จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่52 มุ่งหน้าสู่ภูเขาไฟโลกันตร์

    ขนสีขาวอมชมพูอ่อนๆที่ปกคลุมไปทั่วกายของซินอี้ ในร่างครึ่งอสูรกระต่าย พลันหายไปในจุดที่ยืนอยู่ในเสี้ยวพริบตานั้น ปรากฏเพียงร่องรอยผืนดินยุบตัวจนเป็นรอยปริแตกพร้อมทั้งเหล่าพฤกษาต่างโยกโคลงเคลง บูมมม!! คลืนน !! เสียงสั้นสะเทือนบริเวณรอบๆ นางในร่างอสูรครึ่งกระต่ายทะยานพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ผ่าเท้าอันฟูฟ่องได้กำลังขาอันทรงพลัง ถีบเข้าไปที่ทรวงอกของราชาเหยี่ยวอัคคีเต็มๆตูมมม!! เกว้กก!!เอ้ยย!! หมิงหลงได้อุทานออกมาอย่างตกตะลึงราชาเหยี่ยวอัคคีถึงกลับขดตัวงอเล็กน้อย “ไม่ๆ ซินอี้หยุดก่อน !!นี่ข้าเองหมิงหลง ส่วนเจ้านกนี่เป็นพาหนะของพวกเรา” เหงื่อเย็นได้ไหลจากหน้าผากของหมิงหลง “อา..เอ่ะ นี่ท่านทำให้ข้ากลัวอีกแล้วนะ!” นางพูดขณะลอยกลางอากาศด้วยแรงส่งจากลูกถีบอันทรงพลังนี่คือพฤกติกรรมของคนกลัวงั้นรึ?!!‘ผู้ใดจะไปคาดคิด เห็นน่ารักน่ารักเช่นนี้ ลูกถีกหนักเป็นบ้า!!’ หากหมิงหลงโดนเข้าไปเต็มๆ คงสลบเหมือกเป็นแน่ มันได้สอนบทเรียนหมิงหลงว่า อย่ามองผู้คนที่รูปลักษณ์ภายนอกเด็ดขาด‘ตัวข้าก็นึกว่าจะอ่อนแอจากรูปลักษณ์ที่เห็น แต่ที่ไหนได้กลับตรงกันข้ามอย่างสุดขั้ว สตรีเพศเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากยิ่ง’ ก่อนหน้านี้นางเกลือบร้องไห้เมื่อเจอสัตว์อสูรของเขา แต่ในครานี้กลับเข้ามาโจมตีซะอย่างงั้นหลังจากนั้น“เออ..นี่ ซินอี้ เจ้าคงไม่ถีบข้าเหมือนเมื่อครู่นี้ใช่ใหม?” ชายหนุ่มพูดขึ้นหยอกล้อนาง“ไม่เจ้าค่ะ ถ้าท่านทำตัวดีๆละน่ะ!!” นางตอบด้วยรอยยิ้มร่าเริง ไร้ความขุ่นเคืองในแววตาแต่อย่างใด“อ๊อคค นะ..น่ารักที่สุด” หมิงหลงตกอยู่ในมนต์สกดแห่งความน่ารักในชั่วขณะนึงนางยืนบิดไปมาเมื่อได้ยินคำชมจากชายหนุ่มรูปงามเบื้องหน้า“เอาหละ ออกเดินทางกันเถอะ ซินอี้!!” หมิงหลงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม“อื้อ !!” แก้มสีแดงอ่อนๆพร้อมเอื้อนเอ่ยเสียงในลำคอหมิงหลงได้รวบเอวนางไว้แน่นพร้อมร่างของทั้งสองหมุนรอบตัวท่ามกลางอากาศ และทยานขึ้นบนหลังราชาเหยี่ยวอัคคี พร้อมๆ กันหมิงหลงได้มองไปทางราชาเยียวอัคคี พร้อมเอ่ยขึ้น“มุ่งหน้าสู่ ภูเขาไฟโลกกันตร์ !!” “เย่ๆ!! ไปเก็บสมุนไพรกัน!!” เสียงใสๆได้ดังขึ้น อารมณ์ฮึกเหิมของชายหนุ่มสะดุดลงเล็กน้อยหมิงหลงครี่ยิ้มแหยๆ“ไปได้!!” โดยไม่ลืมสั่งอสูรเชิดให้กลับไปในที่อาณาเขตของตน และอัพพลังสะกดในจิตของพวกมันอีกรอบนึง ปีกสีแดงเพลิงขนาดมหึมาพุ่งทะยานสู่เบื้องบนฟ้า แหวกม่านเมฆากระจายตัวราวไอหมอกยามเช้าอรุณ มีสองคนชายหญิงนั้งใกล้ชิดกัน ควบรวมปราณทั่วกายยึดติดบนหลังเหยี่ยวอัคคี ปราณสีแดงเพลิงปะทุออกมาระรอกใหญ่เข้าปกคลุมทั่วร่างกายของเหยี่ยวอัคคี แรงกระพือปีกหนึ่งคราสร้างพายุหอบใหญ่ขึ้น ปีกทั้งสองได้หุบเข้าหากัน พร้อมระเบิดปราณพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุดซูมมม วี๊ดดด!!เสียงแหวกอากาศธาตุได้ดังขึ้น

