ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่217 อันดับที่แท้จริง ศิลาศึกสงคราม

    อี้เฉิน จ้องมองออกไปภายนอก กรงขังที่ถูกรถม้าลากจูงออกไปไกลขึ้น เรื่อยๆ มองดูดินแดนร้อยแคว้นที่เขาอยู่อาศัย ค่อยๆ ลับสายตาไปทีละน้อย เขาถอนหายใจยาวออกมา ไร้แรงต่อต้านอีกต่อไป โซ่ตรวนปิดผนึกปราณพลังของเขาไว้อย่างสมบูรณ์ ตอนนี้เขาแทบไม่ต่างอะไรจากสามัญชนคนธรรมดา ทำให้เขาไม่สามารถฟื้นฟู อาการบาดเจ็บได้โดยเร็ว หลายๆ ส่วนตามร่างกายเขาเต็มไปด้วย บาดแผลไหม้เกรียมฉีกขาด เลือดอาบไปทั่วร่าง



เหล่าทหาร ที่คุ้มกัน นักโทษต่างพากันแสยะยิ้ม เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่ม ที่มีท่าที เศร้าสร้อย ไร้ความโอหังอีกต่อไป



เยี่ยฉิน นางเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จับจ้องไปที่เด็กหนุ่มที่มีผ้าขาวปิดบังดวงตาที่เปื้อนเลือด อย่างไม่วางตา ก่อนนางจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นโทสะ "เจ้า ถึงกับกล้า แอบเอาของวิเศษของข้า ไปใช้เลยงั้นหรือ แถมยังทำมันเสียหายอีก หากกลับไปดินแดนจันทราทมิฬ เจ้าเตรียมรับโทสะข้าได้เลย"



อี้เฉินไม่แม้จะสนใจคำพูดของนาง เขามองออกไปไกลสุดสายตาจากที่เขาจากมา อยากกลับไปดินแดน5อาณาจักร อีกสักครั้งไม่รู้ตัวเขาจะมีโอกาศอีกหรือไม่ ทั้งคำพูดของ ชิงหลันที่ฝากฝังให้เขาไป เหยียบยังดินแดนจักรพรรดิอีก



เยี่ยฉิน นางที่เห็นอี้เฉินไม่มีท่าที สนใจคำพูดของนางแม้แต่น้อย นางกำหมัดแน่น จนมือมีเลือดไหลซึม ไม่คิดเด็กหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับนาง จะจิตใจเข้มแข็ง ดื้อรั้นถึงเพียงนี้ ไม่หวาดกลัวต่อความตาย ขอร้องชีวิตแม้แต่น้อย



.....ภายในเมืองแคว้นจ้าว เหล่าทหารต่างพากันดีใจ ยิ้มออกมาเป็นปีติ ที่เมื่อเห็นต่างดินแดนยกทัพ เคลื่อนพลกลับไปยังดินแดนจันทราทมิฬ พวกเขาต่างโหร้องดีใจ ราวกับชนะสงครามอย่างไรอย่างนั้น



แต่ก็มีหลายๆ คนที่สงบนิ่ง พวกเขาต่างรู้ดี มันเป็นเพียงการต่อลมหายใจออกไปเท่านั้น หากต่างดินแดนไม่ต้องการตัวเด็กหนุ่มผมขาวละก็ พวกเขาคงถูกกวาดล้างจนสิ้นเป็นแน่ แต่พวกเขาก็ได้รู้เรื่อง เรื่องหนึ่ง พวกต่างดินแดนเองก็ไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ภายในกองทัพของพวกเขายังมีความขัดแย้ง แย่งชิงผลประโยชน์จากการยึดครองดินแดน



เจ้าสำนักเซียน โยนป้ายชื่อที่อี้เฉิน ฝากฝังไว้ครั้งสุดท้ายให้ ซีเผิง ก่อนซีเผิง จะหยิบป้ายชื่อของ อี้เฉินมากำไว้ในมือจนแน่น รู้สึกเสียใจกับความอยุติธรรมที่อี้เฉินได้รับ แล้วกล่าวขอบคุณเจ้าสำนักเซียน เขาเอ่ยพึมพำออกมา ด้วยความห่วงหาอาทร "หวังว่าข้าจะได้เจอเจ้าอีกครั้ง อี้เฉิน ข้าจะตั้งตารอวันที่พวกเราจะได้เจอกัน"



