“ท่านยาย น้องชายจาง พวกท่านอยู่ข้างในหรือไม่!” เสียงร้องถามอย่างร้อนรนของกงโม่เหอดังขึ้นหน้ากระท่อมของสองยายหลานสกุลจาง
ครู่หนึ่งร่างเล็กของหญิงชราก็เปิดประตูกระท่อมหลังเล็กออกมา “นายพรานกงหรือ? พวกเรากำลังช่วยกันดองผักอยู่น่ะ เ้าอยากได้สิ่งใดเข้ามาพูดคุยกันด้านในก่อนสิ ข้างนอกอากาศเย็นเกินไป” นางจางกวักมือเรียก
“ท่านยาย..ภรรยาของข้ามาหาพวกท่านหรือไม่ ข้าตามหานางไม่เจอขอรับ”
“เฉียงอี้หรือ? นางไม่ได้มาที่นี่มาสองสามวันแล้วล่ะ นางหายไปที่ใด เ้าบ่นว่านางอีกแล้วล่ะสิ” หญิงชราขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะหันไปจ้องหน้าตำหนิจางเจียวจิ้นคราวหนึ่ง ที่เขาเป็ต้นเหตุให้สองสามีภรรยามีปากเสียงกันเมื่อวันก่อน
“ข้า..” ชายหนุ่มหน้าเสียกับถ้อยคำต่อว่าของหญิงชราไปเล็กน้อย แต่กลับพยักหน้าช้าๆ ยอมรับความจริงอย่างเปิดเผย
“นางไม่ได้มาจริงๆ หรือท่านยาย นางหายไปั้แ่เช้าแล้วขอรับ ทีแรกข้าคิดว่านางคงจะไปอาบน้ำที่ลำธารจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ผ่านไปครึ่งค่อนวันนางก็ยังไม่กลับมาข้าเลยออกไปดู พอไม่พบนางข้าเลยคิดว่านางมาหาพวกท่านเสียอีก”
“อาบน้ำริมลำธาร? อากาศเย็นอย่างนี้นางจะดั้นด้นออกไปอาบน้ำได้อย่างไรกัน! และนางก็ไม่ได้มาที่นี่ด้วย ตายจริง!! แล้วนี่นางหายไปไหนเล่า”
สองยายหลานสลับกันมองหน้าไปมาแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธให้กัน ว่าพวกเขาทั้งคู่ไม่รู้เื่นี้จริงๆ
“พี่ชายท่านค้นดูทั่วแล้วหรือขอรับ บางทีนางอาจจะไปหาผักป่าอยู่ใกล้ๆ ก็ได้” จางเจียวจิ้นถามพลางคว้าเสื้อคลุมมาสวมไว้อีกชั้น ตั้งท่าจะออกไปช่วยกงโม่เหอตามหาจ้าวเฉียงอี้อีกแรง
“ข้าดูทั่วแล้ว แต่เดี๋ยวจะลองออกไปหาอีกรอบ เ้าช่วยข้าหน่อยนะเจียวจิ้น แล้วไปเจอกันที่เรือนข้า!” ชายหนุ่มมั่นใจว่าสองยายหลานสกุลจางไม่ได้ปดเขาอย่างแน่นอน เขาไม่รอฟังคำตอบจากจางเจียวจิ้นก็รีบหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในป่าเพื่อค้นหาหญิงสาวอีกรอบ
กงโม่เหอได้แต่วิ่งไปโมโหไป นึกเจ็บใจตัวเองที่รีบร้อนออกจากเรือนพักโดยที่ไม่ได้ขี่ม้าออกมา ยามนี้คิดอยากจะมีขางอกเพิ่มขึ้นมาอีกสิบขาจะได้ออกแรงวิ่งได้รวดเร็วกว่านี้อีกสักหน่อย
คนทั้งสามแยกย้ายกันออกไปตามหาหญิงสาวจนทั่ว เสียงะโร้องเรียกชื่อจ้าวเฉียงอี้ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เป็สัญญาณให้ต่างฝ่ายต่างรับรู้กันอยู่ว่ายังไม่มีผู้ใดพบเห็นนาง
เมื่อค้นหากันจนเหนื่อยแล้ว สุดท้ายทุกคนก็กลับมารวมตัวกันที่กระท่อมของกงโม่เหอ
“นางออกจากเรือนไปั้แ่ตอนไหนกันแน่ นางไม่ได้บอกกล่าวเ้าเลยหรือไรนายพรานกง!” นางจางชักสีหน้าใส่ชายหนุ่มน้ำเสียงขุ่นมัว
“ข้าตื่นมาก็ไม่พบนางแล้วขอรับ เมื่อคืนข้าก็นอนเร็วไปหน่อย นางกลับเข้ามาในเรือนยามไหนข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำ"
กล่าวจบกงโม่เหอก็เบิกตาโพลง นึกขึ้นได้ว่าเขาพบหน้าจ้าวเฉียงอี้ครั้งสุดท้ายที่หลุมดักสัตว์ และยังไม่ได้ออกไปค้นหานางที่นั่น!
