“คือ...อะฮึ่ม...จะบอกดีมั้ยนะ...”
คลั้บซ์ทำน้ำเสียงเล่นตัวเพื่อยั่วให้ทั้งสามคนเกิดความสนใจ
“ช่างเถอะ...ระวังด้วยแล้วกัน...พวกเราส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับเผ่าพันธุ์ของนาย”
ลีออนหันหลังเดินไม่สนใจ พรางบอกลาด้วยความเป็ห่วง
“เดี๋ยวซี่...ไม่อยากรู้เหรอว่าฉันมาทำไมแถวนี้ ทั้งที่รู้ว่าอันตรายสำหรับคนอย่างพวกฉันน่ะ !!!”
คลั้บซ์พยายามรั้งลีออนไว้ เมื่อการเรียกร้องความสนใจของเขาถูกเมินอย่างไร้ราคา
“มันก็ไม่ใช่เื่ของผมอยู่ดี...ถ้านายอยากบอกก็คงบอกไปแล้วล่ะ แต่ถ้าไม่...จะถามยังไงนายก็คงไม่บอกหรอก”
ลีออนพูดพรางเดินไปทางสองสาวด้วยท่าที่ไม่แยแสกับการหว่านล้อมของคลั้บซ์แม้แต่นิดเดียว
“เอ้อ...นั่นสินะ...เ้านี่ก็พูดถูกแฮะ...คืองี้...ฉันจะบอกละนะ”
คลั้บซ์ทำหน้ายิ้มหลับตาราวกับว่าตัวเองกำลังเป็ตัวหลักของ่เวลานี้ที่ทุกคนต้องฟังเขา
แต่มันไม่ใช่แบบนั้น ทั้งสามคนเดินคุยกันต่อไปโดยไม่หันหลังกลับมามองราวกับไม่มีคลั้บซ์อยู่ในสถานการณ์นี้เลยด้วยซ้ำ
“เฮ้ยยย...เดี๋ยวซี่...ไม่มีมารยาทเลย คนกำลังจะบอกความลับ ตั้งใจฟังกันหน่อยสิ”
คลั้บซ์วิ่งไปขวางหน้าทั้งสามคน สุดท้ายแล้วก็เป็ตัวเองนั่นแหละที่อยากจะบอกคนอื่น
“เอาล่ะ...ฟังให้ดีๆ นะ...”
“คืออย่างนี้...”
“เื่มันมีอยู่ว่า”
คลั้บซ์มัวแต่อารัมภบททีละประโยค ไม่เริ่มเล่าเนื้อหาสักที
“ไปกันเถอะ...เสียเวลาชะมัด”
เอสต้าหมดความอดทนจึงชวนทุกคนเดินทางกันต่อ คลั้บซ์จึงได้แต่ทำหน้าหมาหงอย แล้ววิ่งตามไปดังหน้าไว้อีกครั้ง
“ฉันมาหาดันเจี้ยนระดับพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้นแถวนี้...!!!”
สิ้นเสียงของคลั้บซ์ ทุกคนก็หยุดเดินแล้วฟังอย่างตั้งใจ
“ฮั่นแน่...อยากรู้แล้วอ่ะดี้...”
คลั้บซ์ยังทำท่าทางกวนใจเหมือนเคยทำให้เอสต้าเริ่มที่จะเหลืออดแล้ว
“ถ้าจะบอกก็บอกมา อย่าลีลา...ถ้าไม่บอกก็หลบไป เสียเวลา”
จบประโยคของเอสต้า ทำให้คลั้บซ์ทำหน้าช็อคที่ถูกตะคอกใส่อย่างไร้ปราณี ก่อนจะค่อยๆ ล้วงมือไปหยิบเอาสิ่งของขึ้นมาจากช่องด้านข้างของกระเป๋าสะพายใบใหญ่
ลักษณะสิ่งของนั้นเป็ทรงแบนกลมมีปุ่มกดที่้าเพียงปุ่มเดียว คล้ายกับนาฬิกาพกพาขนาดเท่าฝ่ามือ
“ฉันตรวจจับสัญญาณของประตูมิติดันเจี้ยนระดับพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นในละแวกนี้เมื่อสามวันก่อนได้น่ะ”
ตอนนี้ลีออนเริ่มจะสนใจในสิ่งที่คลั้บซ์พูดออก โดยเฉพาะเ้าอุปกรณ์อันน่าสนใจนี้มันช่างดึงดูดลีออนเหลือเกิน
“ไอ้...เ้าเครื่องนี่...นายเอามาจากไหนเหรอ มันมีขายทั่วไปที่สมาคมไหม ราคาเท่าไหร่”
คำถามที่ดูจริงจังของลีออนทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคลั้บซ์ทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า...มันคือ [D-RADAR] ไม่มีขายที่ไหนหรอก...ฉันประดิษฐ์มันขึ้นมาเองจากเศษหินอุกกาบาตดำเชียวนะ”
คลั้บซ์ดูภูมิใจในสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้มากทีเดียว
“ถ้ามันมีขายทั่วไป ก็ต้องมีคนมาแถวนี้เยอะแยะแล้วซี่ เ้าเซ่อเอ๊ยยยย!!!”
