เช้าวันต่อมา
แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านผ้าม่านสีซีดของห้องเช่าขนาดเล็ก ลลินลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในหัว
เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม่กี่วินาที ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นสิ่งของชิ้นหนึ่งบนโต๊ะข้างเตียง
นามบัตรสีดำ
ชื่อที่เขียนอยู่บนนั้นทำให้เหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำทันที
“อคิน วรากร…”
ลลินพึมพำกับตัวเอง
เธอหยิบนามบัตรขึ้นมาพลิกดูด้านหลัง
ไม่มีข้อความอื่น
มีเพียงหมายเลขโทรศัพท์หนึ่งหมายเลข
ผู้ชายคนนั้นบอกว่าจะให้เวลาเธอสามวัน
แต่ลลินกลับยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะรับงานหรือไม่
เงินเดือนสูงกว่าที่เธอได้รับอยู่ตอนนี้หลายเท่า
สำหรับคนอื่นอาจเป็ข้อเสนอที่ไม่ต้องคิดมาก
แต่สำหรับเธอ มันไม่ง่ายอย่างนั้น
เพราะงานที่มาจากคนอย่างอคิน วรากร ย่อมไม่มีทางธรรมดา
เมื่อคืนมีคนถือปืนเข้ามาในร้าน
และคนที่พวกมัน้าเล่นงานก็คือเขา
นั่นหมายความว่าโลกของผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยอันตราย
ลลินถอนหายใจ
เธอไม่ใช่คนขี้กลัว
แต่เธอไม่โง่พอที่จะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็
หญิงสาวลุกจากเตียงแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น
ภายในมีไข่เพียงสองฟองกับผักเหลืออยู่เล็กน้อย
เธอมองของในตู้เย็นก่อนหัวเราะเบา ๆ
“ดูเหมือนชีวิตจะตัดสินใจให้แล้วสินะ”
ถ้าไม่หาเงินเพิ่ม
สิ้นเดือนนี้เธอคงต้องย้ายออกจากห้อง
่นี้ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเพิ่มขึ้น ทั้งค่าห้อง ค่าอาหาร และค่ารักษาของป้าศรี ผู้ดูแลสถานสงเคราะห์ที่เคยเลี้ยงดูเธอมาั้แ่เด็ก
แม้ป้าศรีจะบอกว่าไม่ต้องช่วย
แต่ลลินไม่มีทางปล่อยให้คนที่เปรียบเสมือนแม่ของเธอลำบากเพียงลำพัง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
นิ้วเรียวกดหมายเลขบนบัตร
แต่ก่อนที่จะกดโทรออก ลลินกลับหยุด
“ถ้าฉันโทรไปก่อน เขาจะคิดว่าฉันอยากได้งานมากเกินไปหรือเปล่านะ?”
เธอวางโทรศัพท์ลง
ผ่านไปสามวินาที
หยิบขึ้นมาใหม่
“ช่างเถอะ”
ปลายนิ้วกดโทรออกทันที
เสียงสัญญาณดังเพียงครั้งเดียว
ปลายสายรับ
“ว่าไง”
เสียงทุ้มเย็นดังขึ้น
ลลินชะงัก
เธอไม่คิดว่าเขาจะรับเร็วขนาดนี้
“คุณอคิน?”
“อืม”
“ฉันลลินค่ะ”
“ฉันรู้”
“…”
“ฉันมีเบอร์เธออยู่”
ลลินขมวดคิ้ว
“คุณสืบเื่ฉันเหรอคะ?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าฉันตอบว่าใช่ล่ะ?”
“ฉันก็จะบอกว่ามันเสียมารยาทค่ะ”
อคินหัวเราะเบา ๆ
“เมื่อคืนเธอก็พูดแบบนี้”
“ฉันพูดความจริงค่ะ”
“แล้วโทรมาหาฉันทำไม?”
ลลินเม้มริมฝีปาก
“ฉันตกลงทำงานค่ะ”
“ดี”
คำตอบสั้นจนเธอแทบไม่ทันตั้งตัว
“แค่นี้เหรอคะ?”
“แล้วเธอ้าอะไร?”
“อย่างน้อยก็น่าจะบอกว่าฉันต้องเริ่มงานวันไหน”
“วันนี้”
“วันนี้?!”
“ใช่”
ลลินมองนาฬิกา
เจ็ดโมงสิบห้านาที
“คุณไม่คิดว่ามันเร็วไปหน่อยเหรอคะ?”
“เธอมีธุระ?”
“มีค่ะ ฉันต้องไปทำงานที่ร้าน”
“ลาออกแล้ว”
ลลินเงียบ
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันลาออกแล้ว?”
