พาร์ทของรุกข์สายลมพัดแผ่วมาเป็นระยะทำให้กิ่งไม้เอนไหวไปมา ดอกของมันร่วงหล่นและปลิดปลิวไปตามแรง ผมนั่งลงพิงโคนต้นทอดสายตาไปยังสระบัวที่ยาวจนสุดลูกหูลูกตา ใบสีเขียวเข้มทำให้ดอกขาวสว่างเหล่านั้นดูโดดเด่นผมหยิบแอร์พอดออกจากกล่องแล้วเสียบมันเพื่อรับฟังดนตรีบรรเลงท่ามกลางเสียงฝนตกในโทรศัพท์มือถืออย่างผ่อนคลาย จากนั้นก็หยิบสัตตบุษย์ในมือมาดอมดม มันคือกลิ่นเดียวกับที่ผมเฝ้าฝันและตามหามาตลอดระยะเวลาเกือบสามสิบปีเท่าที่จำความได้“เส้นผมบังภูเขาจริง ๆ”ผมพึมพำเสียงเบาขณะหลับตาลงช้าๆ แล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามกลิ่นหอมและบรรยากาศผ่อนคลายใต้ร่มไม้ยามสายของวันหยุดสระบัวแห่งนี้ผมมาบ่อยมากในสมัยเป็นวัยรุ่น เป็นที่เข้าใจกันในครอบครัวว่าถ้าวันไหนไม่เจอลูกชายคนเล็กก็สามารถมาตามหาได้ที่นี่ จำได้ดีว่าเมื่อก่อนไอ้รุกข์จะมีจักรยานคันเล็กที่มีตะแกรงด้านหน้าพร้อมหนังสือหนึ่งเล่มและเสื่อผืนหมอนใบมานั่งๆ นอนๆ เย็นย่ำตะวันคล้อยบ่ายนู่นแหละถึงกลับพี่ภูเคยตามผมมานั่งเล่นด้วยแต่ก็ต้องรีบกลับบ้านทันทีที่โทรศัพท์แบตหมด ก็แหงดินั่งแชทกับสาวแทบตลอดเวลานี่หว่า พักหลังมันมีพัฒนาการขึ้นโดยการพกเพาเวอร์แบงค์มาด้วย แต่สุดท้ายมันก็นอนกรนเสียงดังสนั่นนอกจากไอ้ต่อแล้วผมแทบไม่มีเพื่อนสนิทคนอื่นเลย อันที่จริงสมัยประถมก็เคยมีเพื่อนเยอะแต่พอเล่าเรื่องความฝันเท่านั้นล่ะพวกมันก็ค่อยๆ แยกกันไปทีละคนสองคนเพราะไม่อยากมีใครเป็นเพื่อนกับคนบ้า แรกๆ ก็ค่อนข้างงงที่เพื่อนรอบตัวหายไปทีละคนสองคนสุดท้ายก็มีแค่ไอ้ลิงเผือกธรรมนัสที่ยังเกาะหนึบไม่ยอมไปไหนและยังเกาะเหนียวแน่นมาจนถึงทุกวันนี้พอนึกถึงรอยยิ้มเอียงอายและความพยายามในการซ่อนพิรุธของเพื่อนก็อดขำไม่ได้ ถึงไอ้เด็กแบงค์มันจะดูแบดบอยไปนิดผสมกะล่อนไปหน่อย แต่แววตาที่มองไอ้ต่อจนแทบจะสิงกันขนาดนั้นก็คงดูได้ไม่ยากหรอกว่ามันจริงจังมากแค่ไหน ผู้ชายด้วยกันดูออก (ทำอย่างกับมึงเคยมีแฟนงั้นแหละ)
“ว๊าย !”หญิงสาวส่งเสียงอุทานหลังเสียหลักพลัดตกน้ำเนื่องจากเอื้อมมือไปเก็บดอกบัวที่บานชู่ช่ออยู่กลางสระตูม !ชายหนุ่มที่แอบมองหลังต้นไม้ไม่รอช้ารีบกระโจนลงน้ำทันที เพียงไม่นานร่างสั่นเทาของหญิงสาวที่เปียกปอนกูกพาขึ้นมาบนฝั่งอย่างทุลักทุเล“ฮึก...ฮึก...”เธอสะอื้นออกมาเบา ๆ“ไม่เป็นไรแล้วนะ”ชายหนุ่มอยากยื่นมือไปสัมผัสร่างนั้นแต่กลับชะงักและหยุดมันไว้แค่นั้นคงเพราะคำนึงถึงความเหมาะสม“ฮึก...ฮึก...”“พี่บงกช!”เด็กหนุ่มอีกคนรีบวิ่งเข้ามาก่อนถอดเสื้อมาคลุมร่างของเธอเอาไว้“เอ็งทำอะไรพี่สาวข้า?”