สวนสาธารณะบริเวณใกล้เคียง..
เลอองเดินกลับมายังมินตรา พร้อมกับชาเย็นสองแก้วในมือ เขายื่นให้เธอแก้วหนึ่งก่อนจะลงนั่งบนเก้าอี้ยาวข้างเธอ มินตรารับน้ำมาดื่มอย่างตั้งใจ.. อันที่จริงแล้วเธอเพ่งจุดสนใจไปที่ชาเย็นเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นคุยอะไรกับเขาซะมากกว่า เธอเหลือบตามองชายหนุ่มข้างๆเป็ระยะเหมือนคาดหวังให้เขาเริ่มพูดอะไรบ้าง
ชายหนุ่มดูดน้ำในแก้วนิดหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามามองหญิงสาว
“คือ.. อันที่จริงผมตั้งใจจะเข้าไปพบคุณวันนี้..” เมื่อเขาเริ่มพูด มินตราจึงหยุดดูดน้ำบ้างและหันหน้ามองเขา
“เื่เอกสาร..” เลอองเว้นวรรคเล็กน้อย “ถ้าผมจะขอเอกสารบางอย่างไปใช้สักสองสามวันจะได้มั้ยครับ ผมรับรองว่าจะเอากลับมาให้คุณเอาไปเป็ตัวประกันแน่นอน” ชายหนุ่มพูดรวดเดียวยาว
มินตราถึงกับวางแก้วน้ำลงตึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“โถ่นึกว่าเื่อะไร! ฉันก็คิดว่าจะคุยกับคุณเื่นี้เหมือนกันค่ะ” เสียงหวานพูดอย่างเร็ว
“ฉันต้องขอโทษจริงๆที่ทำให้คุณวุ่นวายขนาดนี้” มินตราก้มหัวรัวๆ เพื่อเป็การแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ
“คุณ้าเอกสารอะไรบ้างคะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับไปเอามาให้”
เลอองที่ได้ยินดังนั้น ถึงกับหายใจอย่างโล่งอก.. ตอนแรกเขานึกว่าเธอจะพูดคุยยากกว่านี้ เพราะดูจากท่าทางที่เอาเื่ของเธอเมื่อคุยกับศาสตรา
“ผมไม่แน่ใจ.. ถ้าสมตติว่าคุณ..เอ่อ..” เลอองพูดต่อแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าเขาไม่รู้จักชื่อของผู้หญิงตรงหน้าเลย! “ขอโทษนะครับ.. จะว่าไปแล้วคุณชื่ออะไรนะ?”
คำถามทำให้หญิงสาวถึงกับหลุดหัวเราะพรืด
“ฮ่าๆ.. นี่คุณคุยกับฉันทั้งๆที่ไม่รู้จักชื่อฉันเนี่ยนะ! ฉันชื่อมินตราค่ะ เรียกว่ามินเฉยๆก็ได้” เธอยังคงยังหัวเราะบางๆอยู่ ก่อนจะพยายามกลั้นยิ้มน้อยๆเมื่อรู้ว่าเริ่มทำตัวเสียมารยาทอีกแล้ว..
“อ่อครับ คุณมินตรา” เลอองยิ้มตอบ.. เมื่อเห็นเธอหลุดขำ เขาเองก็ไม่ได้มีท่าทีรู้สึกว่าเสียหน้า กลับรู้สึกขำตัวเองเช่นกัน ตาตี่ตามฉบับหนุ่มเอเชียหยี่ลงเล็กน้อย เขายกมือกระตุกขาแว่นตากรอบเหลี่ยมด้วยความเคยชิน ก่อนจะยิ้มจนแก้มบุ๋ม
“ว้าว ลักยิ้มคุณ..” เสียงหวานอุทานเมื่อเห็นลักยิ้มของอีกฝ่าย
“หืม?” เลอองตาโตเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายอีกครั้ง
“ลักยิ้ม?.. ครับ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทำให้มินตรากลับมามีสติอีกครั้ง หญิงสาวหัวเราะแห้ง ก่อนจะเกาหัวแกรกๆอย่างเก้อเขิน
“เปล่าค่ะ.. แหะๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เข้าเื่ของคุณต่อดีกว่าค่ะ” เธอยิ้ม
“ครับ.. ถ้าอย่างนั้นผมขอดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งได้ไหม เพราะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต้องใช้อะไรบ้าง”
มินตรายิ้มกว้าง “ได้สิคะ คุณสะดวกวันไหนก็มาหาฉันที่บริษัทได้ตลอดค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างเต็มใจ
“ครับ ขอบคุณจริงๆ”
หญิงสาวได้ยินดังนั้น ก็สั่นหัวริก
“อย่าขอบคุณฉันเลยค่ะ มันเอกสารของคุณทั้งนั้น คนที่ต้องขอบคุณคือฉันมากกว่า ถ้าไม่มีเอกสารของคุณ หมอนั่นคงไม่ยอมให้ฉันเป็เลขาแน่ๆ”
เลอองมองท่าทางของหญิงสาวเมื่อกล่าวถึงบุคคลที่สามก็อดหัวเราะไม่ได้ เธอดูทั้งหัวเสียปนรำคาญไปพร้อมๆกัน..
