นเขาก็แวะไปรับภารดีไม่ได้เอารถไปเองเหมือนเมื่อก่อนแล้ว...ตั้งแต่รถเบรกแตกคราวก่อนพ่อเลี้ยงบอกว่าเป็นห่วงผู้หญิงขับรถคนเดียวเลยอาสาไปส่งจะดีกว่า เขายืนยันและบอกว่าไม่อยากเป็นหม้ายหนที่สองนั่นแหละภารดีถึงยอมช่วงนี้พริมาเลยไม่ค่อยได้เจอแม่กับพ่อเลี้ยง ส่วนคุณชายใหญ่ช่วงนี้เขาอยู่หอแถวๆมหาวิทยาลัย ใกล้สอบแล้วเขาเลยไม่ได้กลับบ้าน นพคุณสอบติดวิศวะจุฬาฯและมันค่อนข้างไกลจากบ้านพอสมควร แต่ส่วนใหญ่เวลาเรียนเขาจะ ไป – กลับ บ้านเสมอนอกจากช่วงที่มีรายงานหรือมีสอบถึงจะพักอยู่หอใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย และช่วงนี้สอบ พริมาไม่เจอเขามาเกือบสองอาทิตย์แล้ว แต่ก็ยังดีที่ที่บ้านมีนพคุณอีกคนหล่อนเลยไม่เหงา นั่งเล่นไปสักพักโทรศัพท์ก็ดัง หน้าจอบอกว่าเป็นยามา

            “ไปลงชื่อเลยเดี๋ยวไปด้วย” ยามาไม่ทักทาย แต่หล่อนบอกจุดประสงค์ทันทีที่โทรมาพริมาต้องเรียบเรียงเรื่องอีกแล้ว ทำไมแม่กับเพื่อนของหล่อนถึงได้เหมือนกันแบบนี้นะ

            “รู้ได้ยังไง? ลูกแก้วยังไม่ได้ชวนเลย”พริมามัวแต่เล่นอยู่กับไก่จนลืมชวนเพื่อนตามคำขอของคเชนทร์เสียสนิท

            “พี่พิมพ์บอก แหมๆ จะหนีไปคนเดียวรึไงนี่ถ้าพี่พิมพ์ไม่บอกลูกแก้วจะชวนปลาทูไม๊เนี้ย” ยามาทำเสียงกระเง้ากระงอดได้น่าหมั่นไส้มากพริมาหัวเราะเสียงใสขำเพื่อนที่ “เล่นใหญ่” ได้ตลอดเวลา

            “ชวนสิ แล้วปลาทูว่างใช่ไหม ต้องทำงานรึเปล่า?” ตลอดปิดเทอม ยามาไปทำงานกับภารดีที่ตลาดเพื่อนสาวของพริมาขยันทำงานเก็บเงินหล่อนบอกว่าจะทำงานเก็บเงินไว้ไปจ่ายค่าเทอมจะได้ไม่ต้องรบกวนแม่    ช่วงนี้พริมาจึงไม่ได้เจอใครเลย...ได้ไปออกค่ายก็ดีเหมือนกันแก้เหงา

            “ว่างสิว่าง...เมื่อกี้พี่พิมพ์ให้ลางาน แล้วก็ให้เงินพิเศษด้วยฮี่ๆๆ” ภารดีคงทำตามแผนทันทีที่คุยกับลูกสาวเสร็จยามาถึงโทรมาหาหล่อนได้เร็วขนาดนี้ พวกหล่อนเหมือนคเชนทร์ไม่มีผิด ทำงานเร็ว!