“ฉันคุยกับเ้าของร้านให้แล้ว”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนทันที
“คุณไปคุยกับเ้าของร้านทำไมคะ!”
“เพราะฉัน้าตัวเธอ”
“แต่ฉันยังไม่ได้อนุญาต!”
เสียงของลลินเริ่มแข็ง
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนอคินจะตอบอย่างใจเย็น
“ฉันจ่ายค่าชดเชยให้เขาแล้ว”
“…”
“และเงินเดือนเดือนแรกของเธอจะถูกโอนเข้าบัญชีภายในวันนี้”
ลลินก้มมองโทรศัพท์อย่างไม่อยากเชื่อ
“คุณนี่มัน…”
“อะไร?”
“เอาแต่ใจ”
“ฉันรู้”
“เผด็จการ”
“ก็รู้”
“แล้วถ้าฉันไม่อยากทำงานกับคุณแล้วล่ะคะ?”
“เธอจะคืนเงินที่ฉันจ่ายให้ร้านได้ไหม?”
ลลินเงียบ
“ไม่ค่ะ”
“งั้นก็แต่งตัว”
“…”
“รถจะไปรับเธอในอีกสามสิบนาที”
สายถูกตัด
ลลินยืนอึ้งอยู่กลางห้อง
“คนอะไร…”
เธอถอนหายใจแล้วคว้าผ้าเช็ดตัว
“น่าหงุดหงิดที่สุด”
แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้น
มุมปากของเธอกลับยกขึ้นเล็กน้อย
สามสิบนาทีต่อมา
รถยนต์สีดำคันหรูจอดอยู่หน้าห้องเช่าของลลิน
หญิงสาวเดินออกมาพร้อมกระเป๋าสะพายใบเดียว
เธอแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบ และรวบผมเป็หางม้า
ชายชุดดำที่ยืนรออยู่เปิดประตูรถให้
“คุณลลินใช่ไหมครับ?”
“ค่ะ”
“เชิญครับ”
ลลินมองรถตรงหน้า
เธอไม่เคยนั่งรถหรูขนาดนี้มาก่อน
“รถคันนี้ของคุณอคินเหรอคะ?”
“ครับ”
“ถ้าฉันทำกาแฟหกใส่เบาะ ฉันต้องชดใช้เท่าไหร่คะ?”
ชายคนนั้นชะงัก
ก่อนจะหลุดยิ้ม
“ไม่ต้องห่วงครับ คุณอคินคงไม่คิดเงินคุณ”
“แน่ใจเหรอคะ?”
“ครับ”
ลลินขึ้นรถ
ทันทีที่ประตูปิด เธอก็เห็นซองเอกสารวางอยู่บนเบาะ
ด้านหน้ามีชื่อของเธอเขียนอยู่
เธอเปิดออก
ภายในมีสัญญาจ้างงาน
เงินเดือน
สิทธิประโยชน์
รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงาน
ผู้ช่วยส่วนตัวของอคิน วรากร
ลลินอ่านรายละเอียดอย่างตั้งใจ
จนกระทั่งมาถึงบรรทัดหนึ่ง
“ห้ามเปิดเผยข้อมูลของนายจ้างแก่บุคคลภายนอก”
เธอพยักหน้า
ข้อนี้เข้าใจได้
แต่พออ่านต่อไป
“ห้ามเดินทางออกจากสถานที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตในกรณีที่มีภัยคุกคาม”
ลลินขมวดคิ้ว
“นี่ผู้ช่วยหรือผู้ต้องขังคะ?”
คนขับที่ได้ยินถึงกับเงียบ
ลลินอ่านต่อ
มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยอีกหลายข้อ
และบางข้อก็ดูแปลกมาก
เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอคินทันที
“มีอะไร?”
“ในสัญญานี่มีข้อห้ามเยอะมากค่ะ”
“ข้อไหน?”
“หลายข้อเลย”
“เธออ่านหมดแล้ว?”
“ค่ะ”
“แล้ว?”
“ข้อที่ห้ามออกจากที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉันไม่รับค่ะ”
อคินเงียบ
“ฉันสมัครเป็ผู้ช่วย ไม่ได้สมัครเป็นักโทษ”
“เธออาจตายได้”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป
จริงจังและเย็นลงทันที
“ถ้าเธอเข้าไปอยู่ใกล้ฉัน เธอจะกลายเป็เป้าหมาย”
ลลินเงียบ
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาพูดตรง ๆ
“เมื่อคืนไม่ใช่อุบัติเหตุใช่ไหมคะ?”
“ไม่ใช่”
“แล้วคนที่ยิงคุณ…”
“ศัตรูของฉัน”
“มีอีกเยอะไหม?”
“พอสมควร”
“คุณพูดเหมือนเป็เื่ธรรมดาเลยนะคะ”
“สำหรับฉันมันธรรมดา”
ลลินถอนหายใจ
“แล้วทำไมถึงเลือกฉัน?”
ปลายสายเงียบไปนาน
“เพราะเธอไม่กลัว”
ลลินหัวเราะ
“ฉันไม่ได้ไม่กลัวนะคะ”
“แต่เธอก็ยังช่วยฉัน”
“ฉันแค่เห็นว่าคุณกำลังจะโดนยิง”
“นั่นแหละ”
“อะไรคะ?”
“เธอช่วยโดยไม่คิดว่าฉันเป็ใคร”
คำพูดนั้นทำให้ลลินนิ่ง
อคินไม่พูดอะไรอีก
ก่อนจะวางสาย
สำนักงานใหญ่ของวรากรกรุ๊ปสูงตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง
อาคารกระจกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสำนักงานราคาแพง
เมื่อรถจอดหน้าตึก ลลินถึงกับเงยหน้ามอง
“นี่บริษัทหรือพระราชวังคะ?”
คนขับหัวเราะ
“บริษัทครับ”
เธอเดินเข้าไปด้านใน
พนักงานทุกคนต่างก้มหัวให้อคินที่กำลังเดินผ่าน
แต่ทันทีที่ลลินเดินตามเข้าไป
สายตาหลายคู่กลับจับจ้องมาที่เธอ
หญิงสาวได้ยินเสียงกระซิบ
“ผู้หญิงคนนั้นใคร?”
“ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“หรือว่าจะเป็…”
“เงียบเถอะ”
ลลินไม่ได้สนใจ
เธอเดินตามอคินไปจนถึงลิฟต์ส่วนตัว
ประตูลิฟต์ปิดลง
ภายในเหลือเพียงสองคน
ความเงียบเกิดขึ้นทันที
ลลินมองตัวเลขบนหน้าจอ
อคินยืนอยู่ข้างเธอ
ใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขา
“คุณมองอะไร?”
อคินถาม
“ฉันกำลังคิดค่ะ”
“คิดอะไร?”
“ว่าคุณตัวสูงเกินไปหรือเปล่า”
คิ้วของอคินขยับเล็กน้อย
“เกี่ยวอะไรกับงาน?”
“ไม่เกี่ยวค่ะ”
“แล้วทำไมต้องคิด?”
ลลินหันมามองเขา
“เพราะเวลาคุยกับคุณ ฉันต้องเงยหน้าตลอด ปวดคอค่ะ”
อคินนิ่งไป
ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย
“เธอนี่พูดมากจริง ๆ”
“คุณเพิ่งรู้เหรอคะ?”
เสียงลิฟต์ดังขึ้น
ประตูเปิดออก
ลลินเดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงาน
ห้องขนาดใหญ่ตกแต่งเรียบหรู
กระจกบานใหญ่เปิดให้เห็นวิวเมืองทั้งหมด
บนโต๊ะทำงานมีเอกสารวางอยู่หลายกอง
“นี่งานของเธอ”
อคินชี้
ลลินมองกองเอกสาร
“ทั้งหมดนี่?”
“ใช่”
“ฉันมีเวลาเท่าไหร่?”
“ก่อนเที่ยง”
เธอมองนาฬิกา
เก้าโมงครึ่ง
“คุณล้อเล่นใช่ไหมคะ?”
“ไม่”
ลลินหยิบเอกสารขึ้นมา
เธอเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที
หญิงสาวก็เริ่มจัดเอกสารแยกหมวดหมู่
อคินมองเธอเงียบ ๆ
“ทำอะไร?”
“จัดระบบค่ะ”
“ฉันไม่ได้สั่ง”
“แต่ถ้าคุณให้ฉันทำงาน ฉันก็ต้องทำให้เร็วที่สุด”
เธอแบ่งเอกสารออกเป็สามกอง
เอกสารสำคัญ
เอกสารรออนุมัติ
และเอกสารที่มีปัญหา
อคินเดินเข้ามาดู
“เธอรู้ได้ยังไงว่าเอกสารชุดนี้มีปัญหา?”
ลลินชี้
“ตัวเลขไม่ตรงค่ะ”
อคินหยิบเอกสารขึ้นมาดู
สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ยอดเงินในรายงานถูกแก้ไขจริง
“ใครทำ?”
ลลินส่ายหน้า
“ฉันไม่รู้ค่ะ”
อคินหยิบโทรศัพท์
“เรียกฝ่ายบัญชีมาหาฉัน”
ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ผู้จัดการฝ่ายบัญชีก็เข้ามา
อคินวางเอกสารลงบนโต๊ะ
“อธิบาย”
ชายคนนั้นหน้าเสีย
“ผม…”
ลลินมองเขาอย่างเงียบ ๆ
ก่อนพูดขึ้น
“เอกสารนี้ถูกแก้ไขเมื่อสามวันก่อนค่ะ”
ทุกคนหันมองเธอ
“รู้ได้ยังไง?”
