เกิดใหม่มาเป็นแม่ม่าย

    30

    เมื่อเห็นว่าเขาตั้งใจที่จะซื้อของเข้าบ้านมา เธอก็ไม่คิดจะต่อว่าให้เขาต้องเสียน้ำใจ




    " ขอบคุณนะคะ ฉันจะทำอาหารอร่อยไปให้คุณกินทุกวันเลยค่ะ "




    " ขอบคุณครับ "




    " ระหว่างเราคงไม่ต้องเอ่ยคำพูดพวกนี้ก็ได้มั้งคะ " ทั้งสองต่างมองตากันอย่างสื่อความหมาย




    " อะแฮ่ม ความจริงผมไม่อยากจะขัดเวลาของพวกพี่นะครับ แต่ว่านะ ผมหิวแล้วครับพี่ใหญ่ " เป่ยซานเอ่ยขึ้น






    " จ้าๆๆ รอเดี๋ยวนะ พี่จะรีบทำ "




    " ให้ผมช่วยนะ "






    " ไม่เป็นไรค่ะคุณไปนั่งเล่นเถอะฉันไม่เสียวถิงคอยช่วยก็พอแล้ว "






    " พี่หลิวหยางมานี่ดีกว่าครับ ดีเลยพี่ต้องเรียนมามากกว่าผมแน่นอน ช่วยสอนผมทำข้อนี้หน่อยสิครับ " เป่ยซานเดินมาจูงมือชายหนุ่มออกไปด้านนอก เพื่อหวังจะให้เขาสอนทำการบ้านของชั้นมัธยมต้น




    ซ่งหลิวหยางสอนเขาทำการบ้านแต่ละข้ออย่างใจเย็น ไม่นานนักอาหารเย็นก็เสร็จและตอนนี้ทุกคนก็พร้อมที่จะกินแล้ว




    เป่ยลู่คีบน่องไก่ชิ้นใหญ่ใส่ในถ้วยให้กับเขาจากนั้นก็ตักน้ำแกงไก่ที่เธอตุ๋นอย่างดีให้เขาเต็มถ้วยอีกด้วย




    " กินเยอะๆ นะคะ "




    " คุณก็ด้วยครับ "




    " พี่เสี่ยวถิงผมว่าพวกเราคงไม่มีตัวตนในสายตาพวกเขาแล้วล่ะครับ "




    " เดี๋ยวเถอะ อาซาน พี่จะฟ้องแม่ "




    "โอ้ว... "




    " จริงสิ ผมคิดว่าผมควรจะไปเยี่ยมพ่อแม่ของคุณก่อนที่เราจะแต่งงานกันนะครับ " ซ่งหลิวหยางเอ่ยขึ้นมาทำเอาเป่ยซานถึงกับสำลักน้ำแกงไก่ที่เขากำลังตักซดอยู่พอดี






    แค่กๆๆๆ




    " นี่ กินดีๆ สิ เด็กคนนี้ เลอะเทอะไปหมดแล้วเนี่ย น่าเกลียดจริงๆ " เป่นลู่บ่นน้องชายของตนเอง






    " พวกพี่ นี่ พวกพี่จะแต่งงานกันหรอครับ "




    " ยังไม่ใช่ตอนนี้ "




    "แต่ก็แต่งใช่ไหม "




    " อืม "




    " เย้ๆ ดีจัง ต่อไปผมจะช่วยเลี้ยงหลานสาวที่น่ารักๆ เองครับ "






    ซ่งหลิวหยางยิ้มขำกับคำพูดของเด็กชายซึ่ง เขาเองก็ยังไม่ทันคิดไปถึงขั้นมีลูก แค่คิดว่าจะแต่งงานกับเธอต้นปีหน้านี้เท่านั้น เมื่อน้องชายว่าที่ภรรยาเอ่ยมาขนาดนี้แล้ว เขาก็ควรคิดแล้วสินะ




    เป่ยลู่มองเห็นสายตาที่เขาจ้องมองเธอก็อดที่จะขนลุกชันไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกันแน่ แต่ดูจากสายตาแล้ว ....




