ตอนที่ 37: ฝึกงานที่กองทัพ
เวลาไหลผ่านราวกระแสน้ำ หลายฤดูผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปีครึ่งหลังศึกใหญ่ที่เมืองฝู่หลง ฤทธากลับมาฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ ทั้งวรยุทธ์ และความรู้ในสายอาชีพ เส้นทางชีวิตของเขาเต็มไปด้วยตารางฝึก อ่านและทบทวน ขณะเดียวกันศิษย์พี่อย่างซูคิมและจิมมี่ ก็ได้เริ่มไปฝึกงานในกองทัพตามแผนที่วางไว้
ในวันที่จากกันฤทธามอบโอสถระดับสูงให้ทั้งสองไว้บ่มเพาะ
ฤทธาเองแม้จะยังเรียนไม่จบปีสี่ แต่สิ่งที่ได้รับจากาและชีวิตในสำนัก ทำให้เขาเติบโตเกินวัยในสายตาของใครหลายคน
ปีสี่ส่วนใหญ่จะเป็การให้นักเรียนศึกษาเื่ การเมืองการปกครอง ให้รู้เื่โลกภายนอกมากขึ้น มีภารกิจต้องไปช่วยที่สำนักรอง และได้เรียนรู้ว่า พวกที่ไม่ได้ถูกเลือกเข้าสำนักใหญ่อย่างพวกฤทธา ไม่สามารถทะลวงถึงระดับเจ็ดได้ และพวกที่ไม่มีพลัง แต่มีสมองที่ชาญฉลาด สามารถเป็พวกนักประดิษฐ์ และคิดค้นสร้างสิ่งต่างๆได้ ่2เดือนที่ฤทธาได้ภารกิจไปช่วยสำนักรองที่เมืองหยวนหยาง ไป๋ิให้ฤทธาฝึกชันสูตรศพ เพื่อฝึกเนตรพินิจในการตรวจสอบร่างกาย
ต้าหวังเคยพาฤทธาไปดูที่สถาบันวิจัยสิ่งประดิษฐ์ของพวกหอการค้า ได้พบนักเรียนมากมายที่ไม่มีพลังแต่เฉลียวฉลาด ฤทธาได้บริจาคให้กองทุนการศึกษาของหอการค้า เพื่อให้เด็กที่ด้อยโอกาส ไม่มีทุนการศึกษาได้เล่าเรียน
กระทั่งวันหนึ่ง ข่าวร้ายก็มาถึง...
"อาจารย์ปู่... จากไปแล้ว" เ้าสำนักบอกข่าวร้ายกับฤทธา ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันอาจารย์ปู่บอกเขาว่า จะไปนอนที่ถ้ำสักคืน ฤทธาไม่คิดอะไร เพราะนานๆ ทีแกมักจะกลับไปนอนที่ถ้ำ
ที่สำนักไว้อาลัย ป้ายสุสานได้เอาไว้ในถ้ำของบรรพชน ฤทธาขอเ้าสำนักบ่มเพาะที่ถ้ำนั้นหนึ่งเดือน
“ฤทธาถือโอกาส่ไว้อาลัยนี้ ดูดซับกระดูกิญญาทั้งสองให้หมด เ้ายังไม่ได้หลอมรวมเจตจำนงของกระดูกิญญา” เสียงไค่หยงดังขึ้นในใจฤทธา
“เจตจำนงของกระดูกิญญา?” ฤทธาสงสัยสิ่งที่ไค่หยงพูด
“ใช่ เ้าลองนั่งบ่มเพาะ แล้วเข้ามาสำรวจร่างกาย ในทะเลจิตดู” ไค่หยงอธิบาย
ฤทธาทำตามที่ไค่หยงแนะนำ
ในทะเลจิติญญา ร่างโปร่งใสสีทองของเขามีกระดูกสีทองส่วนหัวและขาอยู่ข้างใน เขาเพ่งสมาธิไปที่กระดูกิญญาส่วนขา มีเื่เื่ราวและพลังตกค้างอยู่ ฤทธาเลยนั่งดูดซับ และเห็นเื่ราวในอดีตของไห่หวัง เจิ้งไห่ ั้แ่เด็กจนถึงตอนตาย และได้รู้ว่า เจตจำนงที่ค้างอยู่ของเขาคือ ความเป็ห่วงเกาะที่มีพวกปีศาจ ุ์และมนุษย์ ที่เขาสร้างค่ายกลปกป้องไว้ จะไม่ปลอดภัย เสร็จแล้วก็มาดูดซับกระดูกิญญาส่วนหัว เจตจำนงที่ค้างคาอยู่ของหยาง เย่วจี คือ การช่วยให้เด็กไม่ได้ถูกเลือกหรือชนชั้นกลาง ได้ทะลวงฝ่าถึงระดับเจ็ดได้สำเร็จ นั่นจะช่วยมนุษย์ในาได้มาก
และแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปหนึ่งเดือน ฤทธาจึงดูดซับหมด
จากนั้นฤทธาพิจารณาเจ็ดรอยแยกมิติต่อ
ในตำราบอกไว้ หนึ่ง.กักขังิญญา
สอง.มิติใต้ฝ่าเท้า เหมือนหลุมหลบภัย เมื่อใช้จะตกไปในหลุมมิติใต้เท้า สามารถเคลื่อนที่ได้ไปโผล่อีกที่ได้
รอยมิติที่สาม.ย่นระยะ ในระยะสายตามองเห็นสามารถเข้ารอยแยกแล้วไปถึงจุดหมายได้เลย
รอยแยกที่สี่.คือทางเข้า
รอยแยกที่ห้า.คือทางออก
รอยแยกมิติที่หก.ปราณมิติ ใช้โจมตีสร้างรอยแผลได้ รอยแผลถ้าไม่รักษาให้แผลปิดสนิททันที จะมีเืออกตลอด
รอยแยกมิติที่เจ็ด.มิติไปได้ตามใจ ขอบเขตขึ้นอยู่กับพลังจิตัั
ตอนนี้ฤทธาใช้ได้แค่สองรอยแยก มิติที่หนึ่งใช้พลังจิตโจมตีจิติญญาจะถูกกักขังในรอยแยกมิติที่หนึ่ง ภายนอกจะเห็นคู่ต่อสู้ยืนงงมองหาทางออกเหมือนถูกกักขังในที่มืดมิด ฤทธาฝึกใช้มิติใต้ฝ่าเท้าคู่กับเงาอัสนีย์ในการต่อสู้
เรโซ่เองก็ฝึกอย่างหนัก และประลองที่สนามประลองกลางบ่อยครั้ง เขารู้ว่าเพื่อนกำลังเศร้าจึงไม่อยากรบกวน แต่ก็มายืนมองตรงที่เขตหวงห้ามบ่อยๆ
การละสังขารอย่างสงบของหวังเซียน ทิ้งาแในใจของฤทธา แม้เขาจะเข้าใจเื่ความเป็ความตาย แต่การสูญเสียผู้ชี้นำเส้นทางให้กับตนเอง ก็เหมือนสูญเสียบางอย่างไป
ฤทธาไว้อาลัยอย่างสงบ ระหว่างนั้น นิลนิลก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากลูกัตัวน้อย ๆ กลายเป็ัตัวเท่าลูกม้าใหญ่ เริ่มแผ่รัศมีอำนาจ ไม่เพียงร่างกายใหญ่ขึ้น พลังสายฟ้าที่ควบคุมได้ก็แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า มันมักทำฟ้าผ่าเล่นอย่างสนุกสนาน บ่อยครั้งทำเอาฤทธาเหนื่อยใจ ต้องคอยตามปัดเป่าไม่ให้เื่ใหญ่โต
ฤทธาจบปีสี่ด้วยอันดับหนึ่งของสำนักและสนามประลองกลาง ตามกฎปีห้าต้องไปฝึกงานหนึ่งปี แล้วทำงานอีกห้าปี ถึงจะถือว่าจบจริงๆ
เขาใช้เวลาปิดเทอมหนึ่งเดือนกลับบ้าน ไปเยี่ยมพ่อแม่
บ้านที่อบอุ่นยังคงอยู่เหมือนเดิม เขาใช้เวลากับครอบครัวเต็มที่ พร้อมกับซื้อของและอุปกรณ์มากมาย หลังจากนี้อีกเดือนเขาจะต้องไปฝึกงานอีกหนึ่งปี คงไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ่อยๆ