“เอ้อ.. มีอย่างเดียวที่ฉันจะขอร้อง.. คุณอย่าบอกคุณศาสตรานะคะว่าฉันให้เอกสารคุณ” มินตราบอกก่อนยิ้มแหยๆ “เดี๋ยวหมอนั่นจะอ้างนู้นอ้างนี่อีก”
“ดูเหมือนคุณจะไม่ชอบแทนสักเท่าไหร่.. แล้วทำไมถึงอยากเป็ผู้ช่วยเขานักล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยขำๆ แม้จะเพิ่งได้คุยกันครั้งแรก แต่เลอองกลับรู้สึกได้ว่าความเป็ธรรมชาติของผู้หญิงคนนี้ทำให้เขากล้าที่จะถามเื่ส่วนตัว
เธอไม่ได้ดูเลวร้ายเหมือนที่ศาสตราเคยกล่าวถึงสักนิด.. เธอดูค่อนข้างจะจริงใจ และตรงไปตรงมา.. น้ำเสียงและแววตาที่พูดบอกความรู้สึกนึกคิดของเธอได้แทบจะทั้งหมด.. แถมยังหน้าตาน่ารักอีกด้วย.. เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็เริ่มอมยิ้ม สายตาเริ่มพิจารณาใบหน้าหวานไปทีละส่วนโดยไม่รู้ตัว
มินตรามองหน้าเขา ก่อนตอบเลี่ยงๆ
“เื่มันยาวน่ะค่ะ คุณอย่าสนใจเลย”
ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ เลอองดูเหมือนจะไม่ได้สนใจคำตอบของเธอสักเท่าไหร่ ดวงตาตี๋ๆดำขลับยังคงจับจ้องอยู่บนใบหน้าหญิงสาว.. มินตราหน้าตาค่อนข้างหมวย แต่ริมฝีปากชมพูนั่นเอิบอิ่ม และเผยอน้อยๆอยู่ตลอดเวลา.. สันจมูกเล็กที่ทอดตัวยาวลงมาขลับให้หน้าหวานดูมีมิติดึงดูด..
ชายหนุ่มยังคงเงียบขณะที่พิจารณาใบหน้านั้นอยู่ สายตาที่มองจ้องมาทำให้มินตราเริ่มรู้สึกอึดอัดอีกครั้ง
เขาจ้องหน้าฉันทำไมวะเนี่ย..
ร่างบางคิดได้ดังนั้นจึงลุกขึ้นพรึบ! และได้ผล.. มันทำให้เลอองดูเหมือนจะเรียกสติของตัวเองคืนมาได้ ร่างสูงจึงลุกขึ้นตามเธอบ้าง
“เอ่อ.. ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวฉันขอตัวเลยแล้วกันนะคะ” มินตรายิ้มบางๆ ก่อนจะหันหลังก้าวไป
“คุณมินตรา ผมไปส่งได้นะ” เลอองเดินตามหญิงสาวไปเช่นกัน
“ไม่เป็ไรค่ะ คอนโดฉันอยู่ใกล้ๆแถวนี้แหละ” เธอหันยิ้มให้เขา ก่อนจะโบกมือรัวๆ และวิ่งหลบออกไป
เลอองมองผ่านหลังคนตัวเล็กที่ลับหายไป ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
ผู้หญิงคนนี้แปลกดีแฮะ.. ถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่นคงจะยิ้มให้เขาเขินๆ ก่อนจะยอมให้เขาขับรถไปส่งแต่โดยดี ในขณะที่มินตรากลับวิ่งหายไปอย่างรวดเร็วอย่างที่เขาไม่ทันจะตามด้วยซ้ำ.. คิดมาถึงจุดนี้ ชายหนุ่มถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย.. แต่แล้วก็กลับหัวเราะเบาๆกับตัวเองอีกครั้ง..