เจ้าสำนักเซียน เอ่ยเตือน "พวกเจ้าเหล่าอนุชน ควรเร่งฝึกฝนเตรียมพร้อมเลื่อนขั้นพลัง กันได้แล้วเวลาของพวกเรามีไม่มาก เพียงเวลาสิบปีพวกเจ้าจะไปได้ไกล ถึงเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับตัวพวกเจ้าเอง"



"ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์"



"พวกเราเข้าใจแล้ว ท่านเจ้าสำนัก" ก่อนพวกเขาจะเริ่มแยกย้าย กลับไปในทิศทางที่ตนจะเลือกเดิน พร้อมเผชิญสงครามในอีก10ปีข้างหน้า หลายๆ คนเลือกที่จะอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ แต่อีกไม่น้อย ก็เลือกที่จะจากไป หมายมั่นกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา



เจ้าสำนักเซียน เทียนชางที่เห็นเหล่าอนุชนเดินจากไป เขาถอนหายใจยาวออกมา ปราณพลังฟ้าดินอ่อนแรงลงไปมาก มันเบาบางแทบไม่มีอยู่ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การฝึกฝนจะต้องล่าช้าเป็นอย่างมาก ตอนนี้ทั่วทั้งดินแดนไม่ต่างอะไรกับดินแดนรกร้าง ไม่เหมาะแก่การฝึกฝนขั้นพลังอีกต่อไป



...ซีเผิง ที่เดินลงมายังด้านล่างกำแพงเมือง กับกลุ่มอนุชน ราวๆ 20กว่าคน พวกเขาล้วนเคยถูกอี้เฉินช่วยให้รอดพ้นกลับมา ต่างพากันเสียดายในตัวเด็กหนุ่ม ไม่รู้อี้เฉินจะต้องเผชิญ กับอะไรบ้างเมื่อไปต่างดินแดน ภาวนาให้เขาอยู่รอดปลอดภัย



ซีเยว่ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าใจเล็กๆ "พวกเราไปที่แท่นศิลาศึกสงครามกัน ข้าชักอยากแข็งแกร่งขึ้นเร็วๆ จะได้ไปช่วยอี้เฉิน"



"ข้าไปด้วย ข้าเองก็จะไปแลก คะแนนสงครามเพื่อ เร่งเวลาในการบ่มเพาะพลังของข้าเช่นกัน"



"ข้าเองก็ไปด้วย ข้ายังไม่ได้แลกของล้ำค่าเลยแม้แต่น้อย เสี่ยงต่อสู้มาแทบตายถ้าไม่ได้ใช้คงเสียดายแย่"



กลุ่มของพวกเขา หลายๆ คนเริ่มทยอยแยกย้าย จากไปคนละทิศคนละทาง ตามที่ตัวเองสนใจ มีเพียงไม่กี่คนที่ ตรงไปแท่นศิลาศึกสงคราม เพื่อไปแลกสมุนไพรล้ำค่า บ่มเพาะขั้นพลัง หมายมั่นสะสมประสบการณ์ความรู้ให้ตกผลึกโดยไว



...ภายใน ลานกว้างใจกลางเมืองแคว้นจ้าว ที่มีแท่นศิลาศึกสงครามอยู่หลายสิบต้น กลับเต็มไปด้วยฝูงชน มาแลกแต้มสงคราม ซีเผิงไม่คิดว่าคนจะมากมายถึงเพียงนี้ แต่ก็พอจะเข้าใจได้ คงไม่มีใครคิด อยากทิ้งแต้มที่เอาชีวิตของตัวเองไปแลกมา แล้วทำให้มันสูญเปล่าหรอก



"ดูนั้นเร็ว ตอนนี้อนุชน ที่ได้ที่หนึ่งคงเป็น นายน้อยจ้าวอี้เทียนแล้วละ คะแนนเขาทิ้งห่างอันดับ2ไปมาก"



หญิงสาวเอ่ยค้านในทันที "มันก็ไม่แน่ ดูตรงนั้นก่อน อันดับสองซีเผิงก็มา เขายังไม่ได้แลกแต้มสงครามเลย ข้างกายไม่ห่างเขามากก็มี นายน้อยซีเอ๋อร์อีกคน ที่เคยเป็นอันดับสาม อะไรก็อาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้"



