ฮัวหนานอันเดินไปยังบริเวณห้องครัว เห็นบุตรสาวคนเล็กยืนอยู่บนเก้าอี้ มือเล็กๆ โรยเครื่องปรุงลงไปในกระทะใบใหญ่
“แม่นมเจียงคนต่อไปเรื่อย ๆ อย่าคนช้า ระวังมันจะไหม้” ฮั่วิจูสั่งแม่นมเจียงให้ทำตามที่นาง้า
“เ้าทำอันใด”
“ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือเ้าคะ ท่านรีบไปอาบน้ำเร็วเข้า วันนี้ท่านอาจารย์จะมาร่วมทานมื้อเย็นกับพวกเรา” ฮั่วิจูบอกกับบิดา แต่สายตากลับจ้องมองที่กระทะ
“วันนี้เ้าทำข้าวผัดเกล็ดทองคำหรือ” ฮั่วหนานอันสูดดมกลิ่นหอมของข้าวผัดสีเหลืองทองที่อยู่ในกระทะ
“ใช่เ้าค่ะ ข้าใส่เนื้อปูลงไปด้วย”
วันนี้ท่านอาจารย์มาร่วมทานมื้อเย็น นางจึงต้องทำอาหารเลิศรสหลายรายการเสียหน่อย คงไม่ถูกท่านพ่อมองว่าฟุ่มเฟือยหรอกนะ
“โอ้! ข้าจะรีบไปอาบน้ำ”
ฮั่วหนานอันเช็ดน้ำลายที่บริเวณมุมปาก อาหารวันนี้ช่างหอมและน่ากินเหลือเกิน เขาไม่ได้กินข้าวผัดเกล็ดทองคำมานานแล้ว ไม่คิดว่ามาตกระกำลำบากในหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ จะได้กินมัน
บ้านฮั่วทำอาหารใกล้จะเสร็จเรียบร้อย เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น ฮั่วเจินจูเป็คนวิ่งไปเปิดประตูบ้าน เห็นว่าเป็ผู้ใดยืนอยู่หน้าประตูรีบเชิญเข้ามาในบ้าน
“เชิญท่านหมอเ้าค่ะ”
โอวหยางเพ่ยเพ่ยล้วงเทียบเชิญออกจากแขนเสื้อ
“ข้ามาตามเทียบเชิญ”
ยื่นเทียบเชิญที่มีตัวอักษรบิดๆ เบี้ยวๆ ให้กับเด็กน้อยตรงหน้า เพียงแค่เชิญนางมาทานอาหารที่บ้านกลับมีเทียบเชิญ นี่คือสิ่งที่บ่งบอกว่าบ้านฮั่วเคยเป็สกุลใหญ่มีหน้ามีตามาก่อน
“ท่านอาจารย์มาแล้วหรือเ้าคะ”
ฮั่วิจูแย้มรอยยิ้มต้อนรับโอวหยางเพ่ยเพ่ย “เชิญท่านอาจารย์นั่งสนทนากับท่านแม่คนงามของข้าก่อน”
“พี่สาวเชิญนั่งก่อนเ้าค่ะ” หวังซื่อเชิญสตรีที่อายุมากกว่านางนั่ง
โอวหยางเพ่ยเพ่ยถอดหมวกม่านออก ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็ของนางปรากฎสู่สายตาของหวังซื่อ
โอวหยางเพ่ยเพ่ยสังเกตคนบ้านฮั่วว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นใบหน้าของนาง
เพียงทุกคนทำตัวปกติ ไม่ได้รังเกียจหรือมีความตื่นตระหนก ก็พรั่งพรูลมหายใจออกมา ช่างดีเสียจริง คนพวกนี้ไม่ได้หวาดกลัวใบหน้าอัปลักษณ์ของนาง
“น้องสาวมีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่”
ทุกคนเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้มีพิธีรีตองอันใดมาก โอวหยางเพ่ยเพ่ยจึง้าช่วยงานคนบ้านฮั่วมากกว่านั่งอยู่เฉยๆ
“พี่สาวทำตัวตามสบาย ต้องขออภัยที่บ้านของพวกเราไม่มีชาต้อนรับท่าน” หวังซื่อรินน้ำเปล่าให้กับแขกผู้มาเยือน
