บทที่ 6 หญิงสาวะโน้ำ
“เื่มีอยู่ว่า ฤดูหนาวปีนั้น ผมกับลูกพี่ลูกน้องกลับบ้านเกิดใน่ปิดเทอมฤดูหนาว บ้านเกิดของพวกเราอยู่ในลุ่มแม่น้ำฮวงโห แถบนั้นมีอาชีพพื้นบ้านอย่างหนึ่งที่ถูกเรียกว่า คนกู้ศพ
กู้ที่แปลว่ากู้เงิน ศพที่แปลว่าร่างไร้ิญญา ไม่ใช่ ‘คนซื่อสัตย์[*1]’ อย่างที่พวกคุณคิดหรอกนะ ที่บ้านเกิดของผม ทุก ๆ ปีจะมีคนะโน้ำตายด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ทั้งอกหักเลิกรา ธุรกิจล้มละลาย ครอบครัวแตกแยก และอื่น ๆ
และหลังจากที่คนเหล่านี้ะโน้ำฆ่าตัวตาย ครอบครัวของพวกเขามักจะยอมจ่ายเงินราคาสูงเพื่อจ้างคนให้ไปกู้ศพขึ้นมา เื่ที่ผมจะเล่าในวันนี้ ก็คือเื่ราวของคนกู้ศพเหล่านี้แหละครับ”
จางหยางเล่ามาถึงตรงนี้ก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
ช่างแสงยิ้มอย่างรู้ใจและจัดให้ทันที!
เวทีทั้งเวทีเปลี่ยนเป็แสงสีเขียวหม่นในพริบตา โดยโฟกัสไปที่ใบหน้าของจางหยาง
คอมเมนต์เริ่มไหลแล้ว
[โอ๊ย สตรีมเมอร์อย่าโจมตีทางสายตาสิ เล่าเื่ดี ๆ ไม่ได้หรือไง!]
[คุณพระช่วย ที่แท้พูดถึงคนกู้ศพ ไม่ใช่คนซื่อสัตย์สินะ...]
[คนกู้ศพ... งั้นก็ต้องอยู่กับศพทุกวันเลยไม่ใช่เหรอ ตอนกลางคืนจะไม่ฝันร้ายเอาเหรอ?]
[ฉันเริ่มตื่นเต้นแล้ว ดีเจรีบเล่าต่อเร็ว!]
ยอดโดเนทในห้องไลฟ์เริ่มไหลขึ้นมาอีกครั้ง
[เจย์ โชว์น แห่งเจียงซี : โดเนทเรือบรรทุกเครื่องบินให้ห้องไลฟ์ของคุณ...]
[คุณเชื่อในแสงสว่างไหม : โดเนทจรวดให้ห้องไลฟ์ของคุณ...]
[กินองุ่นไม่คายเปลือก : โดเนทเครื่องบินให้ห้องไลฟ์ของคุณ...]
ของขวัญต่าง ๆ เริ่มถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
จางหยางยิ้มโดยไม่พูดอะไรและพยักหน้าเบา ๆ “ขอบคุณสำหรับของขวัญของทุกคนครับ เรามาเข้าสู่เื่ราวของคนกู้ศพกันเลย...
