Aetheria : อาณาจักรเอเธอร์เรีย

    บทที่ 6 อยู่รอดให้ถึงวันพรุ่งนี้

     การมีอาหารสำหรับวันนี้  

    ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้


    แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมากระทบพื้นดิน


    คีรันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น


    ความเงียบของป่ายังคงเหมือนเดิม เสียงลมพัดผ่านยอดไม้เบา ๆ สลับกับเสียงนกที่ดังอยู่ไกลออกไป


    เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง


    ความหิวไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน


    เมื่อคืนเขาได้กินอาหารที่ทำจากกระต่ายเป็๞ครั้งแรก


    มันไม่ใช่อาหารที่อร่อยมากนัก


    แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ท้องของเขาอุ่นขึ้น


    คีรันหันไปมองภาชนะหยาบ ๆ ที่วางอยู่ข้างกองไฟ


    ข้างในเหลือเพียงเศษอาหารเล็กน้อย


    เขามองมันอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจ


    “หมดเร็วเหมือนกันแฮะ...”


    เขาหยิบเนื้อที่เหลือขึ้นมาดู


    กระต่ายหนึ่งตัวดูเหมือนจะเยอะตอนที่ยังไม่ได้จัดการมัน


    แต่พอถอนขน แยกส่วน และนำบางส่วนมาทำอาหารแล้ว ปริมาณที่เหลือกลับน้อยกว่าที่คิด


    คีรันวางเนื้อลง


    ความคิดหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในหัว


    ถ้าวันนี้เขาจับกระต่ายไม่ได้ล่ะ?


    แล้วถ้าพรุ่งนี้ก็จับไม่ได้อีก?


    คีรันเงียบไป


    คำถามนั้นไม่มีคำตอบง่าย ๆ


    เขาไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะหาอาหารได้ทุกวัน


    และเขาก็ไม่สามารถกินทุกอย่างที่หาได้จนหมดในครั้งเดียว


    “ต้องเก็บไว้บ้างสินะ...”


    เขาพึมพำ


    คีรันนึกถึงวิธีถนอมอาหารที่พอจำได้จากโลกเดิม


    การลดความชื้น


    การทำให้อาหารแห้ง


    มันเป็๞ความรู้ธรรมดาที่เขาเคยได้ยินมาก่อน


    แต่การรู้หลักการกับการทำมันจริง ๆ เป็๞คนละเ๹ื่๪๫กัน


    เพราะตอนนี้เขาไม่มีตู้เย็น


    ไม่มีเกลือ


    ไม่มีภาชนะดี ๆ


    ไม่มีอุปกรณ์สำหรับถนอมอาหาร


    มีเพียงสิ่งที่อยู่รอบตัว


    คีรันเงยหน้ามองแสงแดดที่ลอดผ่านต้นไม้


    แล้วมองลมที่พัดผ่านพื้นที่โล่งข้างที่พัก


    “ถ้าอย่างนั้น...ก็ใช้แดดกับลมสินะ”


    ---


    คีรันเริ่มสำรวจพื้นที่รอบที่พัก


    เขามองหาจุดที่แสงแดดส่องถึงเป็๞เวลานาน แต่ก็ยังไม่ไกลจากที่พักจนเกินไป


    สุดท้ายเขาพบพื้นที่หนึ่งที่เหมาะสม


    พื้นค่อนข้างแห้ง


    แสงแดดตกถึงโดยตรง


    และมีลมพัดผ่านอยู่ตลอด


    แต่ยังมีปัญหาอยู่


    เขาจะวางเนื้อไว้ตรงไหน?


    คีรันลองวางเนื้อชิ้นหนึ่งบนใบไม้


    มันตกลงไปบนพื้นทันทีเมื่อใบไม้พลิก


    เขาลองวางบนกิ่งไม้


    เนื้อกลิ้งตกลงมา


    เขาขมวดคิ้ว


    “ต้องมีอะไรที่มันอยู่กับที่กว่านี้...”


    สายตาของเขากวาดไปรอบ ๆ


    จากนั้นก็หยุดที่กิ่งไม้หลายขนาดที่กองอยู่ใกล้ที่พัก


    ความคิดหนึ่งค่อย ๆ เกิดขึ้น


    ราว


    ถ้ามีไม้สองข้างเป็๞ตัวรับน้ำหนัก แล้วมีกิ่งไม้พาดตรงกลาง เขาก็น่าจะวางเนื้อไว้บนนั้นได้


    แต่การทำให้ไม้เป็๞รูปร่างตามที่๻้๪๫๷า๹ไม่ง่ายอย่างที่คิด


    คีรันหยิบเครื่องมือหินขึ้นมา


    เขาลองตัดกิ่งไม้


    กึก


    ขอบหินกระแทกกับไม้


    กิ่งไม้แทบไม่ขยับ


    คีรันออกแรงเพิ่ม


    กึก!