อีกด้านหนึ่งของลานกว้าง เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย "ขั้นพลังกษัตริย์เองก็เหมือนจะรู้ผล อันดับแล้ว ตงหยางเหมือนเขาจะอยู่อันดับหนึ่ง แถมคะแนนทิ้งห่างอันดับสองไม่เห็นฝุ่น"



หลายๆ คนที่ได้ยินต่างพากัน พูดยกหาง ตงหยางจนตัวรอง จน ตงหยางถึงกับยิ้มหน้าบานมอง ดูศิลาศึกสงครามที่มีชื่อ ของเขาสลักอยู่อันดับหนึ่ง ด้วยความยินดี



แต่ก็มีบางคนไม่ชอบคนตระกูลตง เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ก็แค่ต่อสู้ ไม่กี่สงคราม จะวัดผลอะไรได้"



ตงหยางได้ยินเขาเพียงยิ้มตอบ "แล้วอย่างไรชื่อของข้าก็เป็นอันดับหนึ่งไม่ใช่หรือ"



ทันทีที่ตงหยาง เอ่ยพูดออกมา เด็กหนุ่มที่พูดจาถากถาง คนนั้นถึงกับหน้าเขียวคล้ำในทันที ราวกับว่าเขากินสิ่งปฏิกูลเข้าไป



...ฉากการต่อสู้ค่อยๆ ถูกฉายสู่สายตาผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เหล่าทหารส่วนใหญ่ มักจับตามองไปที่ กลุ่มคนที่มีรายชื่อที่ติดอันดับต้นๆ พวกเขาอยากจะรู้ กลุ่มคนเหล่านั้นจะไปอยู่ที่อันดับเท่าใด รายชื่อเหล่านี้จะถูกสลักไว้อีกยาวนาน นับสิบปี กว่าสงครามครั้งใหม่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง หากผู้ใดที่มีชื่ออยู่บนแท่นศิลาศึกสงคราม ชื่อเสียงจะต้องดังออกไปทั่ว10แคว้นร้อยแคว้นเป็นแน่



"ดูนั้นเร็ว ซีเยว่ ตอนนี้นาง ร่วงลงมาอันดับที่ 20 ของขั้นพลังวีรชน นางจะไปอยู่อันดับที่เท่าใดกัน"

ไม่นานภาพฉากการต่อสู้ของนางก็ถูกฉาย แต่ที่ทุกคนประหลาดใจคือ มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ข้างกายนางมีเด็กหญิงอายุราวๆ 13ช่วยต่อสู้ แถมเด็กผู้นี้ไม่ธรรมดา ถึงนางจะดูเหมือนสัตว์อสูรอย่างมากก็ตาม นางก็คือเยว่ เยว่ ที่ออกมาช่วย ซีเยว่ต่อสู้เสมอมา หากไม่ได้เยว่ เยว่อยู่ข้างกายเป็นไปได้ที่ ซีเยว่จะตายตกไปอีกคน



เพียงไม่กี่ลมหายใจชื่อของนางก็วิ่งขึ้นไปอยู่อันดับ9ของรายชื่อศิลาศึกสงคราม ทำให้หลายคนประหลาดใจไม่น้อย แต่เหล่าอนุชนต่างไม่แปลกใจ พวกเขาเคยเห็นกลุ่มหญิงสาวพวกนี้ ต่อสู้ภายในสงคราม ทั้งดุดัน ทั้งร้ายกาจ ไม่ต่างอะไรกับชายหนุ่ม



กงหนานเองก็ไปอยู่อันดับ10 แต่ที่น่าตกใจคือหริ่นหลัน นางดันไปอยู่ถึงอันดับ7ของเหล่าอนุชนได้



จางเล่ยที่มองดูรายชื่อเก่าของเขา ถูกหญิงสาวข้ามหัวไปได้ถึงกับเสียดาย ไม่คิดหญิงสาวคนนี้จะ แซงหน้ารายชื่อเก่าของเขาไปได้ ส่วนรายชื่อใหม่ของเขา ที่อยู่ขั้นพลังกษัตริย์ นั้นไม่ดีเอาเสียเลย อยู่อันดับที่35 ของขั้นพลังกษัตริย์