ไม่ว่าอาชีพไหน ๆ ก็ล้วนมีกฎเกณฑ์! คนกู้ศพของพวกเราก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น! ว่ากันว่าในวงการคนกู้ศพนี้ มีคำกล่าวหนึ่งที่เรียกว่า ‘สามไม่ช่วย’
สามไม่ช่วยนี้ หรือจะเรียกว่าสามไม่กู้ก็ได้ครับ อย่างแรกเลยคือ จะไม่กู้ศพที่ยังคงตั้งตรงอยู่ในน้ำ โดยโผล่มาแค่ส่วนกลางกระหม่อม! เพราะว่ากันว่าศพแบบนี้ไม่สามารถเรียกว่าศพได้อีกต่อไป แต่จะถูกเรียกว่า ‘สิ่งอัปมงคล’ แทน
‘สิ่งอัปมงคล’ คือสิ่งที่จะทำร้ายคน หากไปแตะต้องเข้าจะกลายเป็ภัยพิบัติ และจะไม่หยุดจนกว่าจะฆ่าคนให้ตาย
อย่างที่สองคือ จะไม่ออกเรือในวันที่ฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเื่นี้เข้าใจได้ง่ายมาก เพราะในสภาพอากาศแบบนี้ หากยังฝืนออกเรือไปกู้ศพ มันไม่มีความปลอดภัยเลย ลมแรงคลื่นสูง ทัศนวิสัยก็แย่ ใครจะรู้ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นบ้าง
อย่างที่สามคือ จะไม่กู้ศพที่พยายามกู้ถึงสามครั้งแล้วแต่ยังกู้ไม่ขึ้นเด็ดขาด เพราะว่ากันว่าศพแบบนี้ตอนมีชีวิตอยู่มีความยึดติดบางอย่าง จึงดึงดันที่จะอยู่ในน้ำและไม่ยอมจากไป หากคนกู้ศพฝืนกู้พวกเขาขึ้นมา ไม่แน่ว่าผีตนนั้นอาจจะตามติดตัว และนำโชคร้ายมาให้
นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า คนที่จะทำอาชีพกู้ศพได้ ต้องมีดวงชะตาธาตุหยิน และเบญจธาตุเป็ธาตุน้ำ เพราะมีเพียงคนแบบนี้เท่านั้น ที่เมื่อลงไปในน้ำแล้ว จะไม่ถูกิญญาอาฆาตในน้ำล่อลวงเอาชีวิตไปได้ง่าย ๆ
ศพส่วนใหญ่จะดูไม่ได้นัก ปีนั้นตอนที่ผมกับลูกพี่ลูกน้องกลับบ้านเกิด ผมได้เห็นเหตุการณ์คนะโน้ำตายกับตา! เธอเป็เด็กสาวที่อายุยังน้อย ซึ่งภายหลังพวกเราถึงได้รู้ว่าเธออายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น
ใน่วัยที่สวยงามที่สุด ดูเหมือนว่าจะเป็เพราะอกหัก จึงะโน้ำฆ่าตัวตาย เด็กสาวคนนั้นตัดสินใจแน่วแน่ที่จะไป เธอเลือกตำแหน่งไว้ล่วงหน้า โดยะโลงไปในจุดที่กระแสน้ำเชี่ยวที่สุด
ต่อให้คิดจะช่วยก็ช่วยไม่ทัน ได้แต่ยืนมองเธอจมลงไปต่อหน้าต่อตา ตอนนั้นพวกเราอยากแจ้งตำรวจ แต่แจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์ ในสถานการณ์ฉุกเฉินขนาดนั้น บ้านเกิดของผมเป็ที่ทุรกันดาร หากขับรถมาจากตัวอำเภอ ต้องข้ามเขาข้ามน้ำตั้งห้าหกชั่วโมง! แถมระหว่างทางยังต้องนั่งเรืออีก!
น้ำไกลดับไฟใกล้ไม่ได้ ผมกับลูกพี่ลูกน้อง รวมถึงคนขับเรือ พวกเราทั้งสามคนเห็นตรงกันว่าไม่อาจยืนดูเฉย ๆ ได้! ถ้าไม่ทำอะไรเลย เด็กสาวคนนั้นต้องตายแน่นอน!
ดังนั้นพวกเราจึงบังคับเรือให้เข้าใกล้จุดที่น้ำเชี่ยวที่สุดกลางแม่น้ำ และหยิบเสื้อผ้าบางส่วนออกมาจากกระเป๋าเดินทาง นำเสื้อผ้ามาผูกเป็ปมแล้วโยนลงไปในน้ำ คนขับเรือว่ายน้ำเก่ง มีวิชาใต้น้ำมาสิบกว่าปี
เขาเป็คนมีน้ำใจ พอเห็นเด็กสาวะโน้ำ ก็เอาปมเชือกผูกตัวแล้วดำดิ่งลงไปในน้ำทันที น่าเสียดาย... คนขับเรือดำลงดำขึ้นหลายรอบ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของหญิงสาวที่ะโน้ำเลย
พวกเราจึงต้องปล่อยให้เื่จบลงแบบนั้น คนขับเรือปลอบพวกเราว่า เด็กสาวอาจจะยังไม่ตาย ไม่แน่ว่าเธออาจจะดวงแข็ง ถูกน้ำพัดไปติดฝั่งที่ปลายน้ำก็ได้ แต่พวกเราต่างรู้ดีว่า คนปกติที่ถูกพัดลงไปในน้ำเชี่ยวขนาดนั้น ส่วนใหญ่คือสิบส่วนตายไม่มีรอด ยิ่งเด็กสาวคนนั้นตั้งใจจะตายอยู่แล้วด้วย!
