บทที่ 100
เตรียมงานเลี้ยงต้อนรับพ่อค้าจากเมืองหลวง
“ เหตุใดจึงทำใบหน้าเช่นนั้นแหละเจ้าค่ะคุณหนู ” เสียงของลี่ถังดังขึ้นด้วยความเป็นกังวล
บ่าวรับใช้คนสนิทมองผู้เป็นนายของนางที่กำลังนั่งคิ้วขมวดอยู่กลางบ้าน ใบหน้าของคุณหนูของนางในยามนี้คล้ายว่ามีเรื่องหนักหนากำลังจะประเดประดังดังเข้ามา
ลี่ถังเห็นคุณหนูของนางแบบนี้มาตั้งแต่ในช่วงยามเช้า ยามนี้จึงรู้สึกสงสัยว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่
“ เจ้าเองก็รู้ดี ยามนี้นายหญิงจื่อมอบหมายให้ตัวของข้าเป็นคนที่ดูแลจัดการการต้อนรับพ่อค้าอู่จากเมืองหลวง ”
“ นั่นก็เพราะว่านายหญิงจื่อไว้วางใจคุณหนูอย่างไรล่ะเจ้าคะ ”
“ ไม่เช่นนั้นนายหญิงคงจะไม่มอบหมายงานสำคัญเช่นนี้ให้กับท่าน ” สาวใช้ข้างกายกล่าวอย่างไร้เดียงสา
“ มันก็จริงนางอาจจะไว้วางใจข้าแต่ว่า… ”
“ เจ้าลืมไปแล้วอย่างงั้นหรือว่าภายในเมืองหลวงพวกเราก่อเรื่องอะไรเอาไว้บ้าง ”
“ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้รู้จักกับท่านพ่อค้าอู๋ เป็นการส่วนตัวแต่ว่าเขาเองก็คงจะได้ยินชื่อเสียงของข้ามาบ้าง ”
“ เพราะแบบนั้นในครั้งนี้ข้าเลยคิดว่าการต้อนรับคนที่เดินทางมาจากเมืองหลวงมันเลยกลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นสำหรับขาไปเลย ” ซูฉีแสดงใบหน้าหนักใจ
กล่าวทำตามตรง สิ่งที่มันทำให้ซูฉีกำลังลำบากใจในยามนี้ มันคือการที่นางนั้นจำเป็นจะต้องรับแขกจากเมืองหลวงเนี่ย
เพราะว่าเรื่องราวต่างๆภายในอดีตที่นางเคยก่อเอาไว้ ไม่สิควรจะเรียกว่าเรื่องราวต่างๆภายในอดีตที่ตัวละครนี้เคยก่อเอาไว้ต่างหาก
มันเลยทำให้นางนั้นรู้สึกลำบากใจ พ่อค้าอู๋เขาเดินทางมาจากเมืองหลวง แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับนางแต่ก็คงจะได้ยินชื่อเสียงอันเลวร้ายของนาง
ยามนี้นางเองก็อยู่ภายในเมืองชายแดนแห่งนี้อย่างสงบสุข ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ที่มาที่ไปของนาง
ถ้าเกิดว่าคนผู้นั้นมาและก็ปราบประกาศเกี่ยวกับเรื่องของนางออกไป นางเกรงกลัวว่านางจะอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ได้อย่างไม่เป็นสุขเหมือนอย่างเช่นตอนนี้
นั่นคือสิ่งที่ซูฉีกำลังกังวลอยู่ แต่ว่ามันเองก็ไม่ใช่ทั้งหมดมันมีหลายอย่างที่เป็นปัจจัยยิบย่อยมากกว่านั้นอีก
ลี่ถังมองเห็นคุณหนูของตนกำลังแสดงท่าทางหนักใจเกี่ยวกับ นางเองก็พอจะเข้าใจได้
ลี่ถังอยู่กับคุณหนูในทุกช่วงเวลาเมื่อก่อนที่คุณหนูของนางก่อเรื่องราวมากมาย นางเองก็เป็นคนที่อยู่กับคุณหนูเช่นเดียวกัน
เพราะแบบนั้นจึงรู้ว่าชื่อเสียงอันเลวร้ายของคุณหนูมีมากมายขนาดไหน ถ้าต้องเผชิญหน้ากับคนที่เดินทางมาจากเมืองหลวงจริงๆมันก็คงจะไม่ง่ายดายขนาดนั้น
“ เช่นนั้นคุณหนูจะเอาอย่างไรเจ้าคะ ”