"พ่อ... แม่... ข้ากลับมาแล้ว"
ฤทธากล่าวอย่างร่าเริง
การกลับมาเห็นพ่อแม่สบายดี กิจการของพ่อก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แม่ก็ปลูกสมุนไพรอยู่บ้าน หลอมโอสถไปขายเรื่อยๆ ยาระดับสูงที่ฤทธาให้แม่กิน แม้ช่วยรักษาแผลเก่าไม่ได้ แต่ก็ทำให้อาการเรื้อรังดีขึ้นมาก แค่นี้เขาก็อุ่นใจขึ้นอย่างมาก
เขายังแวะร้านอุปกรณ์เวทของต้าหวัง เพื่อนเก่าที่ตอนนี้ขยายร้านใหญ่ขึ้นหลายเท่า ทั้งสองพูดคุยกันยาวนาน แลกเปลี่ยนเื่ราวในชีวิต
ต้าหวังยื่นของขวัญชิ้นหนึ่งให้
"กล่องแผนที่ทั้ง4ทวีป เปิดออกจะฉายภาพแผนที่ขนาดใหญ่ เลือกดูได้ทีละทวีป เลือกดูที่ใดก็ได้ สามารถย่อขยายได้อีก" ต้าหวังอธิบาย
ฤทธาถูกใจมาก “ท่านพี่ นี่มันมากมายไปหรือไม่” ฤทธากล่าวอย่างเกรงใจ
“ไม่มากมายอะไร มันจะเป็ประโยชน์กับเ้าตอนไปฝึกงาน” ต้าหวังบอกฤทธา
หลังผ่านไปสามปีกว่าตอนนี้ทั้งสองสนิทกันมาก
เป็อีกครั้งที่เขาได้ตระหนักว่า... การมีเพื่อนแท้ เป็หนึ่งในพลังที่สำคัญที่สุด
“ท่านพี่ ข้าอยากอุปถัมภ์เด็กด้อยโอกาสสักยี่สิบคน พี่ช่วยคัดคนที่พี่ดูแล้วว่าเป็คนดี กตัญญูกับบิดามารดาให้ข้าทีสิ ทั้งค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมเงินเดือนอีกนิดหน่อย ข้าออกให้หมด รบกวนเป็ธุระให้ข้าที ไม่ต้องเรียนเก่ง แค่เป็คนดีก็พอ” ฤทธาฝากธุระสำคัญกับต้าหวัง พร้อมเอาหินิญญาให้ไว้ส่วนหนึ่ง
คำพูดของฤทธานั้นกินใจต้าหวังมาก เพราะต้าหวังก็เคยเป็หนึ่งในเด็กด้อยโอกาส ต้องดิ้นรนทุกทางกว่าจะมาถึงทุกวันนี้
“ได้สิ ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะดูให้” ต้าหวังรับปากฤทธา
ฤทธาฝึกต่อสู้พร้อมกับใช้เจดีย์ เขาสังเกตว่ามันไม่ยอมไปตามที่เขาสั่ง แต่พยายามจะสู้ร่วมไปกับเขามากกว่า ทำให้บางจังหวะก็ขัดกันเอง
________
ภาพในอดีต
บ้านดำสำนักเย่วจี
“ท่านอาจารย์ข้าเก็บซากเรือที่ะเิตอนโดนโจมตีไว้ แต่มันเหลือเพียงกระดูกเรือ ข้าอยากขอมันได้หรือไม่ขอรับ” ฤทธาบอกกับรองเ้าสำนัก ตอนที่กลับจากชายแดนเมื่อปีก่อน
“เ้าอยากสร้างมันสินะได้สิ ใช้เวลามากโขเลยนะ จะทำคนเดียวรึ ไม่ไปให้โรงผลิตรช่วยล่ะ” รองเ้าสำนักหานเย่วแนะนำ
“ข้าอยากลองออกแบบก่อน แล้วค่อยให้โรงผลิตเรือเหาะทำมันน่ะขอรับอาจารย์” ฤทธาบอกรองเ้าสำนัก
จริงๆ แล้วเขาพบพิมพ์เขียวเรือโจรสลัดในห้องทำงานในกำไลมิติ ฤทธาคิดถึงตอนเห็นเรือรบครั้งแรกที่เมืองฝูหลง เขาเลยคิดจะออกแบบเรือรบ ให้มีส่วนคล้ายกับเรือโจรสลัดชื่อดังสมัยก่อน ผสมกับวิทยาการเรือบินรบ ที่ขอมาจากหอิญญายุทธ์
