หลังจากเวิ่นกวงสุขสมกับองค์หญิงจื่อหลานเรียบร้อย รุ่งเช้ามันก็หายตัวไปเรียบร้อย แต่เมื่อคืนมันก็ให้คำมั่นสัญญากับนางว่า จะแอบมาหาบ่อย ๆ ซึ่งจื่อหลานก็ยินดีเป็อย่างมาก คล้ายว่านางติดอกติดใจเพลงทวยสกุลหยางที่เวิ่นกวงร่ายรำเมื่อคืน
เวิ่นกวงแอบมาหาที่เงียบ ๆ เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดยามนี้มันเริ่มลังเลอยู่หลายสองส่วน ส่วนหนึ่งคือไม่อยากทำผิดต่อองค์หญิงจื่อหลาน แต่อีกส่วนก็อยากสั่งสอน พระสนมชุนอี้ หากมันกลับไปทั้งแบบนี้ไม่นานนัก พระสนมชุนอี้คงส่งคนไปเล่นงานมันกับกุ้ยอิงเป็แน่
เวิ่นกวงครุ่นคิดอยู่หลายชั่วยามในที่สุดมันก็ตัดสินใจจะสั่งสอน ชุนอี้พอหอมปากหอมคอ ไม่ทำอะไรรุนแรงจนจื่อหลานเสียใจ แต่การจะทำเช่นนั้นได้ก็ยากเสียเหลือเกิน ดูเหมือนว่า ่นี้นางจะปรนนิบัติฮ่องเต้ตลอด แทบจะไม่อยู่ห่างพระวรกายเลย ยากนักที่เวิ่นกวงจะลงมือ
แต่แล้ว์ก็เห็นใจมันในที่สุด หลังจากที่เวิ่นกวงแอบอยู่ในวังหลวงอย่างเงียบ ๆ หลายวัน วันไหนอยากอยู่อย่างเงี่ยน ๆ ก็ลอบไปหาจื่อหลานบ้าง จนมันได้ข่าวว่ามารดาของนางจะไปทำบุญขอพรที่อารามหลวง อย่างเงียบ ๆ ในอีกสามวันเพื่อให้ฮ่องเต้ทรงหายจากอาการประชวร เวิ่นกวงจึงฉุกคิดได้ว่า นี่แหละโอกาสที่มันจะลงมือ…
และพอถึงวันที่พระสนมชุนอี้จะไปไหว้พระขอพรเ้าเวิ่นกวงก็ไปดักรอทันที และไม่รู้ว่า ชุนอี้ ประมาทเกินไปหรือไร นางจึงให้มีแค่นางกำนัลสองคน กับทหารอีกสองคนติดตามไปเท่านั้น มันจึงเป็การง่ายอย่างยิ่งที่เวิ่นกวงจะลงมือ
หลังจากไหว้พระเสร็จชุนอี้ก็คิดที่จะกลับวังแต่ทว่าในตอนนั้นเองก็ได้ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากหลังคาวัด มันสกัดจุดนายทหารทั้งสอง กับนางกำนัลอีกสองคนด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะตรงเข้าโอบกอดชุนอี้ที่กำลังใให้หายขึ้นไปบนท้องฟ้า
นางทั้งหวีดร้อง ทั้งดีดดิ้นแถมขู่ชายลึกลับสารพัด แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะไม่เป็ผล เ้าโจรลึกลับที่ปิดบังใบหน้าพาชุนอี้มายังวัดร้างแห่งหนึ่งซึ่งก็อยู่ไม่ห่างจากวังหลวงสักเท่าใด เวิ่นกวงคิดว่าเมื่อข่มขู่ชุนอี้เรียบร้อย นางคงพอหาทางกลับเองได้
พอมาถึงภายในวัดเวิ่นกวงก็โยนร่างของชุนอี้ลงไปกระแทกกับพื้น ก่อนที่มันจะเปิดผ้าคลุมหน้าออก ชุนอี้ใมาก นางไม่คิดว่าจะเป็เวิ่นกวงด้วยซ้ำ ทั้งสองเคยพบกันแค่ไม่กี่ครั้งในสมัยที่สกุลหยางถูกฮองเต้เรียกมาเข้าเฝ้า เวิ่นกวงรู้สึกไม่ถูกชะตากับชุนอี้ั้แ่แรกเห็น อาจจะเป็แววตาท่าทางของนางกระมังที่มอง กุ้ยอิงเป็แค่จอมยุทธ์หญิงจากป่าเขาลำเนาไพร แต่กลับได้มาครองคู่กับ หยางจงเป่าทายาทแห่งสกุลหยางผู้ยิ่งใหญ่ อันที่จริงนางนั้นก็แอบชอบพอจงเป่ามาช้านาน เสียแต่ว่าจงเป่าไม่ชอบนาง ก่อนที่เขาจะได้มาพบกับกุ้ยอิง และแต่งงานกัน นี่จึงเป็เหตุผลว่าทำไม ชุนอี้จึงจงเกลียดจงชัง เวิ่นกวงกับกุ้ยอิงนัก
