ทันทีที่นางได้ยินคำพูดของนางหล่าย ความโกรธนางก็พุ่งขึ้นมาทันทีนางคิดจะให้ลูกชายข้ายืนเป็นเป้าซ้อมให้ลูกนางชกฟรีๆ อย่างนั้นหรือ?
นางหล่ายเห็นโจวเถาเถาโกรธนางก็แปลกใจ นางลืมไปแล้วว่านี่ไม่ใช่บ้านของนาง หากเมื่อนางกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไปนั้น นางก็ได้ยินเสียงลูกชายของนางพูดขึ้นว่า
“ท่านแม่..ลูกชิ้นทอดเป็นยังไง?”
เด็กน้อยไม่เคยกินหรือแม้แต่ได้ยินชื่อมาก่อน
“ก็เป็นแป้งผสมกับเนื้อ ตอนนี้ไปซื้อส่วนผสมกันก่อนเถอะ”
โจวเถาเถาซื้อเนื้อหมูมาสองสามชั่ง รวมถึงเครื่องปรุงรสอีกหลายอย่าง พวกเขาพากันดินไปรอบๆ เด็กน้อยร้องขึ้นมาว่า
“ท่านแม่..ข้าขอซื้อหนังสือสักสองสามเล่มจะได้หรือไม่?”
“ได้สิ แม่จะซื้อหนังสือให้หงเอ๋อ "
“ท่านป้า!! ท่านอยากจะซื้ออะไรหรือ?”
เถ้าแก่ร้านทักทายด้วยรอยยิ้ม หากที่ทำให้โจวเถาเถาหน้าชาคือเขาเรียกนางว่า “ป้า” นี่ละ ฮึ่ม!!
“มีหนังสือเล่มไหนที่เหมาะสำหรับให้เด็กที่เริ่มอ่านไหม?”
คนขายรู้ทันทีว่านางจะซื้อหนังสือให้ลูกชาย เขาหยิบหนังสือออกมาจากชั้นสองสามเล่ม โจวเถาเถามองดูหนังสือเหล่านั้น เห็นได้ว่าตัวหนังสือไม่แตกต่างจากตัวหนังสือโบราณในชาติที่แล้วของนางมากนัก หญิงสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่นางพอจะอ่านได้บ้าง
“คัมภีร์สามอักษร ร้อยแซ่สกุล เรื่องเล่าตำราพันอักษร” คนขายแอบมองโจวเถาเถา เขารู้สึกประหลาดใจที่หญิงอ้วนหน้าตาขี้เหร่คนนี้ สามารถอ่านหนังสือได้ ในสมัยนี้อย่าว่าแต่คนธรรมดาทั่วไปเลย แม้แต่บุตรสาวในตระกูลมีอันจะกินยังหาหญิงสาวที่รู้หนังสือนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
“เอาหนังสือทั้งหมดสามเล่มนี้ล่ะ แล้วข้าต้องการ กระดาษ แท่นหมึกกับพู่กันเพิ่มอีกด้วย” นางใส่ทุกอย่างที่ซื้อมาในวันนี้ลงในตะกร้าแล้วใช้ผ้าปิดเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครได้รู้ได้เห็น หลังจากที่เดินไปรอบๆ จนไม่มีอะไรที่ต้องการซื้อเพิ่มแล้ว นางจึงจูงมือลูกชายเดินกลับบ้าน ทันทีที่กลับถึงบ้าน นางแทบจะรอไม่ไหวที่จะสอนสูตรคูณให้ลูกชาย เสี่ยวหงเอ๋อเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจนทำให้โจวเถาเถารู้สึกละอายใจ เป็นเพราะสมัยนางยังเด็กกว่าจะเรียนรู้ได้ก็นับว่าใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว นางหยิบหนังสือ คัมภีร์สามอักษรขึ้นมาสอนลูกชายในหนึ่งย่อหน้า เด็กน้อยก็สามารถจำได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
ช่างน่าทึ่งเสียนี่กระไร!!
โจวเถาเถาจับหัวลูกชายโยกไปมาเบาๆ นางมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วชมเขา
“เสี่ยวหงเอ๋อ ไอคิวลูกต้องสูงมากแน่ๆ”
“ไอคิว!! คืออะไร?” เด็กน้อยถามทันที
“เอิ่ม..นั่น”
มารดาจะอธิบายให้เจ้าฟังได้อย่างไรดีล่ะ?
พูดถึงไอคิวแล้ว ไอคิวคืออะไรล่ะ?