น่าสนใจจริงๆ..
บ้านอัศวภากุล..
“ชิน เชนน์ เก็บเสื้อผ้าด้วยนะ วันจันทร์ฉันจะไปภูเก็ต” ชายหนุ่มจัดการสั่งลูกน้องคนสนิท หลังจากได้รับรายงานทางโทรศัพท์ว่าบ่อนคาสิโนที่ภูเก็ตโดนรุกราน พักหลังๆนี้ก็มีเื่เกิดขึ้นบ่อย เหมือนมีคนจงใจทำให้ตำรวจมาป้วนเปี้ยนบริเวณนั้น ศาสตราจึงตัดสินใจลงไปดูแลด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ให้พวกแมลงวี่แมลงวันรับรู้ได้ว่าเขายังไม่จากไปไหน
ความจริงแล้วเขาก็เดินทางไปๆมาๆระหว่างภูเก็ต มาเลเซีย และกรุงเทพฯบ่อย เนื่องจากต้องไปดูแลแต่ละที่ให้ทั่วถึง.. แต่เพราะว่า่นี้งานที่นี่ค่อนข้างยุ่ง เขาจึงไม่ได้เดินทางมาเกือบเดือนหนึ่งแล้ว
“ครับคุณแทน จะให้พวกผมจองตั๋วเครื่องบินเลยมั้ยครับ” ชินเอ่ยถาม
“อืม จองเลย” ร่างสูงตอบ
“โอเคครับ สามที่นั่งไปภูเก็ต” ชินะโบอกเชนน์ที่ตอนนี้นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยว..” ศาสตราเอ่ยขึ้น.. ชายหนุ่มนิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะบอกลูกน้องของเขาอีกครั้ง
“สี่..” ชายหนุ่มเอ่ย.. ขณะที่ชินมองหน้าเ้านายของเขาอย่างไม่ได้เข้า “คะ.. ครับ?”
“ฉันหมายถึง จองสี่ที่นั่ง” ศาสตราเบี่ยงหน้าเล็กน้อยไปมองลูกน้องคนสนิท ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก.. เหมือนกับว่ากำลังจะเจอเื่สนุกๆอีกแล้ว..
เช้าวันจันทร์..
“เชนน์ นายเข้าไปตามมินตรา เดี๋ยวฉันจะรออยู่ในรถ” ร่างสูงสั่ง เมื่อลูกน้องของเขาขับรถมาถึงบริษัท ศาสตราอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว เมื่อกำลังคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะโวยวายขนาดไหนถ้าหากรู้ว่าเขากำลังจะไปภูเก็ต.. และจะพาเธอไปด้วย!
“เอ้อ.. แล้วก็ไม่ต้องบอกนะว่าเรากำลังจะไปไหน บอกแค่ฉันสั่งให้เธอมาหาที่รถ” เชนน์มองเ้านายของเขาอย่างงงๆ แต่ก็พยักหน้ารับ
“ครับ..”
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ร่างบางที่คุ้นเคยก็ปรากฏตัวขึ้น.. มินตราขมวดคิ้วมองเ้านายของเธออย่างไม่ไว้ใจ ริมฝีปากบางเบ้ลงชัดเจน..
จะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย..
เชนน์เปิดประตูรถให้หญิงสาว ก่อนจะผายมือเป็สัญญาณให้เธอเข้าไปนั่ง มินตรามองลูกน้องคนสนิทของศาสตราอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็ยอมเข้าไปนั่งโดยไม่ถามอะไร
“ออกรถ” ทันทีที่ร่างบางเข้ามา ชายหนุ่มก็สั่งลูกน้องอีกคนที่เป็คนขับทันที
หญิงสาวมองชายหนุ่มข้างเธออย่างงุนงง คิ้วเรียวขมวดกันเป็ปมก่อนเธอจะเอ่ยขึ้น
“คุณศาสตรา ฉันจำไม่ได้ว่าเรามีประชุมนอกสถานที่วันนี้นะคะ”
“เงียบเถอะน่า เดี๋ยวก็รู้” ชายหนุ่มทำเสียงดุ ขณะที่ในใจกำลังะเิเสียงหัวเราะรอคอยดูว่าหญิงสาวจะทำหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะไปไหน
ร่างบางทำเสียงจิ๊จ๊ะ อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก..
