28 | เราเคยรู้จักกันหรือเปล่าครับ
“โคช...” หญิงสาวยื่นหน้าแป้นแล้นเข้าไปหา หลังจากเขาส่งนักยูโดชายอีกคนเข้ารายงานตัวริมสนามแข่งเรียบร้อย “รุ้งยังไม่ได้ยินโคชพูดเลยว่ารุ้งเก่ง”
ชายหนุ่มหัวเราะหึ แล้วตอบเร็วราวกับมีเื่รีบร้อนต้องไปทำ “ก็แล้วใครว่าไม่เก่งล่ะ ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว ตอนรับเหรียญค่อยเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดยูโด”
“เดี๋ยวสิโคช” ทอรุ้งก้าวไปดักหน้าอีกทีเมื่อเขาทำท่าจะไปทางอื่น “รุ้งอยากได้คาถาของโคชน่ะ เด็ดมากเลยนะ ถึงขนาดทำให้เด็กใหม่อย่างรุ้งชนะแชมป์เก่าสายดำได้เนี่ย ขอรุ้งบ้างสิ จะเอาไว้สวดก่อนนอนทุกคืนเลย”
คราวนี้โคชของเธอหันมาเลิกคิ้วใส่ “อยากรู้เหรอว่าพี่สวดอะไร”
หญิงสาวพยักหน้ารัว กะพริบตาปริบ ๆ “อยากรู้ค่ะ อยากรู้”
“ได้ งั้นตั้งใจฟังดี ๆ นะ พี่จะบอกแค่ครั้งเดียว” ชายหนุ่มวางสีหน้านิ่งคล้ายทำสมาธิ “พี่ตั้งนะโมสามจบแล้วอธิษฐานว่า ‘ขอให้รุ้งท็อปฟอร์ม’ ”
“หา!” ได้ฟังคำตอบแล้วก็มีอันต้องอ้าปากค้าง “แค่นั้น?”
“ก็แค่นี้แหละ เอาไปสวดด้วยล่ะ แข่งคราวหน้าพี่จะได้ไม่ต้องเป่ากระหม่อมให้อีก”
แชมป์สาวคนใหม่หัวเราะเสียงใส เอามือตบหน้าผากตัวเอง
“นี่ แล้วทำไมโคชถึงขอให้ท็อปฟอร์ม ไม่ขอให้ชนะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ”
เขาชะงักเท้าที่กำลังจะเดินไปทางอื่น แล้วเปลี่ยนเป็ขยับมาใกล้ ั์ตาเข้มคู่นั้นยังไม่คลายจากความยินดี
“ถ้ารุ้งท็อปฟอร์ม ไม่ว่าสุดท้ายจะแพ้หรือชนะ พี่รู้ว่ารุ้งจะไม่เสียใจทีหลัง”
จบถ้อยคำนั้น เขาก็ก้มลงมาสบตาใกล้ ๆ วางมือลงบนกลุ่มผมชื้นเหงื่อของเธอ “ทีนี้เข้าใจหรือยัง เด็กโง่”
หญิงสาวแทบสะดุ้ง ร้องเสียงแหลมเรียกโคชอีกครั้ง แต่ไม่ทันจะหาคำพูดมาโวยวายได้ ร่างสูงใหญ่ก็ปลีกตัว เดินลิ่วอย่างอารมณ์ดีไปรวมกลุ่มกับโคชคนอื่น ๆ ที่ริมสนามเสียแล้ว
ทอรุ้งกวาดสายตาไปรอบ ๆ อัฒจันทร์และสนามแข่งขัน เธอรู้ว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ที่นี่ และตอนที่เธอแข่งเมื่อครู่ คนผู้นั้นก็คงเชียร์เธออย่างเอาเป็เอาตายทีเดียว เพียงไม่นานก็หาพบ ใครคนนั้นอยู่ในชุดกระโปรงสีโอลด์โรสสวยแปลกตา กำลังยืนกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้ามกลุ่มโรงเรียนยูโดซัน
ทอรุ้งไม่รีรอ รีบอ้อมสนามไปหา ทันทีที่ได้พบกันหญิงสาวทั้งสองก็โผกอด ะโโลดเต้นดีใจใหญ่
“ลูกไม้ แกมาั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เข้าไปนั่งกับพวกฉันล่ะ จะได้ทักทายพี่แสนย์ด้วยไง เขาจะได้ดีใจว่าแม่สาวน้อยสามทุ่มก็มาเชียร์ด้วย” ทอรุ้งยังไม่วายส่งสายตาล้อเลียน
