“ฉันต้องส่งข้อความรายงานตัวด้วยเหรอคะ?”
“ใช่” ธเนศพยักหน้า “เพื่อให้ผมรู้สึกไว้ใจคุณมากขึ้น คุณควรจะส่งข้อความหาผมทุกวันก่อนเก้าโมงเช้า ส่วนวันเสาร์กับวันอาทิตย์ให้ส่งทุกเที่ยง”
“คุณเนศ มันจะไม่จุกจิกไปหน่อยเหรอคะ?”
“ทำไม? คุณกลัวจะได้จ่ายค่าข้อความเพิ่มขึ้นหรือไง? เื่แค่นั้นผมจัดการให้ ผมจ่ายเพิ่มห้าหมื่นก็แล้วกัน”
พรรษาได้ยินก็ทำตาโต ยื่นหน้าเข้ามาอย่างลืมตัว “ห้าหมื่น ได้เลยค่ะ เอาเป็ส่งข้อความเช้าบ่ายเลยดีไหมคะ? คุณจะได้จ่ายทีเดียวหนึ่งแสน”
ธเนศยื่นนิ้วมาจิ้มหน้าผากของหญิงสาว ผลักเธอถอยกลับไป “ห้าหมื่นก็พอ แต่ถ้าคุณอยากส่งเพิ่มก็ตามใจคุณ”
พรรษารีบยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีคิวอาร์โค้ดมาตรงหน้าธเนศ
“รับโอนทันทีค่ะ”
“คุณมันเห็นแก่เงิน”
“คุณรู้ก็ดีแล้ว ขอเพียงได้เงินจากคุณ ฉันยินดีค่ะ”
เขาชะงัก จ้องหน้าเธอ “เงินจากผม นี่คุณไม่คิดจะเอาเงินจากคนอื่นเลยเหรอ?”
เธอยิ้มประจบ “คุณเป็บ่อเงินบ่อทองนี่คะ ฉันว่าเอาจากคุณน่าจะง่ายกว่าเอาจากคนอื่น”
“จำคำพูดคุณไว้ก็แล้วกัน ถ้าผมรู้ว่าคุณคิดไม่ซื่อลับหลังผม ผมไม่ปล่อยคุณไปแน่” เขากัดฟันพูดพลางใช้โทรศัพท์สแกนคิวอาร์โค้ดนั้นก่อนจะกดจำนวนลงไป
ธเนศเฝ้ารอเย็นวันศุกร์ด้วยใจจดจ่อ เขาสั่งให้วิษณุเคลียร์งานให้เรียบร้อยแล้วรีบกลับมาอาบน้ำแต่งตัวนั่งรอเธอที่คอนโด พอถึงเวลาที่เธอมา เขาก็นั่งเก๊กราวกับกำลังคร่ำเคร่งกับเอกสารตรงหน้า
ชายหนุ่มเหลือบมองพรรษาทำอาหารด้วยอาการอยู่ไม่สุข เขาอยากจะปิดคอมพิวเตอร์พกพาแล้วลุกไปยืนดูเธอใกล้ๆ แต่ก็กลัวเธอจะได้ใจ
‘ในเมื่อเธอเป็เ้าหนี้ ก็ต้องให้เธอทำตัวให้เหมาะสม’
เขาคิดพลางมองไปที่เธอ ตำแหน่งที่เขานั่งอยู่มองเห็นเพียงด้านหลัง แต่กลับทำให้ธเนศรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูก นึกถึงพี่ชายฝาแฝดที่รีบเลิกงานกลับบ้านไปอยู่กับภรรยาและลูกสองคนแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขามีภรรยาและลูกบ้างจะเป็อย่างไร?