            “งั้นลูกแก้วติดต่อลงชื่อเลยนะ เดี๋ยวจะได้รีบไปจัดกระเป๋า”พริมาต้องรีบไปรายงานคเชนทร์ เรื่องลงชื่อคงต้องให้เขาจัดการส่วนทางนี้หล่อนจัดการให้เรียบร้อยแล้ว

            “แหม...ทำไมรีบวางจัง แต่ก็ดี...เดี๋ยวปลาทูรีบไปเคลียร์งานก่อนดีกว่าจะได้ไปอย่างสบายใจ”พริมาลอบถอนหายใจ หล่อนต้องรีบตัดบทเพราะกลัวคุยนานแล้วเพื่อนรักจะจับได้วางสายแล้วถึงโทรหาคเชนทร์บอกเขาว่าจัดการให้เรียบร้อยแล้วน้ำเสียงคเชนทร์ฟังดูดีใจ เขาขอบอกขอบใจหล่อนยกใหญ่

            “น้องปลาทูจะได้หายโกรธซะที บอกตรงๆ เลยโกรธกันแบบนี้อึดอัดจะแย่ อยากให้เป็นเหมือนเดิมเร็วๆ เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีก”พริมายังไม่แน่ใจนัก เพื่อนหล่อนจะหายโกรธหรือจะโกรธหนักกว่าเดิม คราวนี้เผลอๆอาจจะมีคนโดนฟาดงวงฟาดงาด้วยคิดแล้วก็หวาดเสียว หล่อนต้องซ้อมให้ดี...ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ห้ามหลุดนะลูกแก้ว...ห้ามหลุด!

             

             นพคุณสอบวันสุดท้ายเหลือส่งรายงานก็เป็นอันเสร็จแล้วสำหรับ           วิชานี้ คราวนี้เขาจะได้กลับบ้านเสียทีกี่วันแล้วนะที่ไม่ได้เห็นหน้า เอ้ย!กลับไปบ้าน...ตั้งสองอาทิตย์คิดถึง (บ้าน) จะแย่สอบเสร็จก็คลายเครียดเล่นโทรศัพท์ดูโน่นนี่เสียหน่อย เขาเห็นไลน์กลุ่มเพื่อนเก่าสมัยมัธยมวันนี้ขึ้นเตือนหลายข้อความไล่อ่านไปถึงรู้ว่าพวกเพื่อนๆ ชวนกันไปออกค่ายที่โรงเรียนเก่า อืม น่าสนุกเหมือนกันงานนี้จะได้เจอเพื่อนๆที่แต่ละคน        จบแล้วแยกย้ายกันไปเรียนที่ต่างๆตั้งแต่จบมาเขาไม่เจอใครเลย ยกเว้นแพรวพณิตที่หล่อนสอบเข้าและเรียนที่เดียวกันกับเขาจึงถือได้ว่าแพรวพณิตเป็นเพื่อนสมัยเรียนคนเดียวที่เขาเจอบ่อยที่สุดในไลน์เขาเห็นคเชนทร์เป็นหัวหอกในการล่ารายชื่อและมีหลายคนลงชื่อไปกับหมอนั่นด้วย

            “ทำไมคนลงชื่อมีแต่ผู้ชายวะ พวกผู้หญิงไม่ไปกันมั่งเหรอ?”เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้น

            “คนอื่นไม่รู้ แต่ฉันชวนไปได้สองเว้ย” คเชนทร์ตอบกลับมา          อ่านมาถึงตรงนี้นพคุณขมวดคิ้วเขารู้สึกตงิดๆว่าสองคนที่คเชนทร์พูดถึง     คือใคร...อาจจะเป็นแฟนสาวของเขากับเพื่อนของหล่อนก็ได้ชื่ออะไรนะพลอยๆ อะไรสักอย่าง ไม่น่าจะใช่คนที่เขาคิด เพราะถ้าจำไม่ผิดคเชนทร์กับยามาทะเลาะกันอยู่เขาจะชวนสองคนนั่นไปได้อย่างไร กำลังสงสัยเสียงโทรศัพท์ก็ดังพอดี...พ่อเขานั่นเอง

            “ครับพ่อ” นพคุณรับสายพ่อทันที เขากับคุณนพรักษ์โทรคุยกันทุกวันแต่วันนี้พ่อเขาโทรมาเร็วกว่าปกติ

            “เป็นไงบ้างทำข้อสอบได้รึเปล่า”

            “ได้ครับ...พ่อก็รู้ว่าผมเก่ง” นพคุณหัวเราะกลับไปพ่อเขาคงเป็นห่วงเพราะเขาอ่านหนังสือหนักมาหลายวันแล้ว

            “นั่นสินะ ฮ่าๆ แล้ววันนี้จะกลับบ้านรึเปล่าหรือยังทำธุระไม่เสร็จ”

            “น่าจะอีกสองสามวันครับขอส่งรายงานให้เรียบร้อยก่อนจะได้กลับไปอย่างสบายใจ” เขาคิดถึงบ้านเต็มทีแล้ว

            “พักผ่อนบ้างนะลูก ไปเที่ยวบ้างอะไรบ้างดูอย่างสาวน้อยที่บ้านสิ พ่อได้ยินคุณพิมพ์บอกว่าจะไปออกค่ายกับที่โรงเรียนสงสัยอยู่บ้านคนเดียว จะเหงา” นพคุณเอะใจ พริมาจะไปออกค่าย?มันช่างตรงกันพอดีกับที่คเชนทร์บอก หรือสองคนนั่นจะนัดกัน?

            “จะไปออกค่ายเหรอครับ?” นพคุณถามพ่อเรื่อยๆ แต่ในใจเขากำลังเก็บข้อมูล

            “ใช่ๆ เห็นเจ้าตุลย์เป็นคนโทรมาขออนุญาตนะ สงสัยไม่กล้าขอเองลูกก็ไม่ต้องรีบกลับบ้านหรอก อีกสองสามวันกลับมาก็ไม่เจอใครช่วงนี้พ่อกับคุณพิมพ์ก็ไม่ค่อยอยู่บ้านลูกจะไปเที่ยวหรือพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยกลับมาก็ได้”คุณนพรักษ์วางสายไปนานแล้ว...แต่นพคุณยังคิดทบทวนอยู่ นี่ถ้าพ่อไม่บอก เขาจะรู้ไหมว่ายัยเพี้ยนจะไปออกค่ายคิดแล้วก็หงุดหงิด ภารดีก็ใจดีเสียจริงมีผู้ชายโทรมาขอให้ลูกสาวหล่อนไปเที่ยวกับเขา แม่อย่างหล่อนก็ใจดีให้ไปไม่ว่าสักคำ(ถึงความจริงจะไม่ได้ไปเที่ยว และไม่ได้ไปกันสองคนก็เถอะ)บางทีเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง อาจจะต้องรีบส่งรายงานงั้นคืนนี้ไม่นอนทำให้เสร็จวันนี้พรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน

            พริมานัดกับยามาที่บ้านว่าจะออกไปขึ้นรถที่โรงเรียนพร้อมกัน       รถออกหกโมงเย็นวันนี้ยามาขอเข้าไปเคลียร์บัญชีที่ตลาดให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับบ้านมาพร้อมภารดีส่วนกระเป๋านั้นเพื่อนหล่อนเอามาฝากไว้ที่บ้านหลายวันแล้วภารดีกับยามากลับมาถึงบ้านก็เกือบสี่โมงเย็น สองสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เกือบห้าโมงภารดีจึงขับรถออกไปส่งที่โรงเรียน     ตอนที่ไปถึงนั้นมีคนรอขึ้นรถกันอยู่แล้ว พริมาแปลกใจเพราะส่วนใหญ่พวกที่ไปออกค่ายเป็นศิษย์เก่าเสียเกือบครึ่งหล่อนมองหาคเชนทร์ แต่ยังไม่เห็นเขาเลย พวกเพื่อนๆ ที่เห็นก็มีมาริสาศศิธรและแน่นอนชัยยศนั่นเอง พริมาดีใจอย่างน้อยก็ยังเจอคนรู้จัก

