“โอ้...งั้นผมคงต้องหาชุดหล่อๆ ใส่ไปแล้วมั้ง” เจมส์หัวเราะร่า
“ชุดไหนเธอก็หล่อทั้งนั้นแหละ”
“จริงเหรอ แต่ว่าบ้านคุณรับราชการกันทั้งบ้านเลยนี่นา ถ้าหากว่าผมแต่งตัวธรรมดาไปมันคงไม่เหมาะ” เขายกนาฬิกาที่ข้อมือซ้ายขึ้นมาดู “ตอนนี้ยังมีเวลา ไปเดินห้างกันไหม”
“เดินห้าง...ซื้อเสื้อผ้าเหรอ” เกรซรู้สึกคอแห้งจึงยกกาแฟขึ้นมาดื่ม
“ใช่แล้ว”
“ไม่เห็นต้องรีบ ไม่ได้บอกว่าพบวันนี้สักหน่อย อย่างน้อยก็อาทิตย์หน้าวันเสาร์อาทิตย์นู่นแหละ ทุกคนถึงจะได้หยุดอยู่บ้านพร้อมหน้า” เกรซย่นจมูก
ด้วยความที่ทำงานราชการ วันหยุดตามปกติก็คือเสาร์อาทิตย์และนั่นทำให้เธอรู้สึกเบื่อ ที่ญาติต้องรวมตัวกันแค่วันนั้นจนดูแออัดภายในบ้านหลังเล็กๆ
“ไปเถอะน่า นานครั้งผมจะได้เดินห้างกับคุณนะ หรือว่าคุณไม่อยากเดินกับผม” เขายกมือขึ้นมาเชยคางเธอ กระซิบเสียงเบาทำเอาเกรซหน้าร้อนผ่าว
“ก็ได้ ถือซะว่าไปเปิดหูเปิดตา วันนี้มีแต่เรื่องแย่ๆ รีแลกซ์หน่อยก็ดีเหมือนกัน” เกรซพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นทั้งคู่ไปห้างที่ใกล้ที่สุด
ห้างเซ็นตร้า มันเป็นห้างขนาดใหญ่ที่มี 4 ชั้น เริ่มจากชั้นแรกเป็นชั้นอาหาร ชั้นสองเสื้อผ้า ชั้นสามโซนไอที ชั้นสี่ของเล่นเด็กและโรงภาพยนตร์
พอมาถึงเจมส์ก็พาเธอขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น 2
ที่นี่มีร้านค้าจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นของแบรนด์ดัง ราคาไม่ใช่ถูกๆ
เมื่อก่อนเขาคงไม่สามารถเข้าไปเลือกซื้อชุดราคาแพงได้ แต่เพราะตอนนี้มี'ถุงมือ'ทุกอย่างจึงกลายเป็นง่ายดาย
“จริงสิ ผมมีแนวโน้มในอนาคตว่าจะเปิดเรือสำราญร่องในทะเล โดยยกเอาห้างสรรพสินค้าไปไว้ในนั้นให้ลูกค้าได้ช้อปปิ้งแก้เบื่อ คุณคิดว่าเป็นไง” ในระหว่างที่เดินเลือกชุดกับเธอในร้าน เขาได้ถามคำถามที่คิดอยู่ก่อน
“ก็ดีนะ แต่ค่าใช้จ่ายบนเรือไม่ใช่น้อยๆ เรือเองก็ต้องลำใหญ่มาก ถึงจะสามารถยกห้างห้างหนึ่งไว้ในนั้นได้ เธอมีเรือแล้วเหรอ” เกรซรู้ว่าแฟนหนุ่มคนนี้เป็นคนรวย แต่ไม่รู้ว่าเพดานเขาอยู่ในระดับไหน ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถระบุหรือแนะนำได้ตรงตัว
“เรือน่ะมี อย่าว่าแต่ลำเดียวเลย ร้อยลำผมก็มีได้”
“ขี้โม้เอ้ย ไม่รู้ว่าฉันไปตกหลุมรักคนอย่างเธอได้ยังไง” เกรซย่นจมูกน้อยๆ ท่าทางน่ารัก
“อ้าว...นั่นยายเกรซไม่ใช้เหรอ กำลังทำอะไรอยู่นั่น...ซื้อเสื้อผ้าเหรอ?”
ระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาเลือกเสื้อผ้า คู่ชายหญิงได้เดินเข้ามาพร้อมกับยิงคำถาม
“ยายพริ้ง แกมาทำอะไรที่นี่” เกรซมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกแย่ๆ
พริ้งคือเพื่อนสมัยเรียน นิสัยชอบเม้าท์มอย ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านไปทั่ว เป็นผู้หญิงปากปลาร้าน่าเบื่อน่ารำคาญ เห็นทีไรก็รู้สึกหงุดหงิด
“ฉันก็มาเดินซื้อชุดกับแฟนฉันน่ะสิ” พริ้งกอดแขนชายหนุ่มที่มีศีรษะแหลมมน เส้นผมค่อนข้างบาง คาดว่าอีกไม่นานก็คงกลายเป็นคนหัวล้าน
“นี่แฟนของฉัน ชื่อคุณวิเศษสุด เป็นหนึ่งในรองผู้จัดการห้างเซ็นตร้าสาขาพัทยา เป็นไงเจ๋งใช่ไหมล่ะ”
วิเศษสุดยืดอกผึ่ง ยื่นมือออกมาต้องการทำความรู้จักกับเกรซ
“สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เกรซเพียงยิ้มตอบ ไม่ได้จับมือทักทายแค่ยิ้มบางยืนอยู่ข้างเจมส์ และนั่นทำให้วิเศษสุดค่อนข้างหัวเสีย
“พริ้ง เพื่อนของคุณไม่สุภาพกับผมเลย ไหนคุณบอกว่าเธอเป็นอาจารย์ไง ทำไมกิริยามารยาทถึงได้ชั้นต่ำ เหมือนกับไม่มีชาติกระกูลคอยสั่งสอน” วิเศษสุดกระชับเนคไท ดวงตาคู่นั้นกวาดผ่านเรือนร่างเกรซด้วยความดูถูก
“เอ่อ...จะว่าไงดี” พริ้งท่าทางเหมือนไม่อยากจะพูด แต่สุดท้ายก็พล่ามมันออกมา “ตอนนี้เกรซไม่ได้เป็นอาจารย์แล้ว”
“ไม่ได้เป็นแล้ว...”
“ใช่ค่ะ เธอโดนไล่ออกส่วนเหตุผลเพราะอะไรฉันเองก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าหลังจากนี้ใบวิชาชีพของเธอไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก”
“เป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร” วิเศษสุดหัวเราะเยาะ
“นั่นน่ะสิคะ วันนี้บังเอิญมาพบกันที่ร้าน...ไม่รู้ว่าเธอกินยาเขย่าขวดหรือเปล่า ถึงได้กล้าเข้ามา ทั้งที่ตกงานจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อเสื้อผ้า หรือว่าจะ...” แม้จะไม่ได้พูดออกมาทั้งหมด แต่ท่าทางของพริ้งได้แสดงให้เห็นว่าหมายถึงอะไร
“ยายพริ้ง ไม่ได้เจอหน้ากันมานานนิสัยยังเสียเหมือนเดิมเลยนะ” เกรซยังดูใจเย็น
ในฐานะอดีตอาจารย์ที่เคยสอนนักศึกษา เธอรับความกดดันเป็นจำนวนมากทั้งยังต้องคอยตั้งโจทย์สอนทุกวัน เรื่องของยายพริ้งตอนนี้จึงเล็กขี้ประติ๋ว
“ยายเกรซ!” พริ้งขบฟันแน่น เพื่อนคนนี้ตั้งแต่สมัยเรียนมักจะวางท่าสูงส่ง เห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด ตอนนี้เองเหมือนกัน
“อย่าไปสนใจพวกตกงานเลย คนพวกนี้คงเข้ามาดูเฉยๆ จะไปมีเงินซื้อได้ยังไง ใช่ไหมคุณ” วิเศษสุดโอบเอวพริ้งเข้ามา เธอพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
“นี่ยายเกรซ เดี๋ยวแกก็คอยดูฉันเลือกซื้อเสื้อผ้ากระเป๋าแล้วกันนะ ถือซะว่าฉันช่วยเธอช้อปปิ้ง” พริ้งหัวเราะเยาะ อวดรวยด้วยการหยิบกระเป๋าราคาแพงขึ้นมาโชว์ ทั้งยังมองดูราคาก็ทำท่างั้นๆ แต่ในความจริงขอเงินคนอื่นใช้
“คุณอยากได้กระเป๋าใบไหน เดี๋ยวผมซื้อให้” เจมส์ถาม
เกรซส่ายหน้า “ไม่อยากได้แล้วค่ะ เห็นหน้ายายนี่แล้วหมดอารมณ์”
“หมดอารมณ์ หรือว่าแกไม่มีเงินซื้อกันแน่ล่ะยายเกรซ” พริ้งหัวเราะเยาะ ก่อนจะมองเจมส์ด้วยหางตา “แล้วนี่แฟนเธอเหรอ ดูเด็กมากเลยนะเนี่ย”
“คงเป็นพวกเกาะพ่อแม่กินนั่นแหละ อย่าสนใจเลย” วิเศษสุดเสริม “ลองดูนี่สิกระเป๋ารุ่นใหม่ที่เพิ่งวางขาย ราคาห้าหมื่นบาท คุณชอบหรือเปล่า”
เขาจงใจยกขึ้นมาโชว์ต่อหน้า ทำราวกับว่าเงินตัวเองสามารถซื้อทุกอย่างได้ที่นี่
“ชอบสิคะ สวยมากเลยค่ะ” หน้าตาของพริ้งดูอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ แหงละมีแฟนซื้อของแพงให้ใครจะไม่ชอบ
“ไปกันเถอะ” เกรซจับมือเจมส์แน่น แต่เขากลับยืนนิ่งไม่ขยับตัว
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น เดี๋ยวผมจะสั่งสอนเขาเอง”
“อะไรนะ...” เธอรู้ว่าเขารวยมาก แต่จะสั่งสอนยังไงล่ะ
“ผมเอากระเป๋าที่อยู่ในชั้นนั้นทั้งหมด แล้วก็น้ำหอมทั้งหมดนี่ด้วย เสื้อผ้าชุดนี้ก็ด้วย รองเท้านี่ด้วย...ฯลฯ” เจมส์ชี้ไปตรงนี้ทีตรงนู้นที ทำเอาพนักงานวิ่งเป็นพัลวัน
“นี่นาย รู้หรือเปล่าว่าราคาของชิ้นหนึ่งถูกสุดก็ห้าพันบาท แต่ที่นายเลือกมีแต่แพงๆ รวมกันแล้วน่าจะหนึ่งล้านถึงสองล้านเลยนะ” พริ้งทนดูไม่ไหว
ต่อให้เป็นวิเศษสุดที่มีเงินเดือนเกือบหนึ่งแสนก็ไม่มีทางซื้อของพวกนี้ทีละมากๆ อย่างน้อยก็ซื้อหนึ่งชิ้นและนานครั้ง
“สงสัยมันคงไม่รู้ว่าราคากระเป๋าใบละเท่าไหร่ คนโง่พวกนี้ต้องการฉีกหน้าคนอื่น แต่ไม่รู้เลยว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ ฮ่าฮ่า” วิเศษสุดมองเป็นเรื่องขบขัน ไม่ให้ความสนใจอีกฝ่าย
ไม่นานพนักงานในร้านก็นำกระเป๋า น้ำหอม เสื้อผ้า รองเท้าใส่ในแพคเกจเรียบหรู
“คุณลูกค้าคะ ทั้งหมด 3 ล้านบาทค่ะ เนื่องจากวันนี้เป็นช่วงโปรโมชั่น คุณลูกค้าจะได้รับส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์...”