“ ในยามนี้อย่างไรเสียคุณหนูก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธได้”
“ ได้แต่ตอบตกลงไปไม่ใช่หรือเจ้าคะ ”
“ นั้นสินะคงจะไม่สามารถตอบปฏิเสธได้ ”
“ เอาเถอะถึงอย่างไรเสียก็คงจะต้องยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้น ” ซูฉีได้แต่ยอมรับเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้น
ในยามนี้นางทำได้แต่เพียงแค่ว่า ทำงานที่นางได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเท่านั้น
กำหนดการเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้มันคืออีกไม่กี่วันข้างหน้า จดหมายถูกส่งมาอย่างต่อเนื่อง
รายงานเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ คาดเดาจากระยะทางการส่งจดหมายคล้ายว่าอีกประมาณห้าถึงหกวันน่าจะเดินทางมาถึงเมืองชายแดนแห่งนี้
งานต้อนรับถูกจัดขึ้นภายในโรงสุรา ซูฉีรองเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากคำที่นายหญิงจื่อมอบให้
ซูฉีลองเรียบเรียงไทม์ไลน์ของตัวละครทั้งสอง จากคำเล่าบอกว่านายหญิงจื่อและพ่อค้าอู๋ เป็นสหายกันตั้งแต่สมัยก่อน
คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นสหายการตั้งแต่ก่อนทามไลน์ภายในนิยายที่นางอ่านอีก ความสัมพันธ์ของทั้งสองผูกพันกันมานานเรียกได้ว่าเป็นสหายรักกันเลยทีเดียว
ภายในเนื้อเรื่องนิยายพ่อค้าอู๋เป็นพ่อค้าถือว่ามีชื่อเสียงคนหนึ่งเลยทีเดียว เขาเป็นคนที่เก่งกาจภายในเมืองหลวงแต่ว่าบุคลิกนั้นดูลึกลับ
ซูฉีได้แต่จัดเตรียมงานต้อนรับในครั้งนี้อย่างสุดความสามารถ พ่อค้าอู๋เดินทางมาในครั้งนี้ไม่ได้เดินทางมาเพียงคนเดียว
เขาเดินทางมากับเหล่าสหายเรียกได้ว่ามาเที่ยวชมเมืองชายแดนแห่งนี้ เพราะแบบนั้นจื่อหรานในฐานะสหายรัก
นางจึงเลือกที่จะปิดลงสุราของตนเองเพื่อเลี้ยงสหายผู้นี้เป็นเวลาหลายวัน หน้าที่ของซูฉีคือการจัดแจงภายในสถานที่แห่งนี้
นางต้องทำการเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับให้ดี ซูฉีเคยมีประสบการณ์แบบนี้ในตอนที่ทำงานอยู่บริษัท นางเคยได้รับหน้าที่ในการดูแลและจัดการงานเลี้ยง
ในครั้งนี้เองก็คงจะเป็นเหมือนกันนางได้รับหน้าที่ในการดูแลและจัดการงานเลี้ยง นางเพียงแค่ต้องทำให้ดีที่สุด
เวลาจัดเตรียมงานมีประมาณห้าวันเท่านั้น ซูฉีเริ่มจากการวางแผนก่อนว่านางจะทำอะไรบ้าง
นายหญิงจื่อเป็นผู้มีพระคุณของนาง นางจำเป็นจะต้องจัดเตรียมงานเลี้ยงให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทน
…
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วซูฉีได้เริ่มจัดเตรียมงานต่างๆ นางรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลและจัดเตรียมงานทุกอย่างภายในร้าน