            “อ้าว! มาด้วยเหรอเนี้ย” ศศิธรยิ้มทักทายพวกเขานั่งอยู่กันสามคนและเห็นพริมากับยามาลงจากรถพอดีจึงโบกมือเรียก พริมาส่งสัญญาณให้เพื่อนๆช่วยขนของ เพราะภารดีจัดหนักซื้อขนมมาเต็มท้ายรถ เมื่อขนของเรียบร้อย หล่อนจึงหันไปบอกแม่ให้กลับไปก่อนได้เลยเพราะหล่อนมีเพื่อนอยู่ด้วยหลายคนแม่ไม่ต้องเป็นห่วง

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยกลับก็ได้ กลับไปตอนนี้ก็ไม่เจอใครอยู่ดี         อยู่นี่ดีกว่าไม่เหงา”ภารดีเดินไปนั่งรวมอยู่กับพวกเพื่อนพริมาเห็นแม่เพื่อนเหมือนมองหาใครยามาจึงอดสงสัยไม่ได้

            “มองหาใครเหรอพี่พิมพ์”

            “เปล่าๆ พอดีเห็นเด็กพวกนี้เหมือนไม่เคยเห็นมาก่อนน่ะ” ยามาคิดว่าภารดีตลกหล่อนจะรู้จักเด็กทั้งโรงเรียนได้อย่างไร ที่เคยเจอก็มีแค่ไม่กี่คน

            “อืม...พวกศิษย์เก่าด้วยมั้ง บางคนปลาทูก็ไม่เคยเห็นนะ”ยามาสังเกตบ้าง งานนี้น่าจะมีศิษย์เก่าที่จบนานไปหลายรุ่นมารวมตัวกันเชียวล่ะ อาจารย์มาเรียกขึ้นรถแล้วพวกเขาเดินทางด้วยรถบัสคันใหญ่สองคันรถ     มองจากตรงนี้ เห็นมีคนบางส่วนขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถแล้วพริมาหันไปลาแม่ แล้วขึ้นรถไปพร้อมเพื่อนๆ บนรถมีทั้งศิษย์เก่าศิษย์ใหม่นั่งปนๆกัน มีที่ว่างอยู่แถวกลางๆเพราะด้านหน้าศิษย์เก่าจอง...ส่วนด้านหลังก็พวกที่ชอบสังสรรค์ปาร์ตี้ ชัยยศแยกตัวเดินตรงดิ่งไปนั่งแถวหลังเขาหันมาบอกพวกพริมา...แถวหลังมันใช่ เหมาะกับหนุ่มเจ้าสำราญอย่างเขา จึงเหลือพริมายามา ศศิธรและมาริสาที่นั่งถัดๆ กันไปกำลังจะเดินไปนั่งหล่อนเห็นยามายืนมองนิ่ง...คเชนทร์โบกไม้โบกมือมาจากเบาะหลัง เพื่อนหล่อนไม่ได้ตอบอะไรแต่ฮึดฮัดเข้าไปนั่งริมหน้าต่างและนั่งมองออกไปด้านนอก เหมือนกำลังสงบสติอารมณ์พริมาหันไปพยักหน้าให้เขาและกำลังจะตามไปนั่งข้างๆ เพื่อนพอดี หล่อนเห็นพลอยใส...แม่สาวน้อยแฟนเก่าคเชนทร์ก็มาด้วยหล่อนเหลือบมามองพวกพริมา     แค่แวบเดียวและหันไปคุยกับเพื่อนต่อพริมาเพลีย...พี่ตุลย์หนอพี่ตุลย์มาคราวนี้ไม่รู้จะได้เคลียร์หรือจะได้เรื่องใหม่ไปอีกกันแน่และสุดท้ายคนที่ทำให้พริมางงยิ่งกว่าใครทั้งหมดคือ นพคุณ!คุณชายใหญ่มาได้อย่างไร? หล่อนไม่เจอเขามาเกือบสามอาทิตย์ ตอนแรกเขาบอกจะกลับบ้านนึกว่าจะได้เจอกันก่อนจะมาออกค่าย แต่เขาก็ไม่กลับ แต่แล้วเขากลับมาโผล่อยู่ที่นี่     ความจริงพริมาอยากชวนเขามาด้วย แต่หล่อนเกรงใจเพราะดูแล้วนพคุณน่าจะยุ่ง แล้วนี่เขามาไม่บอกหล่อนสักคำ...น่าน้อยใจอยู่เหมือนกัน