“ไม่ต้อง ผมเอาราคาเต็ม ไม่ต้องลดให้ผม” เจมส์ยื่นบัตรเครดิตให้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
“เอ่อ...ได้ค่ะ” สำหรับเธอนี่คือครั้งแรกที่พบกับลูกค้าใจปล้ำ
ใครบ้างไม่ต้องการส่วนลด เธอเองก็คนหนึ่งแหละที่ชอบซื้อของตอนลดราคา
แต่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าราวกับไม่ใส่ใจกับของมูลค่าเล็กๆ ที่ต้องจ่ายเต็มราคา
ทั้งหล่อรวยแบบนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งอิจฉาผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเขา
“เรียบร้อยค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณลูกค้า” พนักงานหญิงยื่นบัตรเครดิตคืนให้ พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ
“เอ่อ...นี่มันเรื่องจริงเหรอ ผู้ชายคนนี้เป็นคนรวย แถมยังรวยมากอีกด้วย...” พริ้งตกตะลึง ไม่คิดเลยว่าเรื่องจะกลับกลายเป็นตาลปัตร จากหน้ามือเป็นหลังมือ
เมื่อมองดูเจมส์คราวนี้ เธอรู้สึกว่าเขาช่างหล่อเหลาเฟอร์เฟค
เหลียวหน้ามองแฟนแก่ๆ พุงโตของตัวเอง ทำไมถึงได้น่าเกลียดต่างกันขนาดนี้นะ
ส่วนวิเศษสุดหน้าปั้นยากถึงขีดสุด นึกว่าชายหนุ่มจะเป็นพวกดีแต่ปาก ที่แท้ก็คนรวยนี่เอง
“ทำไมเธอถึงซื้อเยอะขนาดนี้” เกรซถาม ใบหน้าบ่งบอกความไม่พอใจ
เขาเชยคางเธอขึ้นมา “ให้คุณไง อีกส่วนก็เอาให้ที่บ้านคุณตอนพบหน้า พวกผู้ใหญ่ชอบของฝากกันไม่ใช่เหรอ ก็นี่ไงของฝาก”
“แต่....มันตั้งสามล้านนะ”
“เรื่องเล็กน้อยน่า” จากนั้นเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดโทรไปยังหมายเลขหนึ่ง ทันทีที่อีกฝ่ายกดรับเจมส์ได้กล่าวขึ้นว่า “คุณหญิง คุณพอจะมีเบอร์ของผู้จัดการห้างเซ็นตร้าสาขาพัทยาไหมครับ”
“มีค่ะ ทำไมเหรอคะ หรือว่าเขาทำให้ผู้ถือหุ้นอย่างคุณไม่พอใจ” หญิงเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นห้างเซ็นตร้า แม้ทั้งคู่จะไม่เคยเจอหน้ากัน แต่เขาก็พอมีรายชื่อของผู้ถือหุ้นแต่ละคนรวมถึงเบอร์ติดต่อ ภายหลังช้อนซื้อหุ้นถึงได้รู้จักผ่านทางโทรศัพท์
หญิงเป็นผู้ถือหุ้นที่อยู่มาก่อนเจมส์ แต่กระนั้นเมื่อนับจำนวนหุ้นที่ถือครอง เธอถือว่าอยู่ในระดับล่างและต้องฟังคำสั่งของผู้ที่มีหุ้นมากกว่าอย่างเขา
“เปล่าหรอก แค่รองผู้จัดการสร้างปัญหาให้ผม ผมเลยอยากให้ผู้จัดการใหญ่มาพบผมที่นี่” เจมส์จงใจมองหน้าวิเศษสุด
ในเมื่อคุณกล้าหาเรื่องก่อน งั้นก็ต้องรับผลที่ตามมาด้วย