เมื่อเห็นว่าเขาตั้งใจที่จะซื้อของเข้าบ้านมา เธอก็ไม่คิดจะต่อว่าให้เขาต้องเสียน้ำใจ
" ขอบคุณนะคะ ฉันจะทำอาหารอร่อยไปให้คุณกินทุกวันเลยค่ะ "
" ขอบคุณครับ "
" ระหว่างเราคงไม่ต้องเอ่ยคำพูดพวกนี้ก็ได้มั้งคะ " ทั้งสองต่างมองตากันอย่างสื่อความหมาย
" อะแฮ่ม ความจริงผมไม่อยากจะขัดเวลาของพวกพี่นะครับ แต่ว่านะ ผมหิวแล้วครับพี่ใหญ่ " เป่ยซานเอ่ยขึ้น
" จ้าๆๆ รอเดี๋ยวนะ พี่จะรีบทำ "
" ให้ผมช่วยนะ "
" ไม่เป็นไรค่ะคุณไปนั่งเล่นเถอะฉันไม่เสียวถิงคอยช่วยก็พอแล้ว "
" พี่หลิวหยางมานี่ดีกว่าครับ ดีเลยพี่ต้องเรียนมามากกว่าผมแน่นอน ช่วยสอนผมทำข้อนี้หน่อยสิครับ " เป่ยซานเดินมาจูงมือชายหนุ่มออกไปด้านนอก เพื่อหวังจะให้เขาสอนทำการบ้านของชั้นมัธยมต้น
ซ่งหลิวหยางสอนเขาทำการบ้านแต่ละข้ออย่างใจเย็น ไม่นานนักอาหารเย็นก็เสร็จและตอนนี้ทุกคนก็พร้อมที่จะกินแล้ว
เป่ยลู่คีบน่องไก่ชิ้นใหญ่ใส่ในถ้วยให้กับเขาจากนั้นก็ตักน้ำแกงไก่ที่เธอตุ๋นอย่างดีให้เขาเต็มถ้วยอีกด้วย
" กินเยอะๆ นะคะ "
" คุณก็ด้วยครับ "
" พี่เสี่ยวถิงผมว่าพวกเราคงไม่มีตัวตนในสายตาพวกเขาแล้วล่ะครับ "
" เดี๋ยวเถอะ อาซาน พี่จะฟ้องแม่ "
"โอ้ว... "
" จริงสิ ผมคิดว่าผมควรจะไปเยี่ยมพ่อแม่ของคุณก่อนที่เราจะแต่งงานกันนะครับ " ซ่งหลิวหยางเอ่ยขึ้นมาทำเอาเป่ยซานถึงกับสำลักน้ำแกงไก่ที่เขากำลังตักซดอยู่พอดี
แค่กๆๆๆ
" นี่ กินดีๆ สิ เด็กคนนี้ เลอะเทอะไปหมดแล้วเนี่ย น่าเกลียดจริงๆ " เป่นลู่บ่นน้องชายของตนเอง
" พวกพี่ นี่ พวกพี่จะแต่งงานกันหรอครับ "
" ยังไม่ใช่ตอนนี้ "
"แต่ก็แต่งใช่ไหม "
" อืม "
" เย้ๆ ดีจัง ต่อไปผมจะช่วยเลี้ยงหลานสาวที่น่ารักๆ เองครับ "
ซ่งหลิวหยางยิ้มขำกับคำพูดของเด็กชายซึ่ง เขาเองก็ยังไม่ทันคิดไปถึงขั้นมีลูก แค่คิดว่าจะแต่งงานกับเธอต้นปีหน้านี้เท่านั้น เมื่อน้องชายว่าที่ภรรยาเอ่ยมาขนาดนี้แล้ว เขาก็ควรคิดแล้วสินะ
เป่ยลู่มองเห็นสายตาที่เขาจ้องมองเธอก็อดที่จะขนลุกชันไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกันแน่ แต่ดูจากสายตาแล้ว ....