            พริมานั่งลงข้างๆ เพื่อน งานออกค่ายคราวนี้รวมทุกคน(ที่อยากเจอและไม่อยากเจอ) มาอยู่ที่เดียวกันหมด...หรรษาแหละงานนี้!ยามานั่งเงียบมาตลอดทาง พริมาหวั่นใจกลัวเพื่อนจับได้ แต่ดูเหมือนเพื่อนสาวจะกำลังใช้ความคิดกับเรื่องอื่นเสียมากกว่าด้านหลังพวกสายปาร์ตี้กำลังสนุกสุดเหวี่ยง พวกเขาแหกปากร้องเพลงกันมาตลอดทาง...และหัวหอกสายบันเทิงคือคเชนทร์นั่นเอง

            “มอง...เธอสาวเธอสวยฉันจึงได้มอง...”คเชนทร์ร้องเพลงโปรดของเขา หลายคนยิ้มขำ เพราะเคยได้ยินบ่อยๆสมัยเขาเป็นนักเรียนจนตอนนี้ขยับมาเป็นศิษย์เก่า...ผ่านมาก็หลายปีชายหนุ่มก็ยังไม่เปลี่ยนเพลงพริมาเห็นพลอยใส หันไปมองทางเบาะหลัง...สงสัยถ่านไฟเก่าจะคุซะแล้ว

            นพคุณนั่งมองจากตรงนี้ พริมามองไปทางแฟนเก่าคเชนทร์บ่อยๆหล่อนมองสลับไปทางพลอยใสกับคเชนทร์ด้วยสีหน้าเป็นกังวลบางครั้งก็ถอนใจ เห็นแบบนี้แล้วเขาหงุดหงิดเขารีบเคลียร์รายงานและรีบส่งก่อนจะมาออกค่ายความจริงเขาเสร็จธุระตั้งแต่สองวันก่อน แต่เขาไม่ได้กลับบ้านอยากจะรอดูว่ายัยเพี้ยนจะชวนเขาไปออกค่ายหรือเล่าให้เขาฟังสักคำไหมแต่หล่อนก็ไม่ติดต่อมา เจอกันวันนี้หล่อนก็ไม่ทักทายเขาสักคำไม่เจอกันตั้งหลายวัน...ไม่คิดถึงกันบ้างเลยหรือไงนะ! ด้านหลัง...เสียงเงียบไปแล้วดูเวลาตอนนี้เกือบตีหนึ่งก็ยังดีที่พวกนั้นยังมีความเกรงใจไม่แหกปากไปจนถึงเช้ารอบตัวเขาตอนนี้หลายคนเริ่มหลับ รวมถึงแม่สาวน้อยคนนั้นด้วย รถมาถึงตีนดอยตอนตีห้าทุกคนต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถตู้แทน พริมาไปขนของมีพวกชัยยศช่วย เพราะขนมของหล่อนนั้นมากมายเหลือเกินคเชนทร์เข้ามาสมทบ ยามาเห็นไอ้หน้าหมีเดินมาก็บอกเพื่อนว่าจะไปรอหน้ารถตู้พริมาหันไปยิ้มแหยๆ ให้คเชนทร์

            “สู้ๆ นะคะพี่ตุลย์ ลูกแก้วออกตัวแรงไม่ได้เดี๋ยวโดนเหวี่ยง”คเชนทร์แค่ยิ้มๆ เขายักไหล่ ยังมีเวลาอีกตั้งสามวัน พริมาถือของเต็มสองมือ ขนาดว่าเพื่อนช่วยกันขนแล้วของก็ยังเยอะอยู่ดี และระหว่างเดินไปขึ้นรถตู้ อยู่ๆก็มีมือมาแย่งถุงไปจากมือหล่อน เสื้อผ้านั้นหล่อนสะพายเป้แต่ของเต็มสองมือนั่นคือขนมที่ภารดีซื้อมาจากตลาดทั้งหมดนี่น่าจะเป็นฝีมือภารดีกับยามาช่วยกันช้อปพริมาท่องไว้ในใจ อย่าให้ภารดีกับยามาซื้อของด้วยกันอีกเด็ดขาด