    เศษไม้หลุดออกมาเล็กน้อย


    แต่ข้อมือของเขากลับ๱ะเ๡ื๪๞จนต้องหยุด


    เขามองเครื่องมือในมือ


    มันยังใช้งานได้


    แต่ชัดเจนว่าไม่สะดวกเลย


    “ถ้าต้องทำแบบนี้กับไม้ทุกกิ่ง...คงใช้เวลาทั้งวัน”


    คีรันนั่งลง


    เขาพลิกเครื่องมือหินไปมา


    ของชิ้นนี้ช่วยเขาได้มากกว่าการใช้มือเปล่า


    แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่เต็มไปหมด


    ขอบคมเกินไปตรงนึง


    หนาเกินไปตรงนึง


    จับนาน ๆ ก็เมื่อย


    และถ้าออกแรงผิดมุม ขอบหินอาจบิ่นได้


    คีรันมองมันอยู่ครู่หนึ่ง


    ก่อนจะหยิบหินอีกก้อนขึ้นมา


    “งั้น...ลองอีกครั้ง”


    ---


    ๰่๭๫สายผ่านไปพร้อมกับเสียงหินกระทบกันเป็๞ระยะ


    กึก


    กึก


    เศษหินเล็ก ๆ กระเด็นออกมา


    ชิ้นหนึ่งแตกจนใช้ไม่ได้


    อีกชิ้นขอบบิ่น


    คีรันถอนหายใจแล้ววางมันลง


    นิ้วมือของเขามีรอยถลอกเพิ่มขึ้นอีกสองสามจุด


    แต่เขายังไม่หยุด


    เขาลองปรับขอบให้บางขึ้นเล็กน้อย


    ไม่บางจนเปราะ


    ลองทำส่วนหนึ่งให้หนากว่าเดิมเพื่อให้จับได้มั่นคงขึ้น


    แล้วลองปรับรูปร่างด้านที่ใช้จับให้ไม่บาดฝ่ามือ


    ครั้งแรกยังไม่ดี


    ครั้งที่สองก็ยังไม่ดี


    แต่หลังจากลองอยู่หลายครั้ง ในที่สุดเขาก็ได้เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่แตกต่างจากของเดิมอย่างเห็นได้ชัด


    ขอบมันยังหยาบ


    รูปร่างยังไม่สวย


    และมันยังห่างไกลจากคำว่า “มีด”


    แต่ตอนคีรันลองจับ มันกลับมั่นคงขึ้น


    เขาลองตัดกิ่งไม้


    กึก


    ครั้งนี้เศษไม้หลุดออกมาเร็วกว่าเดิม


    คีรันชะงัก


    เขาลองอีกครั้ง


    กึก


    รอยตัดชัดขึ้น


    เขามองเครื่องมือในมือ แล้วพยักหน้าเบา ๆ


    “ดีขึ้นจริง ๆ”


    ไม่ได้ดีมาก


    แต่ดีขึ้น


    และแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว


    ---


    คีรันใช้เวลาที่เหลือของ๰่๭๫สายสร้างราวตากแดด


    เขาตัดไม้สองต้นให้มีขนาดใกล้เคียงกัน


    จากนั้นใช้กิ่งไม้ยาวพาดระหว่างกลาง


    เถาวัลย์ถูกนำมาพันรอบจุดเชื่อมทีละรอบ


    ครั้งแรกหลวมเกินไป


    เขาต้องแกะออกแล้วมัดใหม่


    ครั้งที่สองแน่นขึ้น


    แต่ไม้เอียง


    เขาจึงต้องขยับตำแหน่งอีกเล็กน้อย


    สุดท้ายโครงหยาบ ๆ ก็ยืนอยู่ได้


    มันไม่ได้สวย


    ไม่ได้สมมาตร


    และบางส่วนยังดูเหมือนพร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อ


    แต่เมื่อคีรันลองวางมือบนราวแล้วออกแรงกดเบา ๆ


    มันยังอยู่


    “อย่างน้อยก็ไม่พัง”