    ย้อนกลับไป ที่ป้ายภารกิจระดับปราณปฐพี มุมขวาบนสุดจุดอับจากสายตา ปรากฏภารกิจสีแดง ความอันตรายอยู่ในระดับแคว้นสถานที่ ที่หมิงหลงและซินอี้มุ่งตรงไปนั้น คือจุดสถานที่เดียวกันกับภารกิจสีแดง ซึ่งระบุสถานที่อย่างชัดเจน ภูเขาไฟโลกันตร์ ภารกิจสีแดงเป็นภารกิจสำหรับกองทัพใหญ่ และมีติดประกาศที่ป้ายภารกิจทุกระดับปราณ ไม่บ่อยครั้งนักที่กองทัพรอบรวมเข้าเครียภารกิจ

    3วันล่วงเลยมาตลอด3วันอันยาวนานบนหลังของเจ้าอัคคี เขาได้พูดคุยกับซินอี้เกี่ยวกับภารกิจ เหตุใดจึงต้องไปด้วยตนเองแม้ว่าในตลาดจะมีสมุนไพรมากมายให้เลือกซื้อ ด้วยเงินค่าจ้างจำนวนถึง 2 เพชร สามารถซื้อสมุนไพร อายุ100ปีได้หลากหลายชนิดซึ่งนางได้ตอบว่า“ไม่มีผู้ใดในเมือง ยอมขายมันแม้แต่น้อยเจ้าค่ะ” นางพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง‘ถึงกลับไม่ยอมขายเชียวรึ? ต้องมีค่ามากและหายากอย่างแน่นอน’หมิงหลงไม่ได้ถามต่อ และนางเอาหมุนไพรชนิดนี้ไปทำอะไรก็ไม่มีคำตอบเช่นกัน ทว่านางได้ยื่นแผ่นหนังสัตว์ให้เขาดู ด้วยรูปลักษณ์ของมัน ทำให้หมิงหลงพอคาดเดาได้บ้างแล้ว ส่วนเจ้าราชาเหยี่ยวอัคคี ชายหนุ่มได้ตั้งชื่อมันเป็นที่เรียบร้อย เจ้า อัคคี ซึ่งปฏิกิริยาของมันเมื่อได้ยินสมยานามใหม่ของมันถึงกับหน้าบิดเบี้ยว ไม่ชอบใจยิ่งนัก แต่ไม่อาจขัดขืดได้เมื่อชายหนุ่มพูดถึงสรรพคุณ เยินยอ ชื่อที่ตัวเองได้ตั้งขึ้นมา เจ้าอัคคีทำได้เพียงถอดถอนหายใจยาวๆณ ขณะนี้พวกเขาได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ห่างจากภูเขาไฟโลกันตร์ 100ลี้ (50กิโลเมตร) ปรากฏภูเขาไฟห่างไกลออกไปจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จากจุดๆนี้ บรรยากาศรอบๆหมู่บ้าน ไร้สีสันและชีวิตแห่งมวลพฤกษา ต้นไม้นับร้อยพันแห้งตายไร้กิ่งใบ มีเพียงสีขาวเทาย้อมไปทั้งปฐพีและนภา “บรรยายากาศใช้ได้เลย ว่าไหมซินอี้?!!” หมิงหลงเหลิบมองนาง สีหน้าของนางดูกังวลเล็กน้อยสายลมหนาวปลิวไปมาดังหวีดหวิว ชวนให้ขนลุกไม่ใช่น้อย“กก..ก็ สบายมากเลยเจ้าค่ะ” นางตอบด้วยความมั่นใจ ทว่าน้ำเสียงกุกกักเล็กๆ“คืนนี้เราควรเข้าพักที่นี่หลังจากเดินทางมาตลอด3วัน เพื่อคลายความเมื่อยล้าที่สะสม และจะออกเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้” หมิงหลงพูดขึ้นปรากฏรอยยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นท่าทีใจดีสู้เสือของนางหมิงหลงสั่งให้เจ้าอัคคี ไปพักผ่อนตามใจของมันเช่นกันหลังจากนั้นทั้งสองได้เข้ามาในหมู่บ้านทันที เบื้องหน้ามีชายวัยกลางคนกำลังหาบฟืนเดินผ่านมาพอดี จึงได้เอ่ยถาม“สวัสดี ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีห้องให้เช่าพักบ้างไหม” หมิงหลงถามน้ำเสียงความสุภาพ“ยังมีผู้ใดกล้าเข้ามาสถานที่แห่งนี้อีกงั้นรึ!! มาทำภารกิจละสิ พวกเจ้าเอาชีวิตมาทิ้งแท้ๆ ข้าขอเตือน หยุดคิดที่จะเข้าไปซะ!!” ชายวัยกลางคนจับจ้องไปที่ตรานังล่าข้างเอวของทั้งสองด้วยสายตาดุดันคำพูดของชายวัยกลางคนผู้นี้ ได้สร้างความวังวลให้ทั้งหมิงหลงและซินอี้เป็นอย่างมาก

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่คุณอ่าน