เย็น...
ความรู้สึกแรกเข้ามาก่อนจะรู้สึกร้อนรุ่ม ปวดหัวแทบะเิ ความรู้สึกปวดทำให้ต้องยกมือขึ้นมากุมที่หัว ทุกอย่างดูพร่ามัวไปหมด ทั้งสับสนทั้งมึนงง
เกิดอะไรขึ้น อ๊าก... ใช่ คำสาป คำสาปกำเริบอีกแล้ว อึ้ก...
ร่างที่เคยสงบกลับมาดิ้นพรวด ๆ อีกครั้ง ั์ตาสีฟ้าของคนเฝ้าไข้ฉายชัดถึงความเป็ห่วง ทั้งวิตกกังวลเพราะในห้องตอนนี้เหลือเพียงเธอเท่านั้น มือบางเอื้อมไปคว้ามือหนาของคนป่วยหวังเพียงเพื่อช่วยทุเลาอาการดิ้นได้บ้าง ก่อนจะเหลือบไปเห็นขวดยาสีฟ้าที่เธอเห็นเพื่อนสาวเอามาเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม สิ้นความคิดมือบางเลยรีบทำตามบ้าง
มือบางค่อย ๆ เช็ดตัวให้ชายหนุ่มอย่างเบามือเหมือนกลัวว่าชายหนุ่มจะตื่น ร่างที่คยดิ้นเริ่มสงบลงกลายเป็นอนนิ่งเหมือนคนหลับตามเดิม แต่ไอร้อนที่แผ่ออกมาทำให้หญิงสาวยังคงความกังวลอยู่
ร่างบางเตรียมลุกขึ้นเพื่อนจะไปเปลี่ยนน้ำมาเช็ดตัวชายหนุ่ม ก่อนชะงักมองตามมือหนาที่ฉุดรั้งเธอไว้ ั์ตาสีฟ้าฉายแววดีใจแวบนึงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เรียบเฉย
“เฟลิโอน่าล่ะ ลิน” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เพราะทุกครั้งที่เขาอาการกำเริบ เขาจะต้องเห็นน้องสาวเป็คนแรก ให้ตายสิ... เขาไม่อยากให้ใครเห็นตอนอ่อนแอแบบนี้เลย เฮ้อ~
ั์ตาสีฟ้าไหววูบแปลก ๆ ก่อนจะหายไป แต่ก็ไม่พ้นสายตาของหัวขโมย ความรู้สึกเจ็บแปลก ๆ ที่เธอไม่เข้าใจพุ่งเข้ามาในอก
“เฟลิโอน่า รักษานายจนสลบ คาโลเลยพาไปพักที่ห้อง” เสียงหวานเย็นเอ่ยตอบ เสียงที่คนอื่นฟังแล้วอาจปกติ แต่สำหรับเขาที่ใกล้ชิดกับเธอย่อมรู้ว่านั่นเป็เสียงที่ส่อถึงความไม่พอใจ ถึงแม้ว่าไม่รู้ว่าหญิงสาวไม่พอใจอะไร แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะหยุดถาม
เฟรินขมวดคิ้วนิ่วหน้า แล้วมันเื่อะไรกันที่คาโลมันต้องไปดูแลน้องสาวเขา ถึงจะเป็เพื่อนที่เขายอมเปิดทางก็เถอะ ทันเท่าความคิดชายหนุ่มจึงเตรียมะโลงจากเตียงเพื่อไปดูน้องสาวคนรักษา ที่ต้องนอนซมอีกห้อง
“ทำอะไร นอนลงไป นายยังมีไข้อยู่ดี” เสียงหวานสั่ง เมื่อคนป่วยทำท่าจะลุกขึ้น เฟรินเบ้หน้าอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมล้มตัวลงนอนดี ๆ เพราะไม่อยากให้หญิงสาวอารมณ์เสีย
เมื่อเห็นคนป่วยล้มตัวลงไปนอนตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวเลยเดินไปเปลี่ยนน้ำในห้องน้ำ ก่อนจะกลับมาเช็ดตัวให้คนป่วยอีกรอบ ใบหน้าหวานสาละวนกับการลดไอร้อนจากชายหนุ่มจนดูเหมือนไม่สนใจอย่างอื่น