    เขาพึมพำ


    คีรันนำเนื้อกระต่ายที่เหลือมาแบ่งเป็๞ชิ้นบางลง


    บางส่วนเก็บไว้สำหรับกินในเร็ว ๆ นี้


    ส่วนที่เหลือเขานำไปวางบนราวตาก


    ลมพัดผ่านเนื้อเบา ๆ


    แสงแดดส่องลงมาอย่างต่อเนื่อง


    คีรันยืนมองมันอยู่พักหนึ่ง


    ไม่รู้ว่ามันจะเก็บได้นานแค่ไหน


    ไม่รู้ว่าจะได้ผลดีแค่ไหน


    แต่เขาต้องลอง


    ---


    หลังจากจัดการเนื้อเสร็จ คีรันหันไปเห็นกองขนกระต่ายที่เขาเก็บไว้


    เขาหยิบมันขึ้นมา


    กลิ่นของสัตว์ยังคงติดอยู่


    ถึงจะผ่านการตากแล้ว กลิ่นก็ไม่ได้หายไปทั้งหมด


    คีรันขมวดคิ้วเล็กน้อย


    เขาลองใช้นิ้วลูบผ่านขน


    มันยังนุ่ม


    และเมื่อกำไว้ในมือก็รู้สึกได้ว่ามันช่วยเก็บความอุ่นไว้ได้พอสมควร


    “ถ้าทำความสะอาดกว่านี้ได้...”


    เขาพึมพำ


    แต่ก็ยังไม่มีวิธีที่แน่นอน


    เขาจึงไม่ได้พยายามทำอะไรซับซ้อน


    เพียงนำขนอีกส่วนไปตากไว้ในบริเวณที่สะอาดกว่าเดิม


    เขายังไม่รู้ว่าจะเอามันไปทำอะไร


    แต่คีรันไม่คิดจะทิ้ง


    ในโลกนี้...


    ของทุกอย่างที่เขาหามาได้มีค่าเกินกว่าจะทิ้งโดยไม่ลองใช้ประโยชน์จากมัน


    ---


    ๰่๭๫บ่าย คีรันกลับมานั่งอยู่ข้างกองไฟ


    เขามองราวตากแดด


    มองเนื้อที่แขวนอยู่


    แล้วมองอาหารที่เหลืออยู่ในภาชนะ


    มันช่วยแก้ปัญหาได้เพียงส่วนหนึ่ง


    แต่ไม่ได้ทำให้เขามีอาหารเพิ่มขึ้น


    กระต่ายหนึ่งตัว


    ต่อให้จัดการอย่างประหยัดแค่ไหน


    ก็ยังเป็๞เพียงกระต่ายหนึ่งตัว


    คีรันเงียบไปพักหนึ่ง


    ก่อนจะลุกขึ้น


    “ต้องหาเพิ่ม”


    ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดด้วยความตื่นเต้น


    ไม่ได้รู้สึกอยากลองล่าเพราะความท้าทาย


    เขาแค่รู้ว่า...


    ถ้าไม่ออกไปหาอาหารเพิ่ม สุดท้ายอาหารที่มีอยู่ก็จะหมด


    และเขาจะกลับไปเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง


    คีรันหยิบเครื่องมือหินขึ้นมา


    จากนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดูกกระต่ายที่เขาเก็บไว้


    เขาหยิบมันขึ้นมา


    กระดูกแข็งกว่าวัสดุหลายอย่างที่เขามี


    เขาพลิกมันไปมา


    มองรูปร่างของมัน


    จากนั้นมองไม้ยาวที่วางอยู่ใกล้ ๆ


    คีรันนิ่งไปครู่หนึ่ง


    “ถ้าเอามันมารวมกัน...”


    เขายังไม่รู้ว่าจะได้อะไร


    แต่ก็ควรลอง


    ---


    คีรันเลือกไม้ที่ตรงที่สุดเท่าที่หาได้


    เขาใช้เครื่องมือหินเหลาและตัดปลายออก


    ครั้งแรกปลายไม้ไม่เรียบ


    เขาปรับใหม่


    จากนั้นนำกระดูกมาวางทาบ


    มันยังไม่พอดี


    เขาจึงปรับปลายไม้อีกเล็กน้อย


    ลองประกบอีกครั้ง


    คราวนี้ใกล้เคียงขึ้น


    เขาใช้เถาวัลย์พันรอบจุดเชื่อม


    มัดครั้งแรกหลวม


    กระดูกขยับ


    เขาแกะออก


    มัดใหม่ให้แน่นกว่าเดิม


    แล้วลองถือขึ้นมา


    น้ำหนักเอียงไปด้านหนึ่ง


    คีรันถอนหายใจ


    เขาปรับจุดจับ


    เลื่อนตำแหน่งมัด


    ลองใหม่


    ครั้งนี้ดีขึ้นเล็กน้อย


    มันยังไม่สมดุล


    แต่กระดูกไม่ขยับแล้ว


    คีรันลองแทงปลายลงบนพื้นดินเบา ๆ


    ไม้สั่น


    แต่จุดเชื่อมยังอยู่


    เขามองสิ่งที่อยู่ในมือ


    มันดูหยาบ


    ดูไม่น่าเชื่อถือ


    และยังมีข้อบกพร่องอีกมาก


    แต่ก็ยังดีกว่าการออกไปโดยไม่มีอะไรเลย


    “อย่างน้อย...ก็ดีกว่ามือเปล่า”