หลังจากนึกอยู่นาน ที่สุดนางก็คิดได้ว่า
“ก็หมายความว่า ลูกเป็นเด็กที่ฉลาด ฉลาดมากกว่าผู้อื่นอย่างไรเล่า…”
โจวเถาเถาอดหยิกแก้มเขาไม่ได้ “หงเอ๋อทำไมฉลาดแบบนี้ เจ้าเป็นลูกแม่จริงๆ หรือเปล่านะ?”
เด็กน้อยหน้าแดงเพราะคำชมของมารดา แม้ว่าใบหน้าจะเขินอาย หากดวงตาของเขากลับแวววาวเปล่งไปด้วยความปีติยินดีในคำชมของท่านแม่ของเขา โจวเถาเถาตัดสินใจที่จะส่งลูกชายไปเรียนหนังสือทันที ไม่เช่นนั้นคงได้แต่ไว้อาลัยกับมันสมองที่ชาญฉลาดขนาดนี้
เย็นวันนั้น โจวเถาเถาทอดลูกชิ้นตามที่นางพูดกับลูกชายเอาไว้ ลุกชิ้นที่ทอดเป็นสีทองสวยงามดูน่ากินและยังมีรสชาติอร่อยอีกด้วย ทันทีที่ลูกชิ้นถูกนำขึ้นจากกะทะ ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูบ้าน โจวเถาเถาเดินไปเปิดประตูเห็น นางหล่ายยืนอยู่ที่หน้าประตูนางอุ้มเด็กอายุห้าหรือหกขวบเอาไว้ในอ้อมแขน
“มีเรื่องอะไรหรือ?” โจวเถาเถาถามอย่างเย็นชา
นางหล่ายยิ้มให้นางราวกับสนิทสนมกันมาก่อน
“หยวนเป่า เจ้าอยากมาหาป้าหวังไม่ใช่หรือ? ทำไมไม่ไปหาป้าล่ะ?”
เด็กชายอ้วนท่าทางแข็งแรงทำท่ารังเกียจ “ท่านแม่ ป้าหวังทั้งอ้วน ทั้งน่าเกลียด”
นางหล่ายไม่คิดว่าลูกชายจะพูดแบบนั้นออกมา นางจึงรู้สึกเขินอาย หากแต่พูดว่า “เด็กน้อยเจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเจ้าเป็นใบ้นะ "ว่าแล้วนางก็ฟาดเพียะไปที่แขนอ้วนของลูกชาย
“ท่านแม่ไม่ได้พูดแบบนี้หรือ? ..แล้วท่านแม่ตีข้าทำไม?” เด็กอ้วนยิ่งร้องเสียงดังยิ่งทำให้นางหล่ายยิ่งอายมากยิ่งขึ้น โจวเถาเถามองไปที่การแสดงออกของคนตัวเล็กตัวใหญ่ที่อยู่ข้างหน้านาง นางจะไม่รู้เชียวหรือว่าสองคนนี้พูดจาลับหลังนางอย่างไร?
ถึงแม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะเป็นคนใจคอหยาบกระด้าง แต่นางก็ถือว่านางหล่ายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนาง ในความทรงจำของโจวเถาเถาแล้ว หวังเสี่ยวเตี๋ยเองก็ดีกับหยวนเป่ามากกว่าลูกชายของนางเสียอีก
เมื่อเห็นว่านางหล่ายพยายามปกป้องตัวเองด้วยการตีลูกชายก็ทำให้โจวเถาเถาถึงกับพูดไม่ออก ผู้หญิงคนนี้คิดว่านางโง่มากหรือ..ถ้านางหล่ายไม่พูดกับลูกชายแบบนั้นแล้วเด็กจะรู้เรื่องนี้มาใครกันละ? การสอนและการกระทำให้เด็กเห็นเป็นตัวอย่างมีความสำคัญมาก
“มีอะไรหรือเปล่า?”
นางหล่ายไม่ตอบคำถามหากถามนางกลับว่า
“เจ้าทำอะไรกินหรือ? กลิ่นหอมจริงๆ” ว่าแล้วนางก็วางหยวนเป่าลง เด็กน้อยก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที เมื่อได้โอกาสนางก็รีบเดินตามลูกชายนางเข้าบ้านไปทันที โจวเถาเถาก็พูดไม่ออกอีกครั้ง สองแม่ลูกผู้นี้ช่างไม่รู้จักมองสีหน้าผู้คนเลยว่า เขายินดีต้อนรับหรือไม่?