เฟรินมองพยาบาลจำเป็ที่สาละวนกับการลดไข้ให้กับเขา ใบหน้าหวานลุมุ่นยังคงราบเรียบแต่ดูอ่อนโยนขึ้นถนัดตา หญิงสาวตรงหน้าถือได้ว่าสวยมากถึงมากที่สุดในบรรดาหญิงสาวที่เขาเคยได้พบเจอ ถ้าไม่ติดกับไอก้อนน้ำแข็งเพื่อนของเขา ปานนี้ป้อมได้แตกเพราะพวกกล้าตายมาส่งขนมจีบแม้เ้าพระคุณเป็แน่
นึกถึงเมื่อตอนเผลอหลงเข้าไปในวังคาโนวาลก็อดเสียดายไม่ได้ ที่ไม่ได้จีบเ้าหญิงคนงามไว้ก่อน แหม่~ สวยขนาดนี้ไม่น่าพลาด
“มองอะไร” เสียงหวานแว๊ดใส่ชายหนุ่มที่เอาแต่มองหน้าเธอ ใบหน้าหวานเริ่มบังคับหน้ากากให้ราบเรียบยากขึ้นเต็มที
“โถ่~ ลินอ่ะ ใจร้าย” เฟรินบ่นอุบอิบ คาลิน่าส่งสายตาดุ ๆ ปรามพร้อมหยิกที่ต้นแขนอย่างหมั่นไส้ ขนาดป่วยยังอุสาห์กระล่อนได้อีก
“ใส่เสื้อให้เรียบร้อยซะ” เฟรินไม่ยอมให้สั่งอีกรอบรีบสวมเสื้อให้เรียบร้อยด่วนจี๋ มองหญิงสาวที่หันไปจัดถาดอาหารและยาข้าง ๆ เตียงก่อนยิ้มกว้าง
“ทานซะ จะได้ทานยา” เสียงหวานเอ่ยอย่างราบเรียบแต่ก็ฟังดูอ่อนโยนมากขึ้น ทำให้คนป่วยเริ่มซ่าอีกรอบ
เอาว่ะ... อย่างน้อยโอกาสที่จะสร้างโรงน้ำแข็งก็ดูท่าจะสูงใช่เล่นแฮะ
“ป้อนหน่อย ไม่มีแรงอ่ะ” ชายหนุ่มออดอ้อนอย่างทุกครั้ง พร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นนั่งอย่างลำบาก เพื่อให้ดูน่าสงสารเข้าไปอีก ดวงตาสีน้ำตาลอมดำออดอ้อนและเร่งเร่า จนคนใจไม่แข็งพอต้องช่วยพยุงขึ้นมานั่ง
ั์ตาสีน้ำตาลมองคนป้อนโจ๊กกรุ่มกริ่มถูกใจ เพราะคนป้อนไม่เห็นสายตาคู่นั้นเนื่องจากมั่วแต่เป่าโจ๊กให้ร้อนก่อนจะป้อนให้ชายหนุ่ม
จากหนึ่งช้อนถูกป้อนไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการบ่นให้รำคาญจากคนป่วย เพราะกลัวว่าโควต้าการป้อนข้าวป้อนน้ำจะโดนแคนเซิลกะทันหัน
“ทานยา” คาลิน่าสั่งพร้อม พร้อมจับมือหนา ให้ขึ้นมารับถ้วยยา ใบหน้าคมคายเหยเกในบัดดล ตาสีน้ำตาลอมดำมองพยาบาลจำเป็อย่างออดอ้อน ทันทีที่ได้เห็นสีพร้อมได้กลิ่นของยา ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าขมแน่ ๆ มือที่ถูกดึงไปรับถ้วยยา ยังคงอิดออดไม่ยอมรับ จนเธอต้องเป็คนถือประคองให้ ไม่งั้นยาที่พี่ชายเธออุตส่าห์ต้มมาทั้งคืน คงหกไม่เหลือกันพอดี
“ง่า ไม่กินไม่ได้หรอ ลิน” คาลิน่ามองหน้าคนดื้อยาอย่างขบขันปนเหนื่อยใจ ดูท่าการบังคับให้ทานยาของชายหนุ่มดูจะไม่ใช่เื่ง่ายซะแล้ว
“ทานซะ จะได้หาย” คาลิน่ายื่นถ้วยยาเข้าไปอีก แต่คราวนี้ชายหนุ่มเลือกพลิกตัวไปอีกด้านแทน คาลิน่ามองคนดื้อยาก่อนถอนหายใจ
“เฟริน”
“ไม่” คราวนี้อารมณ์เย็น ๆ ลดลง พร้อมบรรยากาศในห้องเริ่มค่อย ๆ เย็นลงจนเรียกได้ว่า หนาว ไม่มีเสียงใด ๆ ลอดออกมาจากหญิงสาวที่นั่งรออย่างสงบ
“ก็ได้ ๆ ลิน แต่...” คาลิน่ามองคนต่อรองเรียบ ๆ “ต้องให้รางวัลน่ะ”
คาลิน่ายิ้มขำ ๆ กับท่าทีเด็ก ๆ ที่ชายหนุ่มมักทำกับเธอประจำ ก่อนจะพยักหน้า ยื่นถ้วยยาให้ชายหนุ่มรับไปดื่มจนหมด ใบหน้าคมคายเบ้ด้วยความขม