คืนนั้นพอกลับถึงบ้านคุณปู่ ผมกับลูกพี่ลูกน้องนอนไม่หลับทั้งคู่ พวกเราฝันร้ายตลอดทั้งคืน ในฝันมักจะเห็นภาพเด็กสาวคนนั้นะโลงน้ำ เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ ปรึกษากับลูกพี่ลูกน้อง และตัดสินใจไปดูที่ริมแม่น้ำอีกครั้ง
พวกเราเชื่อคำพูดของคนขับเรือเมื่อวาน โดยหวังว่าเด็กสาวจะถูกพัดไปติดฝั่งที่ปลายน้ำ... บริเวณปลายน้ำ กระแสน้ำไม่เชี่ยวเท่าไหร่ แต่ในน้ำมีโขดหินใต้น้ำมากมาย คนขับเรือที่ยอมวิ่งเส้นทางนี้จึงมีไม่มากนัก
จากการแนะนำของผู้ใหญ่บ้าน ผมกับลูกพี่ลูกน้องจึงได้พบกับนายท่านใหญ่หวง นายท่านใหญ่หวงขับเรืออยู่ที่ปลายน้ำแห่งนี้มาสามสิบปี ประสบการณ์โชกโชนมาก
ตอนนั้นพวกเรายังเด็ก ไม่รู้จักการอ้อมค้อม จึงบอกเื่หญิงสาวที่ะโน้ำกับนายท่านใหญ่หวงตรง ๆ พอนายท่านใหญ่หวงได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนเป็ย่ำแย่ทันที เขาคืนเงินค่าเรือให้พวกเราครบทุกเหรียญไม่มีขาด และไม่ว่าจะพูดยังไงก็ไม่ยอมพาพวกเราไปหาคน
ด้วยความร้อนใจผมจึงคาดคั้น จนในที่สุดก็ได้ความจริงบางอย่างออกมา ที่แท้นายท่านใหญ่หวง ก็ทำอาชีพคนกู้ศพนี่เอง!
เขาบอกผมว่า ถ้าเป็การ ‘หาคน’ ทั่วไป เขาแค่รวบรวมความกล้า ดื่มเหล้าขาวจีนสักหน่อยก็ทำได้แล้ว แต่คนกู้ศพนอกจากสามไม่ช่วยแล้ว ยังกลัวอีกเื่หนึ่ง นั่นคือการกู้ศพผู้หญิง
โดยเฉพาะศพหญิงสาวที่อายุยังน้อย จะน่าสยดสยองที่สุด ใบหน้าขาวซีด ดวงตาปูดโปน ผมสีดำสยาย ส่วนสาเหตุ ตอนนั้นคำอธิบายของนายท่านใหญ่หวงดูสมเหตุสมผลมาก
เขาบอกว่าปกติคนกู้ศพจะใช้ไม้ไผ่เกี่ยวศพขึ้นมา เด็กสาวส่วนใหญ่ผมยาว หากไม่ระวังไม้ไผ่จะไปเกี่ยวเอาเส้นผม ซึ่งจะกลายเป็การดึงคนกู้ศพลงไปในน้ำแทน แต่ต่อมาผมถึงได้รู้ว่า มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!
เหตุผลที่คนกู้ศพไม่อยากกู้ศพผู้หญิง โดยเฉพาะหญิงสาวที่อายุยังน้อย เป็เพราะผู้หญิงมีพลังหยินแรงอยู่แล้ว เมื่อบวกกับการตายก่อนวัยอันควร ความแค้นและพลังหยินจึงรวมกัน กลายเป็ศพอาฆาตโดยธรรมชาติ! เป็ตัวตนที่น่ากลัวยิ่งกว่าผีร้ายเสียอีก!
และตอนนั้นลูกพี่ลูกน้องแอบดึงตัวผมไว้ แล้วกระซิบประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมขนลุกซู่ทันที ลูกพี่ลูกน้องบอกว่า ถ้าเด็กสาวคนเมื่อวานตาย เธอจะเป็การรวมกันของพลังหยิน พลังแค้น และพลังอัปมงคล
นั่นเป็ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่า ‘ผีพยาบาทหญิง’ ครับ”
[*1] คนกู้ศพ กับ คนซื่อสัตย์ เป็การเล่นมุก เนื่องจากในภาษาจีนออกเสียงใกล้เคียงกัน