เนโครนั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับมองไปที่เอเดน และเอ่ยขึ้น
"ก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่บังเอิญไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา"
"ถ้าคุณบอกว่าเป็คนธรรมดาแล้ว ทำไมถึงไม่มีาแที่โดนคนพวกนั้นทำร้ายเลยล่ะ"
"...... เอเดน นายรู้ไหมว่าในเขตต้องห้ามนั่นมีอะไรบ้าง"
(เ้านี่เมินกันเฉยเลย) "ก็พอรู้แค่คร่าวๆ มันเป็แหล่งรวมความสกปรกของเมือง แล้วก็มีข่าวลือเื่ต่างๆ ก็ไม่แนใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร"
"รู้ไหม ที่นั่นมีทั้งการค้าทาส ยาเสพติด อาวุธ และที่แย่ที่สุดพวกมันจับชาวบ้านตาดำๆไปให้พวกคนรวยฆ่าทิ้งกันเล่นๆ ราวกับว่าเป็สิ่งของ เพียงเพราะสนองความสุขและธุรกิจของพวกมัน"
เอเดนใมากเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยิน
"ก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็เื่เลวร้ายขนาดนี้.... คุณเห็นมากับตาเหรอ"
"ใช่ฉันเห็นมัน"
"คุณ้าทำอะไรต่อจากนี้กันล่ะ จุดประสงค์ที่คุณมาอยู่ที่เมืองนี้ แล้วทำไมถึงมาบอกเื่นี้กับผม คุณไม่กลัวผมจะไปบอกพวกทหารเลยเหรอ"
"ฉันรู้เอเดนนายจะไม่บอกใคร... ถึงครั้งนี้เราจะบังเอิญเจอกัน แต่ความจริงฉันก็คอยดูความเคลื่อนไหวของพวกนายมาสักพักแล้ว"
(เ้านี่น่ากลัวแฮ่ะ แต่เราไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าถูกสะกดรอย)
"สิ่งที่ฉันอยากทำ....ฉันก็แค่อยากจะช่วยเมืองนี้ แต่ความจริงนั่นก็อาจเป็แค่เพียงคำพูดสวยหรูของฉัน ถ้าจะทำอย่างที่พูดได้ ก็ต้องใช้ความรู้ของนาย และพลังของพี่สาวนายด้วยเอเดน!"
"แปลว่าคุณเป็ผู้ได้รับพลังสินะ เพราะคนทั่วไปคงไม่มีใครกล้าพูดออกมาหรอกว่าจะช่วยเมืองแห่งนี้ ถ้าคนๆนั้นไม่มีพลังที่จะทำอะไรได้มันก็เป็เพียงคำพูดที่เพ้อฝัน ดูท่าทางคุณก็ไม่น่าใช่คนจากรัฐบาล พวกนั้นปล่อยพวกเราไว้ให้เผชิญกับเื่พวกนี้ พวกเขาไม่เคยสนเลยด้วยซ้ำ"
เนโครไม่ปฏิเสธในสิ่งที่เอเดนพูด พร้อมถามกลับไปสั้นๆว่า
"นายจะเอาด้วยหรือเปล่าเอเดน"
สิ้นเสียงเนโคร ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในบ้าน เธอได้เดินลงมายังห้องลับใต้ดินจนได้เจอกับทั้งสองคน
"พี่!! ทำไมถึงรู้ว่าผมอยู่นี่"
"เอเดนรู้บ้างไหมว่าในเมืองตอนนี้วุ่นวายขนาดไหน แล้วผู้ชายคนนั้นเป็ใคร" อเล็กเซียถามออกไปด้วยความเป็ห่วง
เอเดนจึงได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้อเล็กเซียฟัง เมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมด อเล็กเซียไม่พอใจที่เอเดนชอบทำอะไรเสี่ยงๆ การไปช่วยคนที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเป็สิ่งที่อันตราย สิ่งต่างๆ ที่ผู้ชายคนนั้นทำอาจเป็ภัยกับน้องชายของเธอ ยิ่งคนที่เอเดนได้ช่วยเอาไว้ ไปทำผิดกฏของเมืองด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็เื่ใหญ่ ทางผู้ปกครองคงไม่อาจนิ่งเฉยกับพวกเขาได้อีก
แต่ถึงเอเดนจะอธิบาย อเล็กเซียก็ไม่้าให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายกับน้องของเธอ อเล็กเซียได้จับมือเอเดนแล้วรีบพาตัวเขาออกมาจากบ้าน เธอได้บอกกับเอเดนว่าจะพาเขาไปขอโทษผู้ปกครอง และได้ให้เหตุผล ไม่ว่าเธอกับเอเดนจะทำผิดอะไร คนๆ นั้นก็จะให้อภัย แต่เอเดนที่ดื้อรั้นก็ได้สะบัดมือออก