ได้ทีคลั๊บซ์ก็ทำเป็ข่มลีออน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่พูดออกมาจะไม่ได้ทำให้ลีออนเ็ปอะไร เมื่อเห็นดังนั้นคลั้บซ์จึงพูดต่อไปว่า
“เพื่อตอบแทนที่นายมาช่วยไว้ ฉันจะให้นายไปร่วมเข้าดันเจี้ยนด้วยกันก็ได้ ถือว่าหายกันนะ...ดีมะ?”
สายตาเ้าเล่ห์ของคลั้บซ์กับรอยยิ้มที่แสนไม่ธรรมดาพูดออกมาเหมือนจริงใจ
แต่ที่จริงแล้วถ้าเขาเข้าไปในดันเจี้ยนเพียงลำพังอาจจะหาไอเท็มในดันเจี้ยนได้ไม่มาก และยังต้องเสี่ยงกับอันตรายที่คาดไม่ถึง การมีคนที่สามารถปกป้องเขาได้และดูไม่มีพิษไม่มีภัยร่วมทางไปด้วย อาจจะทำให้เขาได้กำไรในครั้งนี้อย่างคาดไม่ถึงก็ได้ และที่สำคัญที่สุด อย่างน้อยคลั้บซ์ก็ได้ใกล้ชิดกับสาวสวยถึงสองคนด้วยกันให้ชุ่มชื่นหัวใจตลอดภารกิจของเขาในครั้งนี้
“นั่นหอกเขี้ยวอสูรใช่มะ”
คลั้บซ์ถามขึ้นทำให้ลีออนแปลกใจและมีความระแวงขึ้นมา
“เป็หอกที่ใช้ได้เลยนะ...นายคงจะมีฝีมืออยู่บ้างถึงได้หอกเขี้ยวอสูรได้”
ดูเหมือนคลั้บซ์จะรู้จักหอกเขี้ยวอสูรอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่นั่นทำให้ลีออน ไลลาและเอสต้าต่างมองหน้ากัน ไม่ค่อยไว้ใจในตัวของก็อบลินปริศนาตนนี้เลย
“เอาล่ะ...มาทางนี้...อยู่ไม่ไกลจากนี้หรอก...”
คลั้บซ์เดินนำหน้าไปพรางเรียกให้คนอื่นเดินตามโดยที่ยังไม่ได้มีใครตกลงหรือตอบรับแต่อย่างใด ก็อบลินนิสัยประหลาดตนนี้น่าจะเคยชินกับพฤติกรรมพูดเองเออเองจนเป็เื่ปกติสำหรับเขาไปแล้ว
“เอ...น่าจะต้องอยู่แถวนี้...เอาล่ะที่นี้ก็เหลือแค่...”
ตี๊ดดดด...ตี๊ดดดด...ตี๊ดดดด...
คลั้บซ์พาเดินลึกเข้าไปในป่าอีกนิดหน่อยก่อนจะหยุดเพื่อพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงสัญญาณดังจากเครื่องเรดาร์ขึ้นมา
“เปิดแล้ว!!! ประตูมิติดันเจี้ยนเปิดแล้ว...อยู่ไหน...ช่วยกันหาเร็ว ถ้าไม่มีอะไรเข้าไปรบกวนคลื่นมิติ ประตูมันจะหายไปเอง”
สิ้นเสียงของคลั้บซ์ทุกคนก็รีบมองหาไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร
#######################
วิ้งงงงงงงงง...ตี๊ดดดด!!!
#######################
“ทางนี้ !!!”
ลีออนะโขึ้นและรีบวิ่งนำไปก่อนทันที เมื่อระบบ GPS ในดวงตาของเขาเริ่มจับตำแหน่งของประตูมิติที่เขากำลังมองหา
คลั้บซ์รีบวิ่งตามลีออนไปทันทีตามด้วยเอสต้าและไลลา แต่สุดท้ายสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เมื่อลีออนที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วจู่ๆ ก็หยุดกระทันหันทำให้คลั้บซ์ที่ไม่ทันตั้งตัวเบรคไม่ทัน หน้าจิ้มเข้าไปเต็มก้นของลีออนแล้วหงายหลังล้มลงก้นจ้ำเบ้า เอสต้าที่ตามมาก็เบรกไม่ทันทำให้เข่ากระแทกเต็มหัวคลั้บซ์อย่างแรงก่อนจะสะดุดล้มไปข้างหน้า แต่ลีออนที่โดนคลั้บซ์ชนอย่างแรงหันกลับมาพอดีจึงรับเอสต้าไว้ได้ทัน
ฟรึ่บบบบ...!!!
ไลลาที่ตามมาติดๆ มองข้ามหัวของคลั้บซ์ไปเห็นเอสต้าล้มทับลีออนโดยมีมือของลีออนคอยโอบรับเอสต้าไว้อยู่
ภาพที่ไลลาเห็นจึงเหมือนทั้งคู่กำลังนอนกอดกัน หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาทันที เืสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพียงอุบัติเหตุเท่านั้น