ฟุ่บ!
กึก!!
“ฟู่….!”
ออสการ์พ่นลมหายใจยาวออกจากปาก ก่อนจะออกแรงกดให้ปลายดาบั์ที่ปักพื้นอยู่ให้ฝังลึกจนตั้งเองได้ แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง การกวัดแกว่งดาบั์ด้วยทักษะดาบลมกรดกินแรงมากกว่าที่คิดเอาไว้
“ยังไม่ไหว! ถ้าเจอพวกตระกูลสายลมหรือสายฟ้า ไม่มีทางตามความเร็วของพวกมันทันแน่!”
เด็กหนุ่มพึมพำออกมาด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น การใช้หมัดป่นศิลาอย่างต่อเนื่องทำให้ความแข็งแรงของเขาเพิ่มขึ้นเป็ 20 แต้ม จนตอนนี้สามารถกวัดแกว่งดาบั์ที่ติดมาจากด่านไพรทมิฬได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะช้าเกินไป
“ให้ตายสิ! แล้วจะเอายังไงดี? จะฝึกอยู่ที่ข้างนอกก็จะเป็การเสียเวลามากเกินไป ส่วนถ้าจะเข้าข้างในเลย… อาจถึงเสียชีวิตได้!?”
ด่านฝ่าถ้ำทมิฬแห่งนี้ไม่มีช่องเก็บอาวุธ ออสการ์ไม่สามารถขนทั้งดาบั์ ดาบสั้น ทวนเหล็ก และธนูเข้าไปในถ้ำพร้อมกันได้ทั้งหมด ไม่เพียงแค่หนักเกินไป มันยังเกะกะจนไม่สะดวกต่อการเคลื่อนไหวอีกด้วย
“ต้องเปลี่ยนแผนใหม่!”
เด็กหนุ่มทิ้งตัวนอนหงายแผ่ลงไปกับพื้นหญ้า ปากขยับขมุบขมิบแบบไม่มีเสียง มันเป็การทบทวนว่าตัวของเขาในตอนนี้มีทักษะความสามารถอะไรติดตัวอยู่บ้าง
“ทวนเหล็กกับธนู!? ไม่ได้! ยังทิ้งธนูไม่ได้ เราไม่มีการโจมตีระยะไกลอื่นให้หวังได้อีก ยังไงก็ต้องเก็บธนูเอาไว้ใช้ยิงสายฟ้า ทวนเหล็กกับดาบสั้น!? ทักษะการใช้หอก…? ทักษะวิชาดาบ…? อืม…
ไปหาข้าวกินก่อนดีกว่า พอท้องอิ่มแล้วน่าจะมีความคิดอะไรดี ๆ ออกมาบ้าง!”
ออสการ์กระเด้งตัวขึ้นมาทันทีเมื่อคิดถึงตอนนี้ กองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันใด เอ่อ… เขาแค่หิว ไม่มีอะไรหรอก
…
“หือ? ออสการ์! มานั่งด้วยกันสิ ่นี้ราบรื่นดีมั้ย?”
เสียงทักทายจาก ‘นัปป้า’ ดังขึ้นมาทันทีที่เด็กหนุ่มเดินผ่านประตูร้านขายอาหารเข้ามา ออสการ์เคยคุยกับนักสู้ร่างใหญ่หัวโล้นคนนี้มา 2-3 ครั้งแล้ว
และยืนยันได้อย่างชัดเจน! แม้จะเป็เผ่าพันธุ์ที่พัฒนามาจากลิงมีหาง หัวโล้น ตัวใหญ่ ชื่อนัปป้า แต่หมอนี่ไม่ได้เป็ชาวไซย่า และไม่ได้มาจากดาวเบจิต้าอย่างแน่นอน ทุกอย่างเป็แค่เื่บังเอิญเท่านั้น
“ก็ยังพอไหวอยู่! แล้วนายล่ะเป็ไงบ้าง?”
พอเดินไปนั่งร่วมโต๊ะตามคำเชิญเรียบร้อย ออสการ์ก็ตอบคำถามเป็การทักทาย และถามกลับตามมารยาท พร้อมกันนั้นก็เปิดหน้าต่างรายการอาหารขึ้นมาดู ก่อนจะกดสั่งไป 2-3 อย่างโดยไม่ได้รอฟังคำตอบเลยด้วยซ้ำ
“แทบตาย! เจอ… … … เข้า เกือบจะไม่ได้ออกมาอยู่แล้ว นี่ว่าจะฝึก… … … … … เพิ่มเติมอีกสักหน่อย ไม่งั้นขึ้นไปชั้นที่ 3 ไม่ไหวแน่!นายล่ะ? ผ่านชั้นแรกหมดหรือยัง?”
แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาเกี่ยวกับการฝ่าดันเจี้ยนและการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ แต่ทุกคนในที่นี้ก็ยังพูดมันออกมาอยู่ดี และดูว่าจะพูดได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวว่าความลับจะรั่วไหลเสียด้วย ก็มันมีคนเซ็นเซอร์ให้อยู่แล้วนี่นา
“อืม… เพิ่งจะครบเมื่อวานนี้ ว่าจะพักผ่อนก่อนสัก 2-3 วันค่อยไปต่อ”
“โฮ่! ไม่ใช่ว่านายช้าไปหน่อยแล้วหรือ?”
“ช่างมัน! ดีไม่ดีรีบเกินไปจะทำให้ช้ากว่าเดิมเสียอีก ที่ดาวของฉันมีคำพูดที่ว่า ‘หนอนที่ตื่นเช้ามักจะถูกนกจับกินก่อนเสมอ’ อยู่ บางทีการรีบร้อนเกินไปก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก”
คำพังเพยมั่ว ๆ ของเด็กหนุ่มทำให้คิ้วที่เกลี้ยงเกลาของอีกฝ่ายขมวดชิดติดกัน ก่อนที่นักสู้ผู้สูงมากกว่า 2.5 เมตรจะเอ่ยเปลี่ยนเื่ออกมา
“…. …. มันใช้ใน … … ไม่ได้หรอกนะ เปลี่ยนไปใช้ … … … ดีกว่า”
ออสการ์ยักไหล่ แม้จะไม่ได้ยินคำพูดของคู่สนทนา แต่สายตาของอีกฝ่ายที่มองกวาดมายังดาบั์ของเขาก็ทำให้พอเดาได้ นัปป้าเกือบจะผ่านถ้ำในชั้นที่ 2 ได้หมดแล้ว คำแนะนำที่เอ่ยออกมามีค่าพอสมควร
“ฉันรู้! แต่จะให้ทำยังไงได้ ตัวเล็กขนาดนี้ ใช้ได้แค่นี้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว”
ขวานศึกคืออาวุธคู่มือของนักสู้หัวโล้น เมื่อสะพายอยู่บนแผ่นหลังของเขาขนาดดูไม่ใหญ่โตเท่าใดนัก แต่เด็กหนุ่มรู้ดีว่าถ้าตัวเองเอามาสะพายไว้บ้าง แค่เดินก็คงจะไม่ไหวแล้ว
“ก็จริง! ยังไงก็พยายามเข้าล่ะ นายฝึก … … … … อืม ช่างเถอะ!”
นัปป้ายกมือขึ้นโบกส่งสัญญาณว่าไม่ต้องสนใจสิ่งที่ตัวเองพูด แต่ออสการ์มั่นใจว่าอีกฝ่ายกำลังแนะนำให้ฝึกเวทมนตร์อะไรสักอย่าง แต่มันถูกดูดเสียงไปจนไม่สามารถคาดเดาได้เลย
“ทำไมนายถึงได้พยายามจะ ‘ฝ่า’ ไปให้ได้? ทำไมพวกเราต้อง ‘ฝ่า’ ด้วย? ทำไมถึงไม่มีใครอยู่เฉย ๆ จนกว่าเวลาจะหมดไปเอง? นายเคยสงสัยเื่นี้บ้างมั้ย?”
เด็กหนุ่มเปลี่ยนเื่ถามออกมาบ้าง พยายามใช้คำเลี่ยงอย่างเต็มที่ และหวังว่านักสู้ร่างใหญ่จะเข้าใจสิ่งที่เขา้าจะสื่อ
“คนอื่นฉันไม่รู้ แต่ชาวดาว ‘ฟอร์ม่า’ มีเืนักสู้ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ฉันไม่สนใจหรอกว่าข้างหน้าจะเป็อะไร แต่ในเมื่อมีการต่อสู้รออยู่ ฉันก็จะ ‘ฝ่า’ ไป ไม่มีทางรออยู่เฉย ๆ แน่”
นัปป้าเข้าใจ และเอ่ยตอบออกมาตามความคิดของตัวเอง เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามกลับมาบ้าง
“ถ้ามีใครสักคนพาพวกเรามาที่นี่ได้ นายไม่คิดหรือว่าแค่กระตุ้นให้พวกเราสู้ มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย?”
เป็คำถามที่ทำให้ออสการ์อึ้งไป เพราะมันสมเหตุสมผล และใช่!ลึก ๆ แล้วเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากระตุ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะความคิดที่ว่า
'การถูกเหล่าสัตว์ร้ายฆ่าตายน่าจะดีกว่าสูญสลายไปเมื่อเวลาหมดลง’
มันผุดขึ้นมาทุกครั้งตอนที่เด็กหนุ่มเริ่มจะถอดใจ…
………
“ฟู่!”
ออสการ์พ่นลมหายใจยาวออกจากปาก ก่อนจะเสียบดาบเล่มยาวที่เพิ่งซื้อออกมาจากร้านขายอาวุธลงในฝักข้างเอว และลองขยับตัวเคลื่อนไหวด้วยย่างก้าวแปดทิศ เมื่อแน่ใจว่าความยาวดาบที่เพิ่มขึ้นไม่สร้างอุปสรรค์ใด ๆ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
“เยี่ยม! อย่างนี้ก็ไม่เสียคะแนนไปเปล่า ๆ แล้ว เราสามารถใช้ดาบยาวด้วยทักษะหอกอสรพิษได้อย่างที่คิดจริง ๆ”
ตามหลักแล้วดาบเน้นที่การฟัน และถ้าเรียกตามอย่างตะวันตก ไม่ว่าจะมีคมเดียวหรือมี 2 คมก็ล้วนเรียกเป็ดาบทั้งหมด แต่ถ้าเรียกตามแบบจีน ดาบยาว 2 คมก็คือ ‘กระบี่’ ดี ๆ นี่เอง และจุดเด่นของวิชากระบี่คือการผสมผสานกันระหว่างการฟันและการแทง มันเหมาะสมกับทักษะที่เด็กหนุ่มมีอยู่ตอนนี้
ดาบยาวมีน้ำหนักมากกว่าดาบสั้น การเปลี่ยนขนาดดาบให้ใหญ่ขึ้นทำให้ ‘ดาบลมกรด’ เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและการโจมตีขึ้นไปอีกขั้น
และมันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ด้วยวิชาหอกอสรพิษได้เป็อย่างดี แน่นอนว่าน้ำหนักที่เบากว่าทวนเหล็กจะลดอำนาจการทะลุทะลวงลงไปบ้าง
แต่มันก็คงจะเพียงพอแล้วที่จะจัดการกับสัตว์เวทย์สายอื่นที่ไม่ใช่สายธาตุดิน
“เพื่อความมั่นใจ เราคงต้องซื้อเพลิงฟ้าครามมาเพิ่มพลังการโจมตี ส่วนดาบั์เล่มนี้! อืม… ก็ต้องหาทักษะที่เหมาะกับมันมาใช้ด้วย”
คะแนนที่เหลืออยู่ในตอนนี้เพียงพอที่จะซื้อทักษะมาเรียนรู้ได้อีกแค่ไม่กี่ทักษะเท่านั้น และออสการ์ยังต้องเก็บส่วนหนึ่งเอาไว้ซื้อเม็ดยาเติมมานาติดตัวเข้าไปในถ้ำอีก
ตามปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 4-5 วันในการเคลียร์แต่ละถ้ำในชั้นที่ 2 เวลาที่เพิ่มมากขึ้นเป็เท่าตัว มันหมายถึงปริมาณเม็ดยาชนิดต่าง ๆ ที่ต้องเพิ่มขึ้นอีกเป็เท่าตัวด้วยเหมือนกัน
“อืม… แล้วมันจะผสานรวมกันได้มั้ยนะ? ดาบกับหอก!? เอาน่า ไม่ลองก็ไม่รู้”
ออสการ์ชักดาบยาวออกมาจากฝักอีกครั้ง เริ่มร่ายรำมันด้วยกระบวนท่าของทักษะดาบลมกรดไปจนครบรอบ แล้วต่อด้วยการแทงออกอย่างว่องไวของทักษะหอกอสรพิษ
“ยากน่าดู! การพลิกข้อมือกับจังหวะการออกกระบวนท่าต่างกันพอสมควร แต่ถ้าใช้ดาบลมกรดเป็พื้นฐาน!? มันน่าจะได้อยู่นะ”
ดาบลมกรดถูกร่ายรำออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็ไปอย่างเชื่องช้า และมีการหยุดเป็ระยะเพื่อทบทวนหาจุดที่จะพลิกแพลงได้…