ถนนเส้นนั้นจะเงียบสนิททันทีที่เข้าสู่่ดึก ไฟถนนสีส้มดวงเก่าเหนือป้ายรถเมล์ส่งเสียงหึ่งเบาๆ เป็ระยะ มันส่องลงมาที่ม้านั่งไม้ผุ ๆริมฟุตปาธที่ดูเหมือนจะถูกลืมไว้ท่ามกลางตึกสูงในเมืองใหญ่หลินเหว่ยกระชับเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นลมกลางดึกพัดผ่านมาทำให้เขารู้สึกเย็นวูบที่ต้นคอ
23:59 น.
เขามาถึงที่นี่ก่อนเวลาเสมอไม่ใช่เพราะเขารีบร้อนจะขึ้นรถเมล์สายสุดท้ายเพื่อกลับห้องเช่าแต่เป็เพราะเขากำลังรอใครบางคนชายหนุ่มไม่รู้เหมือนกันว่าเื่นี้มันเริ่มั้แ่เมื่อไรอาจจะเป็คืนที่ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทาง หรืออาจจะเป็คืนที่เขาเริ่มสังเกตว่าโลกทั้งใบเหมือนจะนิ่งสงบลง...เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน
ซ่า...
ฝนเริ่มเทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยกลิ่นชื้นของดินโชยเตะจมูกท่ามกลางอากาศที่เย็นลงหลินเหว่ยขยับตัวเข้าไปชิดผนังปูนของที่พักผู้โดยสารเพื่อหลบฝนที่สาดเข้ามา เสื้อของเขาเริ่มมีรอยเปียกเป็จุด ๆ
00:00 น.
ตึก... ตึก...
เสียงรองเท้าส้นเตี้ยย่ำพื้นถนนดังมาจากทางเดินที่มืดสนิทหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาใต้แสงไฟสีส้มสลัว เธอสวมเสื้อโค้ทสีครีมผมยาวสีดำพริ้วตามแรงลมเล็กน้อยใบหน้าของเธอดูสงบและนิ่งเฉยราวกับว่าฝนที่ตกหนักรอบตัวไม่ได้ทำให้เธอรีบร้อนเลยสักนิด
เธอชื่อ “ซูเหยียน”
คืนแรกที่พวกเขาคุยกันก็เพราะฝนนี่แหละป้ายรถเมล์มันแคบเกินกว่าจะหลบฝนได้สองคนโดยไม่ใกล้ชิดกันหลินเหว่ยต้องขยับจนหลังชิดกำแพง ส่วนซูเหยียนยืนอยู่เกือบติดแขนของเขาเขาได้กลิ่นหอมจาง ๆ คล้ายดอกมะลิจากตัวเธอ
เธอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอขณะมองดูสายฝน
“ป้ายนี้เล็กเกินไปสำหรับคนสองคนนะคะ” หลินเหว่ยแอบมองใบหน้าของเธอก่อนจะตอบกลับไป
“งั้นฝนก็ควรจะหยุดตกก่อนรถเมล์จะมานะครับ”
เธอยิ้มออกมามันเป็รอยยิ้มธรรมดาที่ดูมีเื่ราวบางอย่างซ่อนอยู่และนั่นก็เป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลับมาที่นี่อยากกลับมาที่นี่ในทุกๆคืน...และเธอเองก็เช่นกัน
ซูเหยียนจะมาถึงที่นี่ตอนเที่ยงคืนตรงเป๊ะส่วนรถเมล์ของเธอจะมาถึงตอน 00:15 น. ไม่มีวันคลาดเคลื่อนแม้แต่นาทีเดียวหลินเหว่ยเริ่มรู้จักเธอทีละนิดใน่เวลา 15 นาทีนั้นทั้งสองนั่งข้างกันบนม้านั่งตัวเดิม แลกเปลี่ยนเื่ราวเล็ก ๆ น้อย ๆอย่างเื่หนังสือที่ชอบ หรือเื่ที่เธอเกลียดกาแฟรสขม
“คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมโลกมันถึงเงียบขนาดนี้ตอนเราคุยกัน?” ซูเหยียนถามขึ้นในคืนหนึ่ง
“ผมก็แค่คิดว่ามันอาจเป็่เวลาที่พิเศษน่ะครับ”หลินเหว่ยตอบพลางมองดูนาฬิกา
ทั้งสองเริ่มรู้จักกันมากขึ้นผ่านบทสนทนาที่มักจะจบลงเสมอเมื่อรถเมล์สายสุดท้ายเลี้ยวโค้งเข้ามาแสงไฟหน้ารถจะสาดจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งรอบข้างและซูเหยียนก็จะก้าวขึ้นรถไป ทิ้งให้เขายืนอยู่คนเดียวท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง
หลินเหว่ยยืนมองท้ายรถเมล์ที่หายลับไปในความมืดเขาไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ใน่เวลาสั้น ๆ นี้กำลังจะพาเขาไปพบกับความจริงที่เขาคาดไม่ถึง
คุยกับนักเขียน
สวัสดีครับทุกคนนี่เป็นิยายเื่ยาวเื่แรกที่ผมลองเขียนแนวลึกลับปนโรแมนติกเื่ราวของหลินเหว่ยกับซูเหยียนจะดำเนินไปแค่่สั้น ๆ หลังเที่ยงคืนเท่านั้นฝากติดตามกันด้วยนะครับว่าทำไมพวกเขาถึงเจอกันได้แค่่เวลานี้!