"ตอนนี้เรามีโอกาสแล้วนะพี่ พวกเราสามารถต่อต้านเขาได้"
"อย่าฝันอะไรลมๆ แล้งๆ เลย นายก็รู้ว่าไม่มีทางที่พวกเราจะสู้กับเขาได้"
"ใช่พี่ ถ้าเราแค่สองคนไม่มีทาง แต่ตอนนี้เรามีเนโครอยู่ด้วย"
"แค่สามคนนายยังหวังอะไรอีก ฉันรู้นะว่าคนๆ นั้นเป็ผู้ได้รับพลัง เอเดนนายรู้ไหมว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในเขตต้องห้าม เ้านั่นทำอะไรไว้"
"ผมรู้ เขาเข้าไปสำรวจในเขตต้องห้ามเหมือนที่ผมบอกพี่ไป"
"แค่ที่นายเล่ามาน่ะเหรอ นายโดนมันหลอกแล้วเอเดน" เอเดนงงเป็อย่างมาก มีอะไรที่เนโครยังปิดบังกับเขาไว้ จากนั้นอเล็กเซียได้พูดต่อ
"ผู้ชายคนนั้นแอบเข้าไปในเขตต้องห้าม เขาได้ฆ่าทุกคนที่อยู่ในห้องสังหาร เขาจัดการทุกคนจนไม่เหลือใครเลย"
"ไม่จริงพี่ เขาก็แค่เข้าไปสำรวจแล้วโดนทหารพบเจอเลยมีเื่กันแค่นั้นเอง" เอเดนใที่อเล็กเซียรู้ถึงความจริงในสถานที่แห่งนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ถามไปว่าอเล็กเซียรู้ได้อย่างไร
"ใช่ แต่หลังจากที่พวกนายหนีออกมา ก็ได้มีคนเข้าไปพบศพมากมาย เื่นี้พี่ไม่ได้โกหก ก่อนที่พี่จะมา พวกทหารได้ป่าวประกาศว่ามีเหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้น ถ้าไม่เชื่อนายก็ลองถามเขาดูสิว่าจริงไหม"
"ถ้าเป็แบบนั้นก็ชั่งมันเถอะพี่ คนพวกนั้นมันเป็คนเลวสมควรถูกจัดการแล้ว และแปลว่าพลังที่เนโครมีมันคือของจริง"
"นายจะไว้ใจคนที่เพิ่งเจอกันเหรอเอเดน"
"พี่ เราไม่มีทางเลือก เราต้องทำอะไรสักอย่าง"
ไม่ว่าจะพูดยังไงอเล็กเซียก็ไม่สามารถเตือนสติเอเดนได้ เธอเลยเล่าย้อนให้เอเดนเข้าใจว่าผู้มีพลังทำอะไรกับเมืองแห่งนี้ เมื่อก่อนผู้นำคนปัจจุบันก็เป็คนที่ดี เป็ที่รักของทุกคน แต่จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนไป เขาคนนั้นได้ลุ่มหลงในพลัง และทำการยึดอำนาจ จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมกับผู้คนภายในเมือง ถึงจะจัดการกับเผด็จการคนนี้ได้ มันก็มีโอกาสที่จะเกิดเผด็จการคนต่อไปขึ้นมาแทน แต่ถึงอย่างนั้นเอเดนก็ได้บอกกับอเล็กเซีย
"ความหวังไงล่ะพี่ สิ่งที่พวกเราจำเป็ต้องมี โดยเฉพาะตอนนี้ ถ้าเราคิดแค่ว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นแบบนี้จนไม่กล้าทำอะไร หลังจากนี้เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้เหรอ ขอแค่พวกเรามีความกล้าที่จะทำ ไม่แน่น่ะบางที เราอาจจะเปลี่ยนแปลงอนาคตหลังจากนี้ก็ได้"
หลังจากเอเดนพูดจบ คำพูดที่เอเดนเอ่ยออกมามันแทงใจอเล็กเซีย เพราะเธอกลัวที่จะสูญเสีย จึงใช้ชีวิตแบบกล้าๆ กลัวๆ จนไม่ได้ทำอะไรเพื่ออนาคตของทั้งสอง ที่ผ่านมาพวกเขาก็แค่เอาชีวิตรอดไปวันๆ คำพูดที่เอเดนพูดออกมามันทำให้เธอเริ่มรู้สึกตัว มันช่วยเตือนสติและทำให้เธอเริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ภายในใจของเธออยากจะลองเชื่อในสิ่งนั้นดูสักครั้ง และเมื่อคิดได้ เธอจึงตัดสินใจลองทำตามที่น้องชายของเธอ้า
ส่วนเนโครที่แอบฟังบทสนทนาของทั้งสองคน เขาได้เดินออกมาและพูดกับทั้งสองว่า "เรามาเริ่มกันเถอะ พวกเราจะปลดปล่อยเมืองแห่งนี้กัน" เขาพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่แฝงอะไรบางอย่าง