    คีรันพึมพำ


    ---


    เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจึงเริ่มคิดถึงสิ่งที่ต้องพกไป


    ถ้าออกไปไกลกว่าเดิม เขาคงไม่สามารถถือของทุกอย่างไว้ในมือได้


    และถ้าพบอะไรที่ใช้ประโยชน์ได้...


    เขาก็คงต้องมีที่เก็บมัน


    คีรันมองใบไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ ๆ


    เขาหยิบขึ้นมาลองพับ


    ใบไม้ฉีก


    เขาหยิบใบใหม่


    ลองซ้อนหลายชั้น


    จากนั้นใช้เถาวัลย์มัดขอบเข้าด้วยกัน


    ครั้งแรกของที่อยู่ด้านในหล่นออกมา


    คีรันแกะแล้วทำใหม่


    เขาปรับตำแหน่งที่ผูก


    ทำสายสะพายให้ยาวขึ้นเล็กน้อย


    ลองสะพาย


    มันแกว่งไปมา


    คีรันเดินสองสามก้าว


    กระเป๋าเล็ก ๆ ชนกับลำตัว


    เขาหยุด


    ปรับสายอีกครั้ง


    แล้วลองเดินใหม่


    คราวนี้มันขยับน้อยลง


    กระเป๋าใบเล็กยังดูหยาบมาก


    แต่พอใส่ของจำเป็๞ได้


    และไม่เกะกะจนเกินไป


    คีรันพยักหน้า


    “แบบนี้ก็น่าจะพอ”


    เขานำเนื้อตากแห้งส่วนหนึ่งใส่ลงไป


    พร้อมกับวัสดุเล็ก ๆ ที่อาจจำเป็๞ระหว่างทาง


    ส่วนหอกกระดูกเขาถือแยกไว้


    เครื่องมือหินเก็บไว้ใกล้ตัว


    จากนั้นจึงเตรียมน้ำเท่าที่สามารถพกได้


    คีรันยืนอยู่หน้าที่พัก


    มองสัมภาระของตัวเอง


    มันไม่ได้มากมายเลย


    แต่ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน


    อาหารสำหรับระหว่างทาง


    เครื่องมือ


    อาวุธหยาบ ๆ


    และที่เก็บของ


    เขาหันกลับไปมองที่พักอีกครั้ง


    ราวตากแดดยังอยู่ตรงนั้น


    เนื้อกำลังถูกแดดและลม


    ขนกระต่ายก็ถูกวางไว้ในที่สะอาดกว่าเดิม


    กองไฟถูกดับเรียบร้อย


    ทุกอย่างพร้อมสำหรับการกลับมา


    คีรันกระชับสายกระเป๋า


    แล้วมองเข้าไปในป่าด้านหน้า


    พื้นที่ตรงนั้นเขายังไม่เคยไป


    และเขาไม่รู้ว่าจะเจออะไร


    แต่เขารู้ว่าตัวเองจำเป็๞ต้องออกไป


    เพราะอาหารจะหมด


    เพราะเขายัง๻้๪๫๷า๹วัสดุเพิ่ม


    และเพราะการอยู่แต่บริเวณเดิมไม่ได้ทำให้เขารู้จักโลกนี้มากขึ้นเลย


    คีรันสูดลมหายใจเข้า


    ก่อนก้าวออกจากที่พัก


    ครั้งนี้เขาไม่ได้ออกไปเพราะหลงทาง


    ไม่ได้ออกไปเพราะไม่มีทางเลือก


    แต่เพราะเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า...


    **ถ้าอยากอยู่รอด เขาต้องออกไปหาโลกที่กว้างกว่านี้ด้วยตัวเอง**


    คีรันเดินต่อไปอย่างช้า ๆ


    หอกกระดูกอยู่ในมือ


    กระเป๋าใบไม้สะพายอยู่ข้างตัว


    และอาหารจำนวนเล็กน้อยถูกเก็บไว้สำหรับระหว่างทาง


    เบื้องหน้าคือป่าที่เขายังไม่รู้จัก


    และวันนี้...


    เขาตั้งใจจะเดินเข้าไปให้ไกลกว่าเดิม