อะไรของเขานะ ผู้ชายคนนี้..
เธอเหลือบไปมองชายหนุ่มข้างๆที่นั่งอมยิ้มอยู่กับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ..
ลางสังหรณ์ไม่ค่อยจะดีเลยแฮะ..
เพียงไม่ถึง 30 นาทีรถคันหรูก็จอดสนิทอยู่หน้าสนามบิน เชนน์เดินลงมาเปิดประตูให้ศาสตราและมินตราเพื่อเข้าสู่ประตูทางเข้าของท่าอากาศยานภายในประเทศ ก่อนจะกลับลงไปนั่งเป็เพื่อนชิน เพื่อเอารถเข้าไปจอด
“นี่เรามีนโยบายมารับลูกค้าถึงสนามบินเลยเหรอ” หญิงสาวถามเขาทันทีที่ลงจากรถ ทว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากอีกฝ่าย
ร่างสูงเดินสวบๆ นำเธอเข้าไปข้างใน
“นายนี่มัน..” ร่างบางค้อนมองตามหลังชายหนุ่ม ก่อนจะพ่นลมออกทางไรฟันอย่างหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะเดินตามเขาเข้าไปข้างใน
ร่างสูงเดินเข้าสู่ตัวสนามบิน ก่อนจะแวะลงนั่งบริเวณเก้าอี้ที่สังเกตเห็นไม่ได้ยาก เพื่อรอลูกน้องทั้งสองคนของเขา มินตราที่เดินตามมายืนจังก้าหน้าชายหนุ่มก่อนจะทำหน้าจริงจังใส่เขา
“คุณศาสตรา.. ตกลงเรามาทำอะไรกันที่สนามบิน.. คะ” ร่างบางกอดอกถาม.. เสียงหวานที่ลงท้ายบ่งบอกได้ถึงความกวนประสาท
เมื่อได้ยินดังนั้น ศาสตราจึงยิ้มขึ้น ก่อนจะตอบกวนๆกลับบ้าง
“มาสักผ้ามั้ง.. มาสนามบินก็ต้องเดินทางสิ” คำตอบยียวนกวนใจ ทำให้มินตราอย่างจะตอกหน้าเขาสักหมัด ติดอยู่เพียงแต่ว่าเื่ที่เธอจะถามต่อนั้นมันสำคัญกว่า
“เดินทาง?.. ล้อเล่นกันใช่ไหม” มินตรายังคงน้ำเสียงนิ่ง เพียงแต่หัวใจคนตัวเล็กเริ่มเต้นรัว เพราะเกรงว่าเขาจะไม่ได้ล้อเล่น..
ร่างสูงนิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะกระตุกยิ้มบางๆอีกครั้ง
“ไปภูเก็ต” ศาสตราตอบสั้นๆ ขณะที่มันไม่ได้สั้นสำหรับมินตราเลย.. ร่างบางเบิกตาโตอย่างใ.. ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็สงสัยแทน
“แล้วคุณลากฉันมานี่ด้วยทำไม? คุณคงจะไม่ได้..” คิดมาถึงเพียงเท่านี้ มินตราก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าลางสังหรณ์ที่เธอมีมันแม่นจริงๆ!
“ใช่.. เธอต้องไปด้วย” ศาสตราตอบ.. มาถึงเพียงเท่านี้ร่างสูงก็ยิ้มหน้าระรื่นเมื่อเห็นใบหน้าที่ร้อนรนของหญิงสาว
“แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันก่อน!!!” มินตราโวยวาย และมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจใหญ่.. ่เวลาที่ยายนี่โวยวายนี่แหละ..
สนุกสุดๆ!
“ฉันลืม” ร่างสูงตอบสั้นๆ แต่หน้าตากวนประสาทของเขาบอกได้เลยว่าโกหกฉากใหญ่.. มินตรามองใบหน้าจอมกวนนั้นก่อนจะยกมือเท้าสะเอว ใบหน้าหวานคิ้วขมวดพูดอย่างโกรธๆ
“นี่คุณแกล้งฉันใช่ไหม!!”