            “อุ๊ย!” เด็กสาวอุทานเบาๆ นพคุณนั่นเอง เขาฉวยถุงขนมไปถือและเดินนำหน้าไปที่รถ พริมาเผลอทำปากยื่น เหมือนที่หล่อนชอบทำประจำตอนเผลอท่าทางแบบนี้คุณชายใหญ่ “งอน” อีกแล้ว หล่อนเดินหมดแรงตามไปที่รถ    ยามายืนหน้าคว่ำมองมาอยู่พริมากลัวเพื่อนจับได้เหลือเกิน...

            “ทำไมช้านักล่ะ ปลาทูรออยู่ตั้งนานแล้ว”ยามาเดินมาจูงมือเพื่อนแล้วลากให้ขึ้นรถไป ทิ้งคเชนทร์กับนพคุณไว้ให้ยืนมองตากัน งานนี้ไอ้หน้าหมางานเข้าอย่างแรงเพราะเขาเห็นรถตู้คันถัดไปน้องพลอยใส แม่สาวแฟนเก่าไอ้เชนหน้าหมามองมาอยู่อยากหว่านเสน่ห์ดีนักสมน้ำหน้า!

            “อ้าว! นายก็มาด้วยเหรอ?” คเชนทร์ทักนพคุณ ความจริงเขาเห็น  นพคุณตั้งแต่เมื่อวานแต่ยังไม่มีโอกาสได้คุย พริมาคงชวนไอ้ขี้เก๊กมาด้วยแน่ๆ  ก็ดีงานนี้เขาจะได้มีตัวช่วย เผื่อคนเก่าๆ มารวมกันยัยปลาดุกฟูจะได้คิดถึงมิตรภาพแสนหวานสมัยก่อนหล่อนอาจจะใจอ่อนยอมยกโทษให้เขาก็ได้    แต่งานนี้เขาเห็นแล้ว มีคนเก่าๆ เกินมาหนึ่งคน พลอยใสนั่นเอง!

            พวกเขาถึงโรงเรียนแล้ว ที่พักคือห้องเรียนนั่นเองโดยให้พักแยกกัน ชายฝั่งหนึ่งหญิงอีกฝั่งหนึ่ง งานที่ทำมีทั้งซ่อมหลังคา ทาสีมีให้เลือกสารพัด พริมาช่วยงานครัว เพราะงานนี้หล่อนถนัดส่วนยามานั้นหล่อนไปวาดรูปที่ผนัง...นพคุณนึกถึงสมัยก่อนที่ยามาไปวาดรูปบนผนังหลังบ้านเขาตอนนั้นเขาโวยวายว่าหล่อนเล่นอะไรเลอะเทอะแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าฝีมือยามานั้นดูถูกไม่ได้เลยคเชนทร์นั้นวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขาเลือกงานทาสี นพคุณเห็นแล้ว    ไอ้เชนหน้าหมาพยายามจะง้อคืนดีเพื่อนพริมาเฮอะ! สมน้ำหน้ามันอย่างยัยปลาทูน่ะง้อไม่ได้ง่ายๆ หรอก ยัยนั่นเจ้าคิดเจ้าแค้นจะตาย เขาไม่รู้รายละเอียดมากนักว่าพวกนี้ทะเลาะอะไรกัน แต่ดูเหมือนคเชนทร์จะทำยามา  ถึงขั้นน้ำตาตก...และถ้ายามาน้ำตกได้แสดงว่าทะเลาะกันแรงมากได้ข่าวว่าพริมาก็โกรธมันเหมือนกันแต่สุดท้ายทำไมถึงคืนดีกันง่ายนักเขาก็ไม่เข้าใจ...น่าจะโกรธ โกรธไปนานๆหรือเลิกคบกันไปเลยก็ดี