หยวนเป่าวิ่งไปที่ห้องครัวทันที เขาเห็นลูกชิ้นทอดสีทองที่อยู่ในจาน เขารีบคว้าเข้าปากทันทีโดยไม่กลัวว่าจะร้อนลวกปากเลย พอเสี่ยวหงเอ๋อได้ยินเขาก็รีบวิ่งเข้ามาในครัวทันที
เขาเห็นหยวนเป่าคว้าลูกชิ้นเข้าปากด้วยมือที่สกปรกของเขา
“อย่าขโมยนะ”
หยวนเป่าหันกลับไปมองอย่างไม่สนใจ ดูท่าเขาไม่กลัวหงเอ๋อเลย “อย่ากินนะ! ห้ามกิน!”
ซาลาเปาน้อยตะโกนห้ามเสียงดังมากขึ้น หยวนเป่ามองมาที่หงเอ๋อ มือหนึ่งยกกำปั้นอีกมือหนึ่งก็กวักมือเรียกหงเอ๋อ
หงเอ๋อยกมือปกป้องลูกชิ้นในจาน หยวนเป่ายิ่งโกรธมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นเขาไม่ให้กินเด็กอ้วนปล่อยลูกชิ้นแล้วชกเข้าที่หน้าของหงเอ๋อทันที เด็กน้อยโดนชกใบหน้าปวดแปลบ หากเขาก็ไม่ยอม ชกกลับไปทันทีเหมือนกัน ตอนนี้เด็กทั้งสองเลยตะลุมบอนสู้กันเป็นการใหญ่
เมื่อโจวเถาเถาได้ยินเสียงของเสี่ยวหงเอ๋อ นางรีบหมุนตัวจะไปที่ห้องครัวทันทีหากนางหล่ายกลับรู้ว่าลูกชายนางไปหาของกินที่ห้องครัว หลังจากเขากินอิ่มแล้วก็จะเอามาฝากนางด้วย นางจึงฉุดมือของโจวเถาเถาเอาไว้ หากโจวเถากลับสะบัดมือหล่ายซื่อทิ้งแล้ววิ่งไปที่ห้องครัวทันที ภาพที่เห็นคือเด็กสองคนกลิ้งกันอยู่กับพื้นต่างดึงผมซึ่งกันและกัน อีกคนก็ลงกัดแขนกันอย่างไมยอมปล่อย โจวเถาเถาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก นางหล่ายที่เพิ่งเข้ามาจึงรีบวิ่งไปแยกทั้งสองคนออกจากกัน
เมื่อนางหล่ายเห็นลูกชายหน้าตาสะบักสะบอม นางโกรธเคืองและสาปแช่งเสี่ยวหงเอ๋อทันที “เด็กสารเลว เจ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้ามากนะ เจ้ากล้าสู้หยวนเป่าของข้าหรือ?”
โจวเถาเถามองปอยผมที่ถูกดึงออกมาจากขมับของหงเอ๋อแล้ว นางโมโหจนหน้าเปลี่ยนสี นางทุกข์ใจเป็นอันมาก!!
***************
"ป้าหวัง ถ้าวันนี้ป้าหวังไม่สั่งสอนลูกชายตัวดีของป้า ก็อย่าได้หวังว่าข้าจะเลี้ยงดูป้ายามแก่เฒ่าเลย”
โจวเถาเถาแทบอยากจะหัวเราะ เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้กาลเทศะของสองแม่ลูก แต่แล้วก็เห็นลูกชายนางยืนขึ้นท่าทางเขาดูกังวลหวาดกลัว เมื่อก่อนนี้แม่เขาชอบหยวนเป่ามาก มีของดีของอร่อยอะไรก็มักจะเก็บไว้ให้หยวนเป่าเสมอทุกครั้งที่หยวนเป่ารังแกเขา ท่านแม่ไม่ดุหยวนเป่าแต่กลับดุหรือทุบตีเขาแทน
วันนี้เขาเห็นหยวนเป่าเอามือสกปรกมาหยิบลูกชิ้นที่แม่เขาทอดแล้ว เด็กน้อยไม่ทันได้คิดอะไรรีบห้ามหยวนเป่าทันที เขาลืมไปว่า แม่เขาชอบหยวนเป่ามากแค่ไหน เมื่อเห็นโจวเถาเถาไม่ดุว่าลูกชายของนางหรือไม่โอ๋เอาใจเขาเหมือนเดิม หยวนเป่าก็ไม่ชอบใจมากยิ่งขึ้น
“ป้าหวัง ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ”
โจวเถาเถาปล่อยลูกชาย หยิบไม้ออกมาจากกองฟืนพูดกับสองแม่ลูกด้วยท่าทางก้าวร้าว
“ออกไปจากที่นี่ทั้งสองคน”
นางหล่ายรีบพูดว่า “เด็กน้อยชกต่อยกันเป็นเรื่องธรรมดา เจ้าจะโมโหทำไม? แค่ว่ากล่าวตักเตือนสักหน่อยก็พอแล้ว”
“ขโมยไปหมดอย่างนี้ยังจะมีหน้ามาพูดอีกหรือ?”