ก่อนที่เหล่าแขกจะเดินทางมาถึงลงสุราแห่งนี้ต้องปิดก่อนสองวัน เพื่อจัดเตรียมสถานที่ให้พี่พร้อมกับการต้อนรับ
“ เข้าใจแล้วนี่คือเรื่องที่เจ้าวางแผนเอาไว้ทั้งหมดสินะ ” จื่อหรานใบหน้าเรียบเฉยมองแผ่นกระดาษที่ถูกร่างขึ้นมาเป็นแผนการขั้นตอนอย่างเข้าใจง่าย
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะนี่คือสิ่งที่ข้าจะจัดเตรียมเอาไว้ ”
“ นายหญิงคิดว่าอย่างไรเจ้าคะดีหรือไม่? ” ซูฉีถามเพื่อหาความคิดเห็น
นางเป็นคนวางแผนงานแต่ว่า พวกสิ่งที่คิดจะทำมันก็ต้องถามหาความคิดเห็นจากนายหญิงจื่ออยู่ดี
หลังจากที่เอ่ยถามออกไปจื่อหรานใบหน้าของนางยังคงนิ่งสนิทก่อนที่นางจะค่อยๆพยักหน้าตอบรับกลับมา ตอบกลับด้วยถ้อยคำเรียบเฉย “ ดี… ”
ซูฉีได้แต่สงสัยว่านายหญิงจื่อผู้นี้มีใบหน้าอื่นนอกจากใบหน้าแบบนี้หรือไม่ อยู่กันมาตั้งนานนางทำงานให้กับนายหญิงจื่อผู้นี้เป็นเวลานานหลายเดือน
แต่ว่าในช่วงเวลานานหลายเดือนที่ผ่านมาก็ไม่เห็นใบหน้าอื่นนอกจากใบหน้าที่แสนเรียบเฉยเลย
ซูฉีไม่สามารถคาดเดาได้เลยแม้แต่น้อยว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ และที่นางบอกว่าดีไม่รู้ว่านางนั้นกล่าวเพราะมันดีจริงๆหรือไม่
“ ถ้าเช่นนั้นเอาตามดีนะ”
“ เจ้าจัดการตามที่เจ้าต้องการเลย ”
“ ในครั้งนี้คนที่เดินทางมาล้วนแล้วเป็นคนที่รู้จักกันทั้งสิ้น อย่างที่เจ้านั่นพูดไม่ต้องใหญ่โตมากขอเพียงแค่ไม่มีอะไรขาดตกก็เพียงพอ ” นางกล่าวอย่างเรียบเฉย
การเดินทางมาในครั้งนี้ล้วนแล้วเป็นการเดินทางมาพบกันของสหาย ซูฉีได้ยินว่านอกจากพ่อค้าอู๋ที่เดินทางมาในครั้งนี้มีคนอื่นที่เดินทาง
พวกที่เดินทางมาล้วนแล้วเป็นสหายการ พวกเขาไม่ได้พบเจอหน้ากันมาหลายปีในครั้งนี้เดินทางมาหวังจะมารวมตัวกันที่ชายแดนแห่งนี้
ซูฉีจึงออกแบบงานเลี้ยงขึ้นมาถ้าให้เป็นงานเลี้ยงภายใน ไม่ได้ใหญ่โตและอลังการแต่เน้นความเรียบง่ายและส่วนตัว
แต่ว่ามันเองก็ล้วนแล้วมีของทุกอย่างอย่างไม่ขาดตกนางเห็นว่าการออกแบบเช่นนี้น่าจะเป็นงานเลี้ยงส่วนตัวที่น่าจะดูดี
การพบกันของสหายที่ไม่ได้เจอกันเป็นเวลานานคงจะไม่ได้ต้องการให้งานเลี้ยงนั้นเอิกเกริกและใหญ่โต
พวกเขาเป็นพ่อค้าไม่ใช่ขุนนาง ถ้าเป็นพวกขุนนางคงจะต้องการงานเลี้ยงที่ใหญ่โตมีสุรานารีเพียบพร้อม
แต่สำหรับเหล่าพ่อค้าแล้วไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย ซูฉีคาดเดาความคิดของพวกเขาและก็ออกแบบงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาตามที่ต้องการ
หลังจากที่เริ่มจัดเตรียมงานเลี้ยงผ่านไปประมาณสี่วันเต็มๆ
ในที่สุดงานเลี้ยงถูกจัดขึ้นจนเสร็จและมันก็ถึงเวลาที่คนพวกนั้นจะเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้
การเยี่ยมเยียมจากพ่อค้าจากเมืองหลวง เดินทางมาถึงเมืองชายแดนตะวันออกในช่วงเวลากลางเดือนสี่
จบบท