“สตรีชาวบ้านอย่างพวกเรา ไหนเลยจะเหมาะกับการดื่มชา”
โอวหยางเพ่ยเพ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นางสังเกตนิ้วเรียวของหวังซื่อที่เคลื่อนหยิบจับสิ่งต่างๆ ดูคล่องแคล่ว
ใบหน้าของหวังซื่อนั้นงดงาม มองหานับพันลี้ก็ยากจะพานพบ นิ้วเรียวงามบ่งบอกว่ามิเคยทำงานหนักมาก่อน
“ิจูนางถือของไปที่ใด”
เห็นลูกศิษย์ตัวน้อยกับบิดาของนางถือของเดินออกไปจากบ้าน โอวหยางเพ่ยเพ่ยจึงถามขึ้น นางอยู่ผู้เดียวมานาน การสนทนากับผู้อื่นจึงเป็เื่ที่ค่อนข้างลำบาก
“นางไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน”
บุตรสาวของนาง นำอาหารจากปูทะเลไปแบ่งปันให้กับหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอันใดอยู่
เสียงเคาะประตู เรียกให้คนในบ้านเดินมาเปิดประตูให้กับแขกผู้มาเยือน ลูกสะใภ้ใหญ่ของหัวหน้าหมู่บ้านมองสองพ่อลูกที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าประตู
“พวกเรามาหาท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านเ้าค่ะ” ฮั่วิจูแจ้งประสงค์ที่นางมาเยือนในเย็นนี้
“เชิญทั้งสองเข้ามาก่อน”
ครั้นสะใภ้ใหญ่เชิญทั้งสองเข้ามา หัวหน้าหมู่บ้านจึงเห็นว่าเป็ใครที่มาเยือน
“พวกเ้ามีเื่ใดถึงได้มาหาข้าตอนนี้” หัวหน้าหมู่บ้านเชิญคนทั้งสองมานั่งในห้องรับแขก รีบบอกให้ภรรยาไปเตรียมชามาต้อนรับ
ฮั่วหนานอันรีบเอ่ยห้าม พวกตนเพียงมาเยือนแค่ชั่วประเดี๋ยวไม่ต้องเตรียมชาให้วุ่นวาย สำหรับชาวบ้านชาเป็ของแพง เอาไว้ต้อนรับพวกเ้าหน้าที่ทางการเถิด
“บุตรสาวข้านางนำอาหารจากปูทะเลมาให้กับท่านลิ้มลอง”
“อาหารที่ทำมาจากปูทะเล”
ปูทะเลนั้นเนื้อน้อย แถมยังกินยากหัวหน้าหมู่บ้านจึงไม่ชื่นชอบ ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน แต่ว่าคนบ้านฮั่วมีน้ำใจจะปฏิเสธก็กระไรอยู่
“ขอบคุณพวกเ้าสองพ่อลูกมาก”
หัวหน้าหมู่บ้านขอบคุณทั้งสอง จากนั้นก็หันไปสั่งภรรยาให้ตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จแบ่งให้กับคนบ้านฮั่วกลับไปกิน
“ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านดูอาหารที่ข้าทำมาก่อนเถิด” ฮั่วิจูไม่ได้ยื่นตะกร้าให้กับภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านในทันที นางเปิดอาหารต่อหน้าชายชรา
หัวหน้าหมู่บ้านถูกความหอมของอาหารจู่โจมจมูก จ้องมองอาหารตรงหน้าตาไม่กะพริบ นี่มันอาหารจากเหลาอาหารในตัวอำเภอหรืออย่างไร เหตุใดถึงได้หน้าตาน่าทานเยี่ยงนี้
“นี่คืออาหารที่พวกเราทำขึ้น และปูทะเลยังเป็ส่วนประกอบสำคัญ ข้านำมาให้ท่านปู่ชิม”