"ดูที่แท่นศิลานั้นเร็ว นายน้อยซีเอ๋อร์ เขาจะสามารถไปอันดับหนึ่งได้ไหม" หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยพูดขึ้นมา

เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงของหญิงสาว ต่างกวาดตามองไปที่นายน้อยซีเอ๋อร์ในทันที หลายๆ คนต่างใจจดใจจ่อ อยากรู้คะแนนของ ซีเอ๋อร์จะขึ้นไปยืนบนหัวเต่ามังกรได้หรือไม่ แต่ทันใดพวกเขาก็ต้องถอนหายใจ ซีเอ๋อร์เพียงขึ้นไปได้เพียงอันดับ 2เท่านั้น



นายน้อย จ้าวอี้เทียน ที่ยืนดูอยู่ไกลๆ เขายกยิ้มออกมา ก่อนพูดออกมาเสียงดังก้อง "ซีเอ๋อร์เจ้ายังเร็วไปที่จะแซงข้า"



"เจ้าๆ รอดูไปเถิด ข้ามั่นใจ ซีเผิง ที่อยู่ทางด้านนั้น จะเหยียบหัวเจ้า ไปยืนอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน" ก่อนเขาจะชี้นิ้วไปที่ซีเผิง ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง



ฝูงชนต่างจับจ้องไปที่ซีเผิง อยากรู้เขาจะอยู่อันดับหนึ่งได้จริงหรือไม่ ทันที ที่ซีเผิงนำป้ายประจำตัวประทับลงไปภายในแท่นศิลาศึกสงคราม แท่นศิลากลับสั่นไหวน้อยๆ เปล่งแสงออกมาพร่างพราว



จ้าวอี้เทียน ที่เห็นคำรามออกมาด้วย ความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง มันเหมือนกับแสงตอนที่เขาได้อันดับหนึ่ง เฝ้ามองฉากการต่อสู้ของ ซีเผิงฆ่านายกองของฝั่งศัตรู อย่างไม่หวาดกลัว ท่ามกลางวงล้อม



    เพียงไม่กี่ลมหายใจ รอบด้านก็ต่างพากันฮือฮา เสียงพูดคุยดังเอ็ดอึงในทันใด รายชื่อของ ซีเผิงขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งในพริบตา จนหลายๆ คน มาร่วมแสดงความยินดีกับซีเผิง ทั้งๆ ที่ซีเผิงไม่ใช่ผู้สูงส่งแต่กำเนิดเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังมาได้ไกลถึงเพียงนี้ เหยียบหัวได้แม้กระทั่งนายน้อยของสองดินแดนใหญ่



กงหนาน นางยกยิ้มยินดี ไปที่ซีเผิง หวังว่าเขาจะลืมความโศกเศร้าโดยเร็ว แล้วกลับมาตั้งใจฝึกฝนพลัง ภายภาคหน้าซีเผิง เองก็อาจจะเป็นผู้ฝืนชะตาฟ้าลิขิตก็เป็นได้



แต่อยู่ๆ พวกเขาก็ต้องเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ไม่คิดซีเผิงจะไม่เดินออกจากแท่นศิลาศึกสงคราม แม้แต่รายชื่อของเขาจะเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม ตัวเขาไม่แม้มองขึ้นไปด้านบน เพื่อดูชื่อของเขาที่ถูกสลักไว้แม้แต่น้อย



ซีเผิง หยิบแผ่นป้ายของอี้เฉินออกมา หมายมั่นแลกเปลี่ยนของล้ำค่า ของอี้เฉินมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มของพวกเขาให้มากที่สุด มันคงเป็นความปรารถนาของอี้เฉินเป็นแน่



ทันใดที่ซีเผิง นำแผ่นป้ายของอี้เฉิน ไปแตะที่แท่นศิลาศึกสงคราม รอบๆ ก็สั่นไหวน้อยๆ แสงสีทองเปล่งประกายออกมาพร่างพราว มันไม่ใช่แค่แท่นศิลาศึกสงครามเดียว มันกลับส่องแสงขึ้นมาถึง 2ขั้นพลัง ทั้งขั้นพลังวีรชน ทั้งขั้นพลัง กษัตริย์



จนรอบๆ เกิดจลาจล เล็กๆ เสียงพูดคุยดังอึกทึกครึกโครม แม้แต่เหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะ ยังออกมาดูเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น