    เฮ้อ!! ศึกหนักแน่ๆ




    หลังจากนั้นเป็นต้นมาซ่งหลิวหยางก็มากินอาหารเย็นที่บ้านด้วยทุกวัน บางวันที่เขามีเวลาว่างก็จะมายืนช่วยเป่ยลู่ย่างไก่ขาย ทั้งข้าวราดและไก่ย่างของเธอขายดีและหมดในเวลารวดเร็วทุกวัน




    ตอนนี้สถานีรถไฟได้ปรับปรุงเสร็จสิ้นแล้ว อีกสองวันเธอจะหยุดขายเพื่อที่จะเข้าไปทำความสะอาดร้านค้าที่เธอเช่าเอาไว้ทั้งสองร้าน




    “พี่สาว เราหยุดกี่วันคะ”




    “สักสองวันก็คงจะเสร็จแล้วล่ะ”




    “ฉันขอหยุดเพิ่มอีกวันจะได้ไหมคะ พอดีฉันกับเจียงสงคุยกันว่าจะไปดูบ้านเช่าหลังเล็กๆ สักหลัง เผื่อว่าเรา …” เสี่ยวถิงเอ่ยบอกพร้อมกับอาการเขินอายอย่างไม่อาจห้ามเมื่อนึกถึงคำพูดของคนรักที่เอ่ยบอกเธอหลายวันก่อน




    “เอาสิ เตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ ก็ดีเหมือนกันนะ “เป่ยลู่เห็นด้วย เพราะเธอดูท่าแล้วว่าสองคนนี้คงอยากร่วมกันสร้างครอบแล้วล่ะ ซึ่งเธอก็ยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่ง




    “ขอบคุณพี่สาว”




    “เอาล่ะเรามาเก็บร้านกันดีกว่าวันนี้พี่สาวจะทำของอร่อยให้กิน”




    “ดีครับ “ไม่ใช่เสียงใครอื่นแต่เป็นซ่งหลิวหยางที่ไม่รู้ว่ามายืนข้างหลังของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่




    “มานานแล้วหรอคะ”




    “เพิ่งมาครับ ผมเลิกงานพอดี มาครับเก็บของกลับบ้านกันเถอะ “ชายหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะหยิบผ้าไปเช็ดทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้เหมือนอย่างที่เคยทำ ส่วนคนอื่นก็จัดการงานอื่นๆ ไป พอดีกับที่เป่ยซานกลับมาจากโรงเรียนพอดี ทุกคนจึงช่วยกันใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้ว




    “พี่เขย พี่รู้ไหมว่าการบ้านที่พี่สอนผม อาจารย์ชมผมว่าเก่ง แต่ผมบอกอาจารย์ไปตามตรงว่าพี่เขยเป็นคนสอน “เป่ยซานเอ่ยบอกทำเอาพี่สาวของเขาหน้าขึ้นสีเพราะไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยเรียกชายหนุ่มคนรักของพี่สาวว่า พี่เขย แบบนี้




    “ว๊าว พี่เขย ไม่ทันไรก็เรียกพี่เขยซะละ “เสี่ยวถิงเอ่ยแซว นั่นจึงทำให้เธอถูกเป่ยลู่ตีเข้าที่แขนเบาๆ เพราะความขวยเขิน




    “อ๊ะพี่สาว คิคิ”




    “พอเลยพวกเธอน่ะ ถ้าไม่หยุดล้อเลียนพี่วันนี้ไม่ต้องกินข้าว “เอ่ยจบก็เดินหนีกลับบ้านไปก่อน ซ่งหลิวหยางส่งผ้าเช็ดโต๊ะในมือตนเองให้เป่ยซานและเดินตามร่างบางไปด้วย





    กลับมาถึงบ้านเป่ยลู่นำหัวมันและเผือกที่ซ่งหลิวหยางซื้อมาไว้ให้นำไปล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกออก จากนั้นก็นำไปหั่นเป็นชิ้นพอดีคำเพื่อที่จะทำมันและเผือกเชื่อม ให้ทุกคนได้ลองกิน หลังทำเสร็จแล้วเธอก็เตรียมทำอาหารเย็นไว้รอคนอื่นๆ ต่อไป โดยมีผู้ช่วยอย่างซ่งหลิวหยางที่คอยช่วยหยิบจับอยู่ข้างๆ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นแม่ม่าย ที่คุณอ่าน