ชุนอี้เมื่อรู้ว่า ผู้ใดลักพาตัวนางมา จากความกลัวจึงกลายเป็ความแค้น นางด่าทอเวิ่นกวงสารพัด แถมยังล่ามไปถึงกุ้ยอิงมารดาคนงามของมันอีก ในตอนแรกเวิ่นกวงคิดจะแค่ข่มขู่นางเพื่่อไม่ให้มาตามรังควาน แต่นี่ชุนอี้กลับด่าว่ามันอย่างเสีย ๆ หาย ๆ แถมยังพาดพิงถึงกุ้ยอิงอีก นี่จึงทำให้ฟางเส้นสุดท้าย ที่เวิ่นกวงเคยรับปากกับจื่อหลานขาดสะบั้น
เวิ่นกวงเืขึ้นหน้าก่อนจะพุ่งเข้าไปหาชุนอี้อย่างรวดเร็ว ชุนอี้ถึงกับใมากก่อนจะตวาดเสียงดังออกมา
"เ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เ้า…เ้า..คิดจะทำอันใดข้า อยากหัวหลุดจากบ่านักรึ"
พอเวิ่งกวงได้ฟังแทนที่จะกลัวมันกลับแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้าย แล้วกล่าวตอบ
"ทำสิ่งใดกระนั้นรึ? ตอนแรกคิดเพียงขู่เ้าให้เลิกยุ่งกับข้า และแม่ แต่ดูแล้ว คนเช่นเ้าคงใช้แค่วาจาอย่างเดียวมิได้ ต้องใช้การกระทำด้วย เ้าถามข้าว่าข้าคิดจะทำสิ่งใดสินะ เช่นนั้นก็จะบอกให้ ข้าก็จะทำแบบเดียวกับที่ทำกับบุตรสาวของเ้าอย่างไรเล่าฮ่าๆๆๆๆ " พอชุนอี้ได้ฟังดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ด้วยท่าทางแบบนี้ ใบหน้าหื่นกระหายเช่นนี้ คงมีเพียงสิ่งเดียวที่เวิ่นกวงคิดจะทำนั้นคือการ ข่มเหงย่ำยีนาง
ชุนอี้กรีดร้องออกมาเสียงดังพร้อมกับจะดีดดิ้น แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ก่อนที่ร่างอวบอิ่มขาวเนียนของนางจะถูกเ้าเวิ่นกวง กดลงกับพื้นวัดที่สกปรก และเต็มไปด้วยเศษฝุ่น เศษฟางแห้ง ๆ
มือของเวิ่นกวงลูบไล้ไปบนพวงแก้ม แล้วก้มหน้าของมันไปแนบชิดวงหน้างามนั้น ชุนอี้ร่างสั่นสะท้านเปิดเปลือกตาออกดูเห็นใบหน้าของมันเข้ามาแนบชิดเช่นนั้นก็ส่งเสียงร้องออกมา
"อย่า...อย่าทำข้าเลย...เวิ่นกวง พวกเราเพียงกลั่นแกล้งเ้าสองแม่ลูกเล่นเท่านั้น"
ชุนอี้เสียงสั่นเครือ และพยายามอ้อนวอน แต่ทว่ายามนี้ เวิ่นกวงนั้นถูกโทสะ และความหงี่เงี่ยนเข้าครอบงำ มันไม่คิดที่จะปล่อยให้พระสนมขาวอวบ แสนงดงามตรงหน้า ที่ทำให้ฮ่องเต้หลงใหลหัวปักหัวปำหลุดรอดไปได้ เวิ่นกวงจรดริมฝีปากของมันประกบเข้ากับปากของนางทันที
ชุนอี้มิเต็มใจให้ลิ้นของมันล่วงล้ำเข้าไป จึงเม้มริมฝีปากของนางไว้อย่างแน่นสนิท แต่เวิ่นกวงก็ใช้มือของมันลูบไล้ไปมาที่เรือนร่างของนางแทนแล้วสอดมือลึกลงไปในอกเสื้อ คว้าจับปทุมถันข้างหนึ่งของนางพลางบดบี้ยอดเม็ดแห่งปทุมถันนั้น
จบบทที่ 29