หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่ร้าน หลินซูหว่าน ตัดสินใจว่าเธอต้องขยันให้มากขึ้นเพื่อหาเงินสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน วันนี้เธอจึงรับออเดอร์พิเศษเพื่อไปส่งขนมหวานพรีเมียมให้กับร้านคาเฟ่หรูในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางใจเมือง โดยมี เสี่ยวเป่า ติดสอยหามตามไปด้วยในชุดกระโปรงตัวเก่งที่ดูสะอาดตา
"เสี่ยวเป่า จับมือแม่ไว้แน่นๆ นะลูก คนเยอะเดี๋ยวจะหลงเอา" ซูหว่านกำชับขณะถือกล่องขนมประคองไว้ในมือ
"จ้าแม่จ๋า ห้างนี้สวยจังเลย มีไฟระยิบระยับเต็มไปหมดเลย" หนูน้อยตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราของสถานที่
จังหวะที่พลัดหลง
ในจังหวะที่ซูหว่านกำลังยืนคุยรายละเอียดการรับของกับผู้จัดการร้านคาเฟ่ เสี่ยวเป่าที่ยืนรออยู่ข้างๆ ก็เหลือบไปเห็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่วางโชว์อยู่หน้าร้านถัดไป ด้วยความไร้เดียงสา หนูน้อยจึงเผลอปล่อยมือแม่แล้วเดินไปดูใกล้ๆ เพียงครู่เดียว ฝูงคนที่กำลังรีบเร่งเดินผ่านไปมาก็กั้นกลางระหว่างเธอกับแม่จนมองไม่เห็นกัน
"เอ๊ะ... แม่จ๋า?" เสี่ยวเป่าเริ่มลนลาน เธอรีบหันซ้ายหันขวาพยายามมองหาชุดของแม่ แต่ความสูงของเด็กน้อยทำให้มองเห็นเพียงขาทั้งนั้น
ในขณะที่หนูน้อยกำลังรีบวิ่งกลับไปทางเดิมด้วยความใ เธอไม่ได้มองทางจนเผลอไปชนเข้ากับร่างของหญิงสูงวัยท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากร้านเครื่องประดับเพชร
ตุบ!
"ว้าย! ใครมาชนฉันเนี่ย" เสียงทรงอำนาจของ คุณท่านมู่ ดังขึ้น เหล่าบอดี้การ์ดที่ตามหลังมาเตรียมจะก้าวเข้ามาขวางทันที
ความรู้ความและความเอ็นดูที่เกิดขึ้นฉับพลัน
เสี่ยวเป่ารีบถอยออกมาแล้วโค้งคำนับอย่างสวยงามเหมือนที่แม่เคยสอน "ขอโทษค่ะคุณย่า หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ หนูรีบไปหาแม่จนไม่ได้มองทาง คุณย่าเจ็บตรงไหนไหมคะ?"
คุณท่านมู่ที่กำลังจะดุ ชะงักไปทันทีเมื่อก้มลงมองใบหน้าของเด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกรั้นๆ และริมฝีปากที่ได้รูป...
'ทำไมเด็กคนนี้หน้าเหมือนอาเฉิงตอนเด็กๆ ขนาดนี้?' ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของหญิงชราอย่างแรงจนเธอลืมความโกรธไปสิ้น
"ไม่เป็ไรหรอกจ้ะหนู... ชื่ออะไรล่ะเรา?" คุณท่านมู่ย่อตัวลงเล็กน้อย (ซึ่งเป็ภาพที่หาดูได้ยากสำหรับคนในตระกูลมู่) เธอเอื้อมมือไปลูบแก้มใสด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
"หนูชื่อเสี่ยวเป่าค่ะ... คุณย่าหน้าตาใจดีเหมือนนางฟ้าในนิทานที่แม่เล่าให้ฟังเลยค่ะ" เสี่ยวเป่าตอบพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ทำเอาหัวใจคนแก่ละลาย
เส้นผมแห่งความจริง
"เสี่ยวเป่า! เสี่ยวเป่าอยู่ไหนลูก!" เสียงซูหว่านดังใกล้เข้ามา
เสี่ยวเป่ารีบหันไปตามเสียง "แม่จ๋า! หนูอยู่นี่!" หนูน้อยหันมาลาหญิงชรา "หนูต้องไปหาแม่แล้วค่ะคุณย่า ลาก่อนนะคะ ขอให้คุณย่ามีความสุขมากๆ นะคะ"
ในวินาทีที่เสี่ยวเป่ากำลังจะหันหลังวิ่งออกไป คุณท่านมู่ที่ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยและสัญชาตญาณบางอย่างอย่างรุนแรง เธอแสร้งทำเป็เอื้อมมือไปช่วยจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของหนูน้อยให้เข้าที่
ฉับ... (เสียงดึงเบาๆ)
"โอ๊ะ!" เสี่ยวเป่าอุทานเบาๆ แต่ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าผมแค่เกี่ยวกัน
ซูหว่านวิ่งมาถึงพอดีและรีบคว้าตัวเสี่ยวเป่ามากอดไว้ "แม่บอกให้จับมือแม่ไว้ไงลูก! ขอโทษด้วยนะคะคุณท่าน ลูกสาวฉันคงไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใช่ไหมคะ?" ซูหว่านก้มหัวขอโทษโดยไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาชัดๆ เพราะมัวแต่ใเื่ลูก
"ไม่เป็ไร... เด็กคนนี้ฉลาดและรู้ความมาก" คุณท่านมู่ตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดไว้
เมื่อซูหว่านจูงมือเสี่ยวเป่าเดินลับตาไป คุณท่านมู่ก็ค่อยๆ แบมือออก ในนั้นมีเส้นผมที่มีรากผมติดมาด้วย 2-3 เส้น หญิงชรามองตามหลังเด็กคนนั้นด้วยสายตาที่ซับซ้อน
"เลขาหาง... เอาเส้นผมนี้ไปที่โรงพยาบาลในเครือของเราทันที สั่งให้แล็บตรวจ DNA เปรียบเทียบกับของอาเฉิงแบบลับที่สุด ห้ามให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด แม้แต่อาเฉิงเองก็ห้ามบอก!"
"ครับคุณท่าน"
คุณท่านมู่ยืนนิ่งอยู่กลางห้าง หัวใจของเธอกลับมาเต้นแรงอีกครั้งในรอบหลายปี 'ถ้าเด็กคนนี้คือเืเนื้อเชื้อไขของตระกูลมู่จริงๆ... ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพรากหลานสาวคนนี้ไปจากฉันเด็ดขาด และยัยผู้หญิงคนนั้น... จะเป็ใครมาจากไหน ฉันต้องรู้ให้ได้!'