ผู้มาใหม่ผลักไหล่เขาอย่างแรงจนหลายหลังไปชนต้นไม้“ไผ่หยุด เขาเพิ่งช่วยพี่ขึ้นจากสระ”หญิงสาวร้องห้ามเสียงสั่น เธอยังคงตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ข้าขอโทษ”เด็กหนุ่มยกมือไหว้ก่อนพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้น“ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสา”เขาเดินไปหยิบผ้าที่ถอดวางไว้ตรงโคนต้นไม้มาคลุมศีรษะให้เธอก่อนส่งยิ้มให้“ข้าชื่อไม้”“ขอบคุณมากนะที่ช่วยฉันไว้”รอยยิ้มของหญิงสาวช่างงดงามราวภาพวาดของจิตรกรเอกทำให้ผมซึ่งยืนสังเกตการณ์จากระยะไกลเผลอเดินเข้าหาอย่างลืมตัว แต่นั่นก็ไม่มีใครสนใจการมีตัวตนของผมซะด้วยซ้ำหลังจากพี่น้องคู่นั้นขอตัวเดินกลับไป ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเพื่อเดินกลับ เมื่อได้เผชิญหน้ากันผมต้องรู้สึกประหลาดใจเพราะเรามีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันไปหมด จะแตกต่างก็ตรงที่เครื่องแต่งกายที่อยู่กันคนละยุคเท่านั้นร่างสูงใหญ่ที่มีเพียงโจงกระเบนเดินผ่านผมไปช้าๆ ราวกับว่าผมไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาและนั่นทำให้มั่นใจได้ว่าผมไม่ได้อยู่บนโลกความจริงนี่ผมกำลังฝันกลางวันอยู่งั้นเหรอ?“ไงพี่รุกข์”ชายหนุ่มร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เอ่ยทักหลังผมลืมตาขึ้น เขาส่งยิ้มน้อยๆ พร้อมกับยื่นขวดน้ำเปล่ามาให้“มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”ผมรับน้ำมาแล้วเปิดดื่มเพื่อดับกระหายทันที เรื่องราวเมื่อสักครู่คงเป็นความฝันสินะแต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกเพราะเมื่อสมัยเด็กผมก็มักจะฝันแบบนี้บ่อยๆ แต่ครั้งนี้ได้เห็นหน้าบุคคลเหล่านั้นชัดเจนขึ้นและนี่คือครั้งแรกที่เห็นใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่อย่างชัดเจน ราวกับว่าผมกำลังส่งกระจกอยู่ยังไงยังงั้น“ก็สักพักใหญ่ๆ อ่ะ ไม่ยักรู้ว่าพี่รุกข์ชอบมาที่นี่”เขาค่อยๆ เอนศีรษะลงมาพิงไหล่อย่างคุ้นเคย ผมยื่นมือไปขยี้เส้นผมนุ่มพวกนั้นอย่างอ็นดู“พี่นอนน้ำลายยืดป่ะ?“ยืดแค่ไหนก็หล่ออยู่ดีอ่ะแหละ”“แสดงว่า...” ไม่อยากนึกถึงสภาพตัวเองเลยให้ตายสิ“เปล่าหรอก แต่ผมสงสัยว่าพี่หลับได้ไงทั้งที่ตัวเปียก”อย่าว่าแต่ตัวเปียกเลยสมัยฝึกหนักทั้งคราบสกปรกและกลิ่นเหม็นมากกว่านี้ผมยังหลับได้สบาย“แล้วนิลมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”“ผมมาวิ่งออกกำลังกายน่ะครับ”เด็กหนุ่มจับดอกบัวข้างตัวขึ้นพร้อมกับทำท่าจะโยนทิ้งไป“อย่า !”ผมร้องห้ามพร้อมกับกุมมือเล็กนั้นเอาไว้ ดวงตากลมโตจ้องมองก่อนจะปล่อยมันพร้อมกับเบนสายตาไปทางอื่น เขาไม่เคยชอบดอกบัวมาแต่ไหนแต่ไรและถ้ามีโอกาสก็มักจะโทนมันทิ้งหรือไม่ก็เหยียบและบี้มันจนไม่เหลือชิ้นดี“นิล” เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของลุงประวิทย์ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นของคุณพ่อ เขาอายุน้อยกว่าผมสามปี จำได้ว่าในสมัยเด็กเราสนิทกันมากแต่ก็มาห่างๆ กันช่วงที่ผมเข้าโรงเรียนนายร้อยอันที่จริงก็อยากตามมาเรียนด้วยแต่ติดตรงที่ปัญหาสุขภาพเลยทำให้เขาต้องเลือกที่จะเรียนเกี่ยวกับนิเทศไอ้ต่อเคยให้ผมลองสังเกตท่าทีของนิลที่มี มันบอกว่าน้องชอบมองผมแปลกกว่าปกติ ไม่ใช่สายตาที่น้องมองพี่ชายอย่างที่ผมคิดแต่คือความรู้สึกพิเศษมากกว่านั้น แต่สำหรับผมความสัมพันธ์ในแง่นั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน ในสายตาของไอ้รุกข์แล้วนิลเป็นแค่น้องชายเท่านั้นจำได้ว่าตอนเด็กน้องจะชอบหาเรื่องมาเล่นที่บ้านผมบ่อยๆ หนักเข้านี่ถึงกับร้องห่มร้องไห้ขอให้คุณลุงพามาทั้งที่บ้านเราก็ไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่ที่พี่ภูบอกว่าน้องมันติดผมแจก็ตอนที่คุณลุงต้องทำเรื่องย้ายให้มาเรียนโรงเรียนประจำที่เดียวกันนี่แหละ ถามว่าอึดอัดไหมก็ไม่นะเพราะผมมีแค่พี่ชายคนเดียว การมีน้องชายเพิ่มอีกคนมันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ“มันสวยดีนะ หอมด้วย”ผมก้มลงไปดมดอกไม้สีขาวในมืออดไม่ได้ที่จะนึกถึงเด็กหนุ่มแว่นดำที่เจอกันไม่นาน กลิ่นที่มาจากร่างสูงโปร่งนั้นแทบต่างจากกลิ่นที่ผมกำลังดอมดมอยู่เลย“ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้ไม่ชอบมันก็ไม่รู้”เขาเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้พร้อมกับถอนหายใจยาว นึกขึ้นได้เลยล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อถ่ายรูปคู่กับผม“คงเหมือนที่พี่ไม่ชอบไปในที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านล่ะมั๊ง ไม่มีเหตุผลรู้แค่ว่าไม่ชอบแค่นั้น”ผมถอดแอร์พอดใส่กล่องแล้วหันไปมองสระที่เต็มไปด้วยสีขาวสลับเขียว ในหัวยังคงนึกถึงเรื่องความฝัน“ผมได้ข่าวเรื่องชายชุดดำแล้วนะ”ถึงมันจะเกิดขึ้นในเขตจำกัดการเข้าออกแต่คงไม่แปลกที่นิลจะรู้เพราะน้องมีเครือข่ายอย่างกับตาสับปะรด ก็แหงสิมีสื่ออยู่ในมือนี่หว่าเจ้านี่เป็นถึงเจ้าของเพจซุบซิบใต้เตียงดาราและมีธุรกิจสิ่งพิมพ์นี่นา“แล้วเราคิดไงล่ะ?”นิลน่าจะรู้ข่าวมาพอสมควรและระดับเขาก็น่าจะมีความคิดและบมวิจารณ์ดีๆ ตามสไตล์“ในมุมมองส่วนตัวนะ ผมว่าการกระทำแบบนั้นทำให้ตำรวจดูแย่ ไม่รู้สิผมว่าเหมือนมันอยากทำตัวเด่นดังหรือไม่ก็อยากเป็นฮีโร่”เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดแต่คนปกติทั่วไปก็คงคิดไม่ต่างกัน ดีแค่ไหนแล้วที่ไอ้หมอนั่นไม่โนยิ่งตายห่าอยู่ตรงนั้น“ฮีโร่ที่ไม่อยากเปิดเผยตัวตนสินะ”“พี่รุกข์คิดว่ามันเป็นใครเหรอครับ?”มีแค่ดวงตาแข็งกร้าวและน้ำเสียงดุดันภายใต้ชุดดำทั้งชุด เบาะแสแค่นี้ใครเดาถูกก็เทพเกินไปแล้ว“ไม่รู้เลยว่ะ ท่าทางคำพูดไม่คุ้นเลย”“แปลกตรงที่มันรู้ได้ไงว่ามีเหตุอยู่ที่ห้างนั้น?”“เรากำลังจะบอกว่าเป็นคนในงั้นสิ?”“แค่คิดว่ามันคงบังเอิญมากไปหน่อยที่จะรู้แล้วอีกอย่างใครมันจะแต่งตัวแบบนั้นมาเดินห้างกันล่ะจริงไหม”“เท่าที่พี่วิเคราะห์กับทีมนะ ไอ้หมอนั่นมันเหมือนมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ทุกอย่างเป็นขั้นตอนและไม่มีจุดไหนที่ผิดพลาดเลย”นึกถึงตอนนี้ขึ้นมาทีไรก็รู้สึกว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างผมกำลังถูกไอ้คนชุดดำฉีกหน้าอยู่ แล้วแบบนี้ใครจะเชื่อถือกันล่ะวะ“ถึงจะเก่งยังไงมันก็ไม่ควรทำป่ะพี่ เกิดมีคนเห็นมันเป็นไอดอลแล้วลุกขึ้นมาตั้งศาลเตี้ยพิพากษากันเองทีนี้บ้านเมืองไม่วุ่นวายกันใหญ่เหรอ?”