นางหล่ายรีบเถียงขึ้นมาด้วยความโกรธ “ขโมยอะไรกัน? เจ้าพูดให้ดีนะ?”
“ถ้าไม่ได้ขอก็ต้องเรียกขโมยนั่นแหละ!!” โจวเถาเถาโต้คารม นางหล่ายหน้าแดงด้วยความโกรธหากหยวนเป่ากลับกล้าท้านาง
“ม่ายหวัง!เจ้ากล้าทำอย่างนี้กับข้า!!”
โจวเถาเถามองหยวนเป่าที่ชี้นิ้วมาที่นางอย่างขุ่นเคืองนางไม่อยากพูดจาไร้สาระกับแม่ลูกคู่นี้อีก นางจึงไล่คนทั้งสองด้วยท่อนไม้
หยวนเป่าคิดว่านางแค่ขู่เท่านั้น เขาจึงร้องท้านางว่า “เจ้ากล้าตีข้าหรือ?” ไม่ว่าโจวเถาเถาจะอารมณ์ไม่ดีอย่างไร หยวนเป่าก็ไม่เคยคิดว่านางจะกล้าตีเขา นางหล่ายที่อยู่ไม่ไกลนักก็คิดว่าเมื่อก่อนโจวเถาเถาชอบหยวนเป่ามาก นางจึงไม่คิดที่จะระวังแต่อย่างใด
หากคราวนี้โจวเถาเถากลับฟาดไม้ไปที่น่องของหยวนเป่าทันที
"โอ๊ย!” หยวนเป่าร้องด้วยความเจ็บ นางหล่ายตกตะลึง เมื่อก่อนนางพาหยวนเป่ามาเล่นกับหลังเสี่ยวเตี๋ยบ่อยๆ นางก็ดูออกจะชอบหยวนเป่ามิใช่น้อย แต่มาคราวนี้..เมื่อเห็นหวังเสี่ยวเตี๋ยตีลูกชายนางอย่างไม่ยั้งมือทำให้นางถึงกับตกใจ
“จะออกจากบ้านข้าไปหรือไม่?” เมื่อเห็นว่าหวังเสี่ยวเตี๋ยจะตีนางสองแม่ลูกอีกครั้งทั้งคู่จึงรีบวิ่งออกจากบ้านไป
“หวังเสี่ยวเตี๋ย..เจ้าใจร้ายเกินไปแล้วนะ”
นางหล่ายตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นว่าหวังเสี่ยวเตี๋ยไม่ได้วิ่งไล่ตามนางมา
“ถ้าเจ้ากล้าเข้ามาที่บ้านข้าอีก ข้าจะไปฟ้องทางการว่าเจ้าเป็นขโมย บุกรุกบ้านคนอื่น”
นางหล่ายเป็นแค่หญิงชาวบ้าน นางย่อมไม่มีความรู้ในเรื่องกฎของบ้านเมืองอยู่แล้ว นางรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้าง จึงได้แต่เดินออกมาพร้อมกับสาปแช่งหวังเสี่ยวเตี๋ย
หลังจากแม่ลูกทั้งคู่จากไปแล้ว โจวเถาเถาจึงได้ตรวจดูบาดแผลบนร่างกายของเสี่ยวหงเอ๋อ โชคดีที่เป็นแค่รอยบาดแผลภายนอกไม่ได้รุนแรงมากนัก ที่ดูรุนแรงมากกลับเป็นรอยฟกช้ำที่ใบหน้าของลูกชายกับผมตรงส่วนขมับที่ถูกดึงจนแหว่งไปเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนในทางด้านของนางหล่ายนั้นระหว่างที่นางเดินไป นางก็คิดว่าเรื่องนี้ดูผิดปรกติไปกว่าแต่ก่อน เดิมทีนางคิดมาวันนี้เพื่อหวังขอยืมข้าวสารจากหวังเสี่ยวเตี๋ยเพื่อให้ผ่านพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้ ปีที่แล้วนางก็ทำแบบนี้แม้ไม่ได้ของดีๆ อะไรไปมากนัก
หากมาปีนี้เป็นเพราะความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีเท่าเดิมนางจึงพาหยวนเป่ามาด้วย ไม่คิดเลยว่าไม่ทันได้พูดจาให้นางยกของที่มีอยู่ในครัวให้ หยวนเป่ากลับวิ่งรี่เข้าไปในครัวเสียก่อน เขาน่าจะได้ของกินอร่อยๆ มา ใบหน้าหยวนเป่าเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม เขาพูดว่า “ท่านแม่ วันนี้โดนเสี่ยวหงเอ๋อจับได้เสียก่อน ข้าเลยไม่ได้คว้าอะไรติดมือมาเลย”
นางหล่ายเป็นมารดาของเขาจะไม่รู้จักลูกชายตัวเองได้อย่างไร นางเอียงคอดูลูกชายพูดว่า “เอาออกมาให้หมด!!”