“ได้เวลารับรางวัลแล้วคร้าบ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างแบบเด็ก ๆ ท้วงสัญญา
“อะไรล่ะ”
“ล้างปาก” เฟรินยิ้มแป๊น ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อหญิงสายื่นแก้วน้ำมาให้แทน
“ไม่ใช่ แบบว่า เออ...เข้ามาใกล้สิ ลิน” หญิงสาวเข้ามานั่งใกล้ ๆ เฟรินยังเบ้หน้าอย่างไม่ค่อยพอใจนัก คิ้วหญิงสาวจึงเริ่มขมวด
“ใกล้ ๆ สิ ลิน ฉันยังป่วยอยู่น่ะ” เฟรินแกล้งไอขึ้นบ้างเพื่อเรียกความน่าสงสาร หญิงสาวจึงเลือกโน้มใบหน้าเข้าหาชายหนุ่ม ความรู้สึกร้อนฉ่าจากสายตาที่มองมา ทำให้เธอสวมหน้ากากได้อย่างยากเย็น
“ขอบใจน่ะ”
ลมหายใจอุ่น ๆ กับสายตาสีน้ำตาลอมดำกรุ่มกริ่มทำให้เธอแทบบ้า ก่อนริมฝีปากหนาจะทาบทับปิดสนิทเพื่อปิดเสียงทุกสิ้นทุกอย่างอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน และเหลือไว้เพียงที่เสียงหัวใจที่ดังก้องอย่างน่าประหลาดเหมือนดังกังวานไปทั่ว แม้ว่าเธอจะได้ยินเพียงคนเดียวก็ตาม
หญิงสาวค่อย ๆ เคลิบเคลิ้บไปตามรสััที่ชายหนุ่มมอบให้ จนไม่รู้ถึงมือปากหมึกที่รวบเธอขึ้นมานั่งบนเตียงแต่กอดกระชับก่อนค่อย ๆ คลายริมฝีปากออกอย่างแช่มช้า
“ระวังเถอะ ถ้าพี่ฉันรู้นายตายแน่” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ เฟรินหัวเราะ หึหึ เมื่อนึกถึงพี่ชายหวงน้องเพื่อนซี้ตน ถ้าเื่วันนี้ถึงหูหมอนั่น ดูท่าโอกาสที่เขาจะโดนแช่แข็งคงจะสูงที่สุดในรอบปี นึกแล้วขยาดเล็กน้อยเหมือนกัน
“เป็ห่วงหรอ” ปากยังคงทำงานได้ดีอย่างเคย
“ใครห่วงนายกัน...อื้ม”คาลิน่าเงยหน้าพูดโต้อย่างลืมตัว ก่อนจะต้องส่งเสียงประท้วงในลำคอ เมื่อคนตรงหน้าโน้มลงมาฉวยโอกาสกับตนอย่างรวดเร็ว ตาสีฟ้าเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ก่อนจะค่อย ๆ ปรือปิดลงเคลิ้มไปกับความหวานที่คนตรงหน้ามอบให้อย่างลืมตัว ร่างทั้งสองที่แนบชิดมีเพียงอากาศกั้น ทั้งคู่ยังคงความหาความหวานของกันและกันนานสองนาน
ผ่าง...
“เฮ้ย~ ตื่นยังว่ะ เฟริน” ผู้มาใหม่ทักแต่ก็ต้องใเล็กน้อย เมื่อไอคนที่ควรนอนป่วยบนเตียงกลับลงไปนั่งจุมปุกกับพื้นห้อง ส่วนคนเฝ้าไข้ก้มหน้างุดข้างเตียง ทันเท่าความคิดจึงเอ่ยถาม
“เป็ไรว่ะ แล้วทำไมมานั่งนี่ ที่ตั้งแยะตั้งแยะ ไม่นั่ง ท่าจะบ้า” คิลบ่นอย่างไม่เข้าใจ คว้าตัวเพื่อนหัวขโมยกลับมานอนที่เตียงตามเดิม
คาลิน่าหันไปห่มผ้าห่มให้คนป่วยก่อนจะสั่งสำทับเป็ครั้งสุดท้าย
“นอนซะ จะได้หาย”
คิลมองอาการแปลก ๆ ของเพื่อนทั้งสอง มือยกขึ้นเกาท้ายทอยอย่างไม่เข้าใจ
“เป็อะไรของเขาว่ะนั่น”
................................................