จากนั้นรองสารวัตรณัฏฐพร ได้บอกความจริงกับชิงพลบ ในเื่ที่สารวัตรตุลยากร อยากให้ชิงพลบเข้าทีมสืบสวน เพื่อช่วยเหลืองานในคดีโรงเรียนเอกระ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเป็พวกมีเวทมนตร์คุณไสย ทำให้สารวัตร้าผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาช่วยเหลืออีกแรง ซึ่งถ้าสารวัตรแจ้งเื่กับทางกรมตำรวจ คงไม่พ้นได้นักประวัติศาสตร์พวกคร่ำครึ หรือพวกหมอผีจอมปลอมมาช่วยงานเป็แน่
ส่วนผู้มีความรู้เกี่ยวกับคุณไสยมนต์ดำ ที่เขารู้จักมีเพียงแค่ชิงพลบเท่านั้น สารวัตรจึงตัดสินใจใช้เส้นสายของตัวเองเป็ครั้งแรก เพื่อดึงชิงพลบเข้ามาร่วมงานในทีมให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม
พอชิงพลบได้ฟังเหตุผลที่รองสารวัตรณัฏฐพรเล่าให้ฟัง ก็ไม่รู้สึกแปลกใจนัก เพราะผู้เรืองวิชาอาคมคุณไสย ในยุคนี้นอกจากหมอผีหรือหมอดู ซึ่ง
พบเจอได้ทั่วไป ถึงจะพอมีวิชาอยู่บ้าง แต่ยังห่างไกลจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ที่สามารถนำพลังคุณไสยมนต์ดำ มาทำร้ายคนอื่นได้โดยไม่ต้องลงมือด้วยเอง
ชิงพลบจึงครุ่นคิดถึงข้อดี และข้อเสีย ก่อนที่จะตัดสินใจรับ หรือไม่รับงานนี้ เพราะมันขัดต่อนิสัยส่วนตัวของเขามาก เนื่องจากชิงพลบมีนิสัย ที่ไม่ค่อยสนใจในเื่คนอื่นเท่าไร ซึ่งเกิดจาก่วัยเด็กที่ชิงพลบต้องตามปู่ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ มากมาย ทั้งพื้นที่ในเมือง ชนบท ูเา หรือป่ารกร้าง เกือบทั่วประเทศ เพื่อช่วยคนที่ถูกคุณไสยเล่นงานให้กลับมาดีขึ้น ค่าจ้างก็ไม่มี บางทีแค่คำขอบคุณยังไม่ได้กลับมาเลย
ทำให้เขามีแิ ที่ไม่อยากเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องกับเื่พวกนี้ เพราะเขาคิดว่ากรรมของใคร คนนั้นก็ควรรับไว้เอง ถึงเขาจะมีวิชาที่ช่วยเหลือคนอื่นได้ก็ตาม แต่สำหรับคดีนี้ที่เกิดขึ้น มันเป็เื่ที่เกี่ยวกับคนใกล้ตัวเขาโดยเฉพาะ ทั้งนักเรียนที่เขาสอน คุณครูที่สนิท และผู้อำนวยการที่เขาเคารพรัก ถ้ายังปล่อยให้คนพวกนั้นเผชิญอาถรรพ์ของคุณไสยมนต์ดำ ต่อไปคงไม่ใช่เื่ดีแน่นอน
ในระหว่างที่ชิงพลบกำลังใช้ความคิดวิเคราะห์ เพื่อตัดสินใจครั้งสำคัญอยู่นั้น รองสารวัตรณัฏฐพร ก็หยิบตราประทับสีขาวที่ถูกคล้องคอเธอไว้ชิ้นหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ โดยลักษณะที่โดดเด่นของตราประทับนี้ สร้างขึ้นจากงาช้างเผือกขนาดใหญ่ แกะสลักด้วยอักขระโบราณที่ล้อมรอบไปด้วยเศียรช้างทั้งหมด 33 เศียร เพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความสวยงามของศิลปะยุคโบราณได้เป็อย่างดี
