สาวใช้ที่พาพิมพ์มณีขึ้นมาที่ห้องชื่อจอย อายุน่าจะแก่กว่าหญิงสาวราวสองสามปี มีนิสัยช่างพูดช่างคุยจนเธอรู้สึกคุ้นเคยด้วยอย่างรวดเร็วทั้งที่พึ่งได้พบกันเพียงไม่กี่นาทีหลังจากเข้าห้องจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพิมพ์มณีก็มานอนเล่นที่เตียงตั้งใจจะงีบสักพักเพราะตอนที่อยู่บนเครื่องบินนั้นหลับไม่สนิทเลย...
หญิงสาวมาตื่นขึ้นเอาบ่ายมากแล้วและท้องก็ร้องจ๊อกๆจึงต้องรีบลงมาข้างล่าง ได้ทราบจากสาวใช้อีกคนหนึ่งว่าคุณลุงคุณป้าผู้ใจดีกำลังพักผ่อนอยู่เหมือนกัน หญิงสาวจึงไม่อยากรบกวนเดินตระเวนหาครัวด้วยตัวเองจนพบ
“อุ้ย คุณพิ้ม ้าอะไรหรือเปล่าคะ”
จอยที่กำลังง่วนอยู่กับงานในครัวหันมาเห็นก็เอ่ยทัก
“พิ้มหิวจังคะ มีอะไรพอทานได้บ้างไหม”
“เอ็งไปจัดการหาอะไรให้คุณเขาทานไป”
ป้าไสวผู้าุโสุดในกลุ่มคนใช้ด้วยกันบอกกับจอย
จอยจึงวางงานในมือแล้วรีบพาพิมพ์มณีมานั่งที่โต๊ะในห้องรับประทานอาหาร
“คุณพิ้มคอยอยู่นี่แป๊บนะคะ เดี๋ยวพี่จอยจะรีบจัดการให้ ว่าแต่อยากจะทานอะไรดีค่ะ”
“อะไรก็ได้คะ พิ้มทานง่าย ขอแค่ไม่เผ็ดมากก็พอ”
จอยรับคำแล้วหายวับกลับเข้าไปในครัว ไม่ถึงสิบนาทีก็กลับมาพร้อมข้าวผัดกับต้มจืดร้อนๆ พิมพ์มณีรีบลงมือทันทีด้วยความหิว
“แล้วนี่ลูกชายของคุณป้ากลับมาหรือยังคะ”
หญิงสาวชวนคุยขณะที่ทานอาหารไปด้วย หล่อนอยากจะรู้เื่ของเขาบ้างเพราะคิดว่าไหนๆก็ต้องมาอยู่บ้านของเขาแล้วควรจะหาข้อมูลของเ้าของบ้านเอาไว้ล่วงหน้าบ้าง
“คงอีกสักครู่ใหญ่ๆก็คงจะกลับแล้วละคะ วันเสาร์อย่างนี้คุณก้างชอบไปฟังเทศน์ที่วัด หรือบางทีก็อยู่นั่งวิปัสสนาไปจนข้ามคืนเลยก็มี”
จอยพูดจ้อยๆตามนิสัยคนช่างพูด พร้อมกับถือโอกาสนั่งลงยังเก้าอี้ตัวตรงข้ามด้วย ซึ่งพิมพ์มณีก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะหล่อนไม่ใช่คนที่ถือตัวและเห็นว่าคนทุกคนก็ล้วนเป็คนเหมือนกันทั้งสิ้น
“แล้ววันอาทิตย์ละ”
ซักถามไปเรื่อยๆไม่ได้สนใจอะไรเป็พิเศษ
แต่จอยรู้สึกจะมันส์ปากมาก เม๊าท์ใหญ่เลย
“วันอาทิตย์ก็อยู่บ้านค่ะ นอนอ่านหนังสือหรือไม่ก็ดูต้นไม้ต้นไร่ไปตามเื่สวนดอกไม้สวยๆรอบบ้านนี้ก็ฝีมือคุณก้างทั้งนั้นนะคะ”
พิมพ์มณีทำตาโตอย่างทึ่งจัดกับกิจกรรมยามว่างของหนุ่มโสดคนนี้ มันช่างต่างกับชายหนุ่มคนอื่นๆที่เธอเคยรู้จักมาโดยสิ้นเชิง
“แล้วเขาไม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูงบ้างเลยเหรอ”
“คุณก้างไม่ค่อยมีเพื่อนหรอกคะ”
“ถึงว่า ท่าทางประหลาดอย่างนี้ใครจะอยากคบ”
หญิงสาวพูดไปตามที่ใจคิด แม้จะยังไม่เคยพบหน้าเขาเลยก็ตาม
แต่จอยรีบปฏิเสธเป็พัลวัน
“ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่ไม่มีใครคบ ใครๆก็อยากคบกับคุณก้างกันทั้งนั้นโดยเฉพาะพวกสาวๆ แต่คุณก้างสิคะค่อนข้างเก็บตัวมากไปหน่อย แต่อยู่อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ให้พี่จอยพอมีโอกาสเก็บไปฝันถึง”
จอยหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจด้วยความลืมตัว จอยมีนิสัยช่างพูดอยู่แล้วเมื่อเจอคนคุยด้วยที่ไม่ขัดคอก็ดูเหมือนจะยื้อไม่หยุดฉุดไม่อยู่
พิมพ์มณีพยักหน้าหงึกหงักเพราะกำลังเคี้ยวอาหารอยู่นั้นจึงเท่ากับเปิดโอกาสให้จอยได้เล่าต่ออย่างไม่ต้องเบรก
“คุณก้างนะหล่อมากนะคะ ผู้หญิงคนไหนเห็นก็ต้องแอบเก็บเอาไปฝันถึงทั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ชอบผู้หญิงเสียนี่ อุ๊บ...”
จอยรีบตะครุบปิดปากตัวเองเมื่อนึกได้ว่าตัวเองพูดมากเกินไป แต่คำพูดนั้นก็หลุดออกมาให้คนฟังได้ยินแล้ว
“หมายความว่าลูกชายคุณป้าเป็...เป็กระเทยงั้นเหรอ”
พิมพ์มณีอุทาน ตาตื่นขึ้นมาบ้าง
จอยทำหน้าเลิ่กลั่กกลัวใครจะมาได้ยินเข้า
“อุ้ย คุณพิ้มอย่าเอ็ดไปสิค่ะ แล้วพี่จอยขอร้องนะคะว่าอย่าให้คุณนายหรือคุณก้างรู้ว่าพี่จอยพูดอะไรออกไป ไม่งั้นพี่จอยแย่แน่ๆเลย พี่จอยไหว้ละคะ”
จอยยกมือไหว้ปะหลกๆทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
พิมพ์มณีหัวเราะขบขัน
“ฉันไม่ใช่คนปากโป้งอย่างนั้นหรอก สบายใจได้ เล่าต่อเถอะกำลังสนุกเชียว”
พอพิมพ์มณีรับปากอย่างนั้น จอยก็หายกลัวเป็ปลิดทิ้ง รีบสาธยายต่ออย่างถูกคอกับผู้มาใหม่