“ที่ฉันให้ไปสืบ กับคุณนฤมนถึงที่มาของฝนทิพย์ คืบหน้าไปถึงไหนละ”
“คุณนฤมนแจ้งว่า น้องสาวของเพื่อน เป็คนจัดการหาให้ ซึ่งคุณนฤมนก็ยืนยันนะครับ ว่าน้องสาวเพื่อนของเธอ บอกว่าฝนทิพย์เต็มใจทุกอย่าง ไม่งั้นจะมานอนกับคุณหิรัญได้ยังไง แต่ผมไม่ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับคุณฝนทิพย์ให้คุณนฤมนฟังหรอกนะครับ ว่าคุณฝนอาจถูกหลอกมา”
“ดีแล้วล่ะ ทำดีมาก ถ้าฉันรู้ว่าฝนทิพย์ไม่ได้มาจากคุณนฤมนโดยตรงด้วยแล้ว โอกาสที่ฝนทิพย์ความพูดจริงก็มีสูง ลูกในท้องของฝนทิพย์ อาจจะเป็ลูกฉันจริง ๆ นายพอจะตามหาน้องสาวเพื่อนคุณนฤมนได้ไหม ว่าเขาเป็ใคร”
“ตอนนี้ผมกำลังสืบอยู่ครับ คุณนฤมนบอกว่าน้องสาวเพื่อนของเธอกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ข้อมูลคร่าว ๆ มีเพียงเท่านี้ครับ ส่วนเื่ค่าตัวของคุณฝนทิพย์ คุณนฤมนยืนยันว่าได้โอนผ่านน้องสาวเพื่อนไปแล้ว ซึ่งคุณฝนทิพย์ก็น่าจะได้รับค่าตัวแล้วด้วยเหมือนกัน”
“ไม่ว่าเื่จะเป็ยังไง นายต้องตามตัวน้องสาวเพื่อนคุณฝนทิพย์มาให้ฉันให้ได้”
“ผมขอเวลาอีกสักหน่อยครับ” ว่าแล้วหิรัญก็กดวางสายไป พลางทบทวนข้อเสนอของหญิงสาว เธอไม่มีท่าทีเรียกร้องเงินหรือหาประโยชน์จากเขา แตกต่างจากที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิง
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทำให้หิรัญเงยหน้ามองผู้มาเยือน พร้อมเด้งตัวลุกขึ้น พบอธิพันธ์เดินเข้ามาพร้อมยกมือขึ้นกอดอกส่งสายตาบางอย่างให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
“มีอะไรเหรอครับ”
“แกคิดเหมือนฉันไหม ว่าเด็กในท้องของฝนทิพย์ ยังไงก็เป็ลูกแก แบบไม่ต้องตรวจอีเอ็นเอเลย”
“พ่อจะเอายังไงกับผมอีกครับ ผมทำตามพ่อหมดแล้วนะ” อธิพันธ์ยกยิ้ม แล้วเดินเข้ามานั่งจับจ้องลูกชายอยู่ครู่หนึ่ง
“แกจะเชื่อหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่จากประสบการณ์ที่ฉันเจอคนมามาก ฉันเชื่อว่าหนูฝนเป็เด็กดี”
“พ่อพูดแบบนี้หมายความว่าไงครับ ฝนทิพย์จะเป็เด็กดีหรือเด็กใจแตกยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผม พ่อทำเหมือนจะให้ผมไปรักเธออย่างนั้นแหละ”
“นับจากแกพาผู้หญิงเข้าบ้าน ก็มีฝนทิพย์นี่แหละที่ฉันพอใจมากสุด” หิรัญชะงักนิ่งไป พลันทบทวนท่าทีของบิดาที่เอ็นดูฝนทิพย์เป็พิเศษ
“กับฝนทิพย์ผมไม่ได้เป็คนพาเธอมาบ้าน พ่อต่างหาก” และยังไงซะผมก็จะแต่งงานกับรตี”