“พอสร้างเสร็จ ข้าก็จะเป็สลัดอากาศล่ะนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เขาบอกชีต้าร์ก่อนหัวเราะออกมา
ฤทธาคิดถึงวันที่เขาขอซากเรือจากรองเ้าสำนัก การเขียนแบบตอนนี้มันเริ่มเป็รูปร่างแล้ว แต่ฤทธาไม่รีบร้อนอะไร เขาใช้วิธีจ้างโรงผลิตเรือเหาะทำวัสดุตามแบบของเขาเป็ชิ้นๆ ให้ลงอักขระค่ายกลและติดตั้งอาวุธตามที่เขาออกแบบ ออกแบบห้องโดยสารขนาดใหญ่ แบ่งเป็ห้องนอน ห้องซ้อม ห้องโถงและอีกหลายห้อง
ฤดูใบไม้ร่วงปีห้า ฤทธาวัยสิบเจ็ดปี เริ่มสูงใหญ่ โตเต็มวัย เขากับเรโซ่ได้รับภารกิจเดินทางไปยังเมืองอี้หนาน เมืองป้อมปราการขนาดใหญ่แห่งทวีปเหนือ อากาศหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเกือบทั้งปี สมกับคำกล่าวที่ว่า ใต้ลาวา เหนือน้ำแข็ง ตะวันตกทะเลทราย ตะวันออก หนองน้ำ คำเรียกทวีปทั้งสี่ ที่ส่งต่อกันมา
หน้าที่ของเขาใน่ฝึกงานคือ ช่วยเสริมกำลังชายแดน ควบคุมอสูรพาหนะ และทำหน้าที่แนวหน้าในภารกิจลาดตระเวน ค่ายฝึกทหารที่นั่นห้ามใช้พลังปราณ ให้ใช้กำลังตัวเองล้วนๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าใจระบบ และความเป็อยู่ของพวกทหาร
เมื่อไปถึงค่ายฝึกทหาร ความประหลาดใจก็เกิดขึ้น เมื่อฤทธาได้พบกับเพื่อนเก่า... ทีมแสงเงา!
ซูคิม จิมมี่ รวมตัวพร้อมหน้าอีกครั้ง ใต้ท้องฟ้าสีเทาแห่งเมืองอี้หนาน แม้ทุกคนจะมีาแและเื่ราวของตัวเอง แต่รอยยิ้มที่ส่งให้กัน... ยังเหมือนเดิม
"ข้าไม่ได้ลืมสัญญาที่เราจะสร้างทีมรบด้วยกันนะศิษย์พี่"
ฤทธากล่าวขณะจับมือพวกเขาแน่น
“รอให้เ้าฝึกงานเสร็จก่อนเถอะ” จิมมี่เดินมากอดคอฤทธาและเรโซ่
ศิษย์พี่พวกท่านอย่าเพิ่งใช้แต้มจากสนามประลองกลางนะ ข้ามีแผน
แล้วทั้งสามคนก็นั่งฟังแผนคร่าวๆ ของทธา
ฤทธาไม่รู้เลยว่าหนึ่งปีที่ฝึกงานนี้ จะเป็ปีที่เปลี่ยนความคิดเขา…
ฤทธาเข้าใจระบบทหาร และความเป็อยู่ของพวกชนชั้นกลางกับพวกไร้พลังมากขึ้น พวกทหารส่วนมากเป็พวกชนชั้นกลาง ไม่สามารถทะลวงถึงระดับเจ็ดได้ ส่วนใหญ่ทหารจะมีหน้าที่ปกป้องเมือง และคอยช่วยชาวบ้าน พวกที่ไปรบจริงกับเป็ทีมรบของพวกหอิญญายุทธ์
หนึ่งปีที่ค่ายทหารห้ามใช้พลัง ฤทธาฝึกควบคุมเจดีย์ในทะเลจิต และเข้าไปสู้กับมหิงส์แดงตลอด แต่ไม่เคยชนะเลย
ฤทธาได้ข่าวว่า อาจารย์เกาลาออกจากสำนัก และได้เป็ผู้นำภาคีแพทย์โอสถคนใหม่
จบตอน.