วันก่อน ราเชนทร์บอกกับเขาว่าธนนท์เอาของเก่ามาขายอีกหลายชิ้นและพูดว่าจะย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ ในฟาร์มแสนรักอาจจะมีปัญหา
“คุณเนศค่ะ อาหารพร้อมแล้วค่ะ” เธอเห็นเขาเหม่อลอยก็รู้สึกสงสัย ระยะนี้บริษัทของเขาน่าจะเร่งงานเพื่อสู้กับบริษัทของภาคิณ การ่ชิงส่วนแบ่งทางการตลาดเป็เื่ใหญ่
ธเนศเดินมานั่งตำแหน่งด้านข้าง พรรษาวางจานและตักข้าวใส่ให้เขาเพียงทัพพีเดียวตามคำสั่ง ตอนเย็นธเนศรับประทานข้าวน้อยและเน้นอาหารประเภทโปรตีน เขาออกกำลังกายเป็ประจำ ร่างกายของเขาถือได้กำยำอย่างคนสุขภาพดี
เธอรินน้ำดื่มแล้วเลื่อนแก้วไปให้ เขาดื่มน้ำที่เย็นเพียงเล็กน้อยเพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็หวัด
“โปรเจกของวินเนอร์เริ่มเร็วกว่ากำหนด ฟาร์มของคุณไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“ค่ะ ทางเราพร้อมอยู่แล้ว”
“ดี ก่อนสิ้นเดือน ผลิตภัณฑ์ของวินเนอร์ต้องออกจำหน่ายได้แน่”
“เป็เพราะเอ็มวีพีหรือเปล่าคะ?”
“ก็มีส่วน โปรเจกนี้ผมคิดมาก่อนพักใหญ่แล้ว ในเมื่อเอ็มพีวีคิดจะลงสนาม ผมก็ต้องป้องกันอย่างเต็มที่” เขาจ้องพรรษาเขม็ง “อย่าให้ผมรู้ก็แล้วกันว่าคุณเป็ไส้ศึกมาสืบเื่วินเนอร์ไปบอกภาคิณ”
พรรษารีบวางช้อน ยกมือขึ้นโบกเป็เชิงปฏิเสธ “ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางหักหลังเ้าหนี้อย่างคุณเด็ดขาด”
ธเนศสะดุ้ง เธอพูดเหมือนรู้ว่าลับหลังเขาเรียกเธอว่า ‘ลูกหนี้’
“ขอให้จริงเถอะ ผู้หญิงหน้าเงินอย่างคุณ ไม่รู้ว่าจะทรยศผมเมื่อไหร่?”
“ฉันไม่หักหลังคุณแน่ค่ะ ถ้าคุณจ่ายเงินมากพอ”
ธเนศทำทีเป็เปิดเผยเื่เล็กน้อยออกไปเพราะอยากจะรู้ว่าเื่นี้จะไปถึงหูภาคิณอีกไหม? คนที่รู้แผนที่เร่งรัดเข้ามามีเพียงพรรษากับเลขานุการทั้งสี่ของเขา ถ้ายังจับไม่มั่นคั้นไม่ตาย ธเนศก็ไม่อยากจะปรักปรำใคร
ธนียาเข้ามากรุงเทพฯ ในค่ำวันศุกร์เช่นกัน พี่ชายเธอโอนเงินก้อนหนึ่งให้ตามที่เธอขอ เพื่อให้แต่งตัวสวยในคืนนี้ ม่านฟ้าออกมายืนรอที่หน้าร้านอาหาร การได้เดินคู่กับคนสวยอย่างธนียาเป็การสร้างความน่าสนใจให้ตนเองด้วย
“น้องม่าน คืนนี้แต่งตัวสวยจัง”
“สู้พี่แนนไม่ได้หรอกคะ ชุดนี้ตอนอยู่ในหุ่นว่าสวยแล้ว มาอยู่บนตัวพี่แนนยิ่งสวยกว่าเดิมอีก” สายตาของม่านฟ้า ชื่นชมธนียาอย่างเปิดเผย
หลังจากพูดคุยกันไปได้พักใหญ่ สองสาวก็เริ่มกลายเป็พี่น้องคนสนิท ม่านฟ้าเป็ผู้หญิงที่ไม่สวยมากแต่แต่งตัวจัดเรียกความสนใจของผู้ชายได้ไม่ยาก ส่วนธนียานั้นรูปร่างหน้าตาก็นับว่าเหนือกว่าผู้หญิงอื่นอยู่มาก เสื้อผ้าหน้าผมล้วนแต่งได้อย่างงดงามเหมาะเจาะ