เมื่อชิงพลบได้เห็นตราประทับ ที่ถูกวางไว้อยู่ตรงหน้า ก็รู้สึกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะเขารู้ดีถึงความสำคัญ ของตราประทับชิ้นนี้ ว่ามีประวัติความเป็มาอย่างไร โดยเฉพาะรูปลักษณ์ของช้าง 33 เศียร ที่บอกได้ว่าตราประทับช้างเผือกถูกสร้าง และปลุกเสกมาจากสำนักถ้ำเอราวัณของเขาในอดีต เพื่อปกป้องพลังคุณไสยมนต์ดำ ไม่ให้มาทำร้ายคนที่ถือตราประทับนี้ได้
จากข้อมูลเอกสารประวัติศาสตร์ของสำนักได้กล่าวไว้ว่า ตราประทับช้างเผือกจะถูกมอบให้เฉพาะคนของตระกูลเ้านครสยามเดิมเท่านั้น เพื่อไว้ป้องกันอันตรายพวกอวิชชาคุณไสยของสำนักต่าง ๆ ไม่ให้มาปองร้ายคนในครอบครัว ของเ้านครสยามได้
เมื่อกาลเวลาผ่านไปหลายร้อยปี ก็ไม่มีตระกูลเ้านครสยามที่ปกครองประเทศสยามอีกต่อไปแล้ว เพราะมีการส่งต่ออำนาจให้กับประชาชนดูแลสืบต่อมา ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเ้านครสยาม ห่างหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ทั้งหมด ซึ่งเกิดจากประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนขึ้นใหม่ใน่ 400 ปี มานี้เอง ทว่าประวัติศาสตร์เดิมก็ยังคงมีอยู่ แต่จะรับรู้เพียงในกลุ่มผู้บริหารประเทศระดับสำคัญเท่านั้น
ชิงพลบเริ่มตั้งสติได้ ก็เงยหน้าจ้องมองรองสารวัตรณัฏฐพร อย่างสนอกสนใจ ด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงมีตราประทับช้างเผือกได้ คงไม่ใช่พวกตระกูลเ้านครสยามเดิมปรากฏขึ้นหรอกนะ ไหนว่าคนของตระกูลนี้หายสาบสูญไปหมดแล้ว
“คุณณัฏฐพร คุณเป็ใครกันแน่ครับ! แล้วคุณมีตราประทับอันนี้ได้อย่างไร?” ชิงพลบถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ ถึงแม้ว่าเขาจะอยากรู้ความจริงมากก็ตาม แต่เื่ราวความสัมพันธ์ระหว่างสำนักถ้ำเอราวัณ และตระกูลเ้านครสยาม มันจบลงไปนานแล้ว ั้แ่เกิดเหตุการณ์ปราบปรามสำนักไสยศาสตร์ครั้งใหญ่ ที่ทำให้สำนักต่าง ๆ ถูกขับไล่ออกไปจากประเทศสยามจนหมด
ณัฏฐพรยังไม่ยอมปริปากตอบคำถามของชิงพลบ แต่ยิ้มด้วยความดีใจ เพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตราประทับชิ้นนี้ มีประวัติความเป็มาอย่างไร ซึ่งเธอได้รับเป็ของขวัญวันเกิด ที่คุณปู่มอบไว้ให้ก่อนท่านจะเสียชีวิต
ด้วยความหลงใหลในศิลปะ ประกอบกับความชอบส่วนตัว ทำให้เธอเก็บตราประทับไว้กับตัวมาโดยตลอด จนถึงวันที่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์เก่าของประเทศสยามจากการสืบคดี ทำให้เธอได้รู้ความจริงว่าตราประทับรูปช้าง 33 เศียร ที่ห้อยคออยู่ทุกวัน มีความเกี่ยวข้องกับสำนักถ้ำเอราวัณในอดีตไม่มากก็น้อย