ตงหยางถึงกับเดือดดาล เมื่อเขาจะไม่ได้อยู่อันดับหนึ่งอีกต่อไป เขาเม้มปากจนแน่น กัดฟันกรอด จนมีเลือดไหลซึมออกมา มือที่ยืนไพล่หลังถูกเขากำจนแน่น นิ้วมือหลายนิ้วแตกหัก ไม่คิดว่าจะมีคนสามารถเหยียบหัวเขา ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งได้



ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย"นั้นป้ายชื่อของใครกัน เหตุใดแท่นศิลาศึกสงครามมันถึงส่องแสงพร่างพราวออกมา ถึง2ขั้นพลังในครั้งเดียว"



"เจ้ารอดูภาพที่ฉายออกมา เดียวก็รู้ว่าเขาเป็นใคร พวกข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน" เหล่าฝูงชนต่างไม่มีใครคาดคิด อันดับหนึ่งจะเปลี่ยนไปทั้งสองขั้นพลัง จนรอบๆ เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบพูดคุย



แต่เมื่อพวกเขาเห็นภาพที่ฉาย ฉากการต่อสู้ออกมาสู่สายตาผู้คน ก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง หลายๆ คนอ้าปากเป็นรูปตัวโออยู่นาน จนแมลงสามารถบินเข้าไปได้ รอบๆ เกิดความฮือฮาในทันใด



ชายชราขั้นพลัง เทวะ เอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ "เป็นไปได้อย่างไรเขาอยู่ขั้นพลังวีรชน ไม่ใช่หรือเหตุใดถึงสังหาร เหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะได้"



    เมื่อหลายๆ คนได้ยิน ต่างพากันใจเต้นแรง หนาวสั่นด้วยความหวาดกลัว ข้อสงสัยหลายๆ อย่างเริ่มคลี่คลาย เหตุใดต่างดินแดนถึงอยากได้ตัวเด็กหนุ่มผมขาว พวกเขาไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กล้าต่อต้าน เหล่าจอมยุทธขั้นพลังเทวะ แต่สำหรับเด็กหนุ่มผมขาวนั้นไม่ใช่ เขาถึงกับสังหาร เหล่าจอมยุทธ ขั้นพลังเทวะไปถึง3คน ในศึกสงครามครั้งเดียว



ตงหยางที่เห็นใบหน้าอี้เฉิน กับชื่ออี้เฉิน ขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งของศึกศิลาสงคราม ถึงกับคลุ้มคลั่ง ดวงตาแดงก่ำราวเลือด สบถ ด่าในใจ "เหตุใดข้าต้องมาอยู่ใต้เงาเจ้าด้วย ในเมื่อเจ้าจะตายในอีกไม่ช้า"





...เจ้าสำนักเซียน ถึงกับส่ายหัวเมื่อเห็นฉากการต่อสู้ของอี้เฉิน ชายชรา เยว่เทียนที่อยู่ ข้างกายของเจ้าสำนักเซียน ถึงกับถอนหายใจออกมา ไม่คิดเด็กหนุ่มคนนี้มีความลับมากมายเก็บซ่อนไว้ ที่เด็กหนุ่มให้ตัวเขาปิดผนึกปราณจิต คงจะมีบางอย่างในปราณจิตของอี้เฉินเป็นแน่ ที่ทำให้ต่างดินแดนต้องการมัน



ก่อนเขาจะเอ่ยหาเจ้าสำนักเซียน ข้ารู้ท่านคิดอะไรอยู่ เทียนชาง แต่ท่านไม่ต้องกังวล ข้าปิดผนึกปราณจิตของอี้เฉินไว้แล้ว พวกต่างดินแดนไม่สามารถ ล้วงข้อมูลจากเด็กหนุ่มได้อีกต่อไป



ทันทีที่ เจ้าสำนักเซียนรับรู้ เขาถอนหายใจยาวออกมา รู้สึกผิดกับอี้เฉิน เข้าไปอีกหลายเท่า เขาสาบานในใจ "หากเป็นคราวหน้า ข้าสาบาน ข้าจะไม่ลังเลอีกต่อไป"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
377K 775
บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

นิยาย แฟนตาซี
64K 246
จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
647K 2426
ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

นิยาย แฟนตาซี
127K 373
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
218K 196
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258