คนตัวโตผุดลุกออกวิ่งอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เพิ่งนั่งลงพักเหนื่อยได้เพียงไม่กี่อึดใจ
“พี่ชาย!! ท่านจะไปที่ใด!!” จางเจียวจิ้นสูดหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะออกแรงวิ่งตามหลังกงโม่เหอไปอีกคน ปล่อยให้นางจางได้นั่งพักเหนื่อยรออยู่ในกระท่อมเพียงลำพัง
กงโม่เหอวิ่งสุดชีวิตอีกครั้งจนมาถึงบริเวณหลุมดักสัตว์ที่อยู่ห่างจากกระท่อมของเขาไม่ไกลนัก สายตาของอดีตแม่ทัพหนุ่มกวาดไปทั่วบริเวณแต่เขายังไม่เห็นร่างของจ้าวเฉียงอี้ในบริเวณนั้น
เมื่อนึกถึงความเป็ไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นกับภรรยาตัวน้อย หัวใจของเขาก็เต้นระรัวขึ้นหลายจังหวะ เท้าทั้งสองข้างก้าวยาวขึ้นคิดอยากจะะโไปให้ถึงปากหลุมตรงหน้าให้เร็วที่สุด!
“เฉียงอี้!!” ความเหน็บหนาวเกาะกุมหัวใจของกงโม่เหอขึ้นมาฉับพลัน น้ำเสียงแ่เบาเ็ปถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากที่กำลังสั่นระริก
ภาพจ้าวเฉียงอี้นอนหมดสติ ในมือกอดผ้าคลุมไหล่ขนกระต่ายที่ตนโยนทิ้งลงไปในหลุมเอาไว้แน่น ทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจไปเสียเดี๋ยวนั้น
ชายหนุ่มะโลงไปในหลุมลึกท่วมศีรษะตนทันทีโดยไม่คิด รีบช้อนร่างงามเอามากอดไว้แนบอก
“เ้าตื่นก่อนเฉียงอี้ ข้ามาช่วยแล้ว!” ชายหนุ่มใช้มือลูบไปทั่วใบดวงหน้างาม พยายามปลุกหญิงสาวให้ฟื้นคืนสติอย่างร้อนรน
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงไม่ได้สติ กงโม่เหอก็ช้อนร่างของนางมาไว้ในอ้อมแขน พร้อมกับเงยหน้ามองปากหลุม้า
หลุมดักสัตว์แห่งนี้ถูกขุดขึ้นมาโดยฝีมือนายพรานเ้าของกระท่อมคนเก่า เพื่อใช้ดักสัตว์ใหญ่อย่างพวกสุนัขป่าหรือหมี ขนาดของหลุมจึงกว้างและลึกพอสมควรเพื่อไม่ให้สัตว์เ่าั้หลบหนีออกไปได้ง่าย
เขาเดาว่าจ้าวเฉียงอี้ก็คงจะประเมินตัวเองสูงไป โดยดูจากกิ่งไม้เล็กๆ ที่นางพยายามนำมาวางพาดเอาไว้เพื่อใช้เป็เส้นทางปีนขึ้น แต่ยามนี้กิ่งไม้เ่าั้ได้หักลงมากองอยู่ก้นหลุมเกือบทั้งหมด และเป็เหตุให้หญิงสาวต้องติดอยู่ก้นหลุมนานถึงหนึ่งวันเต็มๆ!
“เป็ข้าเองที่ทำร้ายเ้า..” ชายหนุ่มก้มลงจูบไปบนหน้าผากของหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งคลี่ผ้าคลุมไหล่ขนกระต่ายมาปิดบังใบหน้าของหญิงสาวที่แดงก่ำเพราะถูกแสงแดดแผดเผามาทั้งวันเอาไว้
ตัวเขาเองยามนี้ก็ยังรู้สึกว่าตนเองก็ประมาทเกินไป เวลานี้หากไม่มีจางเจียวจิ้นวิ่งตามหลังมาอีกคน เขาเองก็ไม่สามารถพานางออกจากหลุมดักสัตว์ได้เช่นกัน
การช่วยเหลือจ้าวเฉียงอี้ขึ้นมาจากหลุมดักสัตว์ครั้งนี้ ไม่ได้รวดเร็วมากนัก เพราะจางเจียวจิ้นยังต้องวิ่งกลับไปที่กระท่อมอีกครั้งเพื่อหาเชือกและผ้ามาห่อตัวหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะให้กงโม่เหอช่วยยกตัวนางส่งขึ้นมาบนปากหลุมได้สำเร็จ
……….