ศาสตราหลิ่วตามองหญิงสาวก่อนจะตอบเสียงสูง
“เปล่านี่ ทำไมผมต้องแกล้งคุณด้วย”
ร่างบางถอนหายใจเสียงดัง ทั้งโมโหทั้งปลง.. ถ้าเป็แต่ก่อนเธอคงจะะโใส่หน้าเขา และเดินกลับออกไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านไปแล้ว.. แต่เธอรู้ดีว่าไม่ว่ายังไง หมอนี่คงจะลากเธอไปให้ได้ มินตราตัดสินใจเดินไปนั่งลงข้างเขา ก่อนจะส่งสายตาไปให้ราวกับจะพูดว่า
หึ.. คุณยั่วฉันไม่ได้หรอกคุณศาสตรา!
หลังจากนั้นไม่นาน ชิน และเชนน์ก็เดินเข้ามาภายในสนามบินพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ..
“นี่เราไม่ได้จะไป-กลับเหรอคะ” หญิงสาวถามเสียงหลง “ฉันไม่ได้เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าเลยนะ”
แม้จะได้ยินคำเรียกร้อง.. แต่ร่างสูงก็ทำเป็ไม่สนใจ ก่อนจะเดินฉับๆไปเช็คอิน และเข้าไปรอในเกจโดยไม่สนใจคนที่ตามเขาเลยแม้แต่น้อย
“คุณแทนไม่ได้บอกคุณเหรอครับว่า เราจะไปภูเก็ต” ชินขมวดถามหญิงสาวด้วยความสงสัย มินตรามองหน้าเขา ก่อนจะตอบอย่างปลงๆ
“ไม่ได้บอกค่ะ”
ชินมองหน้าเพื่อนอีกคน ขณะที่เชนน์ก็แสดงท่าทางงุนงงเช่นเดียวกัน..
“อย่ากังวลไปเลยครับคุณมินตรา.. เวลาคุณแทนทำอะไร เขามักคิดล่วงหน้าเสมออยู่แล้ว” เชนน์ปลอบเธอ.. แม้ว่าเขาก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเ้านายของเขา้าอะไรกันแน่..
หญิงสาวมองหน้าลูกน้องของนายศาสตราสลับไปมา..
“ฉันไม่ได้กังวลหรอกค่ะ เ้านายพวกเธอก็คงแค่อยากจะแกล้งฉันตามเคย” มินตราตอบก่อนทำหน้าเหนื่อยหน่าย..
กว่าจะครบ 3 เดือน.. เธอต้องกลายเป็ผู้หญิงที่มีความ อดทนขั้นสูงมากแน่ๆ!!!
ภูเก็ต..
หลังจากเครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติของจังหวัดภูเก็ต ก็มีคนขับรถตู้มารับทั้งสี่คนไปยังบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีกว่าเท่านั้น.. เท่าจากที่มินตราคาดเดาบ้านหลังนี้คงจะเป็บ้านอีกหลังของนายศาสตรากระมัง..
“คุณหนู!” หญิงสาวร่างท้วมหน้าตาใจดีคนหนึ่ง กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาจากภายในบ้านเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มได้กลับมาแล้ว
“ป้าจันทร์” ศาสตราตอบรับเสียงเรียก ก่อนจะเดินเข้าไปหาป้าจันทร์.. ผู้หญิงที่ดูแลเขามาั้แ่เกิด.. ร่างสูงก้มตัวลงกอดหญิงร่างท้วมก่อนจะยิ้มบาง
มินตรามองภาพนั้น ก่อนจะขยี้ตาตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ.. กระแสความอบอุ่นที่พัดเข้ามาเมื่อครู่มันคืออะไรกัน?..
ผู้ชายอย่างนายศาสตราน่ะเหรอ.. หญิงสาวตบแก้มตัวเองเบาๆเพื่อมองความจริงตรงหน้า
“หายไปเสียนานเลย.. ป้าก็เป็ห่วงอยู่” หญิงสาวร่างท้วมกล่าว ก่อนจะจับบ่าชายหนุ่มตรงหน้าเธอ “ผอมลงนะคะคุณหนู” เธอกล่าวต่อสีหน้าไม่สบายใจ
“่นี้แทนยุ่งน่ะครับป้า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปเกาะอีก” ชายหนุ่มตอบ ยิ่งทำให้หญิงร่างท้วมมองเขาด้วยความห่วงใย “คุณหนูต้องพักบ้างนะคะ”
ศาสตรานิ่งเงียบ.. เขารู้ดีว่ามันยากแค่ไหนที่จะทำตามที่ป้าจันทร์บอก ชายหนุ่มยิ้มบางๆ “จะพยาพยามครับ”
“แล้วนั่นใครตามมาด้วยคะ” ป้าจันทร์ถามขณะที่มองผ่านแว่นตาทรงเสี้ยงพระจันทร์ของเธอมายังมินตรา
ชายหนุ่มเอียงหน้าหันไปมองเล็กน้อย “เลขาน่ะครับ”
หญิงวัยกลางคนมองหญิงสาวที่ยืนห่างออกไป สลับกับชายหนุ่มตรงหน้า.. คิ้วดกยุ่งเลิกขึ้นเชิงประหลาดใจ
ป้าจันทร์ไม่ว่าอะไร เพียงแต่พยักหน้าเป็เชิงรับรู้.. นอกจากคุณพลอยทะเล.. บ้านนี้ไม่ได้ต้อนรับผู้หญิงมานานมากแล้ว.. คุณหนูของเธอคิดอะไรอยู่นะ..