“แกจะบ้าเหรอ ไม่เอาหรอก บอกแล้วไงว่าถอนตัว ไม่จีบแล้ว อีกอย่าง คุณแสนย์จำฉันไม่ได้หรอก”
“แกรู้ได้ยังไงว่าจำไม่ได้”
“ก็ฉันไม่เคยส่งรูปหน้าชัด ๆ ให้ดูนี่ ส่วนรูปอื่น ๆ ที่พอจะมีก็เห็นหน้าไม่ชัด หรือถึงชัด เขาก็คงไม่เข้าไปค้นดูหรอก”
“งั้นถ้ามั่นใจว่าเขาจำแกไม่ได้ ก็ยิ่งต้องกล้าเข้าไปสิ ไม่ต้องแสดงตัวก็ได้ว่าเป็คนในแชต แค่ไปนั่งกับฉัน ยังไงเขาก็จำแกไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
ทอรุ้งยังไม่ละความพยายาม จะลากเพื่อนไปด้วยกันให้ได้ แต่เพื่อนสาวผู้มาไกลจากทองผาภูมิยังคงดื้อดึง ไม่ยอมไปด้วยท่าเดียวจนเธอชักอ่อนใจ
“โอเค ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นฉันอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนแกเอง เดี๋ยวเราเชียร์พวกผู้ชายแข่งกัน”
“อย่าเลย แกไปรวมกลุ่มกับพวกยูโดซันเถอะ มายืนกับฉันเดี๋ยวพวกในทีมจะสงสัยเอาว่าฉันเป็ใคร ฉันไม่อยากเป็จุดเด่นน่ะ แกกลับไปเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้”
ไม่พูดเปล่า เพลงพนัสยังรุนหลังเธอยิก ๆ อีก ทอรุ้งไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์คนอกหักสักเท่าไร แต่ก็ยอมตามใจเพื่อน ขณะเดินกลับมาก็ยังอดคิดอย่างขำขันไม่ได้ว่า ลูกไม้ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อีกแล้ว เดี๋ยวก็เป็เื่อีกหรอก
เพลงพนัสมองเลยสนามแข่งขันไปยังฝั่งตรงข้าม ตรงนั้นเป็ที่ของยูโดซัน นักกีฬาในชุดยูโดทั้งขาวและน้ำเงินกำลังยืดเส้นยืดสาย บ้างก็วอร์ม ซ้อมกันเบา ๆ เตรียมแข่งขัน ส่วนที่แต่งกายด้วยเสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนและถือกระดาษในมือนั่นคงเป็พวกโคช
คุณแสนย์อยู่ตรงนั้น ไม่ใกล้ไม่ไกล เขายืนกอดอกดูการแข่งขันอย่างตั้งใจ หญิงสาวยิ้มบาง เพียงได้เฝ้ามองจากที่ไกล ๆ อย่างนี้ก็พอใจแล้ว จริงอย่างทอรุ้งว่า ถึงแม้ความฝันหอมฟุ้งในทุ่งลาเวนเดอร์กับยูนิคอร์นของเธอจะมีอันต้องจบลงไป แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เธอก็เคยแต่งตัวสวย ๆ มาเชียร์คุณแสนย์แข่งยูโด
เผลอแป๊บเดียวคุณแสนย์หายไปแล้ว ทั้งที่การแข่งขันในสนามยังไม่จบลง แต่มองหาเท่าไรก็ไม่เจอว่าเขาหายไปไหน
แล้วเสียงทุ้มนุ่มก็ดังขึ้นข้างกาย อาจไม่ถึงกับคุ้นหู แต่น้ำเสียงแบบนี้เธอจำได้ไม่เคยลืม
“สวัสดีครับ”
เพลงพนัสหันขวับไปทางต้นเสียงก็พบกับชายร่างสูงใหญ่ท่าทางสุภาพและเป็มิตร ในมือของเขากำม้วนกระดาษที่เดาว่าเป็ชาร์ตการแข่งขัน และที่สำคัญ เสื้อยืดสีเทาที่เขาสวมอยู่สกรีนลายพระอาทิตย์สาดแสงสีแดงซึ่งเธอจำได้ดีว่ามันคือโลโก้ยูโดซัน
คุณแสนย์!