“ถ้าคุณชิงพลบอยากรู้จริง ๆ ว่าฉันเป็ใคร?” รองสารวัตรณัฏฐพรพูดค้างไว้ พร้อมเลื่อนเอกสารเข้ารับทำงานในกรมตำรวจไปด้านหน้าของชิงพลบ
“คุณแค่ ต้องเซ็นชื่อยอมรับมาก่อน แล้วฉันจะบอกทุกอย่างที่คุณอยากรู้ให้หมดเลยค่ะ” รองสารวัตรณัฏฐพรพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพื่อให้ชิงพลบรีบตัดสินใจ เพราะตอนนี้เวลาในการทำงานสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับคดีมีไม่มากแล้ว เธอต้องเล่นบทนางร้ายสักหน่อย ชิงพลบจะได้ตัดสินใจเื่นี้เร็วขึ้น
“ไม่เลย ผมไม่อยากรู้สักนิด นี่คุณตำรวจ คุณคิดว่าผมสนใจเื่พวกนี้ จนต้องยอมแลกกับอิสรภาพ ของตัวเองเลยหรอครับ” ชิงพลบพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ที่รองสารวัตรณัฏฐพร เอาเื่ตราประทับมาหาประโยชน์กับเขา ถึงเขา้ารู้มากว่าภูมิหลังของตำรวจสาวคนนี้เป็ใคร แต่ต้องมาถูกต่อรองด้วยการบังคับให้ทำงาน อย่างงี้ไม่รู้เลยยังจะดีกว่า
“คิ คิ คุณนี่ไม่มีอารมณ์ขันเสียเลย ฉันก็ไม่ได้อยากบังคับคุณสักหน่อย แค่คุณให้คำปรึกษา และช่วยป้องกันพวกเราจากจอมขมังเวทย์ก็พอค่ะ หน้าที่อื่น ๆ ตามเอกสาร ก็แค่ใส่ไปให้ตรงตามระเบียบเท่านั้นแหละ” รองสารวัตรณัฏฐพรพูดเสียงอ่อนด้วยอาการยิ้มแย้ม
“เอาแบบนี้ละกัน ทีมเราขอยืมตัวคุณแค่ 3 เดือน เพื่อจะปิดคดีใหญ่นี้ให้ได้ หลังจากนั้น คุณจะอยู่หรือไป ก็เลือกเองได้เลยค่ะ” รองสารวัตรณัฏฐพรยื่นข้อเสนอสุดท้าย และหวังว่าเป็ข้อเสนอที่ทำให้ชิงพลบลำบากใจน้อยที่สุด
บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบลงทันที เมื่อชิงพลบได้รับฟังข้อเสนอที่น่าสนใจจากรองสารวัตรณัฏฐพร โดยเขาคิดว่าข้อเสนอนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะการช่วยตำรวจปิดคดีในโรงเรียนเอกระได้ ก็เสมือนได้ช่วยเหลือผู้อำนวยการ คุณครู และเด็กนักเรียน ให้ปลอดภัยด้วยเช่นกัน
พอชิงพลบตัดสินใจได้แล้ว ก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมพูดออกไปว่า…
“ตกลงครับ แต่ผมจะทำงานแค่กับคุณ และสารวัตรตุลยากรเท่านั้น เพราะผมไม่อยากให้คนอื่น ๆ มายุ่งเกี่ยวกับเื่อาคมคุณไสยมากนัก และยิ่งรู้น้อยเท่าไร ยิ่งดีต่อพวกคุณด้วย” ชิงพลบตอบกลับอย่างจริงจังกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของเขา
“ได้ค่ะ ตกลงตามนี้” รองสารวัตรณัฏฐพรตอบรับ ด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ พร้อมหยิบปากกาให้ชิงพลบเซ็นชื่อ ลงในเอกสารเลยทันที