“แม่นั่นไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเลย เดี๋ยวป้าจันทร์ช่วยดูแลหน่อยนะครับ ผมขอตัวไปพักผ่อน” ว่าแล้วเขาก็เดินเข้าไปในตัวบ้าน ปล่อยให้ผู้ช่วยคนเก่งยืนงงอยู่ที่เดิม
“ไอ่ชิน ไอ่เชนน์ แกสองคนตามไปดูแลคุณแทน เดี๋ยวฉันจะดูแลคุณคนนั้นเอง” ป้าจันทร์หันไปออกคำสั่งกับหลานชายทั้งสองคน แม้จะไม่ใช่สายเืเดียวกัน แต่หล่อนก็เลี้ยงเด็กสองคนนี้มาพร้อมกับคุณหนูของหล่อนั้แ่เด็ก
ป้าจันทร์มองชิน เชนน์วิ่งไล่หลังศาสตราไป ก่อนจะหันไปหาเลขาของคุณหนูของเธอ
“คุณคะ เดี๋ยวป้าพาไปห้องพักค่ะ” หญิงร่างท้วมหันไปหามินตรา ก่อนจะผงกหัวเป็สัญญาให้เธอเดินตามหล่อนไป
ขณะที่ร่างบางเดินตามจันทร์ไปนั้น.. เธอก็พูดขึ้นอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตน
“ป้าไม่ต้องเรียกว่าคุณก็ได้จ้ะ เรียกว่ามินตราเฉยๆก็ได้”
ป้าจันทร์ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มบาง.. อย่างน้อยก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภท กรี๊ดกร๊าด ร้องวี๊ดว๊าย ที่ชอบมาไล่ตามคุณหนูของเธอ.. หล่อนผลักประตูห้องนอนที่ใช้รับแขกเข้าไป ก่อนจะตอบหญิงสาว
“ไม่ได้หรอกค่ะ อย่างไรเสียคุณก็เป็แขกของคุณหนู” ป้าจันทร์เว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“ถ้ามีอะไรก็เรียกป้า หรือเด็กรับใช้ได้นะคะ เดี๋ยวจะให้เด็กมันเอาชุดที่คุณน่าจะพอใส่ได้มาเตรียมไว้ให้”
พูดจบหญิงร่างท้วมก็ปิดประตูเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวเดินสำรวจห้องนอนของเธอ มินตราทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มไซส์คิงที่ถูกจัดไว้ให้ ร่างบางเหม่อมองเพดานสีขาวอยู่ครู่หนึ่ง..
ก๊อกๆๆ ๆ
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำให้ร่างบางต้องลุกออกจากเตียงไปเปิดประตู
“นี่เสื้อผ้าของคุณค่ะ” เด็กรับใช้ที่เธอไม่เคยเห็นหน้ายื่นเสื้อผ้าสามสี่ชิ้นให้เธอ..
“เดี๋ยวจ่ะ.. แล้วเอ่อ.. นายศา.. เอ้ย.. คุณศาสตราล่ะคะ” มินตราถาม ก่อนที่หญิงสาวจะปิดประตูกลับออกไป
“คุณแทนพักผ่อนอยู่ที่ห้องค่ะ..” หญิงสาวตอบ
มินตราพยักหน้าเป็เชิงรับรู้ ก่อนจะปิดประตูลง ร่างบางตัดสินใจเข้าห้องน้ำ ชำระร่างกายก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดสบายๆที่เพิ่งได้รับมา.. หญิงสาวเลือกชุดเดรสยาวสีขาวทรงลูกหมีเพราะเป็ผ้าเนื้อบางเบาที่น่าจะใส่สบาย
หลังจากนั่งๆนอนๆอยู่เกือบสองชั่วโมง มินตราก็ทนไม่ไหว จึงออกจากห้องของเธอ ก่อนจะเดินไปเรื่อยๆ สำรวจตัวบ้าน ภาพถ่ายที่ดูค่อนข้างจะเก่าที่ติดผนังอยู่เป็ภาพชายหญิงคู่หนึ่ง ถัดมาเป็ภาพเด็กน้อยอายุไม่น่าจะเกินสองขวบ..