เฮ้อ!! ศึกหนักแน่ๆ
หลังจากนั้นเป็นต้นมาซ่งหลิวหยางก็มากินอาหารเย็นที่บ้านด้วยทุกวัน บางวันที่เขามีเวลาว่างก็จะมายืนช่วยเป่ยลู่ย่างไก่ขาย ทั้งข้าวราดและไก่ย่างของเธอขายดีและหมดในเวลารวดเร็วทุกวัน
ตอนนี้สถานีรถไฟได้ปรับปรุงเสร็จสิ้นแล้ว อีกสองวันเธอจะหยุดขายเพื่อที่จะเข้าไปทำความสะอาดร้านค้าที่เธอเช่าเอาไว้ทั้งสองร้าน
“พี่สาว เราหยุดกี่วันคะ”
“สักสองวันก็คงจะเสร็จแล้วล่ะ”
“ฉันขอหยุดเพิ่มอีกวันจะได้ไหมคะ พอดีฉันกับเจียงสงคุยกันว่าจะไปดูบ้านเช่าหลังเล็กๆ สักหลัง เผื่อว่าเรา …” เสี่ยวถิงเอ่ยบอกพร้อมกับอาการเขินอายอย่างไม่อาจห้ามเมื่อนึกถึงคำพูดของคนรักที่เอ่ยบอกเธอหลายวันก่อน
“เอาสิ เตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ ก็ดีเหมือนกันนะ “เป่ยลู่เห็นด้วย เพราะเธอดูท่าแล้วว่าสองคนนี้คงอยากร่วมกันสร้างครอบแล้วล่ะ ซึ่งเธอก็ยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่ง
“ขอบคุณพี่สาว”
“เอาล่ะเรามาเก็บร้านกันดีกว่าวันนี้พี่สาวจะทำของอร่อยให้กิน”
“ดีครับ “ไม่ใช่เสียงใครอื่นแต่เป็นซ่งหลิวหยางที่ไม่รู้ว่ามายืนข้างหลังของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่
“มานานแล้วหรอคะ”
“เพิ่งมาครับ ผมเลิกงานพอดี มาครับเก็บของกลับบ้านกันเถอะ “ชายหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะหยิบผ้าไปเช็ดทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้เหมือนอย่างที่เคยทำ ส่วนคนอื่นก็จัดการงานอื่นๆ ไป พอดีกับที่เป่ยซานกลับมาจากโรงเรียนพอดี ทุกคนจึงช่วยกันใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้ว
“พี่เขย พี่รู้ไหมว่าการบ้านที่พี่สอนผม อาจารย์ชมผมว่าเก่ง แต่ผมบอกอาจารย์ไปตามตรงว่าพี่เขยเป็นคนสอน “เป่ยซานเอ่ยบอกทำเอาพี่สาวของเขาหน้าขึ้นสีเพราะไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยเรียกชายหนุ่มคนรักของพี่สาวว่า พี่เขย แบบนี้
“ว๊าว พี่เขย ไม่ทันไรก็เรียกพี่เขยซะละ “เสี่ยวถิงเอ่ยแซว นั่นจึงทำให้เธอถูกเป่ยลู่ตีเข้าที่แขนเบาๆ เพราะความขวยเขิน
“อ๊ะพี่สาว คิคิ”
“พอเลยพวกเธอน่ะ ถ้าไม่หยุดล้อเลียนพี่วันนี้ไม่ต้องกินข้าว “เอ่ยจบก็เดินหนีกลับบ้านไปก่อน ซ่งหลิวหยางส่งผ้าเช็ดโต๊ะในมือตนเองให้เป่ยซานและเดินตามร่างบางไปด้วย
กลับมาถึงบ้านเป่ยลู่นำหัวมันและเผือกที่ซ่งหลิวหยางซื้อมาไว้ให้นำไปล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกออก จากนั้นก็นำไปหั่นเป็นชิ้นพอดีคำเพื่อที่จะทำมันและเผือกเชื่อม ให้ทุกคนได้ลองกิน หลังทำเสร็จแล้วเธอก็เตรียมทำอาหารเย็นไว้รอคนอื่นๆ ต่อไป โดยมีผู้ช่วยอย่างซ่งหลิวหยางที่คอยช่วยหยิบจับอยู่ข้างๆ