หัวหน้าหมู่บ้านมองข้าวที่เรียงกันเป็เม็ดอยู่ในจาน ั้แ่เกิดมาเขาเคยกินข้าวขาวเป็เม็ดเพียงสามครั้ง ทว่าเม็ดข้าวในจานนี้ไฉนถึงได้มีสีทองอร่าม
“อาหารจานนี้เรียกว่าข้าวผัดปูเกล็ดทองคำ ส่วนประกอบจะมีเนื้อปูกับไข่เป็ส่วนสำคัญ ส่วนอาหารจานนี้คือปูทะเลคั่วพริกเกลือ ส่วนจานนี้คือปูทะเลผัดไข่เค็ม ข้าแกะเอาแต่เนื้อของปูมาประกอบอาหาร ที่มาวันนี้เพียงอยากให้ท่านลิ้มลองรสความอร่อยของเนื้อปู”
หัวหน้าหมู่บ้านสูดดมกลิ่นหอมๆ “ตอนที่ข้าลิ้มลองปูครั้งแรก ไม่เห็นว่าเนื้อมันจะแกะออกมาได้แบบที่เ้าทำ”
หัวหน้าหมู่บ้านอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้มาทั้งชีวิต เขาไม่เคยเห็นเนื้อปูถูกแกะออกมาในรูปแบบนี้มาก่อน ผู้ใดก็รู้ว่าการแกะเนื้อปูนั้นยาก กัดกินไปทั้งขาก็แข็งเกินกว่าจะกินไหว ทำได้เพียงดูดน้ำหวานๆ ที่ออกมาจากขาของมัน
“ข้ารู้วิธีการแกะเนื้อปูเ้าค่ะ หากรู้วิธีแกะจะได้เนื้อปูสวยๆ ออกมา เข้าเื่เลยแล้วกันนะเ้าคะ ข้า้าทำการค้าอาหารที่เกี่ยวกับเนื้อปูเ้าค่ะ จึงได้มารบกวนหัวหน้าหมู่บ้าน” ฮั่วิจูบอกประสงค์ที่แท้จริงในการมาพบหัวหน้าหมู่บ้าน
“เ้า้าทำการค้า” หันหน้าไปสอบถามผู้เป็บิดาของเด็กหญิงตัวน้อย หัวหน้าหมู่บ้านไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กอายุเท่านี้จะคิดทำการค้า
“ตามที่บุตรสาวข้าบอกกับท่านเลย” ฮั่วหนานอันสนับสนุนบุตรสาวเต็มที่ บุตรสาวว่าดีเขาก็ว่าดี
“มิใช่ทำการค้าเกี่ยวกับปูทะเลเท่านั้นนะเ้าคะ ข้ายัง้าทำการค้าอาหารทะเลทุกชนิด แต่ท่านปู่ไม่ต้องกังวล ข้ามิได้้าร่ำรวยเพียงผู้เดียว พวกเราบ้านฮั่ว้าพาชาวบ้านร่ำรวยไปพร้อมกัน”
ถึงอย่างไรพวกตนก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านซานไห่ตลอดชีวิตอยู่แล้ว การทำการค้าเกี่ยวกับอาหารทะเล แน่นอนว่าในอนาคตสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาล
ตอนนี้อาหารทะเลยังเป็ที่นิยมเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ถ้าพวกตนครองตลาดได้ เงินทองจะหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
เพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูทหารในกองทัพจำนวนมาก สกุลฮั่วแอบลักลอบทำการค้าอยู่หลายอย่าง แต่การค้าทุกอย่างเป็ของส่วนกลาง
พวกตนคนบ้านสาม ้ามีบ่อเงินบ่อทองเป็ของตนเอง จึง้าเริ่มทำการค้าอย่างลับๆ และการค้าของพวกตนยังช่วยชาวบ้านให้มีกินมีใช้ ไม่ต้องอยู่อย่างอดอยาก
บ้านฮั่ว้าพาชาวบ้านร่ำรวยไปพร้อมกัน ช่างเป็ประโยคที่ตราตรึงใจชายชรายิ่งนัก เขาเป็ผู้นำหมู่บ้านมาหลายปี ยังไม่เคยพาชาวบ้านหลีกหนีจากความอดอยากพ้น