“ท่านพี่..” จ้าวเฉียงอี้ตื่นขึ้นมาใน่กลางดึก มองเห็นกงโม่เหอยืนหันหลังให้นางอยู่หน้าเตาไฟคล้ายว่ากำลังปรุงอาหารอะไรบางอย่างอยู่
“เฉียงอี้! ฟื้นแล้วหรือ! เ้ายังไม่ต้องรีบลุกขึ้นมา!” ชายหนุ่มหันมาโบกมือห้ามปราม ก่อนจะรีบตักอาหารบนเตายกออกมาวางไว้บนโต๊ะสองถ้วย
“ข้าเคี่ยวน้ำแกงไก่ไว้ให้เ้า ดื่มเสียจะได้มีแรง ข้าวต้มก็มีเ้ารีบกินเสียก่อน กำลังร้อนอยู่เลย”
หญิงสาวกะพริบตาเหลือบมองสามีอย่างไม่อยากเชื่อใจ
ก่อนที่นางจะสลบไปด้วยความอ่อนเพลียที่ก้นหลุมดักสัตว์ กงโม่เหอยังคงทำตัวร้ายกาจใส่นางอยู่เลย ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเขาก็เปลี่ยนเป็บุรุษผู้อ่อนโยน รุดเข้ามาประคองนางให้ดื่มน้ำแกงอีกแล้ว
“เหตุใดเ้าจึงโง่นัก” ฝ่ามือหนายื่นออกมาลูบศีรษะหญิงสาวเบาๆ ทำให้จ้าวเฉียงอี้ต้องหยุดชะงักการดื่มน้ำแกงไก่หอมกรุ่นไว้ก่อน
“ข้าคิดว่าจะใช้ไม้เ่าั้ปีนออกมาได้เ้าค่ะ ไม่คิดว่าพวกมันจะหักง่ายถึงเพียงนั้น”
“ข้าหมายถึงเื่เสื้อคลุมไหล่นั่นต่างหาก ถ้าเ้าอยากได้มันจริงๆ ข้าก็สามารถซื้อใหม่ให้เ้าได้อีก ทำไมต้องเอาตัวเองลงไปเสี่ยงอันตรายด้วย”
“นั่น..เป็ของที่ท่านมอบให้ข้าไว้ดูต่างหน้า..มันสำคัญกับข้ามากเ้าค่ะ”
“ที่เ้าไม่ยอมสวมมันเป็เพราะอยากเก็บเอาไว้เช่นนั้นหรือ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเข้มจ้องมองหญิงสาวที่กำลังพยักหน้าช้าๆ แทนคำตอบ ริมฝีปากของเขาค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างเบิกบานใจ
“เป็ข้าที่โง่เขลา..ข้าคิดว่าเ้าไม่ชอบมัน ข้าเลยทำเื่ไม่เป็เื่ลงไป ข้าผิดไปแล้วเฉียงอี้”
“ข้าอยากเก็บรักษามันเอาไว้ให้ดีต่างหากเล่าเ้าคะ แล้วอยู่ดีๆ ท่านก็ไม่พอใจ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าข้าทำสิ่งใดผิด” หญิงสาวร่างสะท้านเฮือก ศีรษะก้มต่ำลงอย่างอดไม่ได้ยามนึกถึงเหตุการณ์หลายอย่างที่เพิ่งผ่านมา
“เ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเลยเฉียงอี้.. โชคยังดีที่เ้าไม่ล้มป่วยไปอีกครั้งมิเช่นนั้นข้าคงให้อภัยตัวเองไม่ได้เป็อันขาด”
สายตาและน้ำเสียงอ่อนโยนของสามีทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายเป็ที่สุด กอปรกับเวลานี้นางก็หิวมากจริงๆ น้ำแกงไก่หนึ่งชามกับข้าวต้มอีกหนึ่งถ้วยจึงถูกนางจัดการจนหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว
“ข้าอยากอาบน้ำเ้าค่ะ” หญิงสาวปล่อยให้สามีเช็ดปากให้นาง พร้อมกับเอ่ยปากสิ่งที่นาง้า
“อากาศเย็น อย่าเพิ่งเลยเดี๋ยวเ้าจะป่วยไข้เอาได้ แค่เช็ดเนื้อเช็ดตัวสักหน่อยก็พอกระมัง”
“นี่เท่ากับว่าข้าไม่ได้อาบน้ำชำระร่างกายมาสองวันเต็มๆ แล้วนะเ้าคะ ทั้งตัวข้ามีแต่ฝุ่นดิน หากไม่ได้อาบน้ำข้าคงนอนไม่หลับเป็แน่”
กงโม่เหอใจหนึ่งก็อยากคัดค้าน แต่นึกถึงว่าเขาเอาแต่ขัดใจภรรยามาโดยตลอดจึงได้แต่รับปากว่าจะไปเตรียมน้ำมาให้นางอาบภายในกระท่อม