หน้าตาบึ้งตึง
“คิก..” ร่างบางหัวเราะขึ้นมา.. เมื่อคิดได้ว่าเ้าของภาพนั่น คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเ้านายหลายอารมณ์ของเธอเอง
“คุณแทนเธอเอาแต่ใจั้แ่เด็กน่ะค่ะ” เสียงป้าจันทร์ดังขึ้นข้างหลัง จนมินตราสะดุ้งเบาๆ
หญิงสาวยิ้มตอบ “หนูพอจะรู้สึกได้ค่ะ”
ป้าจันทร์มองหญิงสาวอย่างเอ็นดู หล่อนรู้สึกถูกชะตากับแม่หนูคนนี้เสียงจริง..
“คุณทำงานกับคุณแทนมานานแล้วหรือคะ” หญิงสาวถามต่อ
“ก็เกือบจะสองอาทิตย์แล้วค่ะ” มินตราตอบ ขณะที่เธอเดินไปหยุดอยู่ที่รูปภาพของเด็กสามคน
เด็กชายสองคนยืนโดยที่มีเด็กหญิงตัวเล็กคั่นกลาง เด็กชายคนหนึ่งใส่สูทสีดำสนิท ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ดูจากหน้าตาแล้วไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงจะเป็นายศาสตราแน่นอน ขณะที่อีกสองคน...
หน้าคุ้นๆทั้งคู่เลย..
“รูปนั้นถ่ายวันปลงศพของคุณท่านน่ะค่ะ” ป้าจันทร์กล่าว เมื่อเห็นสายตาสงสัยของมินตราที่จ้องมองไปยังรูปนั้น
“คุณท่าน?” ร่างบางขมวดคิ้ว.. ก่อนจะถึงบางอ้อในวินาทีถัดมา
“คุณพ่อของนาย..เอ้ย คุณแทนเสียไปนานแล้วหรือคะ” มินตรากล่าว ก่อนจะทำหน้าสลด เธอเองก็เสียแม่ไปั้แ่เล็กเช่นกัน..
“แล้วคุณแม่?..” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสงสัย ป้าจันทร์กลับเงียบกริบ ตัวแข็งจนสังเกตได้.. ท่าทางอ้ำอึ้งบอกได้ชัดเจนว่าไม่อยากจะพูดถึงคุณผู้หญิงของบ้านสักเท่าใด
พูดมากเกินไปกว่าความจำเป็เสียแล้ว..
“ป้าว่าคุณอย่าไปสนใจเลยค่ะ ไม่ทราบว่าหิวหรือยังคะ เดี๋ยวป้าไปเอาอาหารว่างมาให้” จันทร์ถามเปลี่ยนเื่ ก่อนจะหันหลังกลับทำท่าจะเดินไปยังห้องครัว แต่แล้วหล่อนก็ตัดสินใจหันกลับมาหามินตราอีกครั้ง
“ทำงานกับคุณหนู อาจจะลำบากสักหน่อย เพราะเธอค่อนข้างจะเอาใจยาก แต่ถ้าคุณอดทนและเข้าใจเธอ ป้าเชื่อว่าสักวันคุณจะรู้ว่าคุณหนูไม่ได้เป็อย่างที่คุณเห็นนะคะ” รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของความชรา ป้าจันทร์พยักหน้าให้กำลังใจมินตรา ก่อนจะเดินจากไป..
หนูคงอยู่ไม่ถึงเวลานั้นหรอกค่ะ.. รอยยิ้มแหยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน ร่างบางกระซิบในใจตอบโดยที่อีกฝ่ายไม่มีทางได้ยิน..
อีกสองเดือนครึ่ง.. เพียงสองเดือนครึ่งเท่านั้นที่เธอต้องคนกับอารมณ์แปรปรวน ความกวนประสาทของหมอนั่น!
CR.SQW