หมู่บ้านซานไห่มีพื้นที่ทำนาเพียงเล็กน้อย พวกชาวบ้านจึงต้องยึดอาชีพประมงเป็หลัก เสี่ยงชีวิตออกหาปลาในทะเลกว้าง เพื่อนำมาแลกเงินอันน้อยนิด
ชาวบ้านหลายคนต้องสังเวยชีวิตให้แก่ท้องทะเล ส่งผลให้คนในครอบครัวที่เหลืออยู่อย่างลำบาก ความยากจนคือสิ่งที่เพิ่มความกล้าให้กับชาวบ้าน หากมีรายได้ทางอื่นที่ดีกว่าการออกหาปลา มีหรือที่หัวหน้าหมู่บ้านจะไม่สนับสนุน
ฮั่วิจูเกริ่นเื่การตั้งโรงงานผลิตอาหารทะเลกับหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้ก่อน วันนี้นางมีแขกที่บ้าน จึงไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่นาน
หัวหน้าหมู่บ้านกระตือรือร้นกับเื่ที่ฮั่วิจูเกริ่นมา เขาเชื่อใจสองพ่อลูก คนทั้งสองหาใช่ชาวบ้านความคิดตื้นเขินอย่างพวกตน สิ่งที่สองพ่อลูกคิดว่าดี มันต้องดีอย่างแน่นอน
ฮั่วหนานอันอุ้มบุตรสาวตัวน้อยช่างเจรจาไว้ในอ้อมแขน สองพ่อลูกเดินกลับบ้านด้วยจิตใจเปี่ยมสุข
“ท่านพ่อคิดว่าท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านจะเห็นด้วยกับพวกเราหรือไม่” ฮั่วิจูถามบิดาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน ผู้ใดบ้างไม่ชอบเงิน แต่เ้าอย่าลืมว่าทำการใหญ่ต้องใช้เงิน ถ้าผ่านเื่นี้ไปไม่ได้ สิ่งที่เ้าหวังอาจไม่สำเร็จ”
“อ๊ายหยา! ข้าลืมเื่นี้ไปเลย ข้าเพียงมีใจ้าช่วยครอบครัวและชาวบ้านให้หลุดพ้นจากความยากจน ไม่คิดว่าอุปสรรคจะมากปานนี้”
ฮั่วิจูแสร้งก้มหน้าเศร้า ทอดถอนหายใจจนดูน่าสงสาร นางเป็เพียงเด็กอายุยังไม่ถึงแปดขวบดี จะแสดงความสามารถและความรอบคอบออกไปได้อย่างไร จำต้องแสร้งทำเป็คิดไม่รอบคอบ นึกถึงแต่ผลลัพธ์ที่้า ไม่นึกถึงเื่ระหว่างทาง
“เอาเป็ว่าพ่อจะจัดการเื่นี้ให้แก่เ้าเอง ิเอ๋อร์ของข้าจะต้องได้เป็เถ้าแก่เนี้ยโรงงานอาหารทะเล”
ฮั่วหนานอันให้คำมั่นกับบุตรสาวที่มีจิตใจดีงาม ทั้งที่พวกตนมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเพียงไม่นาน นางกลับ้าช่วยให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากความยากจน
สองพ่อลูกสนทนากันสลับกับหัวเราะคิกคักไปตลอดทาง เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้ชาวบ้านบางคนออกมาดูว่าเป็ผู้ใด พอเห็นว่าเป็ฮั่วหนานอันชาวบ้านบางคนก็รีบกลับเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว
คำแนะนำของฮั่วหนานอันเมื่อ่ใกล้เที่ยง มันฟังดูโหดร้ายจนดูน่ากลัว ไม่มีใครอยากมีเื่กับบุรุษผู้นี้ กลัวว่าออกไปข้างนอกจะถูกแอบสะกดรอยตามแล้วฆ่าทิ้ง