“ถ้าแกยืนยันแบบนั้นฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ เพียงแต่จะมาเตือน ว่าครั้งแรกที่ฉันเจอฝนทิพย์ เธอเหมือนกับแม่ของแกไม่มีผิด” เมื่อเอ่ยถึงมารดาของเขาขึ้นมา หิรัญจึงนิ่งเงียบ ยังระลึกถึงความดีของแม่เสมอ พลันกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่บิดาพูดต่ออย่างเงียบ ๆ
“ความรักของฉันกับยลรดี เริ่มต้นไม่สวยงามนัก แต่เราก็อยู่กันมาโดยใช้ความรักนำทาง ไม่ได้ใช้ความเหมาะสมนำทางเหมือนที่แกทำอยู่ตอนนี้ ฉันรู้ว่าคุณตาแกสอนอะไรไว้มากมาย จนแกประสบความสำเร็จ แต่กับความรักอย่าใช้สมองนัก ให้ใช้ความรู้สึกนำทางแล้วแกจะมีความสุขเหมือนกับพ่อและแม่”
“ผมไม่ได้รักฝนทิพย์ แค่นี้ก็น่าจะเป็เหตุผลที่ทำให้ผมแต่งงานกับรตีได้แล้วนะครับ”
“ฉันรู้ว่าแกเองก็ไม่ได้รักรตีเหมือนกัน” หิรัญนิ่งเงียบไม่โต้เถียงเหมือนที่ผ่านมา เพราะผู้เป็พ่อมักทันความคิดของลูกชายเสมอ
“จำไว้นะ ความรักกับความเหมาะสม มันคนละเื่กันและเป็สิ่งเดียวที่คุณตาสอนแกแบบผิด ๆ มาตลอด แต่เอาเถอะยังไงฉันก็เชื่อสายตาตัวเองมากกว่า ส่วนแกจะตัดสินใจยังไงก็สุดแล้วแต่” อธิพันธ์พูดจบ จึงลุกขึ้นเดินจากไป ปล่อยให้ลูกชายนั่งทบทวนสิ่งต่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ
อธิพันธ์จะเดินลงมาจากห้องของหิรัญ เขาเห็นร่างของฝนทิพย์ ถือถ้วยกับข้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน
“วันนี้ฝนทำแกงเขียวหวานค่ะ ก็เลยตักมาเผื่อคุณท่านด้วย ลองชิมดูสิคะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับจัดแจง วางทุกอย่างลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนสองเท้าของอธิพันธ์จะเดินเข้าไป พร้อมกลิ่นหอมของอาหารแตะจมูกจนต้องเอ่ยชม
“น่าทานจังเลย ฝีมือฝนเหรอลูก” หญิงสาวได้ยินคำพูดอ่อนโยนจากอีกฝ่าย เธอจึงเก็บความประทับใจไว้ พร้อมพยักหน้าแล้วตอบกลับ
“ฝีมือฝนเองค่ะ ยายสอนฝนทำมาั้แ่เด็ก ไม่รู้ว่าคุณท่านจะชอบหรือเปล่า”
“แค่ทำมาให้ฉันก็ดีใจแล้ว ไหนลองชิมหน่อยซิ” เขาย่อตัวลงนั่ง แล้วตักชิมน้ำแกงอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะปล่อยยิ้มแล้วพูดบางอย่างออกมา
“อร่อยมาก เห็นแบบนี้ก็นึกถึงยลรดี” หลังจากอีกฝ่ายทำหน้างง ชายกลางคนจึงอธิบายใหม่อีกครั้ง
“ยลรดี เป็แม่ของหิรัญน่ะ เธอชอบทำอาหาร ฝีมือหนูฝนใกล้เคียงกับยลรดีเขาอยู่เหมือนกันนะ เสียดายที่ยลรดีเสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่งั้นหนูฝนคงได้สูตรจากเธออีกหลายอย่างเลยล่ะ”
“เสียใจด้วยนะคะ”