สองสาวเดินเข้าไปในผับ สาวสวยเดินฉายเดี่ยวเข้ามาไม่จำเป็ต้องมีเงิน ผู้ชายมากมายที่นี่พร้อมจะเปย์เธอให้ดื่มกินได้จนร้านปิด
“พวกพี่ๆ นั่งอยู่โต๊ะเดิมค่ะ ม่านสืบมาแล้ว”
โต๊ะเดิมที่อยู่ด้านในมีกลุ่มเพื่อนของราเชนทร์นั่งอยู่เจ็ดคน ผู้ชายที่นั่งริมสุดยังคงเป็ราเชนทร์ ธนียาทำสายตาผิดหวังเพียงแวบเดียวก็ปรับให้เป็ปกติ
“ท่านประธานใหญ่ไม่มาด้วยเหรอคะ?” ม่านฟ้าเป็คนเอ่ยปาก เธอเองก็แอบชอบธเนศอยู่เหมือนกัน แต่ไม่กล้าออกตัวแรงจึงค่อยๆ อาศัยพี่รหัสเข้ามาตีสนิท
พินิจบอกว่าธนียาอยากจะทำความรู้จักกับราเชนทร์ ม่านฟ้าจึงได้ยินยอมพาอีกฝ่ายเข้ามาในกลุ่มนี้ ถ้าเกิดธนียาทำสำเร็จได้เป็แฟนกับราเชนทร์เธอก็จะได้อาศัยความสนิทระหว่างราเชนทร์กับธเนศเป็สะพาน
“พี่แนนคะ ที่นั่งข้างคุณเชนทร์ว่างพอดี ไปนั่งตรงนั้นก็ได้ค่ะ”
ราเชนทร์คลี่ยิ้ม “เชิญครับ”
ธนียาเดินยิ้มหวานเข้าไปนั่งใกล้อย่างรักษาระยะห่าง ราเชนทร์นึกชมหญิงสาวในใจ นอกจากจะรู้จักเลือกพูดให้น่าฟังแต่ชวนเข้าใจผิดแล้ว ยังรู้จักวางตัวให้ผู้ชายรู้สึกอยากเข้าใกล้ด้วย
“คุณธเนศไม่ได้มาด้วยเหรอคะ?” คำถามของเธอเรียบๆ คล้ายกับถามเื่ดินฟ้าอากาศ
“ครับ ่นี้บริษัทวินเนอร์กำลังปั้นโปรเจกใหม่คงจะยุ่งสักหน่อย เนศเป็ประธานบริษัท ป่านนี้คงจะหัวหมุนไปแล้ว”
ม่านฟ้าทำหน้าผิดหวัง “เสียดายจังที่ไม่ได้เจอท่านประธานใหญ่”
“น้องม่าน วันหน้ายังมีโอกาสน่า เอาไว้โปรเจกเสร็จ เดี๋ยวเนศก็ออกมาหัวหกก้นขวิดเหมือนเดิมนั่นล่ะ”
“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับหน้าตาแช่มชื่น
ราเชนทร์พอจะดูออกว่าม่านฟ้าแอบชอบธเนศ แต่เพื่อนของเขาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ รุ่นน้องคนนี้พยายามเข้ามาคลุกคลีอยู่ในวงเหล้าของพวกเขาอยู่ได้พักใหญ่และตอนนี้ยังพาเอาสาวสวยอย่างธนียาเข้ามาด้วย
“แนนนั่งข้างคุณเชนทร์คงไม่อึดอัดหรอกนะคะ”
“ไม่ครับ เชิญตามสบาย”
ธนียาเป็คนฉลาดพูดฉลาดคุย เธอไม่ชวนคุยเื่ส่วนตัวจนราเชนทร์อึดอัด เล่าเื่ของตนเองสลับบาง่แต่ไม่มากเกินไป มีบางครั้งที่หันไปพูดคุยกับคนร่วมวง ทำให้เกิดความครึกครื้น
ม่านฟ้าชวนธนียาไปเข้าห้องน้ำ ทั้งสองยืนเติมแป้งและลิปสติกหน้ากระจก ม่านฟ้าก็หันไปมองธนียา
“ท่าทางคุณเชนทร์จะชอบพี่แนนนะคะ”
“ดูเป็งั้นเหรอ?”
“ค่ะ ก็สายตาที่คุณเชนทร์มองพี่แนน ดูชื่นชมนี่ค่ะ”
“จริงเหรอ?” ธนียาทำหน้าราวกับดีใจเสียเต็มประดา
****************