เขายิ้มละไม คงรู้ว่าเธอใ “สวัสดีครับ เราเคยรู้จักกันหรือเปล่าครับ”
เพลงพนัสอ้ำอึ้ง สมองคล้ายเป็อัมพาตไปชั่วขณะ ก็จะไม่ให้อึ้งได้อย่างไร เมื่อคนที่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะจำเธอได้ บัดนี้มายืนอยู่ตรงหน้า ทั้งยังทักทายก่อนเสียด้วย
“ผม แสนย์ครับ” เขาแนะนำตัวเองก่อน “เหมือนผมจะเคยเห็นว่าคุณเป็เพื่อนน้องรุ้ง มาเชียร์น้องรุ้งเหรอครับ”
เพลงพนัสเพิ่งได้สติ เขาอาจเคยเห็นรูปคู่เธอกับทอรุ้งตามโลกโซเชียลก็เป็ได้ ลูกศิษย์คนโปรดนี่นะ
“น้องรุ้งเพิ่งแข่งจบไปสักพักหนึ่งเองครับ คุณคงได้ดู เล่นดีมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็น้องใหม่สายขาวเลยครับ ผมว่าถ้าเล่นต่ออย่างจริงจัง น้องรุ้งน่าจะไปได้ไกล”
หญิงสาวใจเต้นรัวราวจะกระดอนลงเด้งกับพื้น นี่เขากำลังชวนเธอคุยหรือเปล่า
แต่ปากเ้ากรรมดันตอบไปเพียงว่า “อ๋อ...ค่ะ”
ชัชแสนย์ยิ้มให้เธออีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้างั้น ตามสบายนะครับ”
“ค่ะ” หญิงสาวเค้นเสียงให้พ้นจากลำคอ
แล้วชัชแสนย์ก็หันหลังจากไปช้า ๆ หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นตาละห้อย ทั้งที่มีโอกาสได้คุยกันแล้วแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็เธอไม่คุยกับเขาเองเสียได้ โอกาสดีอย่างนี้น่ะหรือจะมีเป็ครั้งที่สอง เทพคิวปิดคงไม่ใจดีถึงขั้นนั้น คิดแล้วก็เสียดายนัก
หญิงสาวยกมือขึ้นมาตีปากรัว ๆ อย่างเจ็บใจ ก็มันอยากดื้อนัก ทำไมไม่ยอมขยับ ทำไมไม่พูด เ้าปากมันเกเรนักก็ต้องโดนทำโทษอย่างนี้
ฉับพลันนั้นเอง ชัชแสนย์ก็หันกลับมา
เพลงพนัสยกมือค้าง ไม่แน่ใจว่าเขาเห็นอะไรบ้างหรือเปล่า แต่ก็รีบรวบมือเก็บทันใด
ไม่น่าเชื่อ เทพคิวปิดใจดีกว่าที่คิดเพราะชายหนุ่มเดินกลับมา ดวงตาคมของเขาสบตาเธอนิ่งแน่วแน่ จนกระทั่งมาหยุดยืนตรงหน้าเป็ครั้งที่สอง!
แต่ถึงอย่างนั้น ปากเ้ากรรมซึ่งเพิ่งถูกทำโทษหยก ๆ ก็ยังไม่เลิกดื้อดึง เอาแต่หุบสนิทเสียได้ หญิงสาวกลั้นใจเมื่อเขายิ้มบางให้อีกครั้ง เขาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็นิ่งเสีย เปลี่ยนเป็เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงยีน กำบางสิ่งออกมาแทน
“มีอะไรจะให้ครับ”
เพลงพนัสแบมือไปตรงหน้าอย่างประหม่า ชัชแสนย์จึงค่อย ๆ คลายมือออกเพื่อวางของลงบนฝ่ามือที่รอรับอยู่...มันคือวัตถุชิ้นจ้อยที่เธอคุ้นเคย ก็เธอเป็คนซื้อมาเองจากร้านค้าเก่าแก่ข้างโรงเรียน
ทอฟฟี่รสนมกลิ่นทุเรียน
หญิงสาวจ้องขนมสีเหลืองนวลจนแทบจะเรียกว่าเพ่ง ขณะที่สมองตบตีกันอย่างหนักว่า การที่เขาอุตส่าห์เดินกลับมาเพื่อให้ทอฟฟี่แก่เธอหมายความว่าอย่างไร บนทอฟฟี่มีอะไรเขียนไว้หรือก็เปล่า หรือว่าเขาแค่อยากแบ่งขนมเธอกิน อาจจะเป็อย่างนั้นก็ได้
ก่อนที่ความคิดในสมองจะวุ่นวายวกวนไปมากกว่านี้ เสียงทุ้มจากชัชแสนย์ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าก็ดังขึ้น
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ”
เพลงพนัสเงยหน้าขวับ จ้องสบตาเขาด้วยแววตาตกตะลึง และยิ่งใมากขึ้นไปอีกจนแทบจะเผลออ้าปากค้าง เมื่อค้นพบแววระยิบระยับกรุ้มกริ่มแฝงอยู่ในดวงตาคมคู่นั้น
เขาจำเธอได้
ทั้งยังจำรสจูบของเธอได้ด้วย!
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เอ๋าาา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คุณแสนย์จำลูกไม้ได้ ทั้งที่ตอนนั้นใส่ชุดดำ ใส่หมวกแก๊ป วิ่งไล่กันมืด ๆ แต่ก็จำได้ แปลว่าถึงตอนนี้จะแต่งตัวชุดเดรสสวย แต่ความสวยก็เทียบเท่าตอนเป็หัวขโมยสินะ 5555 หยอกๆ