            นพคุณช่วยงานเกี่ยวกับสายไฟเขาเรียนมาด้านนี้และรู้สึกดีที่ได้ช่วยงานที่ตนเองถนัด สายไฟโรงเรียนนี้เก่ามากแล้ว และคงต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดงานนี้มีช่างไฟที่ทางโรงเรียนหามาด้วย พวกเขาได้งานใหญ่เลยทีเดียวระหว่างที่อยู่ที่นี่สามวันแต่ละคนแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง จนเกือบสิบโมงพริมาและมาริสามาเดินแจกน้ำวันนี้โรงครัวทำน้ำเก๊กฮวย และหล่อนกำลังเดินแจกน้ำให้กับพวกใช้แรงงานทั้งหลายโชคดีช่วงนี้หน้าหนาอากาศ ไม่ร้อนทำงานกันจึงไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่...เหมือนทำงานอยู่ในห้องแอร์น้ำเก๊กฮวยมีให้เลือกทั้งสองแบบจะร้อนหรือเย็นแล้วแต่ใครจะชอบ

            “พี่คุณ...เอาน้ำไหมคะ?” นพคุณชะงักเสียงที่คุ้นเคยถามเขา        เขาทำงานจนลืมดูเวลาและลืมคิดฟุ้งซ่านไปชั่วขณะแต่พอได้ยินเสียงนี้ความคิดฟุ้งซ่านก็กลับมาอีกชายหนุ่มหันไปมองเห็นสาวน้อยยืนยิ้มอยู่รอยยิ้มแบบนี้เขารู้หล่อนกำลังประจบเขา...ชิ! ไม่หายงอนง่ายๆ หรอกนะ อืม! ไม่! เขาไม่เคยงอนซะหน่อย

            “เอาแบบเย็นหรือร้อนคะ?”สาวน้อยยังไม่ลดละความพยายาม     นพคุณไม่ตอบ เขาเดินไปหยิบน้ำเก๊กฮวยมาแก้วหนึ่งจะร้อนหรือเย็นก็ช่างมันเถอะ

            “ลูกแก้วนึกว่าพี่คุณยังสอบไม่เสร็จไม่กล้ากวนเลย มาเจอที่นี่ก็แปลกใจอยู่ ถ้ารู้ว่าว่างโทรชวนตั้งนานแล้ว” สาวน้อยกำลังจะเดินไปแล้วท่าทางแบบนี้คุณชายใหญ่คงไม่อยากคุยกับหล่อน...ไปดีกว่าไม่อยากโดนเหวี่ยง
                “ขอแบบเย็นแก้วหนึ่งสิ” นพคุณยืนมองมาอยู่...แบบนี้อารมณ์ค่อยดีขึ้นหน่อยกว่าจะมาถึงที่นี่ก็ตั้งหลายชั่วโมง นี่ก็เพิ่งจะได้คุยกัน พริมากำลังจะพูดอะไรต่อแต่เสียงโทรศัพท์นพคุณดังขึ้นมาก่อน

            “ฮัลโลแพรว...” พริมาชะงักแพรวพณิตสินะ งั้นหล่อนไม่อยู่กวนดีกว่า

            “อืม...ก็ตอนแรกไม่คิดจะมาหรอกทำไมต้องให้เราบอก แพรวก็รู้แล้วนี่ ไอ้ตุลย์ก็ชวนในไลน์กลุ่มแล้วทุกคนในห้องก็เห็นกันหมด อ๋อ หมายถึงที่เรามาน่ะเหรอ โทษทีพอดีรีบๆ เลยไม่ได้ชวน”นพคุณคุยอีกสองสามคำ          พอเขาวางสาย มองหาพริมาก็ไม่เจอแล้ว

             “อ้าว...แล้วน้ำเก๊กฮวยเย็นล่ะ” นพคุณพึมพำ

    คล้ายกับเรื่องแก้วนพคุณ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808