“รูปแบบตัวเลขไม่เหมือนต้นฉบับ”
ลลินหยิบเอกสารขึ้น
“คนแก้ไม่ใช่คนที่ทำบัญชีชุดนี้ เพราะเขาใช้รูปแบบการเขียนวันที่คนละแบบ”
อคินมองผู้จัดการฝ่ายบัญชี
“เอาเอกสารทั้งหมดไปตรวจ”
“ครับ”
ชายคนนั้นรีบออกไป
ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง
อคินมองหญิงสาวตรงหน้า
“เธอเรียนอะไรมา?”
“หลายอย่างค่ะ”
“ตอบดี ๆ”
“ฉันไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยจนจบค่ะ”
“แล้วเธอรู้เื่พวกนี้ได้ยังไง?”
ลลินยิ้ม
“เรียนเอง”
อคินเงียบ
คำตอบนั้นทำให้เขามองเธอนานขึ้น
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตที่ดี
ไม่มีครอบครัวร่ำรวย
ไม่มีเส้นสาย
ไม่มีคนคอยช่วยเหลือ
แต่กลับสร้างความสามารถทั้งหมดขึ้นมาด้วยตัวเอง
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเธอถึงไม่กลัวเขา
เพราะลลินไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาใคร
เธอพึ่งพาตัวเองมาตลอด
“เก่ง”
คำชมสั้น ๆ หลุดออกจากปากอคิน
ลลินเงยหน้าขึ้น
“อะไรนะคะ?”
“ฉันบอกว่าเธอเก่ง”
เธอยิ้ม
“ขอบคุณค่ะ”
อคินหันกลับไปที่โต๊ะ
แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปถึง เสียงโทรศัพท์ของลลินก็ดังขึ้น
หญิงสาวกดรับ
สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที
“อะไรนะคะ?”
เธอฟังปลายสาย
มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มสั่นเล็กน้อย
“ป้าศรีอยู่โรงพยาบาลเหรอคะ?”
อคินหยุดเดิน
ลลินพูดต่อ
“ค่ะ…ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
เธอวางสายแล้วรีบหยิบกระเป๋า
“คุณอคิน ฉันขอลาได้ไหมคะ?”
อคินมองเธอ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ป้าศรีเข้าโรงพยาบาลค่ะ”
“ใคร?”
“คนที่เลี้ยงฉันมา”
อคินไม่ได้ถามต่อ
เขาหยิบกุญแจรถจากโต๊ะ
“ไป”
ลลินชะงัก
“ไปไหนคะ?”
“โรงพยาบาล”
“ฉันไปเองได้ค่ะ”
“ฉันไม่ได้ถามว่าเธอไปเองได้ไหม”
เขาเดินผ่านเธอไป
“ฉันบอกให้ไป”
ลลินมองแผ่นหลังกว้างของเขา
ในตอนแรกเธอคิดว่าอคินเป็เพียงผู้ชายเอาแต่ใจและชอบออกคำสั่ง
แต่ในวินาทีนั้น
เธอกลับรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
บางที…
ผู้ชายคนนี้อาจไม่ได้เ็าอย่างที่เห็น
และสิ่งที่ลลินไม่รู้ก็คือ
ในขณะที่เธอกำลังรีบออกจากบริษัท
ชายอีกคนกำลังยืนมองเธอผ่านกระจกของห้องทำงานฝั่งตรงข้าม
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
“เจอแล้วครับ”
ปลายสายถามบางอย่าง
ชายคนนั้นยิ้ม
“ใช่ครับ ผู้หญิงคนนั้นอยู่กับอคิน”
เขาหันกลับไปมองลลินอีกครั้ง
“และดูเหมือนว่า…”
“เธอจะสำคัญกับมันมากกว่าที่เราคิด”
ปลายสายเงียบไป
ก่อนเสียงหัวเราะเย็น ๆ จะดังขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องฆ่าอคิน”
“เอาผู้หญิงคนนั้นเป็ตัวล่อ”
รอยยิ้มของชายคนนั้นกว้างขึ้น
“รับทราบครับ”
โดยไม่มีใครรู้เลยว่า
นับจากวินาทีนี้
ลลินไม่ได้เป็เพียงผู้ช่วยส่วนตัวของอคินอีกต่อไป
เธอกำลังกลายเป็จุดอ่อนเพียงจุดเดียวของผู้ชายที่ไม่เคยมีจุดอ่อน