หยวนเป่ารู้สึกกลัวมารดา เขาค่อยๆ หยิบลูกชิ้นทอดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นางหล่ายรับมาทันทีหากยังคงจ้องลูกชายต่อ
“เอาออกมาอีก”
“ข้าไม่มีแล้ว” หยวนเป่าโวยวาย หากนางหล่ายไม่ฟัง นางค้นกระเป๋าของเขาจนเจอลูกชิ้นอีกสองลูก หยวนเป่าเห็นแม่เอาลูกชิ้นที่เขาซ่อนเอาไว้ไปจนหมด เขาก็หน้าเศร้าลง
นางหล่ายได้กลิ่นหอมของลูกชิ้นทอดนางกลืนน้ำลาย
อดใจรอไม่ไหว นางถึงกับกินเข้าไปในคำเดียว
อร่อยเหลือเกิน!! นางไม่ได้กินเนื้อมาถึงสองเดือนแล้ว หยวนเป่ามองนางหล่ายที่กินลูกชิ้นอย่างมีความสุข เขาคิดถึงรสชาติของลูกชิ้น เด็กน้อยกลืนน้ำลายเอ่ยปากขอมารดา “ท่านแม่..ขอข้าหนึ่งลูกเถอะ”
นางหล่ายจ้องลูกชายด้วยความขุ่นเคือง "ตอนอยู่ในครัวเจ้าก็กินไปหลายลูกแล้ว ยังจะมากินอะไรอีกเล่า?”
“ข้ายังไม่ทันได้กินเลย ท่านแม่!!.. เจ้าเด็กสารเลวนั่นเข้ามาขวางข้าไว้พอดี” หยวนเป่าคิดแล้วอดโมโหหงเอ๋อไม่ได้ เขาเตรียมคิดบัญชีแค้นเอาไว้แล้ว นางหล่ายกลืนลูกชิ้นอีกหนึ่งลูก ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากหยวนเป่า
“เด็กโง่ มัวแต่กินไม่ยอมเอาใส่กระเป๋ามาให้มากเสียหน่อย”
หยวนเป่าถูกมารดาดุด่าเขาไม่โกรธเพราะชินเสียแล้ว
“ท่านแม่ เราน่าจะกลับไปอีกนะ ที่บ้านยัยอ้วนนั่นยังมีอีกเยอะเลย” หยวนเป่าลืมความเจ็บจากการถูกฟาดด้วยไม้ เขาเพียงแต่จำได้ถึงรสชาติของลูกชิ้นเท่านั้น นางหล่ายขยับตัว แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของโจวเถาเถา นางก็ขยาด นางคงไม่เปิดประตูให้สองแม่ลูกอีกเป็นแน่
“จะไปได้อย่างไรล่ะ? นางคงไม่เปิดประตูให้เราแล้ว” นางหล่ายว่าแล้วก็เลียนิ้ว ดูเหมือนหวังเสี่ยวเตี๋ยจะอยู่ดีกินดีขึ้นจริงๆ นางถึงได้มีเนื้อกินได้ขนาดนี้ ต้องหาทางเอาเงินจากนางมาให้ได้ นางหล่ายครุ่นคิดหาวิธีระหว่างที่เดินกลับบ้าน
********
ผรร: เจอแม่ลูกแบบนี้ไปก็พูดไม่ออกเหมือนกันนะคะ TT