“คงไม่มั๊ง ใครจะอยากเสี่ยงกับลูกปืนกันล่ะ”แต่ถ้ามีคนทำแบบนั้นจริงพวกผมนี่ยุ่งกันเลยนะ นอกจากต้องจัดการกับผู้ก่อการร้ายในรูปแบบนี้แล้วยังต้องป้องกันไม่ให้คนทำตัวเป็นฮีโร่และลุกขึ้นมาจัดการแทนตำรวจ“ก็ไอ้ชุดดำไงพี่ เรื่องนี้ถูกพูดถึงมากมายเลยนะในโลกโซเชี่ยลคนบางกลุ่มวิจารณ์การทำงานของตำรวจแบบป่นปี้ บางกลุ่มก็อวยมันซะจนน่าหมั่นไส้แต่เชื่อไหมว่ามันคนจำนวนไม่น้อยที่ยึดมันเป็นไอดอล”แสดงว่าเรื่องนี้มันคงกระจายไปตามโลกไซเบอร์แล้วสินะ ผมคงลืมไปแล้วว่าตอนนี้มันเป็นยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากไฟลามทุ่งโดยเฉพาะเรื่องที่มีคนลุกขึ้นมาทำตัวเด่นดังอย่างที่ไอ้ชุดดำมันทำ“อีกหน่อยคนคงลืมไปเองแหละ”ผมเป็นคนไม่ค่อยเสพสื่อแต่ก็มีดูข่าวบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับตามติดกับโลกโซเชียลเลยไม่ค่อยกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นเท่าไหร่“พี่รุกข์เชื่อผมเถอะเรื่องนี้จะยังถูกพูดถึงอีกนาน”“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ เราก็แค่ทำงานของเราไปตามปกติแค่นั้น”“มองโลกในแง่ดีจังนะ”“เหมือนเรามีอะไรอยากจะบอกพี่”เปิดมาซะขนาดนี้ใครไม่รู้ก็คงโง่เต็มที“พี่ต้องกระชากหน้ากากมันออกมาแล้วให้มันขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปต่อหน้าสื่อ นั่นแหละทุกอย่างถึงจะจบลงอย่างสวยงาม”“เขาคงไม่มายุ่งแล้วมั๊ง”“พี่เชื่อผมเถอะ คราวหน้ามันมาอีกแน่ ถ้าพี่ต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่บอกผมได้เลยนะครับ”ถึงผมจะสนิทกับน้องมากแค่ไหนแต่การวิจารณ์การทำงานและชี้แนะแนวทางแบบนี้ยอมรับว่าไม่ตค่อยชอบเท่าไหร่ อีกอย่างมันเป็นเรื่องภายในขององค์กรผมด้วย“จะไปไหนเหรอ?”นิลเอ่ยถามเมื่อเห็นผมลุกขึ้นยืน“พี่ว่าจะกลับแล้วรู้สึกเหนียวตัวอยากอาบน้ำ”“งั้นให้นิลไปส่งนะ จะได้ไปหาคุณอากับคุณน้าด้วย”“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่โทรบอกพี่ภูให้มารับก็ได้”“ให้น้องไปส่งเถอะนะครับพี่รุกข์”ผมพยักหน้ารับเมื่อเห็นใบหน้าออดอ้อนของนิลในที่สุด
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือนิลรู้ได้ไงว่าผมไม่ได้ขับรถมาเอง?
***************************อย่าเพิ่งแปลกใจว่าทำไมผมถึงหลับลงทั้งที่เปียกขนาดนั้น ตอนฝึกหนักกว่านี้หลายเท่าเข้าเรื่องดีกว่า ความฝันในวัยเด็กมันกลับมาอีกแล้วและครั้งนี้ดูจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวอีกต่างหากนั่นยิ่งกระตุ้นความกระหายใครรู้เข้าไปอีกว่าแต่ไอ้คนชุดดำทำไมถึงได้รู้ลึกรู้จริงเรื่องเหตุการณ์ปล้นหรือว่ามันจะเปนคนในอย่างที่นิลบอกจริง ๆ
เตรียมพบกับตอนต่อไป >>>>>หญิงสาวในภาพฝันวัยเด็ก